ความรักลอยมา (จบ)

    บทที่ 34

    “อเล็กซานดร้า” แฮมิลตัน ฟิชเชอร์ ร้องทักเธอพร้อมกับคว้ามือไปกุมไว้ “คุณได้ฟังข่าวดีหรือยัง ที่รัก”“ค่ะ แฮมิลตัน เวลานี้ยังรู้สึกงงๆ อยู่เลยค่ะ มีความรู้สึกเหมือนตัวเองตกอยู่ในความฝันไม่มีผิด สงสัยต้องให้ใครช่วยหยิกแล้วล่ะ”“งั้นมา...พี่จัดการเอง” โรเบอร์ต้าพูดล้อๆ พร้อมกับเดินเข้ามากอดน้องสาว “ก็พี่เป็นพี่สาวเธอนี่ มีสิทธิ์หยิกได้เต็มที่เชียวล่ะ”“พี่ก็ทำอย่างนั้นอยู่เป็นประจำแล้วนี่” อลิกซ์หัวเราะเบาๆ“ขอตัวก่อนนะ คุณผู้หญิง” แฮมิลตันเอ่ยขึ้น “ผมเห็นจะต้องเดินทักใครๆ เสียหน่อย คุณสองคนจะได้คุยกันด้วยเดี๋ยวผมมา เออ...คุณรู้ไหมอลิกซ์ มีคนเขาสนใจงานของคุณหลายคนทีเดียวนะ แล้วผมก็สัญญากับเขาแล้วว่าจะแนะนำให้คุณรู้จัก”“ถึงยังไงน้องก็ยังทำใจให้เชื่อไม่ลงเลยค่ะ...” อลิกซ์กระซิบบอกพี่สาวเมื่อแฮมิลตันเดินจากไปแล้ว“พี่ดีใจกับเธอด้วยจริงๆ นะ” โรเบอร์ต้าบอก “อันที่จริงพี่ยังมีข่าวดีอีกเรื่องหนึ่งนะ แต่ตอนนี้รู้สึกว่าโอกาสมันไม่ใคร่เหมาะ รออีกสักพักก็แล้วกัน”ดวงตาของอลิกซ์เป็นประกายขึ้นทันที และอดถามไม่ได้ว่า“คงไม่ใช่เรื่องบ้านหรอกนะคะ”“ใช่สิ ก็เรื่องบ้านนั่นแหละ มันขายได้แล้วนะ อลิกซ์ที่เธอจะต้องทำก็แค่เซ็นชื่อลงในเอกสารแล้วก็เก็บข้าวของได้แล้ว คนซื้อเขาอยากเข้าอยู่ในทันที และทางธนาคารก็อนุมัติเรื่องเงินแล้วด้วย นี่...เอาไอ้ความกังวล ออกจากสีหน้าของเธอเสียทีเถอะ พี่พูดกับทนายความของวิลท์เขาแล้ว ทุกอย่างเรียบร้อย”“โอ...” สีหน้าของอลิกซ์บอกความสบายใจขึ้นอย่างมาก “ฉันดีใจจังที่พี่บอกให้น้องรู้ตอนนี้ ฉันจะได้เปลี่ยนแผนการแล้วก็อยู่ดัลลัสต่ออีกสัก 2-3 วัน“แน่นอน” โรเบอร์ต้าร้อง “เพราะเช้าวันจันทร์เธอจะต้องไปเซ็นสัญญาแล้ว”“ถ้าอย่างนั้น” อลิกซ์พูดอย่างใช้ความคิด “พี่น่าจะติดต่อบริษัทที่เขารับฝากเครื่องเฟอร์นิเจอร์นะคะ เมื่อน้องจัดการเรื่องเก็บเฟอร์นิเจอร์เสร็จแล้วน้องจะได้...”“…แต่คนซื้อเขาพอใจกับการตกแต่งที่ทำไว้นะ...” โรเบอร์ต้าขัดขึ้น “แล้วเขาก็ยังถามพี่ว่าเธอสนใจที่จะขายทั้งเครื่องตกแต่งด้วยหรือเปล่า”อลิกซ์เบิกตากว้าง รู้สึกดีใจที่จะได้กำจัดเครื่องเรือนชิ้นต่างๆ ที่มีแต่ความทรงจำแฝงฝังไว้ถึงชีวิตการแต่งงานระหว่างตัวเธอกับวิลตัน“แล้วตอนที่เขาถาม พี่ตอบไปว่ายังไงล่ะคะ”“เออ...จำไม่ได้ทั้งหมดหรอกนะว่าตอบเขาไปว่ายังไงบ้าง” โรเบอร์ต้าหยุดใช้ความคิดอยู่ชั่วครู่ “แต่ก็คงเป็นไปในทำนองที่ว่า เรายินดี...นั่นแหละ”“โอ...โรเบอร์ต้า...” อลิกซ์กุมมือพี่สาวไว้แน่น “นี่น้องจะขอบใจพี่ยังไงดีคะ”“ก็...อย่าลืมค่านายหน้าก็แล้วกัน” พูดจบพี่น้องสองสาวก็หัวเราะออกพร้อมกัน“จริงๆ นะ โรเบอร์ต้า เวลานี้น้องมีความรู้สึกว่าจู่ๆ ชีวิตมันก็เกิดสมบูรณ์ขึ้นมาเฉยๆ อย่างนั้นแหละ” เธอพูดเสียงเบาๆ “มันสมบูรณ์อย่างเยี่ยมยอดจริงๆ ”อลิกซ์หันขวับไปทันทีเมื่อรู้สึกว่ามีมือมาแตะตรงแขนเบาๆ“ที่รักคะ” เธอร้องอย่างดีใจเมื่อเห็นว่าเป็นโจ “คุณได้ทราบข่าวมหัศจรรย์แล้วใช่ไหมคะ เรื่องที่ภาพของฉันทั้ง 6 รูป ขายได้หมดเลย”“ผมไม่สงสัยเรื่องนั้นเลยนะ” เขาโอบแขนลงรอบไหล่รั้งร่างเธอเข้ามากอด “อลิกซ์ มีที่ไหนที่เราจะพูดกันได้อย่างเป็นการส่วนตัวไหมนี่”“ไปพูดกันในห้องทำงานของแฮมิลตันสิ” โรเบอร์ต้าบอก “ฉันว่าเขาไม่รังเกียจหรอก”“มีอะไรเกิดขึ้นหรือคะ โจ”แม้เธอจะไม่สามารถคาดได้เลยว่าเขากำลังจะพูดอะไรกับเธอ แต่ก็ยอมให้โจพาเธอเดินเข้าไปในห้องทำงานขนาดใหญ่ และปิดประตูตามหลังลงไป เขายืนหันหลังให้เธอมือยังคงค้างอยู่บนลูกบิดประตู ความสังหรณ์ใจที่กำลังก่อตัวขึ้นทำให้อลิกซ์อึดอัดใจอย่างที่สุด“โจคะ ได้โปรดเถอะ บอกฉันมาเถอะว่ามันมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น”ในที่สุด เขาก็หันหน้ามาทางเธอ แววแห่งความร้อนใจฉายชัดอยู่ในดวงตา“เรื่องชาร์ลี” เขาเอ่ยออกมาในที่สุด “ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไปเป็นทหาร เชื่อไหมอลิกซ์...เมื่อหลายวันก่อนเขาถูกส่งตัวไป แซน แอนโตนิโอ ไปเข้าโรงพยาบาลที่นั่น ตอนนี้อาการของเขาหนักมากทีเดียวนะ ที่รักไม่อย่างนั้นเขาส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลในนอร์ธ คาโรไลน่า ที่ฐานทัพตั้งอยู่ก็ได้ เขาเป็นนิวมอเนีย”“ตายจริง...เสียใจด้วยนะโจ”“ผมจำเป็นจะต้องออกเดินทางเดี๋ยวนี้นะ” เขาบอกอลิกซ์ยกมือขึ้นโอบไหล่เขาไว้ แนบใบหน้าลงกับแผงอก รู้สึกว้าเหว่ และรวดร้าวในหัวใจขึ้นมาพร้อมกันอย่างบอกไม่ถูก“ถ้าฉันไปกับคุณด้วยมันจะช่วยได้ไหมคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ผมเชื่อว่ามันช่วยได้มากนะ อลิกซ์” เขาพูดเสียงเบา “แต่สำหรับเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ผมอยากทำด้วยตัวเองมากกว่า”“ใช่ค่ะ” เธอรู้สึกถึงแขนที่โอบลงรอบกาย รั้งร่างเธอเข้าไปกอดไว้อย่างรุนแรงจนแทบหายใจไม่ออก“ขอผมกอดคุณไว้อย่างนี้อีกสักครั้งเถอะนะ ยอดรัก” เสียงเขาพูดอยู่ในเรือนผม “ก่อนหน้าที่ผมจะจากไป เหลือเวลาอีกไม่นาน เครื่องที่ผมจะไปก็จะออกแล้ว”เขากอดร่างเธอไว้เงียบๆ เป็นครู่ และในที่สุดเขาก็ประทับจุมพิตลงบนเรียวปาก“ผมจะกลับไปที่ไร่โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้” เขากระซิบบอกในที่สุด สูดลมหายใจลึกอย่างอาวรณ์ “ผมอยากจะอยู่ให้ถึงวันพรุ่งนี้ เพื่อขับรถพาคุณกับลูกๆ กลับไปบ้านแต่...”“ไม่ค่ะ” อลิกซ์ขัดขึ้นทันที อยากจะทำอะไรบางอย่างเพื่อให้เขาสบายใจขึ้น ตอนนี้เขาไม่ควรห่างเธอกับลูกเลย “เพราะฉันก็เพิ่งรู้เมื่อกี้นี้เหมือนกันว่าฉันจะต้องอยู่ดัลลัสต่ออีก 2-3 วัน” เธอคิดว่ามันไม่จำเป็นที่จะต้องเล่ารายละเอียดเรื่องการขายบ้านและการเก็บข้าวของนั่น “ลูกๆ กับฉันจะอยู่ที่นี่ ถ้าไม่ใช่ที่บ้านฉันก็บ้านของโรเบอร์ต้านะคะ คุณโทรศัพท์มาหาฉันได้ทันทีที่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไปนะคะ” แต่แล้วก็คล้ายกับเกิดความสังหรณ์ใจขึ้นมา อลิกซ์รีบพูดต่ออย่างร้อนใจว่า “คุณจะโทรศัพท์มาหาฉันใช่ไหมคะ โจ คุณจะเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับชาร์ลีให้ฉันฟังใช่ไหมคะ”“แน่นอน ยอดรัก ผมจะโทร.มาเล่าให้คุณฟังทันทีที่มันมีอะไรแน่นอน คิดว่าอีกสัก 2-3 วันก็คงจะรู้เรื่องแล้วล่ะผมรู้ว่าคุณเป็นห่วงเขาเท่าๆ กับผมเหมือนกัน” เขายกมือขึ้นเสยผม ท่าทางใช้ความคิดอยู่ “ผมจะโทรศัพท์จากสนามบินไปหาสองผัวเมียคาสเทลล์ให้เขาช่วยเลี้ยงเจ้าทีโบนให้ แล้วก็จะให้เฮนรี่มาช่วยเลี้ยงม้าให้จนกว่าเราจะกลับด้วย อ้อ...มีอีกอย่างหนึ่งนะ ผมอยากจะให้คุณช่วยบอกโรเบอร์ต้าให้เข้าใจด้วยว่าเพราะอะไรผมถึงต้องรีบไป”เมื่อเห็นเธอมองเขาเป็นเชิงถาม โจก็ยืนยันออกมาพร้อมกับกล่าวต่อว่า“คืนนั้นตอนที่เขาคุยกับผมอยู่ ดูเหมือนเขาจะรู้สึกไม่สบายใจอยู่มากที่ผมมีความสัมพันธ์กับน้องสาวของเขา”“ถ้าอย่างนั้น ฉันจะบอกเขาให้ค่ะ...ถ้าคุณคิดว่ามันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคุณจริงๆ ”“สำคัญสำหรับผมอย่างมากทีเดียว” เขาบอก กอดร่างเธอกระชับแน่นเข้าน้ำเสียงเคร่งขรึมของเขาทำให้อลิกซ์ระงัก และให้ความคิดอยู่ เป็นไปได้หรือไม่ที่ความกังวลในของโจในเรื่องที่เกี่ยวกับโรเบอร์ต้าเป็นเพราะเขาต้องการจะมีความสัมพันธ์อันถาวรต่อเธอจริงๆ เธอกล้าพอที่จะแปลความหมายในถ้อยคำอันมีเลศนัยนี้ว่ามันหมายถึงเงื่อนไขบางประการหรือเปล่า... และหัวใจของเธอก็เต้นระทึกขึ้นเมื่อตระหนักว่าในความเป็นจริงที่ต้องยอมรับต่อตนเองเช่นนั้นอยู่ เป็นครั้งแรกที่เธอเกิดความเชื่อมั่นว่า ขณะนี้โจกำลังวางแผนเพื่อวันเวลาในอนาคตของเขาและเธอ“เอาล่ะ” เขายึดร่างขึ้น “ผมเห็นจะต้องไปเสียที”“ให้ฉันไปส่งที่สนามบินนะคะ”“อยู่ที่นี่เถอะ อลิกซ์ วันนี้เป็นวันสำคัญของคุณนะ และผมก็ไม่อยากให้ตัวเองต้องมาเป็นตัวทำลายความสุขของคุณลงเสียทั้งหมด” เมื่อเห็นเธอทำท่าจะคัดค้าน เราก็แตะปลายนิ้วลงบนเรียวปาก “อย่าเป็นห่วงผมเลย ผมมีรถที่เขาจะไปส่งผมที่สนามบินแล้ว”“ใครคะ”ปลายนิ้วเพิ่มแรงกดลงบนเรียวปาก คล้ายจะห้ามมิให้เธอถาม และแล้วเขาก็ตอบเธอด้วยน้ำเสียงราบเรียบ และด้วยสีหน้าที่ราวจะไร้ความรู้สึกว่า“เมียเก่าผมเอง วันนี้เขาก็มาที่นี่นะ และเขานั่นแหละที่เป็นคนเอาข่าวเรื่องชาร์ลีมาเล่าผมฟัง”คำพูดประโยคนั้นสร้างความรานร้าวให้บังเกิดขึ้นในหัวใจอย่างเหลือประมาณ และอลิกซ์ก็เพิ่งจะนึกได้ในตอนนี้เองว่าโจยังมิได้เล่าให้เธอฟังเลยว่าเขารู้เรื่องชาร์ลีจากใคร“หมายความว่าเขา...” อลิกซ์จ้องหน้าเธออยู่ “คุณหมายถึงผู้หญิงผมสีบลอนด์หน้าตาสวยๆ คนที่ฉันเห็นคุณยืนคุยกับเขานั่นน่ะหรือคะ”“คนเราน่ะบางที่ความสวยมันก็เป็นเพียงแค่เปลือกนอกเท่านั้นนะ อลิกซ์” รอยยิ้มอ่อนๆ ปรากฏขึ้นเมื่อเขาสังเกตเห็นสีหน้าของเธอ “เอาล่ะ เพื่อเป็นการตอบคำถามของคุณผมก็จะบอกว่าใช่ เขาคือผู้หญิงผมสีบลอนด์ คนที่ยืนพูดอยู่กับผมนั่นแหละ”“แต่โจคะ ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงได้รู้ล่ะคะว่าคุณมาที่นี่“ผมคิดว่า…” โจยกมือขึ้นลูบคางในท่าครุ่นคิด “บางทีเขาอาจจะรู้จากนายนักสืบคนที่ผมจ้างให้ออกตามหาชาร์ลีก็ได้นะ เมื่อ 2-3 วันก่อนผมโทรศัพท์ไปหาเพรสคอทท์ เพราะอยากจะรู้ว่าเขาได้เรื่องอะไรมาบ้างหรือเปล่า แล้วผมก็เป็นคนบอกเขาเองว่า สุดสัปดาห์นี้ผมจะอยู่ที่ไหน”เขาเชยคางเธอขึ้น ขยับร่างเข้ามาใกล้ ไล้จุมพิตอ่อนโยนลงบนเรียวปาก ซึ่งทำให้อารมณ์ของอลิกซ์แทบจะระเบิดออกมา“จำไว้อย่างหนึ่งนะ อลิกซ์ ว่าผมรักคุณ” เขากระซิบบอกในที่สุด “ขอให้คุณเชื่อและไว้วางใจในตัวผมก็แล้วกันเมื่อกลับมาแล้ว ผมจะเล่าเรื่องต่างๆ ทั้งหมดให้คุณฟังเอง”“ฉันจะคอยคุณค่ะ ยอดรัก” อลิกซ์ตอบด้วยน้ำเสียงที่จริงจังอย่างที่สุดแต่โจเดินออกจากห้องนั้นพร้อมกับปิดประตูตามหลังลงอย่างหนักแน่นแล้ว

    คล้ายกับเรื่องความรักลอยมา (จบ) ที่คุณอ่าน