เช้าวันต่อมาเฟยเทียนตื่นขึ้นมาด้วยอาการยังเมาค้าง หันมองไปรอบๆก็พบกับสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย เหลือบไปเจอกับหลินตงกำลังนอนอยู่พอดีจึงเขย่าตัวปลุกขึ้นมา หลินตงก็ตื่นขึ้นมาด้วยกาการงัวเงียเนื่องจากเมื่อคืนเขานอนน้อยไปหน่อย
“หลินตง หลินตง”
“อ้าว ตื่นแล้วเหรอเฟยเทียน”
“เราอยู่ที่ไหนกันเนี่ย”
“บ้านฉันเอง”
หลินตงพาเฟยเทียนออกมาล้างหน้าล้างตาที่ลำธาร ทัศนียภาพของธรรมชาติที่สงบทำให้เฟยเทียนรู้สึกผ่อนคลายลง หลังจัดการธุระของตัวเองเสร็จแล้วหลินตงก็พาออกไปทานข้าวที่ร้านของคุณยาย หลังทานกันเสร็จแล้วก็พากันกลับมานั่งเล่นที่ข้างลำธาร
“เป็ยังไงบ้าง รู้สึกดีขึ้นมาบ้างหรือยัง”
“อืม ก็โอเคขึ้นมาหน่อยแล้วล่ะ ขอบใจมากนะหลินตง ถ้าไม่ได้นายเมื่อคืนฉันคงได้นอนที่ข้างถนนแน่ๆ”
“เพื่อนกันก็ต้องช่วยกันสิ แล้วหลังจากนี้จะเอายังไงต่อ”
“ไม่รู้สิ ตอนนี้สมองมันโล่งไปหมดไม่รู้เลยว่าจะเริ่มทำอะไรจากตรงไหน”
“ถ้ายังไม่รู้จะไปที่ไหน งั้นมาทำงานกับฉันไหมล่ะ”
“งานอะไรเหรอ”
“ก็นี่ไง”
หลินตงชี้นิ้วไปยังแปลงผักที่อยู่ข้างหน้าของตน พร้อมกับอธิบายรายละเอียดงานให้กับเฟยเทียนฟัง
“มาเป็ผู้ช่วยของฉัน เงินเดือน 10,000 หยวน ครบปีปรับขึ้นตามความเหมาะสม สวัสดิการก็วันหยุดตามราชการ/พักร้อน 20 วัน /ลาป่วย ลากิจ สิ้นปีมีโบนัสอีก ที่พักฟรีพร้อมกับอาหาร 3 มื้อ ว่าไงสนใจหรือเปล่า”
“หลินตง ตอนนี้ฉันไม่ได้เมาแล้วนะ นายพูดจริงหรือเปล่า”
“ฉันเคยโกหกนายรึไง”
“ตกลง ตกลงไว้ใจฉันได้เลย ฉันจะตั้งใจทำงานให้เต็มที่สมกับที่นายให้โอกาส”
“โอเค ถือว่าเป็อันตกลง”
“ว่าแต่ นายมีเงินจ่ายค่าจ้างจริงๆเหรอ นั่นมันเยอะมากเลยนะ”
หลินตงยื่นเงินสดจำนวนหนึ่งไปให้เฟยเทียน เห็นเฟยเทียนทำหน้าตางงก็รีบอธิบายให้เฟยเทียนเข้าใจ หลินตงบอกว่าเงินนี้ให้เฟยเทียนนำไปเที่ยวพักผ่อนสัก2-3วันก่อนค่อยมาเริ่มงาน เขาอยากให้เฟยเทียนรู้สึกดีขึ้นมากขึ้นกว่านี้อีกหน่อยพร้อมกับบอกเื่ราวที่ผ่านมาไปเล็กน้อย ทราบถึงเหตุผลของอีกฝ่ายเฟยเทียนก็รับไว้ด้วยความเต็มใจ จากนั้น่สายทั้งสองคนก็ออกจากสวนไปพร้อมกัน หลินตงขับรถไปส่งเฟยเทียนในเมือง เมื่อแยกกันแล้วหลินตงก็ขับรถตรงไปที่บ้าน
เขาแวะซื้ออาหารก่อนเข้าบ้านไปให้แม่และน้อง อยู่เล่นกับหลินซูสักพักก็ขับรถออกมา เขาขับรถไปยังสมาคมปีกนกเพื่อซื้อวัตถุดิบ วันก่อนหนิงเฟิ่งโทรมาบอกว่าที่สมาคมเพิ่งได้โสมร้อยปีเข้ามาในคลังจำนวน 5 ต้น นอกจากโสมแล้วยังมีรายการสมุนไพรและวัตถุดิบหายากอีกหลายรายการ ทางเ้าของ้านำเข้าร่วมการประมูลครั้งถัดไป แต่ว่าหากมีคนอยากได้ สามารถซื้อได้เลยในราคา 1,000 ล้าน โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องซื้อทั้งหมด เดิมทีหลินตง้าจะซื้อทั้งหมดเลย แต่ว่าตอนนี้เขายังมีเงินไม่พอ จึงยื่นข้อเสนอบางอย่างฝากหนิงเฟิ่งไปแจ้งกับผู้ขาย ทางเ้าของก็ตกลงที่จะเจรจาข้อตกลงจึงนัดคุยรายละเอียดกันที่สมาคมปีกนกในเที่ยงของวันนี้
“สวัสดีค่ะคุณหลิน เชิญด้านในค่ะ”
“รบกวนคุณหนูด้วยครับ”
หนิงเฟิ่งเดินนำหลินตงมาที่ห้องหนึ่งในสมาคม เข้าไปด้านในก็พบกับชายชรากำลังนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ข้างๆตัวชายชรายังมีหญิงสาวหน้าตาดียืนอยู่ใกล้ๆ อายุน่าจะแก่กว่าหลินซูซัก3ปีได้
“ปู่จิน คุณหลินมาแล้วค่ะ”
หนิงเฟิ่งแนะนำให้แต่ละฝ่ายรู้จักกัน หลินตงกล่าวทักทายอีกฝ่ายเล็กน้อยก็เดินไปนั่งที่โต๊ะ การเจรจาก็เริ่มขึ้น
“ที่หลานหนิงบอกเป็เื่จริงหรือเปล่า ที่หนุ่มจะแลกวัตถุดิบแห่งชีวิตกับโสมร้อยปี”
“หากท่านยินดีที่จะแลก ผมจะขอบคุณมากเลยครับ”
“ยินดีสิหนุ่ม ทางเราต่างหากที่ต้องขอบคุณ”
ปู่จินได้เล่าเื่ราวให้กับหลินตงฟัง ด้วยอายุที่มากขึ้นประกอบกับมีโรคประจำตัวอีกหลายโรค ทำให้ตัวปู่จินในตอนนี้เปรียบเสมือนคนตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง ความตายเป็สิ่งที่ใครๆก็ไม่อยากเจอ ปู่จินถึงจะผ่านร้อนผ่านฝนมาหลายฤดูก็ยังกลัวความตาย ครั้งก่อนที่ได้วัตถุดิบแห่งชีวิตกลับไปมันก็ช่วยให้อาการของเขาดีขึ้นมากระดับหนึ่ง ทว่าตอนนี้อาการกลับกำเริบจะตายวันตายพรุ่งก็มิอาจทราบได้
ปู่จินจึงตัดสินใจนำสมบัติของตนที่สะสมมาทั้งชีวิตออกมาประมูล เพื่อนำเงินไปเตรียมสู้ประมูลวัตถุดิบแห่งชีวิตในครั้งถัดไป เงินนะสำคัญแต่ว่าชีวิตสำคัญยิ่งกว่า เขาไม่เสียดายสมบัติแม้แต่น้อยหากมันสามารถแลกกับการช่วยให้เขามีชีวิตอยู่บนโลกมากขึ้น พอหนิงเฟิ่งมาแจ้งข้อเสนอปู่จินก็ตอบตกลงรีบนัดวันพบเจอกับหลินตงทันที
หลินตงพอเห็นชราก็พอจะรู้เื่ของตระกูลจินมาบ้าง อดีตของปู่จินเคยเป็นายพลของทหารหน่วยพิเศษ ผ่านสมรภูมิรบมานับครั้งไม่ถ้วน สร้างคุณงามความดีให้กับประเทศไว้อย่างมาก อำนาจของตระกูลจินในทางทหารมีมากจนตระกูลอื่นๆยังต้องเกรงใจ ทว่าต่อให้เคยยิ่งใหญ่มาแค่ไหนสุดท้ายทุกคนก็หนีความตายไม่พ้น ปู่จินเองก็เช่นกันตอนนี้เขาไม่ต่างอะไรกับชายแก่ธรรมดาที่รอวันตาย แต่หากย้อนไปอีกสัก 10 ปี เขาเป็ตัวตนที่ทุกคนต้องหวาดกลัว
“ผมมีอะไรจะคุยกับท่านแค่สองคนจะได้ไหมครับ”
“ได้สิ”
ปู่จินโบกมือเป็สัญญาณให้กับหลานสาวกับหนิงเฟิ่งให้ออกไปก่อน เมื่ออยู่สองต่อสองแล้วหลินตงก็เข้าประเด็นทันที
“หากผมบอกว่าสามารถทำให้ท่านย้อนไป10ปี จะเชื่อไหมครับ”
“เฮือก”
ฟังสิ่งที่อีกฝ่ายพูดมาตอนแรกปู่จินคิดว่าจะเป็เื่ล้อเล่น แต่พอเห็นแววตาที่จริงจังของอีกฝ่ายเขาก็เชื่อสิ่งที่ชายหนุ่มตรงหน้าพูดสนิทใจ เห็นท่าทีของปู่จินหลินตงจึงพูดต่อ
“แต่ว่ามันต้องแลกกับทรัพย์สินของท่านเกือบทั้งหมด ท่านจะยอมแลกมันไหมครับ”
“ถ้ามันเป็ความจริง ต่อให้แลกทั้งหมดข้าก็ยอม”
ได้รับคำตอบที่หนักแน่นของชายชรา หลินตงก็บอกสิ่งที่้า เขาไม่ได้บอกวิธีการว่าจะทำอย่างไร เพียงแค่บอกความ้าเื่วัตถุดิบและบอกว่าพรุ่งนี้จะเข้าไปพบที่ตระกูลให้เตรียมตัวรอไว้ หลังตกลงกันได้แล้วทั้งสองฝ่ายก็แยกทางกลับไป หลินตงรีบกลับไปยังบ้านสวนเพื่อทำการปรุงยา อีกทางปู่จินก็กำลังนั่งรถกลับพร้อมจินหลิงหลานสาวของตน ปฏิกิริยาที่ดูตื่นเต้นของปู่ทำให้หลานสาวต้องสงสัย
“ข้อตกลงผ่านไปด้วยดีไช่ไหมคะปู่”
“ดีซะยิ่งกว่าดีด้วยซ้ำหลานปู่” ชายชราตอบหลานด้วยรอยยิ้ม
เมื่อกลับมาถึงบ้านหลินตงก็ลงมือปรุงยาทันที เวลาผ่านไปนานเท่าไรมิอาจทราบ หลินตงปิดประตูขังตัวเองอยู่ด้านในแทบตลอดเวลา จนเวลาล่วงจนถึงเช้าของอีกวัน หลินตงก็หยุดการเคลื่อนไหวลง
*ได้รับยาอายุวัฒนะระดับต่ำจำนวน 3 เม็ด*
-สรรพคุณรักษาร่างกายจากภายใน สามารถย้อนวัยได้ถึง 1 ปี/1เม็ด เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับิัพร้อมกับพลังกำลังช้างสาร
หลินตงได้รีบการแจ้งเตือนแบบเดิมถึง3ครั้ง นั่นแสดงว่าเขาได้รับยาอายุวัฒนะจำนวน 9 เม็ด จริงๆเขาอยากที่จะปรุงให้มากกว่านี้ แต่ว่าวัตถุดิบได้ถูกใช้จนหมดแล้ว ด้วยความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักทั้งคืน หลินตงล้มฟุบไปนอนกับพื้นทันทีเมื่อปรุงยาเสร็จ
เขาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในตอนบ่ายของวัน มองดูเวลาก็เห็นว่าใกล้ถึงเวลาที่นัดกับปู่จินไว้แล้ว หลินตงจึงรีบไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วก็ขับรถออกไปที่บ้านตระกูลจิน รถสีดำแล่นไปตามถนนจนมาถึงทางแยกไฟแดง จู่ๆเขาก็รู้สึกถึงแรงกระแทกจากด้านหลัง รถที่ไหนไม่รู้พุ่งมาด้วยความเร็วชนท้ายรถของหลินตงเข้าอย่างจัง
“เฮ้ย ขับรถประสาอะไรว่ะ”
ชายหนุ่มคนหนึ่งลงมาจากรถสปอร์ตสีขาวสุดหรูพร้อมกับแฟนสาวเดินตรงมาหาหลินตงด้วยท่าทีไม่ค่อยเป็มิตร หลินตงก็ลงจากรถมาดูสภาพรถของตัวเอง เมื่อทั้งสองประจันหน้ากัน ฝ่ายชายหนุ่มก็เริ่มด่าท่อหลินตงอีกครั้ง
“จะจอดทำไมว่ะ”
“คุณไม่เห็นไฟแดงเหรอ คุณนั่นแหละที่ผิดไม่เว้นระยะห่างแถมยังขับเร็วอีกต่างหาก”
“เฮ้ย แกรู้ไหมกำลังพูดกับใครอยู่”
“ไม่รู้”
หลินตงตอบกลับไปด้วยหน้าตาที่นิ่งเฉย อีกฝ่ายเห็นเช่นนั้นก็โกรธจนควันออกหู ไม่มีการเจรจาอีกต่อไป เขาพุ่งตัวเงื้อมมือไปด้านหลังตั้งท่าพร้อมที่จะโจมตี เมื่อเข้ามาใกล้หลินตงก็เบี่ยงตัวหลบพร้อมกับส่งหมัดออกไปเช่นกัน
“อั๊ค”
อีกฝ่ายโดนกำปั้นเข้าเต็มๆที่เบ้าหน้า เซซ้ายทีขวาทีจนแฟนสาวต้องเข้ามาพยุง ชายเ้าปัญหาชี้หน้าพร้อมกับพุ่งเข้าไปอีกครั้ง ทว่าผลก็ออกมาเช่นเดิม เซซ้ายเซขวากลับไปอีก ฝ่ายแฟนสาวเห็นว่าสู้ไม่ได้ก็รีบกล่าวห้าม ทว่าชายหนุ่มตอนนี้เต็มไปด้วยความโกรธ เขาหยิบมือถือกดโทรออกไป
“รีบมาที่XXXด่วน พาคนของเรามาทั้งหมดเลย”
หลินตงไม่ได้ให้ความสำคัญกับชายเ้าปัญหามากนัก ก้มมองดูเวลาอีกไม่ถึง10นาทีก็จะถึงเวลานัดกันแล้ว เขาจึงรีบเดินกลับขึ้นไปบนรถสตาร์ทเครื่องแล้วขับออกไป ปล่อยให้สองคนคู่กรณีอยู่ตรงนั้นไป จริงๆแล้วเขาไม่ได้เป็ฝ่ายผิดซะด้วยซ้ำ อีกฝ่ายมาชนเขาแท้ๆยังจะมาหาเื่อีก เขาละความสนใจเื่ที่เกิดขึ้นทิ้งไป ในตอนนี้ก็มาถึงหน้าบ้านตระกูลจินเป็ที่เรียบร้อยแล้ว