การเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร

    ตอนที่ 83 ระดับเลเวลที่เพิ่มขึ้นของฉิงเหม่ยและวิหคน้อย

    ณ ห้องพักส่วนตัวของคาเรน
            “นายท่าน” คาเรนยืนขึ้นกล่าวทักทายในทันทีที่เห็นหวังเหว่ยปรากฏตัวออกมายืนอยู่ข้างนาง        “ฮ่าๆ คาเรน ทุกอย่างราบรื่นดีหรือไม่ ?” หวังเหว่ยกล่าวถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม        “ทุกอย่างราบรื่นดีเจ้าค่ะนายท่าน ในเช้าวันนี้ระดับเลเวลของข้าได้เพิ่มขึ้นมาเป็นระดับเลเวล53แล้วเจ้าค่ะ” คาเรนกล่าว        “โอ้! เจ้าช่างพัฒนาระดับเลเวลได้รวดเร็วยิ่งนัก เอาล่ะ ข้าควรจะมอบรางวัลให้กับเจ้าบ้าง ในแหวนมิติวงนี้มีแก่นอสูรระดับเลเวล60ถึง90 อยู่หนึ่งพันอันและมีเม็ดยาสมุนไพรฟื้นฟูพลังปราณอสูรระดับชั้นเลิศอยู่หนึ่งร้อยเม็ด หลังจากนี้ให้เจ้าใช้สิ่งของเหล่านี้พัฒนาระดับเลเวลและกองกำลังของเจ้า” หวังเหว่ยกล่าวขณะยื่นแหวนมิติให้กับคาเรน        คาเรนได้ยื่นมือไปรับแหวนมิติจากหวังเหว่ยด้วยท่าทีลังเลเล็กน้อย หวังเหว่ยได้ยิ้มให้กับนางพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “เจ้าไม่ต้องประหลาดใจไปหรอก ยิ่งเจ้าแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ ข้าก็จะยิ่งแข็งแกร่งตามไปด้วย !”        คาเรนได้มีสีหน้าที่มุ่งมั่นในทันทีหลังจากได้ยินคำกล่าวของหวังเหว่ย “ขอบคุณนายท่านเจ้าค่ะ ข้าจะตั้งใจพัฒนาตนเองไม่ทำให้นายท่านผิดหวังเจ้าค่ะ”        “ฮ่าๆ เจ้าไม่จำเป็นต้องกดดันตัวเองมากนักแค่พัฒนาระดับเลเวลไปตามปกติก็พอแล้ว เอาล่ะ ข้าไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของเจ้าแล้ว หากมีเรื่องอะไรให้เจ้าติดต่อข้าผ่านการสื่อสารทางจิต” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้ออกมาจากอาคารที่พักของนาง และได้ไปหากลุ่มนักสู้หญิงงามผ่านทางประตูมิติในทันที        “นายท่าน” กลุ่มนักสู้หญิงงามกล่าวทักทายหวังเหว่ย        “การฝึกฝนของพวกเจ้าราบรื่นดีหรือไม่ ?” หวังเหว่ยกล่าวถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม        “ทุกอย่างราบรื่นดีเจ้าค่ะนายท่าน ในตอนนี้พวกเราพร้อมต่อสู้แล้วเจ้าค่ะ” กลุ่มนักสู้หญิงงามทั้ง84คนกล่าวด้วยความฮึกเหิม        “ฮ่าๆ พวกเจ้าใจเย็นๆกันก่อน เอาล่ะ ในวันนี้ข้าจะมอบสิ่งของเป็นรางวัลแห่งความขยันให้กับพวกเจ้า ในแหวนมิติวงนี้มีแก่นอสูรของสัตว์อสูรระดับ50ถึง60อยู่สองพันอัน ให้พวกเจ้าดูดซับพลังของพวกมันเพื่อพัฒนาระดับเลเวลของพวกเจ้า” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้มอบแหวนมิติให้กับจินฟาง        จินฟางได้ยื่นมือไปรับแหวนมิติจากหวังเหว่ย “ขอบคุณนายท่านเจ้าค่ะ”        หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับ “พวกเจ้าตั้งใจฝึกฝนกันให้ดี เอาล่ะ ข้าไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของพวกเจ้าแล้ว” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้ไปหาสามพยัคฆ์อสูรภายในที่พักของพวกเขา        “นายท่าน” สามพยัคฆ์อสูรกล่าวทักทายหวังเหว่ย        หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับ “พยัคฆ์คราม เจ้าคือพี่ใหญ่ของกลุ่มสามพยัคฆ์ ข้าจะมอบแหวนมิติวงนี้ให้กับเจ้า ภายในแหวนมิติวงนี้มีแก่นอสูรของสัตว์อสูรระดับเลเวล50ถึง70อยู่หนึ่งพันอัน ให้พวกเจ้าดูดซับพลังของพวกมันเพื่อพัฒนาระดับเลเวลของพวกเจ้า” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้มอบแหวนมิติให้กับพยัคฆ์คราม        พยัคฆ์ครามได้ยื่นมือไปรับแหวนมิติ “ขอบคุณขอรับนายท่าน”        หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับคำกล่าว “ตั้งใจฝึกฝนกันให้ดี ให้สมกับที่พวกเรามาเริ่มต้นในยุคสมัยนี้พร้อมกัน !”        “รับทราบขอรับนายท่าน” สามพยัคฆ์อสูรกล่าวอย่างพร้อมเพรียงกันด้วยเสียงอันดัง        จากนั้นหวังเหว่ยได้ไปหาหวังลู่เมิ่งที่อยู่ภายในที่พักของอี้หลิว        “นายท่าน” อี้หลิวกล่าวทักทาย        “พี่ชายในที่สุดพี่ก็มาหาข้าแล้ว” หวังลู่เมิ่งกล่าวขณะวิ่งเข้ามากอดหวังเหว่ย        “ฮ่าๆ น้องพี่ ช่วงนี้พี่ไม่ค่อยได้มาหาเจ้า เจ้าคงเหงาแย่เลย” หวังเหว่ยกล่าวขณะลูบหัวหวังลู่เมิ่งอย่างอ่อนโยน        หวังลู่เมิ่งส่ายหน้าของนางเล็กน้อย ขณะมองหวังเหว่ยด้วยดวงตาที่งดงามของนาง “ข้าไม่เหงาหรอกพี่ชาย อยู่ที่นี่ข้ามีเพื่อนเล่นเยอะแยะ เมื่อสักครู่นี้ข้าก็ไปหาพี่สาวฉิงเหม่ยกับวิหคน้อยมา วิหคน้อยบอกข้าว่าพี่สาวฉิงเหม่ยกำลังตั้งครรภ์และอีกไม่นานข้าจะมีน้องชายเพื่มขึ้นอีกตั้งห้าคน !”        “ฮ่าๆๆ ใช่แล้ว เจ้ารอเล่นกับพวกเขาได้เลย” หวังเหว่ยกล่าวขณะหัวเราะออกมา        หวังลู่เมิ่งยิ้มออกมาอย่างร่าเริงขณะมองหวังเหว่ยหัวเราะ “พี่ชาย พี่สาวฉิงเหม่ยและวิหคน้อยจะออกไปข้างนอกอีกหรือไม่? ข้าอยากไปเล่นกับวิหคน้อย”        “อืม ในช่วงนี้พี่จะให้พี่สาวฉิงเหม่ยและวิหคน้อยพักผ่อนอยู่ภายในมิติแห่งนี้ เจ้าไปเล่นกับวิหคน้อยได้เต็มที่เลย !”        “เย้! งั้นข้าขอไปเล่นกับพี่วิหคน้อยก่อนล่ะ พี่อี้หลิวพวกเราไปกัน” หลังจากกล่าวจบหวังลู่เมิ่งได้จูงมือของอี้หลิวออกไปจากอาคารที่พักของอี้หลิวในทันที        หวังเหว่ยได้เผยรอยยิ้มอันอบอุ่นออกมาหลังจากได้เห็นใบหน้าที่มีความสุขของหวังลู่เมิ่ง จากนั้นเขาได้กลับไปยังอาคารที่พักของเขาเพื่อฝึกฝนทักษะและหลอมเม็ดยาสมุนไพร และได้นอนหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า        เมื่อเวลาเที่ยงคืนมาถึงแสงจันทร์ได้สาดส่องมายังฉิงเหม่ย วิหคน้อยได้ลืมตาตื่นขึ้นมาในทันทีที่แสงจันทร์สาดส่องลงมา จากนั้นนางได้แปรเปลี่ยนรูปลักษณ์กลายเป็นดวงแสงสีขาวล่องลอยเข้าไปตรงบริเวณหน้าท้องของฉิงเหม่ย เวลาผ่านไปครู่หนึ่งพลังปราณอสูรจำนวนมากมายมหาศาลภายในมิติแดนอสูรได้หลั่งไหลเข้าไปตรงบริเวณหน้าท้องของฉิงเหม่ยและได้มีพลังปราณอสูรส่วนหนึ่งหลั่งไหลไปทั่วร่างกายของนาง ทำให้ระดับเลเวลของนางค่อยๆเพิ่มขึ้นจากระดับเลเวล48 เป็นระดับเลเวล49 ระดับเลเวล50... จนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ระดับเลเวลของฉิงเหม่ยได้เพิ่มขึ้นมาถึงระดับเลเวล56! จากนั้นพลังปราณอสูรได้หยุดหลั่งไหลเข้าไปตรงบริเวณหน้าท้องของฉิงเหม่ยและแสงจันทร์ที่สาดส่องมาที่ฉิงเหม่ยก็ได้จางหายไปเช่นกัน เวลาผ่านไปครู่หนึ่งดวงแสงสีขาวได้ล่องลอยออกมาจากบริเวณหน้าท้องของฉิงเหม่ย และได้แปรเปลี่ยนรูปลักษณ์กลับมาเป็นวิหคน้อยที่น่ารักเช่นเดิม        “เหล่าน้องชายที่น่ารักของข้า ข้าจะช่วยให้พวกเจ้าแข็งแกร่งเร็วขึ้นเอง พวกเราจะได้ออกไปเที่ยวเล่นด้วยกันได้เร็วขึ้น !” วิหคน้อย ระดับเลเวล40 กล่าวขณะจ้องมองไปยังหน้าท้องของฉิงเหม่ย จากนั้นนางได้มุดเข้าไปนอนหลับอยู่ในอ้อมแขนของฉิงเหม่ยเหมือนดั่งเช่นทุกวัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้พลังปราณอสูรภายในมิติแดนอสูรลดความหนาแน่นลงไปถึงสามส่วน! แต่หลังจากเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง พลังปราณอสูรภายในมิติแดนอสูรก็ได้กลับมามีความหนาแน่นเช่นเดิม        เมื่อเช้าวันรุ่งขึ้นมาถึง ฉิงเหม่ยได้ตกตะลึงหลังจากได้เห็นระดับเลเวลของตนเองและวิหคน้อย        "ข้าควรจะไปบอกนายท่านในเรื่องนี้" ฉิงเหม่ยคิดในใจ จากนั้นนางได้พาวิหคน้อยไปหาหวังเหว่ยภายในที่พักของเขา        “นายท่าน ระดับเลเวลของข้าเพิ่มขึ้นมาเป็นระดับเลเวล56แล้วเจ้าค่ะ !” ฉิงเหม่ยกล่าวขึ้นในทันทีที่มองเห็นหวังเหว่ย        หวังเหว่ยที่กำลังฝึกซ้อมทักษะการต่อสู้อยู่ได้หันมามองฉิงเหม่ยหลังจากได้ยินเสียงของนาง “โอ้! เพียงแค่คืนเดียวระดับเลเวลของเจ้าก็เพิ่มขึ้นมาเป็นระดับเลเวล56แล้ว! อีกทั้งวิหคน้อยยังเพิ่มระดับเลเวลจาก30มาเป็น40อีกด้วย !” หวังเหว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงประหลาดใจหลังจากใช้ทักษะตรวจสอบฉิงเหม่ยและวิหคน้อย        “ข้าเองก็ตกใจเจ้าค่ะนายท่าน เหตุการณ์เช่นนี้เหมือนกับเมื่อคราวที่แล้วเลยเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยกล่าว        หวังเหว่ยได้ยิ้มให้กับนาง “ข้าได้ลองใช้ทักษะตรวจสอบดูแล้ว ร่างกายของเจ้าแข็งแกร่งขึ้นไม่น้อย อีกทั้งยังแข็งแกร่งขึ้นแบบไม่มีผลข้างเคียงเลยด้วย! ฮ่าๆ ข้าช่างอิจฉาเจ้าเสียจริงฉิงเหม่ย”        “นะ นายท่าน ใครบอกไม่มีผลข้างเคียงเจ้าค่ะ หลังจากนี้ข้าต้องเลี้ยงเด็กที่ซุกซนแบบวิหคน้อยอีกตั้งห้าคนเลยนะเจ้าค่ะ !” ฉิงเหม่ยกล่าวขณะทำแก้มของนางพองขึ้นเล็กน้อย        หวังเหว่ยได้ยินดังนั้นเขาจึงได้หัวเราะออกมาเสียงดัง “ฮ่าๆๆๆ เอาน่าข้าจะช่วยเจ้าดูแลพวกเขาเอง แต่ในตอนนี้พลังปราณอสูรของเจ้าเริ่มจะมีมากเกินไปแล้ว ในแหวนมิติวงนี้มีเม็ดยาสมุนไพรปรับสมดุลพลังปราณอสูรระดับชั้นเลิศที่ข้าได้หลอมขึ้นมาให้เจ้าโดยเฉพาะอยู่หนึ่งร้อยเม็ด ให้เจ้าใช้พวกมันเวลาที่เจ้ารู้สึกว่าเจ้าเริ่มควบคุมพลังปราณอสูรได้ยากลำบาก” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้มอบแหวนมิติให้กับฉิงเหม่ย        “ขอบคุณนายท่านเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยได้ยื่นมือไปรับแหวนมิติหลังจากกล่าวจบ        “เอาล่ะ เจ้าควรจะกลับไปนั่งสมาธิเพื่อปรับสมดุลพลังปราณอสูร และในวันพรุ่งนี้ข้าจะพาเจ้าไปงานแต่งงานของเฟิงเค่อกับซูฮวาหลงและเฟิงเป้ากับเหวินหนิงถัง” หวังเหว่ยกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม        “เฟิงเค่อก็จะแต่งงานหรือเจ้าค่ะ !?” ฉิงเหม่ยกล่าวถาม        “ฮ่าๆ ใช่แล้ว บางทีนี่คงเป็นโชคชะตาของพวกเขา ในบางครั้งหากมีเรื่องที่ทำให้เจ้าสับสนหรือไม่เข้าใจ เจ้าจงเชื่อมั่นในโชคชะตาของเจ้าและก้าวเดินต่อไป” หวังเหว่ยกล่าว        ฉิงเหม่ยได้หันไปมองหวังเหว่ยด้วยแววตาที่ลึกซึ้งหลังจากได้ยินคำกล่าวของเขา "หากข้าทำเช่นนั้นจะไม่เป็นไรจริงๆหรือเจ้าค่ะนายท่าน" ฉิงเหม่ยคิดในใจ        “ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะนายท่าน ในเวลานี้น้องลู่เมิ่งน่าจะตื่นแล้ว ข้าขอพาวิหคน้อยไปเล่นกับนางก่อนเจ้าค่ะ” หลังจากกล่าวจบฉิงเหม่ย ได้ไปยังอาคารที่พักของอี้หลิวพร้อมกับวิหกน้อยในอ้อมแขนของนาง        ส่วนหวังเหว่ยเขาได้เริ่มหลอมสร้างอุปกรณ์ประเภทชุดเกราะสองชุดเพื่อเตรียมไว้มอบให้เป็นของขวัญแต่งงานของเหวินหนิงถังและซูฮวาหลง หลังจากสร้างอุปกรณ์ประเภทชุดเกราะทั้งสองชุดเสร็จเรียบร้อย หวังเหว่ยได้เริ่มนั่งคิดค้นทักษะใหม่ๆ เพื่อเตรียมเอาไว้สอนให้กับเหล่าสัตว์อสูรของเขาอยู่ตลอดทั้งวัน และได้นอนหลับพักผ่อนตามปกติเมื่อถึงยามดึกสงัด        เมื่อยามเช้ามาถึงหวังเหว่ยได้ไปหาฉิงเหม่ยภายในที่พักของนางเพื่อพานางออกไปจากมิติแดนอสูรพร้อมกับเขา        “นายท่าน” ฉิงเหมยในชุดเดรสยาวสีขาว สวมใส่สร้อยอัญมณีสีฟ้าที่ดูสวยงาม ในมือของนางได้ถือกระเป๋าหนังสัตว์อสูรสีน้ำตาลที่ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีต ได้กล่าวทักทายหวังเหว่ย        หวังเหว่ยได้ตกอยู่ในภวังค์ทันทีหลังจากที่เห็นฉิงเหม่ยในชุดที่ดูสง่างามราวกับหญิงสาวชนชั้นสูง        “นะ นายท่าน ข้าดูเป็นอย่างไรบ้างเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยกล่าวถามอย่างเอียงอายเล็กน้อย        หวังเหว่ยที่ได้สติกลับมาหลังจากได้ยินเสียงของนางได้กล่าวขึ้นว่า “ฮ่าๆ เจ้าแต่งตัวเช่นนี้ไม่กลัวเจ้าสาวในงานจะขุ่นเคืองเอารึ”        “ชุดนี้ทำให้ข้าดูไม่ดีหรือเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยกล่าวถามด้วยสีหน้าที่เศร้าหมองลง        หวังเหว่ยได้ยิ้มออกมาหลังจากที่เห็นสีหน้าหมดความมั่นใจของนาง “ฮ่าๆ ชุดนี้ทำให้เจ้าดูงดงามมากเกินไปต่างหาก เจ้าไปเอาชุดเช่นนี้มาจากที่ใด ?”        “ข้าใช้คะแนนผลงานแลกมาจากหน่วยงานกองคลังเจ้าค่ะ ทางเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานกองคลังแนะนำให้ข้ามาเป็นพิเศษหลังจากที่พวกเขาได้ยินว่าข้ากำลังจะไปงานแต่งงานกับนายท่าน” ฉิงเหม่ยกล่าวตอบ        “อ่อ ข้าจำได้แล้ว นี่คงเป็นหนึ่งในสมบัติที่มาจากตระกูลจ้าน” หวังเหว่ยกล่าว        “ตระกูลจ้าน” สายตาของฉิงเหม่ยได้เปลี่ยนไปในทันทีหลังจากได้ยินชื่อตระกูลจ้าน        หวังเหว่ยที่เห็นดังนั้นเขาจึงได้กล่าวขึ้นว่า “เรื่องในอดีตได้ผ่านไปแล้ว หลังจากนี้พวกเราควรมองไปที่อนาคตกันดีกว่า ข้าคิดว่าเจ้าควรเริ่มคิดถึงวิธีเลี้ยงเด็กหกคนเอาไว้ล่วงหน้านะ” หวังเหว่ยกล่าวขณะมองไปยังหน้าท้องของฉิงเหม่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม        ฉิงเหม่ยหน้าแดงด้วยความเขินอายในทันที หลังจากที่เห็นหวังเหว่ยจ้องมองหน้าท้องของนาง “นายท่านสัญญากับข้าไว้แล้วว่าจะช่วยข้าเลี้ยงพวกเขา อย่าได้ลืมนะเจ้าค่ะ !”        หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับคำกล่าวของนาง “ฮ่าๆ ข้าเข้าใจแล้ว ว่าแต่วิหคน้อยอยู่ไหนล่ะ ?” หวังเหว่ยกล่างขณะมองหาวิหคน้อย        “วิหคน้อยนางไปหาน้องสาวของนายท่านตั้งแต่เช้าแล้วเจ้าค่ะ”        “โอ้! ดีแล้วล่ะช่วงนี้พวกนางไม่ค่อยจะได้เล่นด้วยกัน เช่นนั้นข้าจะรอเจ้าอยู่ที่นี่ เจ้าเข้าไปเปลี่ยนชุดกลับมาเป็นเหมือนเดิมให้เรียบร้อย”        “เจ้าค่ะนายท่าน” ฉิงเหม่ยรู้สึกงงเล็กน้อยกับคำสั่งของหวังเหว่ย แต่นางก็ยอมเข้าไปเปลี่ยนชุดแต่โดยดี เวลาผ่านไปสิบนาที ฉิงเหม่ยในชุดนักสู้สีขาวได้ออกมาหาหวังเหว่ยที่กำลังยืนรอนางอยู่        หวังเหว่ยได้ยิ้มให้กับนาง “เจ้าใส่ชุดนี้ก็ดูดีแล้วล่ะ เจ้าไม่ควรใส่ชุดแบบนั้นออกไปข้างนอก เพราะอาจจะมีชายหนุ่มมากมายมารุมล้อมเจ้า” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้พาฉิงเหม่ยออกไปจากมิติแดนอสูรพร้อมกับตนเองในทันที        วูบ        ณ ชั้นสองของอาคารที่พักของบิดา มารดาฉิงเหม่ย        “ท่านพี่ ท่านว่าพวกเขาทั้งสองเหมาะสมกันหรือไม่ ?” ฉินซวงกล่าวถาม        “อืม พวกเขาเป็นคู่ที่เหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก ข้าถึงบอกให้เจ้ามาหลบอยู่ตรงนี้เพื่อให้พวกเขาได้มีเวลาส่วนตัวอยู่ด้วยกัน” ฉินคุนกล่าว        “วิหคน้อยนางก็ดูเหมือนจะสนับสนุนเรื่องนี้เช่นกัน นางได้ออกไปหาน้องสาวของนายท่านตั่งแต่เช้า เพื่อให้พวกเขาทั้งสองคนได้มีเวลาอยู่ด้วยกันตามลำพัง” ฉิงซวงกล่าว        “อืม หากพวกเราช่วยถึงขนาดนี้แล้ว สองคนนั้นยังไม่ไปถึงไหนกันอีก พวกเราก็คงต้องเริ่มคิดหาแผนการสำหรับเรื่องนี้กันแล้วล่ะ” ฉินคุนกล่าวด้วยสีหน้าที่จริงจัง

    คล้ายกับเรื่องการเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร ที่คุณอ่าน