ตงหยางมองเห็นดวงตาของแม่นางฟ่านเมิ่ง มันเปลี่ยนเป็สีเขียวได้ ราวกับเป็ดวงตาของสัตว์ เมื่อต้องแสงไฟยามค่ำคืน เด็กชายรีบหลบสายตาของนางทันที ด้วยสำนึกถึงคำสั่งสอนของผู้เฒ่าตาบอด
“หลีกไป ข้ายังมีงานหลายอย่างที่ต้องจัดการ ไม่มีธุระอันใดต้องอยู่เจรจาด้วยเ้า”
เด็กชายพยายามเดินเบี่ยง เพื่อเลี่ยงหลบฟ่านเมิ่งที่กำลังยืนขวางทางอยู่ “ช้าก่อน จะรีบไปไหน…” กลิ่นอายพลังชีวิตของตงหยาง ทำให้นางรู้สึกมีความสดชื่น เพียงแค่เขาเดินผ่าน
นางไม่รอช้ารีบคว้าแขนของเด็กชาย แต่กลับคว้าไม่ได้จับไม่ทัน ทั้งที่เขาเพิ่งเดินห่างออกจากตัวนางเพียงแค่เอื้อมถึงเท่านั้น ยิ่งฟ่านเมิ่งออกแรงพยายามมากเท่าไหร่ ก็ดูเหมือนตงหยางยิ่งเดินห่างออกไปมากเท่านั้น ทั้งที่เด็กชายก้าวเดินเป็จังหวะมิได้เร่งฝีเท้าแม้แต่อย่างใด
สุดท้ายนางทำได้เพียงแค่ยืนมองดูเขา ที่เดินจากไป
หลิวหยุนย่อตัวนั่งลงมองดูหัวสมุนไพรที่เปียกน้ำและเต็มไปด้วยดินโคลน
“ตงหยาง เกิดอะไรขึ้น บนเขาฝนตกเหรอ พี่เคยบอกเ้าแล้วไม่ใช่หรือ หากฝนตกไม่ต้องขึ้นเขา มันอันตราย”
“ฝนไม่ได้ตกพี่หลิวหยุน ข้าแค่ล้างไม่ทัน มีเื่นิดหน่อย”
หญิงสาวเดินกลับมานั่งข้างเขา นางจ้องหน้าของเขาเหมือนค้นหาข้อพิรุธ
“พี่สาว ท่านอย่ามองข้าเช่นนั้น ข้าไม่ได้โกหกหรือทำอะไรผิด ท่านอย่างกังวลไป”
“เช่นนั้นเล่ามา เ้าไปพบอะไร ทำไมพวกมันถึงมีสภาพเช่นนั้น”
“ข้าตั้งใจไปล้างที่ลำธารเช่นทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ดันไปพบชายหญิงคู่หนึ่ง กำลังแอบพลอดรักกันอยู่ ข้า…ข้าก็เลยรีบเก็บพวกมันใส่ตะกร้ากลับมาบ้าน สภาพก็เลยเป็เช่นที่ท่านเห็น”
หญิงสาวพยักหน้า ยอมรับในสิ่งที่น้องชายพูดออกมา “เนื้อตัวเ้าสกปรกนัก ไปเถอะ พาเ้ามืดไปอาบน้ำด้วย ตรงนี้พี่จัดการเอง อากาศเริ่มเย็นแล้ว ต่อไปเ้ามืดคงอาบน้ำไม่ได้ ข้าไม่เคยเลี้ยงสัตว์ ไม่รู้ว่าหากมันไม่สบายจะต้องทำเช่นไร เมื่อก่อนไม่เคยคิดถึงเื่นี้ เพราะมีพี่ไป่เยว่ค่อยดูแลช่วยเหลือ แต่ตอนนี้คงต้องเริ่มขึ้นบ้างแล้ว หากไม่มีเขา พวกเราจะต้องอยู่กันต่อไปเช่นไร”
เด็กชายหยุดฟังพี่สาวพูดถึงคนรัก แล้วได้แต่เก็บความเศร้าใจเอาไว้ ‘ทำไมนะ โลกมนุษย์ถึงได้สับสนเช่นนี้ แค่ผิดหวังด้วยเื่ทั่วไป ก็ทุกข์ใจจะแย่อยู่แล้ว นี่ยังจะต้องมาผิดหวังในรักอีก หากพี่หลิวหยุนสามารถรู้ร่วงหน้าได้ว่า นางจะต้องมาพบเจอเื่เช่นนี้ในวันนี้ คงยอมตายไปั้แ่วันที่ข้าศึกบุกมาถึงเมือง คงไม่ปล่อยให้ตัวเองต้องมีชีวิตรอดมาพบเจอเื่เช่นนี้เป็แน่’
เฉิงวั่งซูกลายเป็คนโปรดของเ้าสำนักวายุเตโช แม้จะทำผิดกฏอยู่หลายครั้งก็ไม่มีใครหน้าไหนกล้าลงโทษเขา ด้วยรู้ดีว่าหลานรักผู้นี้ ใครก็อย่าหมายมาแตะต้อง
“คุณชายเฉิง สายมากแล้ว ตื่นได้แล้วขอรับ”
“สายอะไรกัน นี่ข้าเพิ่งได้นอนเองนะ”
ชายหนุ่มดึงผ้าห่มออกจากร่างของเขา โดยที่ไม่ได้สนใจว่าคนที่นอนอยู่จะรู้สึกเช่นไร
“นี่เ้า จางลี่ ทำเช่นนี้อยากตายใช่ไหม” วั่งซูเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง ถลึงตาใส่บ่าวรับใช้ด้วยความไม่พอใจ แต่เมื่อพบว่าคนที่ดึงผ้าห่มเป็ใคร เฉิงวั่งซูก็ต้องรีบปรับสีหน้าเปลี่ยนอารมณ์ทันที
“ท่านอาจารย์ ท่านมาถึงเมื่อใด ทำไมข้าไม่รู้มาก่อน”
“หากข้าบอกกำหนดมาถึง ข้าจะเห็นภาพเช่นนี้หรือไม่ ข้าได้ยินมาว่า วัน ๆ เ้าเอาแต่เที่ยวเล่นสนุกสนาน ไม่คิดเลยว่าคุณชายตระกูลใหญ่ จะหลงแสงสีเมืองใหญ่ได้ถึงเพียงนี้ เอาเถอะวันนี้ข้ายกให้ นับั้แ่พรุ่งนี้ไป ข้าจะฝึกวิชาสั่งสอนเ้าอย่างเข้มงวดด้วยตัวข้าเอง”
ท่านเป่าจงโยนผ้าห่มใส่เด็กชาย ด้วยความไม่พอใจ เฉิงวั่งซูหันไปมองบ่าวรับใช้ด้วยสายตาไม่พอใจ แล้วยกผ้าห่มคลุมโปงล้มตัวลงนอน
“คุณชาย…”
“อะไร” วั่งซูตะคอกใส่เขาด้วยความโกรธ
“ทะ…ท่านจะไม่ไปพบฮูหยินแม่เฒ่าสักหน่อยเหรอ ขอรับ นางกับคนบ้านเฉิงก็เพิ่งมาถึงเช่นกัน ทำแบบนี้จะไม่ค่อยเหมาะนะขอรับ”
วั่งซูลดผ้าห่มลงวางทาบอก ในใจของเขาแทนที่จะคิดถึงผู้เป็ย่า เด็กชายกลับคิดถึงสาวใช้คนงามอย่างลู่เสี่ยนแทน
“จางลี่..”
“ขอรับ คุณชาย”
“ในกลุ่มคนจากบ้านเฉิง เ้าเห็นผู้หญิง ตัวสูง เอ่อ…สักประมาณไหล่เ้า มีไหม”
“ผู้หญิงหรือขอรับ ก็มีหลายคนนะ ท่านหมายถึงคนไหนล่ะ”
“นางชื่อลู่เสี่ยน ตัวเล็ก ผิวขาว ริมฝีปากของนางจะเป็สีชมพูระเรื่อ”
จางลี่บ่าวรับใช้ที่ถูกคัดเลือกมาดูแลเ้านายคนใหม่ของสำนักวายุเตโช ถึงกับเกาหัวคิดตามลักษณะบรรยาที่วั่งซูพยายามบอก
“ดูเหมือน…จะมีอยู่คนนึงนะขอรับ”
วั่งซูถึงกับดีดตัวลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง พร้อมกับถอนหายใจอย่างหนักหน่วง
“ทำไมหรือขอรับ คุณชายไม่ชอบแม่นางผู้นั้น ใช่หรือไม่ เอาเช่นนี้ดีไหม ข้าพอจะมีแผน คิดว่าน่าจะพอช่วยท่านได้”
“แผนอะไรของเ้า ไม่ใช่ว่าข้าไม่ชอบนาง แต่…ว่าข้า ไม่รู้สิ ข้าก็ไม่รู้จะพูดอย่างไงดี ในชีวิตข้า นอกจากท่านย่า ก็มีนางนี่แหละ ที่เอาอกเอาใจข้าไปเสียทุกอย่าง นางอาบน้ำให้ข้า คอยเล่นและพูดคุยกับข้า ปลอบโยนข้า ทุกอย่างที่ข้าจะมีความสุขนางจะทำให้หมด แบบนี้ข้าจะไม่ชอบนางได้อย่างไง”
“ท่านนี่ท่าจะบ้า”
“เ้าว่าใคร จางลี่พูดเช่นนี้ เอาค่าบะหมี่ที่ข้าเลี้ยงเ้าเมื่อคืน คืนมานะ เ้าพูดว่าข้าเช่นนี้ได้อย่างไร ข้ามีบุญคุณกับเ้านะ” วั่งซูไม่พูดเปล่า ลุกกระโจนเข้าใส่จางลี่ ค้นหาถุงใส่เงินที่เขามักพกติดตัว
“โอ๊ย ๆ คุณชาย อย่านะ เอว…เอวข้า ไม่ได้เลยนะ ตำแหน่งนี้ ข้าขอ เื่ค่าบะหมี่อะไรนั่น ข้าแอบพาท่านหนีออกไปเที่ยวนอกสำนัก นี่ก็เื่ใหญ่แล้ว ท่านต่างหากที่ติดหนี้บุญคุณข้า ยังจะมาทวงค่าบะหมี่อะไรอีก ขี้เหนียวชะมัด”
“คุณชาย คุณชาย…” เสียงหวน ๆ ดังขึ้นที่หน้าประตู
เฉิงวั่งสู่ที่กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับจางลี่ ถึงกับหยุดชะงัก หันไปมองตามเสียงที่ได้ยิน
“ลู่เสี่ยน เ้ามาในนี้ได้อย่างไร”
“ข้าก็ ถามเขา แล้วก็เดินมา หลายวันนี้ท่านคงไม่เหงา” สายตานางมองมายังจางลี่ ชายหนุ่มรูปร่างผิวพรรณหน้าตาดี เสียแต่เป็เพียงบ่าวรับใช้ในสำนักยุทธ อายุก็น่าจะมากกว่าวั่งซูอยู่หลายปี แต่กลับดูสนิทสนม หยอกล้อหัวเราะกันสนุกสนาน
“แม่นางผู้นี้”
“นางก็คือคนที่ข้าถามเ้าอย่างไรเล่า” จางลี่ทันทีที่พบลู่เสี่ยน เขาก็เกิดความรู้สึกประทับใจขึ้นมาทันที นางดูงดงามสมกับลักษณะตามที่เฉิงวั่งซูพูดถึง หญิงสาวหันมาทางเขา พร้อมกับปรายตาและส่งยิ้มละมัยอ่อนหวานให้กับชายหนุ่ม
“หลายวันมานี้ ลำบากท่านแล้ว แต่ต่อไปนี้คงไม่รบกวน ข้าลู่เสี่ยน จะเป็คนดูแลคุณชายเอง”
“หามิได้แม่นาง ข้าจางลี่ เป็ผู้ที่ถูกคัดเลือกโดยท่านอาจารย์ ให้ดูแลคุณชายเฉิงอย่างใกล้ชิด ด้วยสถานการณ์ด้านนอกสำนักมิอาจวางใจได้ ถ้าข้าไม่ได้ดูแลใกล้ชิด เกรงว่า หากเกิดเื่ขึ้น แม่นางลู่เสี่ยนจะมิอาจรับผิดชอบไหว”
“แต่ข้า…”
“เอ่อ..ท่านพี่ทั้งสอง คือ ก็ถูกเช่นที่ท่านพี่จางลี่กล่าวมา ตอนนี้สถานการณ์ครอบครัวข้าไม่สู้ดี ความปลอดภัยของทุกคนสำคัญ เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ ท่านทั้งสองก็ดูแลข้าไปด้วยกัน ไม่ต้องแบ่งแยกว่าต้องเป็ใคร แบบนี้น่าจะเป็ทางออกที่ดีที่สุด”
ลู่เสี่ยนมองดูชายหนุ่ม แม้ภายในใจของนางจะมีความไม่พอใจซ่อนอยู่ แต่ก็ทำได้แค่เก็บไว้ภายในใจ ส่วนภายนอกนางกลับแสดงออกด้วยท่าทีเห็นด้วย และให้ความร่วมมือเป็อย่างดี
จางลี่เห็นว่าลู่เสี่ยนยอมรับข้อเสนอของตน พร้อมกับรอยยิ้มที่นางส่งให้เขา ยิ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกดีใจ และแอบคิดว่าหญิงสาวที่เพิ่งเห็นหน้ากัน กำลังมีใจให้ตน
- มี e book - https://shorturl.asia/mT8gu