Chapter 3
อ่อยขนาดนี้แต่มึงยังไม่เอา
เวลา 1.50 น.
ฉันมาที่ห้องของครามแต่ก็พบว่าตอนนี้มันไม่ได้อยู่คนเดียว แต่กำลังนั่งนัวเนียอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งในชุดนักศึกษา กระโปรงพลีทถูกถลกขึ้นจนเห็นกางเกงชั้นในสีดำแสนเซ็กซี่ และฝีมือคนทำก็จะเป็ใครไปไม่ได้นอกจาก...คราม!
“ตาบ้า! แล้วบอกให้ฉันมาอ่านหนังสือด้วยทำไมยะถ้าจะทำแบบนี้!”
ฉันยืนเท้าสะเอวแล้วะโด่าเพื่อนรักที่นั่งนัวเนียกับผู้หญิงบนโซฟา
“ว้ายย!”
ยัยนั่นใอย่างสุดขีดเมื่อหันมาเห็นฉันที่ยืนอยู่หน้าประตูพร้อมกับถือคีย์การ์ดแกว่งไปมา แขนอีกข้างก็สะพายกระเป๋าสีชมพูหวานแหวว
“เฮ้ย! ญดา!”
“ก็เออน่ะสิ กูเองค่ะ”
“มึงมาเร็วจังวะ! กูบอกให้มาตีสอง!”
“...”
ฉันถึงกับพูดไม่ออก
“แล้วสรุปจะเอายังไง? ให้กูกลับเลยมั้ยล่ะ”
ฉันเองก็ไม่พอใจเหมือนกันที่นัดฉันเอาไว้แต่กลับมานัวเนียเตรียมจะเอากับผู้หญิงคนอื่น ทั้งที่ฉันเป็คนช่วยให้มันได้ไปเที่ยวผับแท้ๆแต่กลับปล่อยให้ฉันกลับแท็กซี่ส่วนตัวเองก็เอาผู้หญิงที่ไหนไม่รู้นั่งรถกลับมาที่คอนโดตัวเองด้วย
ไม่รู้ว่ามันจะรู้บ้างมั้ยว่าฉันชอบมันชอบมาตั้งนาน เมื่อไรจะเลิกบื้อสักทีนะ
หรือความจริงมันไม่ได้บื้อ มันแค่ปฏิเสธฉันทางอ้อม?
“เฟรมกลับไปก่อน”
ครามหันไปบอกยัยผู้หญิงคนนั้นที่ชุดนักศึกษายังหลุดรุ่ยติดกระดุมไม่เรียบร้อย
“แต่..”
“กลับไปก่อน!”
ครามตวาดยัยหน้าสวยนั่นจนรู้สึกเริ่มกลัว
“ก็ได้! แต่รอบหน้าครามต้องมาต่อให้เค้านะ!”
“อือ”
ครามครางตอบในลำคออย่างไม่ใส่ใจนักก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาแล้วเดินออกไปสูบที่นอกระเบียงคอนโด
เมื่อยัยนั่นออกไปฉันก็นั่งลงที่โซฟาแล้วเอาไอแพดขึ้นมาเปิดพร้อมกับเหลือบมองไปทางครามที่เดินออกไปนอกระเบียง
จะมีเศษเสี้ยวในใจบ้างมั้ยนะที่มันรักฉัน...
“คราม”
ฉันเอ่ยเรียกชื่อมันเสียงแ่เบา มันหันมามองนิดนึงก่อนจะบี้เศษบุหรี่ทิ้งในถ้วยด้านนอกระเบียงแล้วเดินเข้ามาหาฉัน
“อะไร?”
มันตอบห้วนๆแล้วหย่อนก้นนั่งลงข้างฉัน ตอนนี้ มันยังคงสวมเสื้อเชิ้ตสีดำกับกางเกงสแล็คดำที่ใส่ไปเที่ยวผับอยู่แต่กระดุมหลุดลุ่ยรวมถึงซิปกางเกงก็ถูกรูดลงจนเห็นบ๊อกเซอร์ด้านในที่เป็ลายตาราง
“เมื่อไรจะเลิกมั่วสักที?”
ถามมันตรงๆไม่หลบสายตา
“แล้วเมื่อไรมึงจะเลิกชอบกูสักที?”
เฮือกกกก! มันรู้เหรอ!? รู้ได้ยังไง!
“....”
ฉันเงียบพูดไม่ออก ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเพราะสิ่งที่ครามพูดมันคือความจริง
“กูรู้นะญดา”
“แล้วไง”
“...”
“มึงรู้แล้วมึงรู้สึกยังไงล่ะ? รับรักกูมั้ย”
ฉันถามออกไปเชิงประชด แต่ใจนึงก็หวังว่ามันจะรับรักแม้จะรู้ว่ายากมาก
“หึ มึงกล้าดีนะญดา แต่เสียใจที่กูไม่ได้รักมึง”
จุกสิคะ...
“...”
“เพราะฉะนั้นเลิกหวังได้แล้ว”
ดวงตาหล่อจ้องลึกเข้ามาในดวงตากลมโตของฉันเพื่อแสดงความรู้สึกของมัน ก็เข้าใจมันนะ...แต่ฉันเจ็บจัง ทั้งเจ็บ...ทั้งจุก
“กูก็ไม่ได้หวังอะไรกับมึงสักหน่อย”
ฉันตอบเสียงแ่
“คิดได้แบบนั้นก็ดี เพราะกูไม่มีทางคิดเกินเพื่อนกับมึงญดา”
คำประกาศิตลั่นออกมาจากปากของครามชัดเจน ฟังเบาๆก็เจ็บ
“มึงจะรังเกียจอะไรกูขนาดนั้นคราม”
เริ่มมีน้ำโหแล้วสิ ฉันมั่นใจว่าตัวเองก็สวยไม่แพ้สาวไหน
“ไม่ได้รังเกียจ แต่ไม่กินเพื่อนตัวเอง”
“ทำไม? กลัวอ่อ?”
ฉันท้าทายแล้วจ้องใบหน้าหล่อตี๋นั้นอย่างเอาเื่ มันทำให้ฉันรู้สึกว่าจะยอมเสียหน้าไม่ได้
มือเรียวยกขึ้นแล้วปลดกระดุมเสื้อชุดนอนสีชมพูแขนยาวออกทีละเม็ด
“มึงจะทำอะไร?”
มันขมวดคิ้วมุ่นแล้วมองมาที่มือของฉันซึ่งกำลังปลดกระดุม และนี่ก็เป็กระดุมเม็ดที่สามแล้ว เผยให้เห็นเนินอกขาวเนียน
“ก็อยากจะรู้ ถ้ากูนั่งแก้ผ้าติวหนังสือกับมึงอยู่อย่างนี้มึงจะอดใจไม่มองนมกับจิ๋มกูไหวมั้ย”
“ญดา!”
ครามดูจะโกรธมาก แต่ฉันไม่หยุดหรอกนะ!
มือเรียวเล็กปลดกระดุมลงมาจนถึงเม็ดล่างสุด เมื่อปลดจนครบก็โยนเสื้อนอนสีชมพูแขนยาวทิ้งลงพื้นไป
ตอนนี้ฉันนั่งเปลือยท่อนบนโดยมีแค่บราเซียสีชมพูตัวจิ๋วปกปิดเอาไว้ เนื้อเนินอกทะลักทะล้นออกมาเป็ลูก กล้าพูดเลยว่าไม่มีทางที่ครามจะไม่เห็น
“นมกูใหญ่ปะคราม หืม? ใหญ่กว่าที่มึงคิดมั้ย”
ครามเงียบ ดวงตาเรียวเฉี่ยวจ้องมองหน้าอกฉันอย่างเงียบๆ
“ว่าไงล่ะ ใหญ่มั้ย?”
ฉันเร่งเร้า
“เหมือนเด็กอนุบาล”
มันตอบแล้วเบือนหน้าหนี หน็อย! ไม่ยอมหรอกนะ! ฉันเกลียดจริงๆตอนมันทำหน้านิ่งแล้วพูดจากวนตีน
“มองแค่นี้คงไม่รู้ งั้นคงต้องถอดให้หมด”
ฉันจัดการถอดบราเซียตัวจิ๋วสีชมพูออกจนเผยให้เห็นทั้งหมด ท่อนล่างเองก็ถูกถอดออกเช่นกัน เรียกได้ว่าตอนนี้เปลือยเปล่าไปทั้งตัว ไม่รู้เหมือนกันว่าฉันไปเอาความกล้านี้มาจากไหน
“ญดา!”
ครามดูเหมือนจะไม่พอใจ แต่สายตาคู่คมก็ไม่ละออก ยังคงจ้องมองทรวดทรงองค์เอวนั้นอย่างไม่วางตา
“ทำไม เห็นแล้วทนไม่ได้เหรอ?”
ฉันถามขึ้นไปด้วยน้ำเสียงยียวนอยากจะเอาชนะ
“ถ้ามึงไม่เลิกทำแบบนี้ ไม่ต้องมาคุยกับกู”
ดูเหมือนครามจะกลัวเอาซะมากๆ ฉันได้ยินแบบนั้นก็เจ็บอยู่ในใจ นี่มันรังเกียจฉันขนาดนั้นเลยเหรอ
“ทำไมอ่ะคราม? กูก็มีเหมือนผู้หญิงคนอื่นทุกอย่าง ทำไมมึงถึงรังเกียจกูขนาดนี้”
พูดไปก็พาลน้ำตาจะไหล ร่างสูงลุกขึ้นแล้วหันหลังให้ฉันอย่างไม่้าที่จะเสวนาต่อ
“ลุกไปใส่เสื้อผ้า”
มันหันหลังไม่ยอมหันมาสบตา ไม่แม้แต่จะชายตามองมาทางนี้
ฉันรู้สึกว่า...ตัวเองไม่มีค่าเอาซะเลยที่ทำตัวแบบนี้
“มึงเกลียดกูมากใช่มั้ย? เกลียดมากใช่มั้ยที่กูทำแบบนี้”
“กูไม่ชอบ”
สิ้นคำนั้นของครามฉันก็รีบหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ดังเดิมแล้วเปิดประตูออกไปในทันทีโดยที่ยังไม่ได้ถือไอแพดติดมือมาด้วย
คนที่เราชอบบอกว่าเกลียดเรา...คำว่าไม่ชอบก็คือเกลียดนั่นแหละสำหรับฉัน แก้ผ้าโชว์ขนาดนี้ยังไม่มีอารมณ์ เห็นทีฉันคงต้องพิจารณาตัวเองแล้วว่าฉันมันจืดชืดถึงขั้นผู้ชายไม่แลเลยเหรอ