แต่ยมทูตก็ไม่เห็นนางแล้วเขาจึงคิดว่านางคงเข้าไปในช่องทาง์แล้วกระมังเมื่อเห็นว่าไม่มีใครแล้วเขาจึงรีบจากไปนำข่าวเื่ัดำกับสตรีนางนั้นไปรายงานเหยียนหลัวหวางอย่างเร่งด่วน
แต่เมื่อเขาไปถึง เขาก็เห็นเหยียนหลัวหวางกำลังต่อสู้กับสตรีที่เขาเห็นยืนอยู่บนศีรษะัดำ
เหยียนหลัวหวางกับสตรีนางนั้นสู้กันไปสู้กันมาอย่างดุเดือดยิ่งนักดุเดือดจนเขาไม่อาจสอดมือเข้าช่วยเหลือได้เลย เขาจึงยืนมุงดูรวมกับคนอื่นๆ(อ่านฉากนี้ได้ในนิยายเื่ หงส์คืนแค้น ค่ะ) เขาได้แต่ยืนดูคอยหาจังหวะเข้าช่วยเหลือเหยียนหลัวหวางแต่ทั้งสองสู้กันรวดเร็วยิ่ง เร็วจนเขามองตามแทบไม่ทันเลยทีเดียว
จ้าวเป่าฉินพลัดเข้าไปในช่องทางดำมืดช่องทางนั้นเธอพยายามจะตะกายกลับไปทางเดิม แต่รอบตัวเธอนั้นเวิ้งว้างว่างเปล่าไม่มีพื้นให้เธอยืน ดังนั้นเธอจึงร่วงลงไป ทำเธอใจนหัวใจแทบจะหยุดเต้นแล้ว“เหวอ---”
เธอกลัวจนแทบฉี่ราดแล้วจนในที่สุดทุกสิ่งทุกอย่างก็ดับวูบไป
ณ ชายแดนระหว่างยมโลกกับแดนเทพ ชายผมขาวคนหนึ่งกำลังเดินไปเรื่อยๆเขาถือไม้เท้าอันหนึ่ง ซึ่งไม้เท้าอันนี้เขาเพียงถือมันเอาไว้เฉยๆ ไม่ได้ใช้มันเพื่อค้ำยันแต่อย่างใดเขาเดินหลังตรงอย่างยิ่ง ไม่ได้เดินหลังค่อมงองุ้มดุจคนชราเลยสักนิดเขากำลังเดินหาบางสิ่งบางอย่างอยู่ สายตาเขากวาดมองไปเรื่อยๆจนในที่สุดเขาก็พบสิ่งที่เขาตามหา ซึ่งก็คือเถากลืนจิต เขายิ้มอย่างดีใจ “อาเจอเสียที”
เถากลืนจิตได้ยินเสียงดังขึ้นมันหันไปมองขณะที่กำลังอ้าปากจะกลืนิญญาสตรีอ้วนนางหนึ่งเข้าไปร่างกายมันพันรัดิญญาสตรีอ้วนที่อวบอ้วนจนมันพันนางไม่มิด ทำให้ชายผมขาวเห็นสตรีอ้วนบางส่วน
“หือ?”เขาเบิกตาครั้งหนึ่งอย่างแปลกใจแล้วดวงตาก็หดลงเป็ปกติในชั่วพริบตา
เถากลืนจิตเห็นชายผมขาวผู้นี้ก็รีบกลืนิญญาสตรีอ้วนเข้าไป
ชายผมขาวเห็นเช่นนั้นก็รีบพุ่งเข้าไปยื้อแย่งทันทีทั้งยังตวาดเสียงดัง “ปล่อยนาง!”
“ไม่ปล่อยๆข้าจะกินนาง” เถากลืนจิตพูดอย่างไม่ยินยอม มันรีบกลืนนางลงไป
ชายผมขาวปล่อยไม้เท้าแล้วใช้สองมือง้างปากเถากลืนจิตเถากลืนจิตพยายามจะกลืนสตรีอ้วนลงไปในคำเดียวแต่ติดที่ชายผมขาวง้างปากมันเอาไว้ทำให้มันกลืนสตรีอ้วนลงไปไม่ได้ชายผมขาวงัดแงะสตรีอ้วนออกมาจากปากเถากลืนจิตจนได้ ทั้งยังตีเถากลืนจิตไป 1 ทีผั๊วะ!
“แง๊! นายท่านใจร้าย!” เถากลืนจิตร้องออกมามันบีบน้ำตาให้ไหลแหมะๆ
ชายผมขาวจับสตรีอ้วนไปไว้ข้างหลังตัวเองแล้วมองเถากลืนจิตที่กำลังบีบน้ำตาต่อว่าเขาเขาเงื้อมือขึ้นอีกที ทำให้เถากลืนจิตหยุดร้องทันที มันรีบหยุดน้ำตาทันควัน ชายผมขาวจึงลดมือลงพลางบ่นว่า “เ้านี่นะเผลอเป็ไม่ได้เชียว ชอบหนีมาหาจับิญญากินอยู่เรื่อยหากวันไหนเหยียนหลัวหวางมาเอาเื่ ข้าจะปล่อยให้เขาเอาเ้าไปตุ๋นกินเสียเลย”
“อ๊า! นายท่านไม่ได้นะเ้าคะ ท่านจะปล่อยให้เขาเอาข้าไปตุ๋นไม่ได้นะเ้าคะ”เถากลืนจิตร้องโอดครวญ ยื่นเถาสองเส้นไปพันแขนนายท่านเอาไว้
ชายผมขาวถอนหายใจแล้วขู่มันว่า “ถ้าเ้ายังแอบหนีมาเช่นนี้อีก ครั้งหน้าอาจจะเจอเหยียนหลัวหวางก็ได้ถึงตอนนั้นเขาจับเ้าไปตุ๋นกินแล้วข้าจะทำอะไรได้ล่ะ”
“แง๊! นายท่านใจร้าย!” เถากลืนจิตร้องไห้ออกมา
ชายผมขาวไม่สนใจมันเขาหันไปมองสตรีอ้วนที่ช่วยออกมาจากปากเถากลืนจิตตัวตะกละ เขามองนางแล้วรู้สึกแปลกใจที่นางเป็เพียงิญญามนุษย์แต่กลับผ่านเขตแดนระหว่างยมโลกและแดนเทพมาได้โดยที่ิญญาไม่ถูกสายฟ้าระหว่างเขตแดนฟาดจนเสียหาย
ซึ่งส่วนใหญ่แล้วิญญามนุษย์ที่หลุดรอดมาที่นี่ได้นั้นล้วนถูกสายฟ้าฟาดจนิญญาแตกดับหรือไม่ก็หลงเหลือเพียงเศษเสี้ยวเท่านั้นหากเหลือเพียงเศษเสี้ยวเขาคงปล่อยให้เ้าตัวตะกละกินไปแล้วล่ะแต่นี่นางยังสมบูรณ์ดีอยู่ดังนั้นเขาจึงไม่อาจปล่อยให้เ้าตัวตะกละกินได้เขากำลังจะส่งิญญานางกลับไป แต่แล้วตัวนางก็เปล่งแสงจางๆ ออกมา ทำเขาประหลาดใจ“หือ?”
“อ๋า!? แสงเทพ!” เถากลืนจิตอุทานออกมา
ชายผมขาวมองแสงจางๆนั้นแล้วยื่นมือไปตรวจสตรีอ้วน
“นายท่าน นางเป็เทพ! อ๋า! ข้าเกือบจะกินเทพเข้าไปงั้นรึ! ถ้าเทียนจวินรู้เข้า ข้าคงถูกฆ่าแน่” เถากลืนจิตร้องออกมาอย่างตื่นกลัว
ชายผมขาวไม่สนใจมันเขาตรวจสตรีอ้วนอยู่ครู่หนึ่งแล้วดึงมือกลับ พูดว่า “ครึ่งเทพ”
“หา! ครึ่งเทพ!” เถากลืนจิตอุทานออกมามันปล่อยแขนนายท่านแล้วเดินอ้อมไปอีกด้านจ้องมองสตรีอ้วนที่ลอยอยู่กลางอากาศด้วยพลังของนายท่านมันจ้องมองนางแล้วมองนายท่าน
ชายผมขาวกำลังครุ่นคิดจึงไม่ได้สนใจมันแต่ถึงเขาจะไม่สนใจมัน มันก็ไม่กล้ากินสตรีอ้วนต่อหน้าเขาหรอก ลองกินดูซิไม่ต้องรอให้ใครเอามันไปตุ๋นหรอก เขานี่แหละจะตุ๋นมันเสียเอง
“นายท่านเหตุใดนางจึงเป็ครึ่งเทพ?” เถากลืนจิตถามอย่างสงสัย
ชายผมขาวมองมันแวบหนึ่งแล้วมองสตรีอ้วนเขามองมันอีกครั้งแล้วถามว่า “ตอนเ้าเจอนาง เจออย่างอื่นอีกหรือไม่?”
เถากลืนจิตคิดๆแล้วตอบว่า “ก่อนข้ามาถึงตรงนี้ ข้าเห็นเฮยหลงกับธิดาเ้าแม่เ้าค่ะ”
“เฮยหลงงั้นรึ?” ชายผมขาวครุ่นคิดแต่คิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าเหตุใดสตรีอ้วนจึงกลายเป็ครึ่งเทพไปได้แต่ในเมื่อนางเป็ครึ่งเทพแล้วเขาก็ไม่อาจส่งนางกลับไปได้แล้วเช่นนั้นจะทำอย่างไรดี? อืม?
เถากลืนจิตยื่นเถาไปแตะๆสตรีอ้วน มันแตะๆ ดูแล้วรู้สึกว่าผิวเนื้อสตรีอ้วนช่างนุ่มนิ่มน่าััยิ่งนุ่มลื่นดั่งแพรไหมอีกทั้งเด้งดึ๋งดั่งผิวทารก ทำให้มันลูบๆผิวสตรีอ้วนไปมาอย่างชอบใจ มันลูบๆ อยู่นานจนได้ยินเสียงนายท่านถามว่า“นั่นเ้าทำอะไร?”
มันชะงักกึก! เงยหน้ามองนายท่านแล้วยิ้มแหยๆ “ข้าไม่ได้คิดจะกินนางนะเ้าคะข้าแค่จับนางเท่านั้นเอง”
“นอกจากเ้าจะตะกละแล้วยังชอบลวนลามผู้อื่นด้วยรึ?”ชายผมขาวถามเสียงเข้ม
เถากลืนจิตรีบปฏิเสธ“ข้าไม่ได้ลวนลามนางนะเ้าคะ”
มันหดเถากลับทันที
ชายผมขาวมองมัน“ไม่ได้ลวนลาม แต่ข้าเห็นอยู่นี่นาว่าเ้าลูบคลำนาง”
“ก็...ก็นาง...”เถากลืนจิตอึกอักปฏิเสธไม่ออก จนในที่สุดมันก็แก้ตัวไม่ได้มันจึงคิดหาข้อแก้ตัวด้วยการยื่นเถาไปจับมือนายท่านวางบนต้นแขนสตรีอ้วน แล้วแก้ตัวข้างๆคูๆ “ก็ผิวนางน่าจับนี่เ้าคะ”
ชายผมขาวชะงักงันรู้สึกโกรธเ้าตัวตะกละขึ้นมาแล้ว เขาเรียกมันเสียงต่ำเย็นเยียบ “เ้าตัวตะกละ!”
เถากลืนจิตหดเถาไปแล้วรีบวิ่งหนีไปทันที“อ้า! นายท่านอย่าเอาข้าไปตุ๋นนะเ้าคะ!”
ชายผมขาวโมโหมันจนหน้าแดงเขาเก็บสตรีอ้วนไปแล้วยื่นมือไป ไม้เท้าก็ลอยเข้าสู่มือเขาทันทีจากนั้นเขาก็วิ่งตามเถากลืนจิตไป พลางะโไล่หลังมันไปว่า “อย่าหนีนะเ้าตัวตะกละ!”
“อ้า! นายท่านอภัยให้ข้าเถอะ ข้าผิดไปแล้ว!”เถากลืนจิตร้องไปพลางวิ่งเร็วจี๋ มันวิ่งสุดชีวิตทีเดียวทั้งๆที่รู้ว่าต่อให้มันวิ่งเร็วกว่านี้อีก 10 เท่าก็ไม่อาจหนีนายท่านพ้นมันวิ่งไปได้ไม่ทันไร นายท่านก็วิ่งอ้อมมาดักหน้ามันแล้วมันวิ่งไปจนหยุดไม่ทันจึงพุ่งไปหานายท่าน โคร้ม!
มันไม่ได้ชนนายท่านหรอกนะแต่ชนกับพลังอันแข็งแกร่งของนายท่านต่างหากมันกระแทกเข้าไปเต็มแรงจนตัวเจ็บไปหมดแล้ว
“หนีอีกซิ” ชายผมขาวพูดน้ำเสียงเย็นเยียบ
ทำเถากลืนจิตขนลุกชันมันรีบพูดพร้อมบีบน้ำตาทันที “อ้า! นายท่านให้อภัยข้าเถอะข้าผิดไปแล้ว”
“อืมจะตุ๋นดีหรือว่าย่างดีล่ะ?” ชายผมขาวพูดน้ำเสียงเย็นเยียบเช่นเดิม
ยิ่งทำให้เถากลืนจิตสั่นสะท้านไปทั้งตัวแล้ว“อ้า! นายท่านเ้าขา ไว้ชีวิตข้าเถอะเ้าคะ นายท่านเมื่อยไหมเ้าคะ?เดี๋ยวข้าทุบหลังให้นะเ้าคะ”
เถากลืนจิตปะเหลาะสุดชีวิตมันมองนายท่านด้วยสายตาอ้อนวอน ตาปริบๆ
ชายผมขาวมองมันอย่างคาดโทษ“กล้าจับมือข้าไปแตะต้องสตรีอีก ข้าจะตุ๋นเ้ากินเสีย!”
“ข้าไม่กล้า! ข้าไม่กล้าแล้วเ้าค่ะ!” เถากลืนจิตรีบพูดโบกเถาไปมาจนดูวุ่นวาย
ชายผมขาวมองมันแล้วสั่งว่า“กลับบ้าน”
“เ้าค่ะๆ”เถากลืนจิตรีบพยักหน้าหงึกๆ ดั่งไก่จิกข้าวเมื่อนายท่านเดินไปมันรีบวิ่งตามไปทันที
ณเรือนไม้หลังหนึ่ง ซึ่งเป็บ้านของชายผมขาวเขาเดินเข้าไปในบ้าน
เถากลืนจิตรีบวิ่งไปจุดไฟต้มน้ำชงชาให้นายท่านทันทีมันรีบพัดไฟให้ลุกโชน น้ำจะได้ร้อนๆ แล้วมันจะได้ชงชาไปเอาใจนายท่านเร็วๆ เพราะถ้าไม่มีนายท่านคุ้มหัวป่านนี้มันถูกเทพคนอื่นจับไปตุ๋นนานแล้ว ดังนั้นมันจึงสำนึกในบุญคุณของนายท่านยิ่งนัก
ชายผมขาวนำสตรีอ้วนออกมาสตรีอ้วนลอยไปนอนบนตั่งยาว ผ้าผืนหนึ่งก็ลอยไปห่มคลุมนางั้แ่คอจรดเท้าปกปิดเรือนกายนางเอาไว้ เขาเดินไปนั่งที่เก้าอี้
เถากลืนจิตก็ยกน้ำชาเข้ามาพอดีมันวางน้ำชาบนโต๊ะแล้วมองนายท่านอย่างประจบประแจง “นายท่านเ้าขา น้ำชาเ้าค่ะ”
“อืม” ชายผมขาวส่งเสียงคำหนึ่งแล้วสั่งว่า“เ้าไปตัดไม้สร้างเรือนอีกหลังหนึ่ง ข้าจะให้สตรีอ้วนผู้นี้อยู่เรือนหลังใหม่”
“อ๋า!?” เถากลืนจิตมองนายท่าน แล้วมองเลยไปที่สตรีอ้วนบนตั่งตัวใหญ่แต่บัดนี้ดูเล็กไปถนัดตาเมื่อสตรีนางนั้นนอนอยู่บนนั้น
“รีบไป” ชายผมขาวสั่ง
เถากลืนจิตจึงรีบรับคำสั่ง“เ้าค่ะ”
แล้วมันก็ออกไปตัดไม้สร้างเรือนตามคำสั่งก็จะให้นายท่านอยู่ร่วมเรือนกับสตรีนางนั้นได้อย่างไร จะอย่างไรก็ไม่เหมาะไม่ควรอย่างยิ่งชายหญิงไม่ควรใกล้ชิด ถึงตัวมันเองเถอะหากวันหน้ามันบำเพ็ญเพียรจนสามารถมีร่างมนุษย์ได้แล้วมันย่อมรับใช้ใกล้ชิดนายท่านเหมือนเช่นขณะนี้ไม่ได้แน่ก็นายท่านของมันถือตัวเื่นี้ยิ่งนัก เขาไม่ใกล้ชิดกับสตรีนางใดเลยมาช้านานแล้วมันรับใช้เขามาหลายพันปีแล้วจึงรู้เื่นี้ดียิ่งนักจนมันแอบคิดว่าบางทีความรู้สึกด้านนี้ของนายท่านคงไม่หลงเหลือแล้วกระมัง ซึ่งเื่นี้มันก็ดีใจอยู่ลึกๆที่มันไม่ต้องมีนายหญิงมาคอยชี้นิ้วสั่งมัน มันยอมรับใช้นายท่านคนเดียวเท่านั้น
ผ่านไป 6 ชั่วโมง ในที่สุดเรือนหลังใหม่ก็สร้างเสร็จมันจัดแจงเลือกทำเลให้ห่างจากเรือนนายท่านหน่อยภายในเรือนมีเตียงหลังหนึ่งกับโต๊ะเก้าอี้ชุดหนึ่ง ส่วนเครื่องเรือนอื่นๆไว้พรุ่งนี้มันค่อยทำเถอะ มันมองไปรอบๆ เรือนแล้วเดินไปเรือนนายท่านเข้าไปรายงานว่า “ข้าสร้างเรือนเสร็จแล้วเ้าค่ะ”
“อืม” ชายผมขาวพยักหน้าแล้วสั่งว่า“เ้าพานางไปเรือนใหม่ที ข้าจะได้นอนเสียที”
“เ้าค่ะ”เถากลืนจิตรับคำสั่งแล้วเดินไปโอบอุ้มสตรีอ้วนขึ้นมา พานางออกไปทันที
ชายผมขาวมองตามแล้วปิดประตูเรือนด้วยพลังไร้รูป
เถากลืนจิตเหลือบมองประตูแล้วพาสตรีอ้วนไปที่เรือนใหม่มันวางนางลงบนเตียงแล้วบ่นออกมา “หนักมาก!นางกินัเข้าไปหรือไรจึงได้หนักปานนี้!”
บ่นเสร็จแล้วมันก็เดินออกไปมันรีบเดินไปที่น้ำตกแล้วลงไปแช่น้ำทั้งตัวปากก็อ้าออกกลืนจิติญญาธรรมชาติของสายน้ำเข้าไปมันไม่กลัวว่าใครจะมาจับมันไปตุ๋นกินเพราะสถานที่แห่งนี้เป็สถานที่ของนายท่าน ใครก็ไม่กล้าย่างกรายมาล่วงล้ำทำให้นายท่านของมันโกรธหรอกนะใหญ่กว่าเทียนจวินก็นายท่านของมันนี่แหละนายท่านของมันเป็รองก็แค่ตี้จวินเท่านั้น ดังนั้นใครๆ ก็พากันเกรงอกเกรงใจมันมีนายท่านคุ้มหัวจึงไม่ต้องเกรงกลัวใคร แต่ถ้ามันไประรานใครก่อนนายท่านของมันนี่แหละที่จะจับมันตุ๋นเสียเอง
จ้าวเป่าฉินค่อยๆ ฟื้นขึ้นมา เธอมองไปรอบๆ อย่างงงๆเธอเห็นขื่อเห็นเพดานไม้สีแดงที่มีลวดลายคล้ายไม้ชนิดหนึ่งซึ่งมีสีแดงมีลวดลายสวยงามแต่ชื่อไม้อะไรเธอก็จำไม่ได้แล้ว รู้แต่ว่าไม้ชนิดนั้นโคตรๆ แพงเลยล่ะ เธอมองๆแล้วเบนสายตาไปมองที่อื่นต่อ เธอจึงพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงไม้ที่ไม่มีฟูกนอนแล้วเธอก็เห็นโต๊ะชุดหนึ่ง จากนั้นก็ไม่เห็นเครื่องเรือนอะไรอีกทั้งห้องมีแค่เตียงกับโต๊ะเท่านั้น ช่างเป็ห้องที่โล่งโจ้งมาก
“อ่อ เ้าตื่นแล้ว”
จ้าวเป่าฉินหันไปมองตามเสียงที่ดังขึ้นมาเธอเห็นบางสิ่งที่คล้ายๆ ปลาหมึกตัวใหญ่มาก มันใหญ่กว่ารถ SUV ซะอีก มันเป็สีเขียวทั้งตัว ทำเธอตกตะลึงไปครู่หนึ่ง
“นี่ๆตื่นแล้วก็ลุกซิ จะได้ไปพบนายท่าน”
จ้าวเป่าฉินอ้าปากค้างปลาหมึกั์พูดได้!
“เอ้า ยังไม่ลุกอีกเ้านี่ี้เีเสียจริง”
จ้าวเป่าฉินกะพริบตาปริบๆแล้วยกมือตบแก้มตัวเองเพี๊ยะๆ “อูย เจ็บอ่ะ”
“เ้าตบหน้าตัวเองก็ต้องเจ็บซิ”
จ้าวเป่าฉินรีบลุกขึ้นนั่งแล้วกระถดตัวไปจนติดผนังเธอรู้สึกว่าลมมันเย็นๆ จึงก้มลงมองตัวเองก็พบว่าเธอไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าทำให้เธอหน้าแดงแปร๊ด! ทันทีเธอรีบยื่นมือไปจับผ้าที่อยู่บนพื้นเตียงมาพันๆ ตัวทันทีเมื่อพันตัวจนแ่าดีแล้วเธอก็จ้องมองตัวที่เหมือนปลาหมึกั์ตัวนั้นเขม็ง “ฉันไม่ได้ฝัน!”
“ฝันอะไรของเ้าเ้ายังจะละเมอเพ้อพกอะไรอีก ในเมื่อตื่นแล้วก็รีบตามข้าไปพบนายท่านเสียทีนายท่านรออยู่นะ”
“นี่ๆแกเป็ตัวอะไรกันแน่?” จ้าวเป่าฉินถามอย่างตื่นกลัว
“ข้าคือเถากลืนจิต”เถากลืนจิตบอกแล้วเดินเข้าไปในห้อง
จ้าวเป่าฉินร้องลั่น“เฮ้ยๆ อย่าเข้ามานะโว๊ย! ตรูสู้ตายนะ!”
เถากลืนจิตชะงักเมื่อเห็นสตรีอ้วนตั้งท่าสู้มันมองสตรีอ้วนอย่างดูแคลน “เฮอะ ถ้าข้าจะกินเ้า ป่านนี้เ้าก็ไม่เหลือแม้แต่กระดูกแล้ว”
“เอะอะอะไรกัน?”
เสียงถามดังอยู่ด้านนอกทำให้เถากลืนจิตหันไปมองนายท่าน
มันเห็นนายท่านยืนอยู่หน้าเรือนกำลังมองมันอยู่มันจึงตอบว่า “ก็สตรีอ้วนนั่นน่ะซิเ้าคะ นางไม่ยอมลุกไปพบนายท่านเ้าค่ะ”
จ้าวเป่าฉินฟังแล้วรู้สึกว่าปลาหมึกประหลาดนั่นกำลังฟ้องอยู่ชัดๆเธอจึงชะเง้อคอพยายามมองลอดช่องประตูที่ถูกปลาหมึกประหลาดนั่นยืนขวางเต็มช่องประตูจนเหลือช่องให้มองลอดออกไปใหญ่แค่ฝ่ามือเท่านั้นแต่เมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ด้านนอกนั่นเธอก็ตกตะลึงไป ก็เขาดูคล้ายมหาเทพตงหัวในซีรีย์เื่Eternal Love(สามชาติสามภพป่าท้อสิบลี้)มาก ผมขาวยาวๆหน้าตาหล่อๆ เธออยากเห็นเขามากขึ้นอีกจึงขยับตัวลงจากเตียงแล้วพุ่งไปที่หน้าต่างโผล่หน้าออกไปมองให้ชัดๆเมื่อได้เห็นเขาชัดๆ เต็มตาเธอก็อุทานว่า “มหาเทพตงหัว”
“มหาเทพตงหัวอะไรของเ้า?”เถากลืนจิตถาม มันหันไปมองสตรีอ้วนที่ยื่นหน้าออกมาครึ่งตัวได้
“ตื่นแล้วก็ตามข้ามา”ชายผมขาวบอกแล้วหมุนตัวเดินไป
เถากลืนจิตรีบเดินตามไปทันที“นายท่านรอข้าด้วยเ้าค่ะ”
จ้าวเป่าฉินมองๆแล้วรีบเดินตามไปทันที ต่อให้เขาจะเอาเธอไปต้มยำทำแกงที่ไหนเธอก็ยอมแล้วจนกระทั่งเห็นชายผมขาวคนนั้นเดินไปนั่งที่ศาลามุงจากหลังหนึ่งตัวปลาหมึกประหลาดนั่นก็ไปยืนอยู่ด้านข้างเขา เขามองมาที่เธอ เธอชะงัก หยุดก้าวเดินมองเขา
“มานี่” ชายผมขาวกวักมือ
จ้าวเป่าฉินมองเขาแล้วค่อยๆเดินไปใกล้เขา เธอหยุดตรงนอกศาลาหลังน้อยเพราะแค่ปลาหมึกประหลาดตัวเดียวก็แทบจะเต็มศาลาแล้ว
“เ้าชื่อแซ่อะไรรึ?”ชายผมขาวถาม
จ้าวเป่าฉินมองเขาแล้วย้อนถาม“แล้วคุณชื่ออะไรล่ะ?”
“ข้าแซ่จางชื่ออี้ปิน จางอี้ปิน” จางอี้ปินตอบ เขามองสตรีอ้วนรอให้นางบอกชื่อแซ่
จ้าวเป่าฉินจึงบอกชื่อแซ่ตัวเองกับเขา“ฉันแซ่จ้าว ชื่อเป่าฉิน”
“อ่อ จ้าวเป่าฉิน”จางอี้ปินพยักหน้า
จ้าวเป่าฉินมองเขาแล้วเหล่มองปลาหมึกั์ประหลาดตัวนั้นถามว่า “แล้วตัวนั้นคือ?”
จางอี้ปินมองตามสายตาของจ้าวเป่าฉินแล้วตอบว่า“นี่คือตัวตะกละ”
“นายท่าน! ข้ามีชื่อแซ่นะเ้าคะ” เถากลืนจิตค้อนปะหลับปะเหลือกอย่างไม่พอใจมันยื่นเถาไปพันรอบแขนนายท่านอย่างกระเง้ากระงอด “ข้าแซ่จาง ชื่อหลิงเฟย ไงเ้าคะท่านตั้งให้ข้าเองแท้ๆ”
“อ่อ งั้นรึเ้าตัวตะกละ”จางอี้ปินพยักหน้าทีหนึ่ง
เถากลืนจิตยิ่งค้อนปะหลับปะเหลือก“ฮึ!”
จางอี้ปินไม่สนใจมันเขามองจ้าวเป่าฉิน เห็นนางใช้ผ้าห่มพันตัวเอาไว้ เขาจึงหันไปสั่งเถากลืนจิตว่า “เ้าไปหาซื้ออาภรณ์มาให้นางทีให้นางใช้ผ้าห่มเช่นนี้ไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่”
“ฮึ!” เถากลืนจิตยังขุ่นเคืองอยู่จึงทำเมินคำสั่งของนายท่าน
จางอี้ปินจ้องมันแล้วสั่งน้ำเสียงเย็นเยียบ“ยังไม่ไปอีก”
“อ้า! ไปแล้วๆ ข้าไปแล้วเ้าค่ะ” เถากลืนจิตสะดุ้งเฮือกแล้วรีบวิ่งไปทันที
จางอี้ปินถอนหายใจทีหนึ่งแล้วหันไปมองจ้าวเป่าฉิน พูดกับนางว่า “เ้าตัวตะกละก็ขาดๆ เกินๆ เช่นนี้แหละอีกหน่อยเ้าก็จะชินไปเอง”
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจreadfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ