ซ่อนกลิ่น
Ep19
ผมกับส้มช่วยกันทำอาหารเช้าจนเสร็จโดยส้มอาสาไปตามเ้านายมากินข้าว ส่วนผมก็จัดโต๊ะกินข้าวไปเรื่อยๆ
“อ้าว สวัสดีครับพี่ซ่อน”เสียงหนาเอ่ยทักด้วยใบหน้าอารมณ์ดีผมหันไปมองดิวพลางยกยิ้มให้อย่างเป็มิตรพอดีกับที่เ้าขุนเดินลงมาจากชั้นล่างพร้อมส้ม
“ไง” เสียงหนาเอ่ยถามแต่คนถูกทักกลับนิ่งไม่ตอบคำถามเพื่อน พลางเดินมาเลื่อนเก้าอี้นั่งลงใกล้ๆผมเมื่อเห็นว่าเ้าขุนนั่งแล้ว ผมจึงทำท่าจะเดินไปนั่งอีกฝั่งแต่กลับถูกมือหนาจับข้อมือดึงรั้งไว้
“จะไปไหน”
“นั่งที่อื่น” ผมเอ่ยตอบคำถามเ้าขุน พลันสะบัดข้อมือตัวเองจนหลุด แล้วเดินมานั่งข้างๆดิวที่ยืนยกยิ้มสนุกอยู่
“ยิ้มเหี้ยอะไร” เสียงเข้มเอ่ยว่าเพื่อนไม่จริงจัง มือหนารวบช้อนส้อมขึ้นมาจัดการทานข้าวโดยไม่รอใครซึ่งผมก็ไม่อยากจะพูดกับคนเด็กกว่า เลยปล่อยให้ทำตามใจ
“ดิวส้มนั่งกินข้าวด้วยกันสิ”ผมเอ่ยชวนเด็กทั้งสอง
“ครับผม” ดิวเอ่ยรับพลางนั่งลงข้างๆผมโดยสายตาก็มองไปที่เ้าขุนเย้ยหยันพร้อมยิ้มกวนยักคิ้วให้ ทำให้เ้าขุนปล่อยแรงข่มออกมาจนส้มไม่กล้าขยับตัว
“คือ...ผมออกไปกินกับป้าด้านนอกดีกว่าครับ”เมื่อเอ่ยจบ ส้มก็รีบวิ่งออกไปจากตรงนี้ผมได้แต่มองตามแผ่นหลังของส้มที่หายลับไปแล้วก่อนจะหันกลับมามองเด็กสองคนบนโต๊ะอาหาร
“โตๆกันแล้วนะ” ผมกดเสียงต่ำในลำคอด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ จึงทำให้อัลฟ่าทั้งสองค่อยๆลดแรงข่มของตัวเองลง
มื้ออาหารเช้าวันนี้ผมกินอะไรไม่ค่อยลงเพราะมีสายตาดุของเ้าขุนค่อยจ้องอยู่ตลอดเวลา หลังจากทานเสร็จและล้างจานผมจึงออกมาเดินเล่นนอกบ้าน บรรยากาศในเกาะนี้ดูอบอุ่นมาก ผู้คนที่ทำงานในนี้เป็กันเองจนผมลืมเื่ที่ถูกเ้าขุนบังคับพามาขาเรียวเดินไปตามทางเรื่อยๆจนเห็นชาวบ้านที่นี่กำลังจับกลุ่มใหญ่บริเวณริมทะเลมองดูดีๆน่าจะกำลังหว่างแหจับปลา มีเด็กๆและวัยรุ่นมากมายให้ความสนใจมากพอควร
“ลุง ผมอยากลองบ้าง”ผมเอ่ยบอกลุงคนหนึ่ง ซึ่งลุงก็หันมามองผมก่อนจะพยักหน้า
“จับแบบนี้นะแล้วเหวี่ยงแหไปแบบนี้” ลุงเอ่ยตอบพลางทำให้ดูว่าต้องทำอะไรบ้างก่อนจะดึงแหที่เหวี่ยงไปเมื่อครู่กลับมา แล้วส่งแหให้ผมลองดู ผมลองทำตามที่ลุงบอกจับเชือกให้มั่น เอามาพาดไว้บนไหล่ อีกมือจับไว้ก่อนจะเหวี่ยงออกไป
“ฮ่าฮ่าฮ่า” เสียงหัวเราะชอบใจดังขึ้นในกลุ่มคนหาปลา ผมยกยิ้มให้ด้วยความเขินอายพลันดึงแหที่ตัวเองเหวี่ยงออกไปกลับมา
“ไอ้หนุ่มได้เท่านี้ก็ดีแล้ว บางคนทอดแหไม่บานก็มี” เสียงของลุงเอ่ยปลอบพลันเหวี่ยงแหออกไปใหม่ ผมได้แต่ยืนมองเขาเหวี่ยงแหไปแล้วดึงกลับมาพร้อมปลาเต็มแหโดยไม่รู้เลยว่าสายตาดุกำลังจ้องมองผมด้วยรอยยิ้มบางๆ
“เ้านาย เห็นนะว่ายิ้มอะ”เสียงของส้มเอ่ยล้อ จึงได้รับสายตาดุของเ้าขุนก่อนจะปรายตามามองที่ผมพร้อมแววตาที่อ่อนโยน
19:34น.
ผมปรายตามองนอกบ้านที่ท้องฟ้าเปลี่ยนสีแล้วเ้าขุนและดิวหายออกไปด้วยกันั้แ่ฟ้ายังไม่มืดจนตอนนี้เวลาปาเข้าไปเกือบสองทุ่มแล้ว แต่เด็กสองคนนั้นก็ยังไม่กลับมา
“ส้ม กินไปก่อนเลยนะเดี๋ยวพี่มา” เมื่อเอ่ยจบ ผมก็ลุกขึ้นเติมความสูงแล้วเดินออกจากบ้านไปโดยมีเสียงร้องห้ามของส้ม
“พี่ซ่อน!เ้านายสั่งว่าห้ามพี่ออกจากบ้านตอนกลางคืน” ผมขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นเพราะคำพูดของส้มพลันหันใบหน้ามองตามเส้นทางในความมืด พลางออกตัววิ่งโดยไม่ให้ส้มตั้งตัว
“พี่ซ่อน!” เสียงของส้มดังลั่นตามมา แต่ผมยิ่งวิ่งให้เร็วขึ้นไปตามเส้นทางที่ไม่รู้ว่าจะพาผมไปไหน
แต่บางอย่างบอกผมว่าเ้าขุนอยู่ทางนี้