ณ ูเาหวู่จือ เกาะไหหลำ
ในหมู่บ้านมีงานสมโภชประจำปี โดยนำมณีนักษัตรปีกุนตั้งไว้บนบุษบกซึ่งทำด้วยลำต้นมะพร้าวตัดเป็ท่อนวางเรียงสี่ต้นเป็ฐาน คั่นด้วยแผ่นไม้แล้วใช้ลำต้นอีกสี่ชิ้นตั้งขึ้นไปมีหลังคาคลุมทำจากทางมะพร้าว
ในงานมีการแสดงหุ่นกระบอกไหหลำ มีชายหญิงเต้นระบำกะลามะพร้าวชาวบ้านมาร่วมงานจำนวนมาก บ้างก็กินดื่มพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
แต่ทันใดนั้น...
เซียวเยี่ยนหลงปรากฏตัวขึ้น ก่อนใช้พลังดูดเอามณีนักษัตรชิ้นสุดท้ายเข้ามาไว้ในมือแล้วหายวับไปในกลุ่มควันสีม่วง ท่ามกลางความงุนงงของคนในงาน
อีกด้านหนึ่ง ณ เมืองต้ายง (大庸) (ปัจจุบันคือจางเจี่ยเจี้ย หูหนาน )
ในถ้ำัเหลือง (黄龙洞)
หญิงสาวชาวถู่เจีย (土家族)สวมเสื้อสีฟ้าแดงมีลวดลายปักบนผ้า ประดับคอและศีรษะด้วยเครื่องเงินสวยงาม
พวกนางกำลังจัดแจงเครื่องเซ่นไหว้เทพเ้าเสืออันเป็ที่เคารพของชนเผ่าในบริเวณหน้าถ้ำ
ไต้เทียนอ๋องปรากฏกายขึ้น จับหญิงคนหนึ่งเป็ตัวประกันก่อนจะประกาศ
“พวกเ้าจงจำไว้ต่อไปนี้ให้นับถือแต่จอมมารจักรวาล จวินอู่ฮวาง ได้เพียงผู้เดียวหาไม่แล้วจะต้องเป็อย่างนางคนนี้” เขากล่าวจบ ก็ทำให้สตรีที่จับไว้กลายเป็โครงกระดูกในทันที
สร้างความใและหวาดกลัวของคนในเผ่าอย่างยิ่งพากันก้มลงกราบแทบพื้นตัวสั่นเทา
แต่แล้วก็มีเสียงแทรกเข้ามา
“ทำแบบนี้ไม่สวยงามเลยนะ เ้าอ๋องตก์”
เป็ขุนพลเจิ้งฝูเจี้ยงจวิน จือชางนั่นเอง เขามาพร้อมองค์หญิงชิงหลิง
ไต้เทียนอ๋อง “ พวกเ้ามารนหาที่ตายเองนะเอานี่ไปกิน”
เขากล่าวแล้วซัดพลังจากมือเป็ลำแสงเจ็ดสีพุ่งเข้าหาสองขุนพล
จือชางและชิงหลิงะโเลียงหลบแล้วสวนกลับด้วยพลังร้อนเย็นสองสาย
แต่อดีตเ้าปกครอง์สร้างม่านกำบังด้วยแผ่นพลังเทพแล้วเรียกบริวาร
“ออกมาเลย เ้าปีศาจ”
ปีศาจประจำตอนนี้ ปีศาจแห่งความว่างเปล่า (虛無魔)
พลังพิเศษ:ไม่ใช่ปีศาจที่มีรูปร่าง แต่เป็ "ช่องว่าง" ที่กลืนกินทุกสิ่งให้หายไปไม่ว่าจะเป็พลังปราณ ร่างกาย หรือแม้แต่การคงอยู่ทำให้เทพเซียนต้องเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าที่แท้จริง
จุดอ่อน:การเติมเต็มช่องว่างด้วยการสร้างสรรค์สิ่งใหม่หรือการรวมพลังปราณขั้นสูงเพื่อปิดผนึกมิติที่ว่างเปล่า
จือชางและชิงหลิงถูกกักไว้ในมิติว่างเปล่า ไร้ความรู้สึกตัว
เหมือนถูกแช่แข็งในมิติปีศาจแบบไร้กาลเวลา
เทพเ้าเสือเห็นเหตุการณ์จึงรีบเหาะขึ้นไปรายงานต่อองค์เง็กเซียน
ในท้องพระโรงพระราชวังเทียนกง สรวง์
“เห็นทีข้าต้องลงไปปราบปีศาจตนนี้เองแล้วละ”จักรพรรดิหยกตรัส
ทางด้านตำหนักมารจักรวาลเจ็ดสายน้ำใต้เงามาร
เจียวถิงยังคงถูกพันธนาการไว้ด้วยสายโซ่ภายในห้องมืด
เซียวเยี่ยนหลง เป็ห่วงนาง จึงลอบเข้าไปในห้องนั้น
“เ้าเป็อย่างไรบ้าง” ชายหนุ่มถาม
นักรบสาวที่กำลังร่อแร่ ไม่มีแรงแม้แต่จะตอบเพียงลืมตาขึ้นมองเขาอย่างยากลำบาก มีแค่คำสั้น ๆ ในลำคอ
“อือ”
โอรส์จึงใช้พลังเทพตัดสายโซ่จนขาดและพยุงเจียวถิงเตรียมออกจากห้องขัง
“พวกเ้าคิดหลบหนีหรือ”เสียงของจอมมารจักรวาลดังขึ้น
จวินอู่ฮวางในชุดขาวเดินเข้ามาในห้อง
“ช่างกล้ามากนะ เซียวเยี่ยนหลงเห็นทีข้าจะต้องลงโทษเ้าให้สาหัสยิ่งกว่านางได้รับเสียแล้ว”
กล่าวแล้วเขาก็ปล่อยพลังสายฟ้าจากมือเข้าใส่ร่างเ้าชายัเยี่ยนหลง
“อ้าก!.....”
บุตรเง็กเซียนดิ้นพร่านด้วยความเ็ปจนชาไปทั้งตัวล้มฟุบลงไปกองกับพื้น ต่อหน้าเจียวถิงที่มองเขาด้วยสายตาเวทนา
แล้วจอมมารจักรวาลก็ซ้ำเติมเจียวถิงด้วยลูกบอลพลังมารนับร้อยลูก
หญิงสาวดิ้นรนด้วยความเ็ปจากแรงกระแทกของพลังมาร
เซียวเยี่ยนหลงเงยหน้ามองหญิงคนที่ตนรักถูกทรมานก็แค้นใจนัก
แต่ด้วยความรักจริงใจ ก็ปลดปล่อยพลังลำแสงสีขาวสว่างจ้าใส่จอมมาร
ร่างของจวินอู่ฮวางกระเด็นไปติดผนังห้องขังนั้น
ปลุกสติของหนี่หวงอิ๊นให้หลุดจากการสะกดของมาร
แต่จอมมารจักรวาลก็ตอบโต้ด้วยพลังวงแหวนปีศาจรัดร่างของเซียวเยี่ยนหลงแล้วบีบรัดจนเขากระดูกแทบแตกร้องลั่นด้วยความปวดร้าวแสนสาหัส
“โอ้ย.......อ้าก......”
เจียวถิงเห็นดังนั้นก็ร้องเรียกเ้าชาย
“องค์ชาย ไยท่านต้องทำเพื่อข้าเช่นนี้ โธ่....”
เจียวถิงร้องไห้น้ำตาไหล หล่อนซาบซึ้งและเริ่มเห็นในคุณความดีของเขา
ณ ถ้ำัเหลือง
เง็กเซียนฮ่องเต้เสด็จด้วยพระองค์เอง เปล่งรัศมีสีทองจากฝ่ามือไปยังปีศาจความว่างเปล่าจนแตกสลายไป
จือชางและชิงหลิงก็หลุดพ้นจากมิติความว่างเปล่า
ขณะเดียวกัน ภายนอกตำหนักมาร
จิ่วเทียนเสวียนหนี่ใช้กระจกส่องมารดูจนรู้ที่อยู่ของจวินอู่ฮวาง ก็ยกกองทัพ์ไปบุกถ้ำวงกตแดนมาร
เหล่าสมุนปีศาจนอกถ้ำพยายามต่อต้านการโจมตีของกองทัพ์แต่มิอาจสกัดพลังฝีมือของสี่แม่ทัพ์ได้
จือชางและชิงหลิงก็เหาะมาร่วมสมทบบุกเข้าไปในถ้ำวงกต
สมุนปีศาจชั้นแถวหน้าก็พยายามต่อต้านการรุกราน
สองขุนพล์ฟาดฟันด้วยอาวุธจนเหล่ามารแตกสลายไปจำนวนมาก
จือชางกล่าวกับชิงหลิง
“องค์หญิง ท่านไปช่วยแม่ชุนฮวา ส่วนข้าจะไปช่วยเจียวหลิงกับองค์ชาย”
“ตกลง” ขุนพลหญิงรับปาก
ในห้องที่ขังเจียวถิง
จอมมารจักรวาลยังทรมานนักรบหญิงต่อเนื่อง
โอรสเง็กเซียนก็ยังใช้พลังเทพซัดใส่จอมมารแต่นั่นเทียบได้กับการเกาให้เกิดอาการคันระคายเคืองผิวเท่านั้น
จวินอู่ฮวางใช้เท้าเตะและถีบเ้าชายัโดยมือของเยี่ยนหลงยังกุมขาข้างหนึ่งของจอมมารไว้แน่น
“ไอ้นี่มันดื้อเสียจริงเพื่อเห็นแก่ผู้หญิงคนเดียว แกยอมเจ็บตัวเพียงนี้เชียวหรือ องค์ชายกระจอก”
“พอเถิด อย่าทำเขาอีกเลย” เสียงแ่เบาของเจียวถิงพยายามอ้อนวอน
แต่นั่นไม่อาจหยุดยั้งจอมมารจักรวาลได้ ยังคงกระหน่ำพลังปีศาจฟาดใส่ทั้งเซียวเยี่ยนหลงและเจียวถิงซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกว่าจะหนำใจ
ในที่สุด ขุนพลเจิ้งฝูจือชางก็บุกมาถึง
“หยุดนะ จอมมารจักรวาลกองทัพ์ยึดพื้นที่ตำหนักของเ้าไว้หมดแล้ว ยอมมอบตัวเสียเถิดโทษหนักจะได้เป็เบา”
จอมปีศาจหัวเราะ ” ถ้าเ้าสามารถ ก็ลองจับข้าดูสิ”
จวินอู่ฮวาง กล่าวจบก็หายตัววับหลบหนีไป
ชุนฮวากับชิงหลิงวิ่งมาสมทบที่ห้องขังเจียวถิง
แล้วทั้งหมดก็พากันออกจากตำหนักใต้เงามาร
เหล่าเทพไปรวมตัวที่กองบัญชาการทัพ์ ยอดเขาหวงซาน
จิ่วเทียนเสวียนหนี่ กล่าวกับชุนฮวา “ข้าจะปลุกพลังในตัวเ้าเพื่อฟื้นคืนพลังจากชาติก่อนที่เป็ม่อซั้งซั่ง
และดึงพลังของม่อเทียนหลงที่อยู่ในตัวเซียวเยี่ยนหลงออกมาเสริมด้วย”
ลำแสงสีขาวพุ่งออจากมือของเ้าแม่นพเก้า
ตรงไปยังร่างของชายและหญิง
เกิดรัศมีเจ็ดสี ดูมลังเมลืองวูบวาบในตัวชุนฮวาและเยี่ยนหลง
ในที่สุดเกิดแสงสีม่วงรอบตัวชุนฮวา และแสงสีแดงรอบตัวเยี่ยนหลง
“เอาละพลังเดิมของพวกเ้ากลับคืนมาเต็มเปี่ยมแล้ว ต่อแต่นี้เ้าทั้งสองก็สามารถต่อกรกับจอมมารจักรวาลจวินอู่ฮวาง ได้อย่างเต็มภาคภูมิแล้ว”
เ้าแม่จิ่วเทียนกล่าว
เฟิงจื่อหานก็เสริม“ขั้นตอนต่อไปเราต้องจัดทัพบุกไปยังเกาะโจวซานอันเป็ฐานที่มั่นใหม่ของจอมมารจักรวาล ขอให้ทุกคนเตรียมพร้อม”
เมื่อทุกคนออกจากห้องประชุม
เจียวถิงเดินไปคุยกับเซียวเยี่ยนหลง
“องค์ชาย ต้องขอขอบคุณท่านที่ยอมสละชีวิตช่วยข้า”
เ้าชายยิ้มก่อนตอบ “ไม่เป็ไรหรอก ข้าแค่ทนเห็นเ้าถูกทำร้ายไม่ได้”
“รอไว้เสร็จศึกกับจอมมารจักรวาลแล้วเราค่อยมาคุยกันใหม่เื่ของเรา” หญิงสาวกล่าวด้วยแววตาหวานฉ่ำ
องค์ชายัพยักหน้ายิ้มรับ
เจียงลี่ซือเดินมากล่าวกับเจียวถิง
“เดี๋ยวเ้าตามข้าไปที่ห้องสักคราวข้ามีอะไรจะให้ดู เกี่ยวกับอดีตชาติของเ้า”
“ค่ะ เ้าแม่” หนี่หวงอิ๊นก็เดินตามจิ่วเทียนเสวียนหนี่ไป
ณ ตำหนักมาร ภายในห้องพักของชุนฮวา
ยามค่ำคืนนั้น สาวชาวป่านอนหลับเพียงลำพังบนเตียงอันอ่อนนุ่ม
จวินอู่ฮวางในชุดขาวเดินทะลุผนังเข้าไปยืนมองหล่อนที่ข้างเตียง
เขาเอื้อมมือช้า ๆ หมายจะััศีรษะของชุนฮวา
แต่เกรงจะทำให้นางตื่น จึงชะงักมือไว้
น้ำตาของเขาเอ่อล้นคลอเบ้าก่อนจะปล่อยให้ไหลลงอาบแก้ม
แล้วหันหลังเดินทะลุกำแพงกลับออกไป
เขามีปมอะไรในใจเกี่ยวกับหญิงคนนี้กระนั้นหรือ?
สามวันหลังจากนั้น
์จัดกองทัพอย่างยิ่งใหญ่
กองหน้ามีสองขุนพล จือชางและชิงหลิง
ทัพตะวันออกมีหลี่เจียเป่าและเซียวเยี่ยนหลง
ทัพตะวันตกมีเจียงเฟยหลง ชุนฮวาและเจียวถิง
ทัพหลวงมี องค์เง็กเซียน เ้าแม่จิ่วเทียน หลีจื่อเหวิน
ทัพหลังมี เ้าแม่ซีหวางหมู่ จีกังและเฟิงจื่อหาน
ท่ามกลางธงรบโบกสะบัดรอบกองทัพ
องค์เง็กเซียนประทานโอวาทแก่เหล่าทัพ
“การศึกครั้งนี้ ไม่เพียงเป็การชี้ชะตาของสามภพเท่านั้น แต่ยังหมายถึงความรอดของสรรพชีวิตในทุกโลกธาตุทั่วจักรวาล
ขอให้เทพเซียนทุกท่านร่วมแรงร่วมใจหยุดยั้งการใช้กุญแจไขจักรวาลของจอมมารจวินอู่ฮวางให้ได้
จงประสบแต่ชัยชนะอันยิ่งใหญ่เด็ดชาด”
กองทัพทั้งหมดก็โห่ร้องไชโย
เสียงกลองรบเสียงแตร ดังไปทั้งสามภพ
ก่อนจะเคลื่อนพลไปบนท้องฟ้านภากาศ
มุ่งตรงไปยังเกาะโจวซานทะเลจีนตะวันออก
เสียงอสนีบาตฟาดเปรี้ยงแสงสว่างวาบวับทั่วผืนฟ้า
พายุหมุนหอบเอาคลื่นน้ำมหาศาลพัดพาขึ้นฝั่งของเกาะปีศาจ
นี่คือศึกสุดท้ายที่จะตัดสินชะตาของจักรวาล!
จบตอนที่ 13
(แต่งจบตอนวันที่15 ก.ค. 68 )
โปรดติดตามตอนที่14 (ตอนจบ)