[สถานที่: ป่าหมอกวิญญาณ - โซนป่าลึก]
เวลาผ่านไปราวสองชั่วยามหลังจากเหตุการณ์ปะทะกับเมืองป้อมอัสนี กลุ่มตัวแทนเมืองชิงเหอภายใต้การนำของเย่หวง ได้เดินทางลึกเข้ามาในป่าหมอกเรื่อยๆ
บรรยากาศรอบกายเริ่มเปลี่ยนแปลงไป หมอกสีขาวหนาทึบขึ้นจนมองเห็นระยะทางได้ไม่เกินสิบก้าว ต้นไม้รอบข้างบิดเบี้ยวผิดรูปทรง และเสียงคำรามของสัตว์อสูรที่ดังแว่วมาตามลมก็ฟังดูดุร้ายและน่าสยดสยองยิ่งกว่าเดิม แรงกดดันวิญญาณในอากาศเริ่มหนักอึ้งจน หวังเล่ย และคนอื่นๆ เริ่มมีเหงื่อกาฬไหลซึม
"ระวังตัวไว้... ข้างหน้านี้มีกลิ่นอายของสัตว์อสูรระดับวิญญาณขั้นกลางชุกชุม"
เย่หวงเตือนเสียงเรียบ หูของเขากระดิกเล็กน้อยเมื่อจับสัมผัสบางอย่างได้ ท่ามกลางเสียงลมพัดใบไม้... มีเสียงอื่นแทรกเข้ามา
ติ๊ง... ติ๊ง... ตึง!
เสียงดีดสายพิณที่ไพเราะแต่แฝงด้วยจิตสังหารรุนแรง และเสียงระเบิดจากการปะทะของพลังปราณ
"เสียงพิณ?" หลิวหรูเยียนขมวดคิ้ว
"ใครมาเล่นดนตรีในที่แบบนี้?"
"ไม่ใช่การเล่นดนตรี... แต่เป็นการต่อสู้"
เย่หวงหันไปทางทิศตะวันออก แววตาคมกริบ
"พวกเจ้าล่วงหน้าไปรอที่จุดนัดพบข้างหน้าก่อน... ข้าได้ยินเสียงคนต้องการความช่วยเหลือ และดูเหมือนสถานการณ์จะไม่สู้ดีนัก เดี๋ยวข้าจะรีบตามไป!"
"เดี๋ยวสิ เย่หวง! มันอันตราย..."
มู่ชิงเสวี่ยพยายามทัดทาน แต่ไม่ทันการ ร่างของเย่หวงพุ่งทะยานออกไปราวกับลูกธนู หายลับไปในม่านหมอกทันที
...
[สถานที่: ริมลำธารในป่าหมอก - ทิศตะวันออก]
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของเย่หวง คือสมรภูมิเลือดที่งดงามแต่โหดร้าย กลุ่มหญิงสาวในชุดศิษย์สีฟ้าอ่อนปักลายเมฆาและพระจันทร์จาก "ศาลาวารีจันทร์" (Moonwater Pavilion) จำนวน 5 คน กำลังตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤต พวกนางบาดเจ็บสาหัส เสื้อผ้าฉีกขาดเปรอะเปื้อนเลือด บางคนนอนหมดสติอยู่หลังโขดหิน
[System: Enemy Analysis]
Target: วานรหินผา (Rock Ape)
Level: 24-25 (Spirit Realm - Mid)
Warning: สัตว์อสูรมีความแข็งแกร่งทางกายภาพ ความเร็ว และสัญชาตญาณสัตว์ป่าเหนือกว่ามนุษย์ แม้มันจะอยู่ระดับ 'ขั้นกลาง' แต่ความอันตรายที่แท้จริงเทียบเท่ามนุษย์ระดับ 'ขั้นสูง' (High Stage) ได้เลยทีเดียว! การที่มนุษย์ทั่วไปจะรับมือพวกมันต้องใช้คนระดับเดียวกันถึง 3 คนต่อ 1 ตัว!
ศัตรูของพวกนางคือฝูง "วานรหินผา" (Rock Ape) ระดับวิญญาณ ขั้นกลาง จำนวน 6 ตัว! สัตว์อสูรพวกนี้มีร่างกายสูงใหญ่กว่า 3 เมตร ผิวหนังเป็นหินศิลาแกร่งที่ฟันแทงไม่เข้า และมีพละกำลังมหาศาลที่สามารถทุบต้นไม้ใหญ่ให้หักโค่นได้ในหมัดเดียว
ท่ามกลางวงล้อมมรณะนั้น... เหลือเพียงหญิงสาวผู้เดียวที่ยังยืนหยัดสู้ นางสวมชุดกระโปรงยาวพลิ้วไหวสีฟ้าคราม ใบหน้าครึ่งล่างถูกปกปิดด้วยผ้าคลุมหน้าบางเบา เผยให้เห็นเพียงดวงตาคู่สวยที่ฉายแววเด็ดเดี่ยวและเหนื่อยล้า ในมือของนางประคอง "พิณหยกขาว" ล้ำค่า นิ้วเรียวยาวที่ดีดสายพิณนั้นสั่นระริกและชุ่มโชกไปด้วยเลือดสดๆ
[System: Gamer Vision Activated]
[Scan Result]
Name: ฮวาหลิง (Hua Ling)
Rank: อันดับ 7 ในทำเนียบมังกร (Dragon List Rank 7)
Affiliation: ศิษย์เอกแห่งศาลาวารีจันทร์
Title: ธิดามายา (Illusion Maiden)
Level: 26 (Spirit Realm - High)
ตึง! ตึง! ตึง!
ฮวาหลิงกัดฟันแน่น รวบรวมปราณเฮือกสุดท้ายดีดสายพิณ เกิดเป็นคลื่นเสียงสังหารและภาพมายาสร้างร่างแยกหลอกล่อวานรหินผา
"อึก... ปราณข้า... จะหมดแล้ว..."
วานรตัวจ่าฝูงคำรามลั่น มันใช้กำปั้นทุบพื้นทำลายคลื่นเสียง ก่อนจะฉวยโอกาสฝ่าภาพมายาเข้ามาประชิดตัวนาง โฮก!!! กำปั้นหินยักษ์เงื้อขึ้นสูง เงาทะมึนพาดทับร่างบางที่ไร้ทางหนี ฮวาหลิงเบิกตากว้าง ความตายอยู่ห่างเพียงคืบ นางหลับตาลงยอมรับชะตากรรม
(ท่านอาจารย์... ศิษย์อกตัญญู คงไปไม่ถึงยอดเขาแล้ว...)
"แย่แล้ว!"
วูบ! สายลมกรรโชกแรงพัดวูบผ่านหน้า! เย่หวงกระโดดลงมาจากยอดไม้ด้วยความเร็วสูง ลงมายืนขวางหน้านางราวกับกำแพงเหล็ก มือข้างหนึ่งยื่นออกไปรับกำปั้นหินยักษ์ของวานรไว้... ไม่ใช่ด้วยแรงปะทะ แต่ด้วยการใช้ฝ่ามือเบี่ยงทิศทางแรงกระแทกให้ลงสู่พื้นดิน
ตูม! พื้นดินรอบตัวยุบลงเป็นหลุมลึก แต่ร่างของชายหนุ่มกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่นิ้วเดียว
เย่หวงหันมามองหญิงสาวที่ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ส่งรอยยิ้มมั่นใจให้
"ถอยไปแม่นาง... พระเอกมาแล้ว!"
ฮวาหลิงลืมตาขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มแปลกหน้าด้วยความตกตะลึง
"เจ้า... หนีไป! ผิวของพวกมันแข็งแกร่งมาก! การโจมตีทั่วไปทำอะไรมันไม่ได้!"
นางตะโกนเตือนด้วยความหวังดี
เย่หวงเลิกคิ้ว หันกลับไปเผชิญหน้ากับฝูงวานรที่กำลังโกรธจัด
"แข็งแกร่งงั้นเหรอ? ...น่าสนใจ"
เขายิ้มมุมปาก แววตาเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือก
"แต่ในโลกนี้... ไม่มีอะไรที่แข็งแกร่งไปกว่า 'ความว่างเปล่า' หรอกนะ"
วานรหินผาทั้ง 6 ตัวคำรามลั่นเมื่อเห็นเหยื่อรายใหม่ พวกมันพุ่งเข้าใส่พร้อมกันจากทุกทิศทางเหมือนกำแพงหินที่กำลังบีบอัดเข้ามา เย่หวงรู้ดีว่าลำพังมือเปล่าคงเจาะเกราะหินพวกมันไม่เข้าแน่...
"ได้เวลาลองวิชาใหม่กันหน่อย..."
มือขวาเอื้อมไปจับด้ามกระบี่ที่เอว
ชิ้ง!
[Item Activated: กระบี่อัสนีทมิฬ (Dark Lightning Sword) - Rank SR]
ทันทีที่ใบดาบถูกชักออกจากฝัก บรรยากาศรอบข้างก็เปลี่ยนไป! สายฟ้าสีดำทมิฬระเบิดออกมาห่อหุ้มใบดาบสีเงิน เสียง เปรี้ยะ! เปรี้ยะ! ดังสนั่นจนแสบแก้วหู แรงกดดันมหาศาลจากอาวุธระดับปฐพีแผ่พุ่งออกมาจนวานรหินผาชะงักฝีเท้าด้วยความหวาดกลัวตามสัญชาตญาณ
เย่หวงสูดลมหายใจลึก ผสานพลังปราณธาตุความว่างเปล่าเข้ากับสายฟ้าในกระบี่
"เพลงกระบี่เมฆาไหลริน... กระบวนท่าดัดแปลง..."
ร่างของเขาเลือนหายไปจากสายตา เหลือเพียงเส้นแสงสีดำที่พุ่งตัดผ่านอากาศ!
"อัสนีบาตฟาดฟัน! (Void Lightning Slash)"
ฟุ่บ! ฉัวะ! ฉัวะ!
ไม่มีเสียงปะทะ... ไม่มีเสียงระเบิด... มีเพียงเสียงของอากาศที่ถูกฉีกกระชาก เย่หวงเคลื่อนที่ผ่านร่างของวานรทั้ง 6 ตัวด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ เส้นแสงสีดำลากผ่านลำตัว คอ และแขนขาของพวกมันอย่างเงียบเชียบ
สายฟ้าสีดำที่มีคุณสมบัติของ [ธาตุความว่างเปล่า] ไม่ได้ทำลายเกราะหินด้วยแรงกระแทก... แต่มัน "ลบ" และ "ตัดผ่าน" โมเลกุลของสสารราวกับตัดเต้าหู้
เย่หวงมาหยุดยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งในท่าคุกเข่าข้างเดียว เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน หันหลังให้ศัตรู มือขวาสะบัดเลือด (ที่ไม่มีอยู่จริง เพราะสายฟ้าเผาไหม้ไปหมดแล้ว) ออกจากกระบี่ ก่อนจะค่อยๆ เก็บเข้าฝัก
แกร๊ก... เสียงกระบี่ลงล็อกดังก้องกังวานในความเงียบ
ครืน... วินาทีต่อมา ร่างหินอันแข็งแกร่งของวานรทั้ง 6 ตัว ก็ค่อยๆ เลื่อนไถลออกจากกัน! รอยตัดเรียบเนียนสนิทและมีรอยไหม้เกรียมสีดำปรากฏขึ้นตามรอยแยก
ตุ้บ! ตุ้บ! ตุ้บ!
ชิ้นส่วนร่างกายนับสิบชิ้นร่วงกราวลงสู่พื้นพร้อมกัน กองกลายเป็นซากหินไร้วิญญาณในพริบตาเดียว!
ทันทีที่สัญญาณชีพของศัตรูดับลง ระบบที่ทำงานอยู่เบื้องหลังก็เริ่มทำหน้าที่ของมันอย่างขยันขันแข็ง
ตติ๊ด! ตติ๊ด! ตติ๊ด!
[System: Battle Ended - Victory!]
[System: Auto-Loot Activated]
[Received]: แกนอสูรวานรหิน (Spirit Core - Mid Grade) x6 (มูลค่าตลาด: ~6 ตำลึงทอง)
[Received]: หนังสัตว์อสูรศิลา (Rare Material) x6
[Received]: ค่าประสบการณ์ (EXP) จำนวนมาก
[System Reward]: เงินรางวัลสังหาร (Kill Reward) +6 ตำลึงทอง (เข้ากระเป๋าโดยตรง)
แสงสว่างวาบขึ้นจากซากศพ ไอเทมล้ำค่าและตัวเลขเงินสีทองถูกดูดเข้าไปใน [กระเป๋ามิติ] ของเย่หวงโดยอัตโนมัติอย่างรวดเร็วจนไม่มีใครสังเกตทัน
เย่หวงเหลือบมองตัวเลขเงินที่เด้งขึ้นมาในมุมมองสายตาแล้วยิ้มกริ่ม (ลิงพวกนี้ไม่มีกระเป๋าตังค์ แต่ระบบจ่ายแทนสินะ... เยี่ยม! ค่าขนมเพิ่มมาอีก 6 ตำลึงทอง บวกกับมูลค่าแกนอสูรอีก... งานนี้กำไรเน้นๆ)
เงียบกริบ... ฮวาหลิงอ้าปากค้าง ลืมความเจ็บปวดที่ปลายนิ้วไปจนหมดสิ้น นางจ้องมองแผ่นหลังของชายหนุ่มชุดขาวที่ยืนท่ามกลางซากศพของสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งระดับมอนสเตอร์ 6 ตัว แต่เขาใช้เพียงกระบวนท่าเดียว... แถมยังเก็บกวาดสนามรบได้สะอาดเกลี้ยงเกลาภายในพริบตา
สายลมพัดผ้าคลุมหน้าของนางปลิวไสว ฮวาหลิงพึมพำออกมาด้วยเสียงอันสั่นเครือ
"เพลงกระบี่ที่รวดเร็วดุจสายฟ้า... และทรงพลังปานเทพเจ้า..."
"เขา... เป็นใครกันแน่?"