ในวันนี้ยามเช้าของเมืองอัลเทร่ามีความคึกคักผิดปกติ แม้จะไม่เทียบเท่างานเทศกาลสำคัญที่จัดขึ้นภายในเมือง หรือหัวข้อพิเศษอย่างการสอบเข้าโรงเรียนอวาลอนที่พึ่งผ่านพ้นมาไม่ถึงสัปดาห์ แต่ถ้าเทียบกันแล้วเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็คือผลสืบต่อมาจากวันสอบ เพราะนี่ถือว่าเป็วันเปิดภาคเรียนวันแรกของโรงเรียนที่มีชื่อเสียงที่สุดในไอช่า
และในตอนนี้ก็ได้มีบุรุษสองคนยืนอยู่หน้าประตูโรงเรียนเป็ที่เรียบร้อย
ท่ามกลางสายตาประหลาดจากคนที่เดินผ่านมาหรือนักเรียนที่กำลังเข้าไปโรงเรียนก็ตาม
“นายคิดเหมือนฉันไหมสหาย” หนึ่งในนั้นเป็ผู้ชายผมดำ ดวงตาสีดำคมคายดุจดังตาเหยี่ยว ท่าทางทะมัดทะแมง ข้างหลังสะพายเป้ใบใหญ่ เขากำลังหันไปถามสหายที่ยืนอยู่ข้างๆด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีเป็อย่างยิ่ง
“ไม่เลย...” อีกคนนั้นเป็ผู้ชายอายุใกล้เคียงกัน เรือนผมสีเขียวชวนแปลกตาคลอไหล่เล็กน้อย แววตาสีฟ้าห่อลงเล็กน้อย หน้าตาบ่งบอกถึงความเบื่อหน่ายที่เขาต้องมาเจออะไรแบบนี้อีกเป็ครั้งที่สอง
“เข้าไปกันเถอะ!! อารัน!!” ชายผมดำะโก้อง ก่อนจะชูมือขึ้นเหนือหัวแสดงสีหน้ามาดมั่นสุดจะประมาณออกมาเป็คำพูดได้
“บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าทำตัวเด่น!! โนอาห์!!” ชายหัวเขียวกระแทกเสียงกลับอย่างเหลืออด แต่คนที่ควรจะยืนอยู่ข้างๆเขาตอนนี้กลับเร่งฝีเท้าเข้าไปในเขตโรงเรียนเป็ที่เรียบร้อย อารันเห็นดังนั้นจึงไม่แคล้วที่จะต้องเดินตามไปด้วยความเร็วสูงสุด
เพื่อยืนยันด้วยตัวเองว่าเ้าหมอนั่นจะไม่ไปก่อปัญหาที่ไหนอีก
ผลการสอบถูกประกาศออกมาแทบจะในวันนั้นตอนที่พวกเขาสอบเสร็จ แน่นอนว่าทั้งกลุ่มล้วนกอดคอกันผ่านหมดอย่างไม่ต้องสงสัย ในขณะที่พวกมาโก้ดูท่าจะน่าสงสารมากที่สุด ก็ในเมื่อนับทั้งคณะแล้วมีคนผ่านกันอยู่ไม่กี่คน ที่สำคัญก็คือหัวโจกของกลุ่มดันสอบตกไม่ได้เข้ามาเรียนที่นี้เหมือนที่ได้ตั้งใจไว้แต่อย่างใด
ก็ยังนับว่าโชคดีที่ชายผู้นั้นเป็ผู้เป็คนมากกว่าที่พวกโนอาห์คิด เขาไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเคืองแต่อย่างใด นั้นก็ถือว่าทำให้พวกโนอาห์วางใจได้ในระดับหนึ่ง และพอตกเวลาเย็นในวันนั้น ทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับที่พักหรือบ้านของตนด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมกับทิ้งท้ายไว้ว่าค่อยมาเจอกันอีกทีตอนวันเปิดภาคเรียน
แต่เห็นทีจะไม่ใช่เื่ง่ายๆเหมือนอย่างปากว่าซะแล้ว
“คนเยอะกว่าที่คิดอีกแฮะ...” อารันพึมพำออกมาเบาๆ กวาดสายตามองบริเวณโดยรอบที่มีจำนวนนักเรียนมากกว่าที่เขาคิด แต่ที่ดูหนาตานั้นเห็นจะเป็บรรดาผู้ปกครองของนักเรียนเ่าั้มากกว่า แทบจะปฏิเสธไม่ได้ว่าจำนวนนักเรียนเกือบเจ็ดส่วนมาจากเมืองอัลเทร่าแทบทั้งนั้น และมากกว่าครึ่งก็เป็ตระกูลมีชื่อเสียงเป็ทุนเดิม มีน้อยมากที่จะสอบเข้ามาได้โดยมาจากนอกเมือง
“อ๊ะ! เจอเ้านิกซ์แล้วแฮะ” โนอาห์ที่ยืนด้อมๆมองๆอยู่ข้างๆร้องเสียงใส พลางะโเรียกเพื่อนตัวเล็กให้เห็นว่าพวกตนอยู่ตรงไหน ในขณะที่อารันหรี่ตามองโนอาห์อย่างใช้ความคิด
ที่มาอันใหญ่หลวงของโนอาห์นับว่าเป็ปัญหาอย่างมากในการดำเนินชีวิตที่โลกแห่งนี้ แต่ทว่าเ้าตัวกลับปรับตัวได้เร็วจนเขาเองยังไม่อยากจะเชื่อ มิหนำซ้ำความสามารถของมันยังนับได้ว่าไม่ควรจะเป็ศัตรูด้วยไม่ว่าจะด้วยกรณีไหนๆ ฝีมือที่โนอาห์แสดงออกมาในวันสอบเข้าช่วยยืนยันได้เป็อย่างดี แต่ที่อารันยังสงสัยอยู่ไม่หายเห็นทีจะเป็เื่เดียว
ทำไมชายผู้นี้ถึงใช้เวทมนตร์ได้
โนอาห์เองอาจจะไม่รู้เพราะเขาไม่ได้บอกั้แ่แรก เวทมนตร์นั้นต่อให้ในดินแดนแห่งนี้ก็ใช่ว่าจะมีใครสามารถร่ายได้ ถ้าไม่มีเชื้อสายจอมเวทหรือพรแสวงขั้นสูงสุดแล้วล่ะก็ เป็ไปไม่ได้เลยที่จะร่ายเวทมนตร์ได้ซักบท แต่โนอาห์กลับสามารถทำได้ทั้งที่ไม่ได้มีพื้นเพอยู่ที่โลกแห่งนี้ แต่แล้วชายหัวเขียวก็ต้องหลุดจากภวังค์ความคิดหลังจากได้ยินเสียงของใครบางคนดังขึ้นมา
“เป็ไงบ้างครับนี่ ไม่ได้เจอกันนานเลย” นิกซ์ทักทาย ดูเหมือนว่าเขาจะสามารถคุยกับพวกโนอาห์ได้อย่างสนิทชิดเชื้อแล้ว
“เหมือนเดิมทุกอย่าง นายก็เหมือนกันเลยไม่ใช่เหรอ...ส่วนสูงยังเท่าเดิมเป๊ะ” บุรุษผมดำยิ้มขำ พลางเดินเข้ามาวัดส่วนสูงเพื่อนของเขาด้วยท่าทีสนุกสนานเป็ที่สุด จนเกือบจะเกิดเป็าย่อมๆขึ้นมา ถ้าไม่มีใครมาห้ามเอาไว้เสียก่อน
การห้ามที่คล้ายคลึงกับการจุดน้ำมันลงบนกองเพลิงกลายๆ
“สวัสดีนะคะ ยังเล่นกันเป็เด็กๆเหมือนเคยเลยนะคะเนี้ย เนอะยูกิ” เสียงใสดังแว่วมาตามลม โดยต้นตอมาจากหญิงสาวผมสีน้ำตาลประบ่าที่เดินมาคู่กับผู้หญิงผมดำ เสื้อผ้าของทั้งสองยังคงดูเรียบง่ายเหมือนในวันแรกที่พวกเขาเจอ คนที่ดูสดใสดูเผินๆเหมือนชุดประโปรงพื้นตามชายเมือง ในขณะที่อีกคนถ้าไม่มองท่อนบนกับใบหน้าก็คงจะนึกว่าเป็ผู้ชายถ้าดูจากการแต่งองค์ทรงเครื่อง
“ก็สมกับเป็พวกเขาดี...” คำตอบรับที่เหมือนทั้งชื่นชมและด่าทำให้โนอาห์และนิกซ์หยุดชะงัก ก่อนจะหันหน้ามองหน้ากันก่อนจะหัวเราะร่า
“พวกเธอสองคนก็เหมือนกัน ไม่เจอกันหลายวันสวยขึ้นเยอะเลยนะรู้หรือเปล่า” โนอาห์ตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ซายากะเลิกคิ้วเหมือนประหลาดใจ ริมฝีปากเชิดขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่ยูกิยังคงยืนอยู่นิ่งๆไม่แสดงปฏิกริยาอะไรเหมือนอย่างเคย
“เอาเถอะ ทักทายกันหอมปากคอมคอแค่นี้ก็แล้วกัน จะว่าไปเซเรน่าล่ะ...” พ่อค้าสีผมประหลาดถามด้วยประเด็นที่น่าสนใจ กระทั่งนิกซ์ที่มาเช้ายิ่งกว่าใครยังไม่เห็น เช่นเดียวกับยูกิและซายากะที่ส่ายหน้าน้อยๆเหมือนไม่รู้เช่นกัน
“เอางี้เป็ไงพวก” คนที่ดูเหมือนจะไม่ควรพูดที่สุดกลับเป็ฝ่ายเอ่ยปาก “พวกนายทั้งหมดล่วงหน้าไปจุดรวมตัวของชั้นปีหนึ่งก่อน ฉันจะตามหาเซเรน่าให้เอง เดี๋ยวจะตามไปทีหลัง” ข้อเสนอที่ฟังดูแปลกประหลาดย่อมทำให้ทุกคนสงสัย โดยเฉพาะพวกเขาไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่ว่าโนอาห์จะหาทางไปจุดปฐมนิเทศได้เอง
แต่แล้วคำตอบกลับออกมาผิดคาดอย่างที่สุด
“เอาสิ ระวังตัวด้วยก็แล้วกัน” อารันหัวเราะเบาๆ
“อย่าลืมนะคะว่าเราต้องไปบริเวณสนามประลอง อย่ามาสายล่ะ” ซายากะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ในขณะที่นิกซ์เองยังไม่เข้าใจว่าทำไมคนทั้งสองนี้จึงได้บอกแบบนั้นไป เพราะไม่ว่าจะมองไปในทิศทางไหนการไปของโนอาห์ครั้งนี้ย่อมน่าสงสัยยิ่งกว่าอะไรดี
แต่มันก็สายเกินไปที่ชายร่างเล็กจะเอ่ยปากทักท้วง ก็ในเมื่อเพื่อนตัวดีของเขาดันเดินไปไกลลิบเสียั้แ่ตอนไหนก็ไม่ทราบ แต่บางทีเขาอาจจะคิดมากเกินไป คนอย่างโนอาห์ต่อให้ติดเล่นมากแค่ไหนก็อาจจะมีความคิดดีๆอยู่กับเขาบ้างเหมือนกัน แถมความสัมพันธ์ของโนอาห์และเซเรน่านั้นก็ดูเหมือนจะซับซ้อนกว่าที่เขาคิด ดังนั้นก็แค่หวังว่าเพื่อนใหม่ของเขาจะพูดความจริงขึ้นมาก็เท่านั้น
โดยที่นิกซ์ไม่ทันได้รู้ตัวเลยว่าในตอนแรกตนนั้นคิดถูกแล้ว
อาณาเขตปราสาทอวาลอนนั้นกว้างใหญ่อย่างน่าพิศวง อันเป็ผลมาจากเวทมนตร์สายลวงตาชนิดเดียวกับที่ปกปิดขนาดที่แท้จริงของเมืองอัลเทร่า แต่นักเรียนยังคงไม่อยู่กันหนาตาเสียเท่าไหร่ คงเพราะส่วนมากกระจุกกันอยู่บริเวณหน้าโรงเรียนและสนามประลองที่จัดงานปฐมนิเทศสำหรับพวกปีหนึ่ง ดังนั้นในตอนนี้โนอาห์จึงเดินไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวกโยธินโดยไม่ต้องระแวดระวังใคร
“เอาล่ะ เริ่มจากตรงไหนก่อนดี” เขาพึมพำออกมาเบาๆพลางหันหัวหมุนไปรอบๆ คล้ายกับว่ากำลังมองหาอะไรบางสิ่ง อันที่จริงจุดประสงค์ของเขาก็คือการตามหาตัวเซเรน่าจริงๆ แต่นั้นก็เป็แค่แผนรองเท่านั้น
ส่วนแผนหลักนั้นก็คือการทดสอบว่าความคิดของเขาถูกต้องหรือไม่
โนอาห์ใช้เวลาอยู่ในไอช่านานมากพอที่จะเรียนรู้อะไรๆหลายอย่างได้ในระดับหนึ่ง หนำซ้ำการมีคนแนะนำระดับอารันยังช่วยให้โนอาห์สามารถเรียนรู้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นอย่างผิดหูผิดตา แต่เขาก็ยังข้องใจในอะไรหลาๆอย่าง และหวังเป็อย่างยิ่งว่าโรงเรียนแห่งนี้จะให้คำตอบกับเขาได้
ในตอนนี้ตัวปราสาทยังไม่เปิดให้นักเรียนเข้า โนอาห์จึงทำได้แต่เดินอยู่บริเวณรอบๆเท่านั้น แต่เขาจะบุกขึ้นไปทางหน้าต่างหรือดาดฟ้าเมื่อไหร่ก็ย่อมทำได้ ซึ่งนั่นมันจะเป็การท้าทายอำนาจของเ้าถิ่นโดยไม่จำเป็ ยิ่งเฉพาะกับเ้าถิ่นที่เขายังไม่รู้ขีดจำกัดฝีมือที่แท้จริง
“แย่จังแฮะ...อ๊ะ! ไม่ยักนึกว่าในโรงเรียนจะมีสัตว์ด้วยแฮะ” โนอาห์ถอนหานใจเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบไปเห็นสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งเข้าให้ สัตว์มีขนขนาดเล็ก มีเท้าอยู่สี่ขาง หูแหลมยาว ทั่งทั้งเป็สีขาวจนดูเหมือนกับก้อนหิมะ
โนอาห์พบกับจิ้งจอกตัวหนึ่งในรั้วโรงเรียนที่ไม่น่าจะมีสัตว์อื่นนอกจากมนุษย์
หรือมันจะไม่ใช่สัตว์ธรรมดา
โนอาห์คิดในใจได้ดังนั้นจึงคลี่ยิ้ม พลางก้าวสามขุมไปหาจิ้งจอกสีขาวตัวน้อยๆช้าๆ แต่มันก็ยังยืนอยู่กับที่จ้องมองเขาไม่หนีไปไหน จนกระทั่งระยะห่างระหว่างโนอาห์กับจิ้งจอกตัวนั้นอยู่ถึงไม่คืบ สิ่งประหลาดก็บังเกิดขึ้นต่อหน้าโนอาห์ ตัวเขาเหมือนรู้สึกว่าเมื่อครู่กำลังตื่นจากการหลับใหล ในขณะเดียวกันเมื่อมองด้านหน้าก็ไม่พบกับเ้าจิ้งจอกตัวนั้นอีกแล้ว
แทนที่เ้าตัวจะมีสีหน้าห่อเหี่ยว กลับทอประกายเจิดจ้าผ่านสีหน้าออกมา
เขาหัวเราะเบาๆอยู่ซักพักก่อนจะเดินจากที่แห่งนั้นไปเงียบๆ
“นายเกือบมาไม่ทัน” อารันทักขึ้นหลังจากเห็นโนอาห์เดินขึ้นมาบนอัฏจันทร์ที่ทางโรงเรียนอุตส่าห์แบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้ให้กับนักเรียนปีหนึ่งโดยเฉพาะ แต่ปริมาณนักเรียนที่มีเพียงหลักร้อยก็ดูน้อยนิดเหลือเกินเมื่อเทียบกับขนาดโดยรวมของสนามประลอง
“ขอโทษที พอดีว่าหานานไปหน่อยน่ะ” โนอาห์ยิ้มแผล่ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างอารันๆ เมื่อมองไปด้านข้างก็พบว่าพวกนิกซ์ก็นั่งอยู่ข้างๆเช่นเดียวกัน พวกเขาหันมาทักทายโนอาห์เหมือนกับที่อารันบอกเมื่อซักครู่ไม่มีผิดเพี้ยน
โนอาห์เองก็ตอบกลับไปเหมือนเดิมเช่นเดียวกัน
“แต่ฉันว่านายหาเจอ” อารันหรี่เสียงให้ต่ำลงราวกับกลัวว่าใครจะมาได้ยิน นัยต์ตาสีฟ้ากรอกไปมาเหมือนกำลังท้าทายใครบางคน
“ดูเหมือนว่าฉันจะหนีความคิดของนายไม่ได้จริงๆแฮะ ใช่...ฉันเจอแล้วล่ะ” เขาตอบกลับ
อารันรู้ว่าจุดประสงค์ของโนอาห์ที่จริงแล้วคืออะไร มันก็แค่อยากจะลองพิสูจน์ด้วยตาตัวเองดูว่าสิ่งที่เขาบอกนั้นเป็ความจริงหรือไม่ โดยเฉพาะเื่ที่ทุกขอบเขตในเมืองแห่งนี้ล้วนถูกจับตามองโดยคนผู้หนึ่ง คนเดียวกันกับที่อยู่ในตำแหน่งสูงสุดของโรงเรียนแห่งนี้
ดังนั้นแล้วชายต่างโลกก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคนที่ชื่อเมอร์ลินจะมีฝีมือขนาดไหน จิ้งจอกตัวนั้นเป็หลักฐานสำคัญที่ว่าเขากำลังถูกจับตามอง แต่จะว่าเพราะออกมาเดินเพ่นพ่านหรือเปล่าก็ไม่น่าใช่ ดังนั้นผลสรุปจึงปลงตกออกมาเป็เื่เดียวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
คนที่รู้ที่มาของเขาไม่ได้มีแต่อารันคนเดียวอีกต่อไปแล้ว
“นับต่อจากนี้คงสนุกขึ้นเยอะ แต่ระวังไว้หน่อยกันดี แม่สาวองเมียวนั้นก็ดูเหมือนจะเริ่มระแคะระคายขึ้นมาบ้างแล้ว” อารันพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทอดสายตาไปด้านหน้าที่กำลังมีคณะอาจารย์คนสำคัญของโรงเรียนเดินมาสบทบไม่ขาดสาย
“ไม่ต้องห่วง ฉันมีวิธีจัดการอยู่แล้ว” โนอาห์ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปสนใจพิธีการเบื้องหน้าด้วยความสนอกสนใจ ตลอดทั้งชีวิตเขานั้นไม่เคยพบเจออะไรแบบนี้มาก่อน อีกทั้งถ้าผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ไป โนอาห์หรือชิวหลงก็รู้ล่วงหน้าได้เป็ทันทีโดยไม่ต้องรอให้พรายกระซิบ
ชีวิตของเขาต่อจากนี้จะไม่เหมือนเดิมตลอดกาล