เสียงะเิดังพอสมควรจึงทำให้เหล่าศิษย์พี่ที่พึ่งสอบเสร็จรีบมา ด้วยกลัวว่าจะเกิดเหตุร้ายกับศิษย์น้องหญิงเล็กคนใหม่ อย่างไรก็ภาพที่พวกเขาเห็นนั้นกลับไม่ใช่อย่างที่คิด
มู่เสวี่ยหลินนั่งอยู่บนพื้น สายตาของนางจ้องมองเรือนพักที่กำลังลุกไหม้ด้วยสายตาว่างเปล่า เมื่อคนอื่นๆมาถึงนางก็อยู่ในสภาพนี้แล้ว
“ศิษย์น้องเ้าเป็เช่นไรบ้าง” สวีหลิงเหยียนรีบะโเข้าไปหามู่เสวี่ยหลิน ดวงตาสีแดงจ้องมองนางด้วยความกังวล
“ศิษย์พี่...ฮึก..ฮือๆๆ”
“ศิษย์น้องเป็อันใดาเ็ตรงไหนหรือ”
เมื่อเห็นเด็กสาวร้องไห้สวีหลิงเหยียนก็ใจนทำอะไรไม่ถูก เขาได้แต่จ้องมองนางด้วยแววตากังวล สองมือ(อุ้งเท้า)เกาะอาภรณ์ของนางด้วยความระมัดระวังราวกับกลัวว่าจะทำให้นางาเ็
“ศิษย์พี่ห้า..ข้า..ข้าไม่มีบ้านอยู่แล้ว แง...”
สวีหลิงเหยียนที่กังวลจนขนเกือบร่วงหมดหัว “....”
เสียงร้องไห้ของเด็กสาวฟังดูน่าสงสารไม่น้อย แต่ทว่าคำพูดของนางกลับทำให้คนรู้สึกขบขันไม่น้อย
“อุ๊บ..ฮะฮ่าๆ” หนิงิเฉินหัวเราะออกมาแบบไม่เกรงใจใคร ส่วนคนอื่นก็อดกลั้นไว้ด้วยกลัวว่าจะไปทำให้เด็กน้อยร้องไห้มากกว่าเดิม
“อะแฮ่ม ศิษย์น้องอย่าคิดมากเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้มันก็กลับมาเป็เช่นเดิมแล้ว” สวีหลิงเหยียนข่มความอยากหัวเราะลงแล้วเอ่ยปลอบมู่เสวี่ยหลิน
“จริงหรือ..”
มู่เสวี่ยหลินหันไปมองศิษย์พี่ห้าด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา ใบหน้าที่ไม่กี่ชั่วยามที่แล้วยังสะอาดสะอ้านยามนี้เต็มไปด้วยรอยเปื้อน หยาดน้ำตาทำให้ใบหน้าของเด็กสาวดูคล้ายกับแมวลาย ทั้งน่าเอ็นดูและน่าขบขันไปในเวลาเดียวกัน
สวีหลิงเหยียนฝืนระงับเสียงหัวเราะสุดฤทธิ์เมื่อได้เห็นใบหน้าของศิษย์น้อง เขาพยายามอย่างยิ่งเพื่อระงับรอยยิ้มตรงมุมปาก
“ชะ..ใช่แล้วศิษย์น้องอย่าห่วงไปเลย”
“เช่นนั้นก็เยี่ยมไปเลย..”
เด็กสาวถอนหายใจด้วยความโล่งอก นางนึกว่าตนจะต้องไปห้องปกครองไม่สิไปพบอาจารย์เสียแล้ว เพราะดันเผลอไปเผาเรือนพักโดยพลการ
“ในเมื่อเสี่ยวหลินไม่เป็อันใดแล้วเช่นนั้นก็กลับไปห้องเรียนกันก่อนเถอะ”
อาจารย์สวีเอ่ยพลางมองบ้านพักที่กำลังลุกไหม้ด้วยความสนใจ เดิมทีแล้วที่เรือนพักของศิษย์นั้นมีค่ายกลป้องกันอยู่ ดังนั้นไม่ว่าจะไฟแรงแค่ไหนโอกาสที่มันจะไหม้ก็ต่ำมาก แต่ลูกศิษย์ใหม่คนนี้กลับทำได้นี่มันช่างน่าสนใจจริงๆ
“เ้าค่ะ/ขอรับ”
ทุกคนที่ได้ยินคำสั่งของอาจารย์ก็พากันบินกลับไปที่เกาะหลัก เมื่อมาถึงห้องเรียนอาจารย์สวีก็ถามมู่เสวี่ยหลินว่ามันเกิดอันใดขึ้น ในตอนแรกเด็กสาวลังเลไม่น้อยเพราะเื่นี้มันน่าอาย
อาจารย์สวีที่เห็นเช่นนั้นเลยขู่ไปว่าจะให้จ่ายค่าชดเชย มู่เสวี่ยหลินถึงได้ยอมปริปากว่าแท้จริงแล้วมันเกิดอันใดขึ้น อย่าหาว่านางงกเลยนะตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวนางไม่เงินแม้แต่อีแปะเดียว ดังนั้นเื่จ่ายค่าชดเชยแก่สำนักจึงเป็ไปไม่ได้
ในเมื่อเงินไม่มีทางรอดเดียวคือสารภาพผิดไปตามตรง มู่เสวี่ยหลินจึงเล่าถึงสาเหตุที่ไฟไหม้บ้านด้วยประโยคง่ายเพียงไม่กี่ประโยค
“ศิษย์ฝึกเขียนยันต์อยู่ดีๆมันก็ะเิเ้าค่ะ”
สั้นจริงๆแค่ประโยคเดียว แต่ทว่าแค่ประโยคเดียวก็ทำให้เหล่าคนฟังถึงกับเงียบ เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่พวกเขาได้ยินว่าแค่เขียนยันต์ก็ทำให้บ้านะเิได้
“เสี่ยวหลินเ้ากำลังฝึกเขียนยันต์หรือ”
“เ้าค่ะ”
“...”
อาจารย์สวีไม่อยากจะเชื่อ เห็นอยู่ว่ามู่เสวี่ยหลินมีพร์ด้านปรุงยา แต่นางกลับไปฝึกเขียนยันต์เนี่ยนะ เสียเปล่า มันช่างเสียเปล่าจริงๆ
อาจารย์สวีรู้สึกอยากจะจับนางมาเขย่าแล้วถามว่าคิดสิ่งใดอยู่ถึงได้ทำเช่นนี้ อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าศิษย์น้อยคนนี้จะไม่ได้มีพร์เพียงแค่อย่างเดียวเสียแล้ว ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนจะเดินตรงเข้าไปหามู่เสวี่ยหลินที่กำลังนั่งก้มหน้าสำนึกผิด
“เสี่ยวหลินเ้าลองเขียนให้อาจารย์ดูหน่อยได้หรือไม่”
“แต่ว่า..” มู่เสวี่ยหลินกะพริบตามองอาจารย์สวีด้วยความกังวล
เมื่อรับรู้ได้ถึงสายตากังวลของเด็กสาวอาจารย์สวีก็นึกขันในใจ ให้ตายเถอะเด็กคนนี้คงยังไม่รู้สินะว่าะเิเพียงเล็กๆของนางไม่สามารถทำอันใดให้พวกเขาได้
“อย่าห่วงไปเลยเ้ายังมีอาจารย์อยู่”
คำพูดของอาจารย์สวีทำให้มู่เสวี่ยหลินสงบลง นางจ้องมองอีกฝ่ายก็เห็นว่าอจารย์กำลังส่งยิ้มให้ เมื่อเห็นเช่นนั้นนางก็ก้มหน้าลงแล้วหยิบก็กระดาษกับชาดขึ้นมาเตรียมเขียนยันต์
มู่เสวี่ยหลินหยิบพู่กันขึ้นแล้วลากเส้นบนกระดาษตามความทรงจำ เมื่อนางเขียนมาถึงเส้นสุดท้ายก่อนจบก็มีแสงเปล่งขึ้นมาแล้วก็ บึ้ม! เสียงะเิตามมาด้วยเศษซากของโต๊ะและเก้าอี้ที่กำลังลุกไหม้
อาจารย์สวีผู้ซึ่งยืนเคยอยู่หน้าโต๊ะยามนี้เขาได้ถอยออกมายืนหน้าห้องเรียน แขนข้างหนึ่งหนีบร่างของมู่เสวี่ยหลิน ส่วนมืออีกข้างที่ว่างก็ร่างคาถาเรียกน้ำออกมาดับไฟ
ซ่า...
เปลวไฟที่มอดไหม้ได้กับลงไปหลังจากโดนน้ำ อาจารย์สวีถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่เห็นว่าความเสียหายมีไม่มาก เพียงแค่ว่าวันพรุ่งนี้มู่เสวี่ยหลินไม่มีโต๊ะนั่ง ซึ่งมันก็ไม่ใช่เื่น่ากังวลเพราะยังที่ว่างอีกมากให้นางได้เลือก
“เสี่ยวหลินเ้ารู้หรือไม่ว่าตนเองผิดที่ใด”
“อาจารย์ศิษย์ไม่รู้”
มู่เสวี่ยหลินส่ายหัว ตอนนี้อาจารย์สวีได้วางนางลงแล้ว เนื่องจากเมื่อครู่นี้เป็เหตุเร่งด่วนเขาจึงรีบคว้าตัวนางหนี ไม่เช่นเกรงว่ายามนี้นางคงได้นอนอยู่ในกองเพลิงนั้นไปแล้ว
“เ้าใส่พลังในตอนท้ายมากเกินไป”
อาจารย์สวีนึกถึงแสงที่ตนเห็นในตอนที่มู่เสวี่ยหลินเขียนยันต์แล้วก็ส่ายหัว หากการปรุงยาสำหรับนางคือการหายใจ เช่นนั้นเขียนยันต์ก็คงเป็การกินข้าวที่กินมากเกินไปก็จะสำลัก ไม่เพียงเท่านั้นยังมีอักขระที่นางใช้อีก คาดว่าแม้แต่ปรมาจารย์ยันต์ตัวจริงก็ยังไม่กล้าเขียนคำว่าะเิร่วมกับไฟ
จุดสำคัญเลยคือมู่เสวี่ยหลินควบคุมพลังได้ไม่ดีมากนัก แถม่ท้ายนางใช้พลังเทพในการเขียนมากเกินไป ดังนั้นก่อนที่นางจะได้ยกพู่กันขึ้นยันต์จึงทำงานเสียก่อน อย่างไรก็ตามเขาก็ยังมีสิ่งที่ไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่
“เหตุใดเสี่ยวหลินถึงเลือกยันต์ะเิล่ะ”
“เอ่อ..(__|||)”
“บอกอาจารย์ไม่ได้หรือ”
“เปล่าเ้าค่ะศิษย์แค่กลัวว่ามันจะทำอาจารย์หัวเราะ”
เมื่อเห็นท่าทางทำอะไรไม่ถูกของมู่เสวี่ยหลิน อาจารย์สวีก็ยกมือขึ้นลูบหัวนางด้วยความเอ็นดู
“อย่ากังวลไปเลยอาจารย์ไม่หัวเราะหรอก”
“แต่ว่า” เด็กสาวมองไปทางเหล่าศิษย์พี่ที่อยู่รอบกาย
“ศิษย์น้องไม่ต้องกังวลพวกศิษย์พี่ไม่หัวเราะเ้าหรอก” เมื่อสวีหลิงเหยียนกล่าวจบอีกสองคนที่เหลือก็ให้สัญญาเช่นกัน
มู่เสวี่ยหลินที่ในตอนแรกยังคงลังเลอยู่ ตอนนี้นางก็รู้สบายใจขึ้นเมื่อได้เห็นเหล่าศิษย์พี่ให้สัญญา
“ที่จริงแล้วศิษย์คิดจะทำไปขายเ้าค่ะ”
“ขายหรือ?”
“เ้าค่ะพอดีว่าศิษย์ยากจนมาก..”มู่เสวี่ยหลินเอ่ยด้วยความเขินอาย
เมื่อเทียบกับคนที่อยู่ที่นี่นางเป็คนที่จนมากจริงๆ ทั้งเนื้อทั้งตัวไม่มีแม้แต่เหรียญสักอีแปะ ดังนั้นนางจึงคิดจะอาศัยยันต์เพื่อหาเลี้ยงชีพ แต่ผู้ใดจะไปคิดเล่าว่านางไม่เพียงแต่เขียนไม่ได้สักใบแล้วยังะเิบ้านกับโต๊ะของตนเองอีก
เด็กสาวรู้สึกอยากจะร้องไห้ยิ่งนัก เหตุใดนางเอกคนอื่นเปิดมาก็เทพกันหมด แต่พอเป็นางไม่บ้านะเิก็โดนฟ้าผ่า ฮือๆ์ช่างทำร้ายกันเหลือเกิน มู่เสวี่ยหลินในยามนี้นางได้ลืมไปแล้วว่าตนเป็นักปรุงผู้มากพร์ที่สามารถขึ้นมาเป็นักปรุงยาระดับเก้าด้วยยาเพียงเตาเดียว
“เ้าไม่มีหินเทพเลยหรือ”
“(-_- )( -_-)(-_- )( -_-)”
“เ้าไม่มีเลยสักก้อนเดียว”
“(-_-)(._.)(-_-)”
“อาเหยียนผู้เฒ่า แค่ก ท่านประมุขไม่ได้หินเทพเ้าเลยหรือ”
“ไม่เลยขอรับ”
“เช่นนั้นของอย่างอื่นเล่า”
“ไม่มีเลยขอรับ แม้แต่ชุดก็เป็ศิษย์น้องหกที่ไปเอามา”
อาจารย์สวี “...”
ชายหนุ่มกุมขมับด้วยความปวดหัว ตอนนี้เขารู้สึกอยากจะกลับไปอัดคนไม่สิคนแก่ยิ่งนัก ให้ตายเถอะตาเฒ่าจะไร้ความรับผิดชอบเกินไปแล้ว อาจารย์สวีบ่นในใจยามนี้เขารู้สึกสงสารมู่เสวี่ยหลินยิ่งนักที่ต้องมาเจอกับอาจารย์ไร้ความรับผิดชอบเยี่ยงนี้
“เอานี่ไปใช้ก่อนหากไม่พอก็ให้อาเหยียนมาบอก”
อาจารย์สวียื่นถุงจัดเก็บให้มู่เสวี่ยหลิน ส่วนข้างในมีอะไรนั้นก็คงไม่ต้องให้เขาบอกเพราะเด็กสาวรู้ดีว่าอาจารย์ให้สิ่งใด ซึ่งนั้นก็ไม่ใช่อะไรอื่นนอกสิ่งที่นางขาดมากที่สุด
“ท่านอาจารย์..ท่านช่างดียิ่งนัก” มู่เสวี่ยหลินมองอาจารย์สวีด้วยสายตาซาบซึ้งทำเอาอาจารย์สวีถึงกับขนลุก
“อื้ม วันนี้ก็สายแล้วข้ากลับก่อนล่ะ อาหยียน”
“มาแล้วขอรับท่านอา”
สวีหลิงเหยียนรีบะโไปหาอาจารย์สวี ตอนที่ผ่านมู่เสวี่ยหลินเขาก็บอกนางว่าวันนี้ให้ไปพักที่ลานของเขาก่อนรอพรุ่งนี้เมื่อลานซ่อมเสร็จค่อยกลับไปก็ มู่เสวี่ยหลินที่ได้ยินก็มองกระต่ายขาวในอ้อมกอดของอาจารย์สวีอย่างซาบซึ้ง
เมื่อทั้งสองจากไปแล้วมู่เสวี่ยหลินก็ยังคงอยู่ที่เดิม สายตายังคงจ้องมองไปยังทิศทางที่อาจารย์สวีบินจากไป
“อยากรู้หรือ”
“เ้าค่ะ”
“ทางนั้นเป็เมืองน่ะ”
“เมืองหรือเ้าคะ?”
มู่เสวี่ยหลินมองแมวขาวด้วยความสงสัย เพราะนางนึกไม่ถึงว่าที่นี่จะมีเมืองอยู่ด้วยเช่นกัน
“อื้มรอวันหยุดเ้าก็ค่อยออกไปเถอะ ส่วนตอนนี้ตามข้า”
“เ้าค่ะ"
เด็กสาวขึ้นดาบแล้วบินตามแมวขาวไปยังเกาะอีกแห่งที่อยู่ไม่ไกลจากเกาะของนาง ใจกลางมีลานเล็กๆตั้งอยู่ ข้างลานเป็แปรงแครอทที่กินเนื้อที่ไปประมาณหนึ่งส่วนของเกาะ
“ถึงแล้วล่ะ”
“ขอบคุณศิษย์พี่หกที่มาส่งเ้าค่ะ”
“เื่เล็กน้อยไม่จำเป็ต้องขอบคุณ แต่ทว่าข้าขอเตือนเ้าก่อนนะศิษย์น้อง เ้าจะฝึกเขียนยันต์ก็ได้แต่ห้ามเขียนยันต์โจมตีเข้าใจหรือไม่”
“ข้าเข้าใจเ้าค่ะ”
“ดีเช่นนั้นข้าไปล่ะ”
“ศิษย์พี่หกเดินทางปลอดภัยนะเ้าค่ะ”
“อื้ม”
หลังจากส่งศิษย์พี่หกออกไปแล้ว มู่เสวี่ยหลินก็เดินสำรวจลานบ้านของกระต่ายขาวด้วยความใคร่รู้ ตัวบ้านมีขนาดเท่ากันกับของนาง ส่วนรอบบ้านก็จัดเป็..แปลงผัก?
ั์ตาสีมรกตจ้องมองผักกาดขาวในกระถางด้วยความงุนงง นอกจากผักกาดขาวแล้วก็ยังมีกะหล่ำดอก กะหล่ำปลีและแปรงแครอทที่มีเนื้อประมาณสิบกว่าหมู่ นี่ยังไม่รวมกับแปรงหัวไซร้เท้าที่อยู่อีกฟากนึงซึ่งมีราวๆแปดถึงเก้าหมู่
มู่เสวี่ยหลิน “....” ศิษย์พี่เป็กระต่ายจริงๆสินะ
ยัยหนูลูกไม่ใช่หนูที่ไม่เงิน ไรท์เองก็ไม่มีเหมือนกัน5555+ เอ็นดูความอยากหาเงินเลยเขียนะเิ แต่น้องดันเล่นผสมไฟเข้ากับะเิเลยทำให้บ้านพัง ล่าสุดก็ะเิห้องเรียนต่อ อีกนิดน้องคงได้ะเิเกาะต่อเอ๊ะหรือเรียกสึนามิมาดี^^
ปล.หากชอบก็อย่าลืมกดใจและคอมเม้นท์ให้กำลังใจไรท์ด้วยนะคะ