“ผมภูผาครับเป็แฟ...”
“เพื่อนค่ะ! พวกเราเป็เพื่อนกันค่ะ” แพทโพล่งขึ้นทันควัน “ภูอยู่เชียงใหม่น่ะค่ะไม่ค่อยได้มากรุงเทพฯ พี่ต้นก็เลยไม่เคยเจอ”
“อ่อครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับผมเป็อาจารย์พิเศษและเป็ที่ปรึกษาโครงงานของแพทด้วย”ต้นรับััมือกับหนุ่มรุ่นน้องด้วยรอยยิ้มฝืดฝืน รู้สึกว่าอีกฝ่ายแผ่รังสีบางอย่างที่ไม่ค่อยเป็มิตรนัก
“ไปกันเถอะแพทเดี๋ยวจะเย็นค่ำ” ภูผาบอกกับหญิงสาวที่ยืนทำหน้าบึ้งตึงให้เขา
“หือ?”
“ก็เราจะไปบ้านอุ๋มกันไม่ใช่เหรอ”
“ห๊ะ!”แพทใจนพูดไม่ออก
นี่แสดงว่าอุ๋มบอกแชมป์และแชมป์บอกภูแน่เลยไอ้พวกนี้สามัคคีกันจับเธอใส่พานให้มันหรือไงนะ
“ไปได้แล้ว”ภูผาคว้าแขนแพท แล้วหันไปบอกต้น “ผมขอตัวก่อนนะครับ”
“...แพท”ต้นเรียกเธอคล้าย้าคำยืนยัน
“อะเอ่อ ค่ะพี่ต้น” แพทยิ้มขื่น “แม่อุ๋มเพิ่งออกจากโรงพยาบาลพวกเราก็เลยนัดกันจะไปเยี่ยมน่ะค่ะ”
“อ่อครับ งั้นพี่ฝากบอกอุ๋มด้วยนะครับ ขอให้คุณแม่แข็งแรงไวๆ” ต้นยิ้มตอบอย่างเข้าใจ
“ค่ะขอบคุณแทนอุ๋มด้วยนะคะ แล้วค่อยคุยกันค่ะ”
“ครับเดี๋ยวโปรเจกต์ของแชมป์พี่จะช่วยดูให้นะครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
“แล้วเจอกันครับ”ต้นยังคงมองสองหนุ่มสาวด้วยความคลางแคลงใจเหมือนมีบางอย่างสะกิดเตือนว่าเขากำลังเจอคู่แข่งตัวฉกาจในสนามรักครั้งนี้
ภูผาก้มศีรษะเล็กน้อยเป็การบอกลาจากนั้นก็ดึงแพทเดินออกไป จนกระทั่งมาถึงที่รถของเธอ
“เห้ย! ปล่อยได้แล้ว จะไปไหนเนี่ย” แพทโวยวายขึ้นทันทีร่างบางพยายามขืนตัวออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย
“ไปบ้านอุ๋มไง”ภูผาแบมือ “เอากุญแจรถมา”
“รถมึงล่ะ?”
“ไม่ได้เอามา”
“ก็ไม่ต้องไป!”
“แพท...อย่ากวน” ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้ “กูจูบนะ”
“ฮึย! ไอ้บ้า” แพทหยิบกุญแจรถขึ้นมากดปลดล็อกประตูก่อนจะยื่นให้ “อะ เอาไป”
“แหม่น่าจะกวนอีกหน่อย เผื่อได้จูบ” เขาบ่นเบาๆ แต่ก็เหมือนจงใจให้อีกคนได้ยิน
“ไอ้ภู!”เธอจ้องเขาตาขวาง
“อ๋ออยากให้จูบ ได้เลยครับ มาๆ” ภูผาแกล้งโน้มตัวทำท่าจะกอด
“ไม่ใช่โว้ย!”แพทตะคอกใส่หน้าอีกฝ่ายแล้วรีบเปิดประตูรถก้าวขึ้นไปนั่งด้วยความโมโห
ภูผาหัวเราะขบขันมองเธอด้วยแววตาหยอกล้อครู่หนึ่งจากนั้นก็อ้อมไปอีกฝั่งเพื่อทำหน้าที่ของตัวเอง
พอออกมาได้สักพักแพทก็ขอแวะซื้อกาแฟที่ร้านฟาสต์ฟู้ดชื่อดังซึ่งมีสาขาตั้งอยู่ทั่วไปในปั๊มน้ำมัน
ไม่นานร่างบางก็กลับมาพร้อมด้วยกาแฟสองแก้วกับมันฝรั่งทอดที่เธอชอบอีกหนึ่งห่อ
“ขอบใจ”ภูผารับกาแฟจากเธอมาดื่มแล้วเคลื่อนรถออกเดินทางต่อ
แพทนั่งดื่มกาแฟแล้วกินเฟรนช์ฟรายส์ไปเงียบๆ โดยไม่ได้พูดอะไร ปกติเธอก็ไม่ใช่คนช่างพูดอยู่แล้ว
“กินบ้างสิ”
เขาบอกเรียบๆดูเป็ปกติ ไม่ได้มีแววอยากแกล้งกันเหมือนก่อนหน้านี้ เธอจึงยื่นห่อเฟรนช์ฟรายส์ไปตรงหน้าเขา
“ขับรถอยู่ไม่เห็นเหรอ” ภูผาปรายตามองเธอแล้วยิ้ม “ป้อนหน่อย”
แพทดึงมือกลับมาแล้วนิ่งคิดครู่หนึ่ง ตอนเธอไปไหนมาไหนกับอุ๋มก็ผลัดกันขับรถผลัดกันป้อนของกินให้กันเป็ประจำอยู่แล้วกับภูก็คงไม่เป็ไรกระมัง
เธอตัดสินใจเลือกเฟรนช์ฟรายส์ชิ้นเล็กพอดีคำ แล้วยื่นไปตรงปากเขา
ภูผากลับคว้าจับมือเธอไว้แน่นจนเธอต้องมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ
“...?”
“กลัวมึงแกล้งไงเดี๋ยวจะไม่ได้กิน” เขาพูดยิ้มๆ แล้วก้มลงกัดมันฝรั่งทอดที่เป็แท่งสั้นๆนั้นทีละนิดๆ เหมือนกลัวว่ามันจะหมด
“...”
คือมันก็ชิ้นแค่นี้ งับไปคำเดียวก็สิ้นเื่ไหม? จะเล็มเพื่อ?
และเธอก็ได้คำตอบในไม่ช้า...เมื่อริมฝีปากของเขาแตะโดนปลายนิ้วของเธอในคำสุดท้าย ก่อนที่เรียวลิ้นร้อนจะไล้เลียและขบลงไปเบาๆจนเธอขนลุกซ่านสยิวแปลกๆ พอจะดึงมือออกเขากลับขืนจับเอาไว้แน่นขึ้น แล้วพลิกหลังมือมาจูบ
“ภู!” แพทตวัดเสียงดุ
“ครับ”ภูผายิ้มตอบ และยังจับมือเธอไว้วางลงบนตักไม่ยอมปล่อย
“ปล่อย”
“ไม่ปล่อย...ขอจับแป๊บนึงไม่ได้หรือไง”
จิ๊! เธอส่งเสียงขัดใจแล้วพยายามบิดมือออกจากการเกาะกุมของเขา
“เห้ยอย่าขยับส่งเดชสิวะแพท” ภูผาปรามพร้อมทั้งก้มมองมือที่จับกันไว้บนตักซึ่งมันตรงกับอวัยวะส่วนนั้นพอดี “เดี๋ยวมันตื่นขึ้นมามึงรับผิดชอบนะ”
และนั่นทำให้แพทชะงักตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะเธอยอมนั่งนิ่งๆ แทบกลั้นหายใจเลยก็ว่าได้
“...แพท”
“ว่า?”
จู่ๆชายหนุ่มก็เปลี่ยนโหมดเป็จริงจัง ไม่มีรอยยิ้มหยอกล้อ
“มึงทำตัวเองให้เหนื่อยแบบนี้ไปเพื่ออะไร”ทั้งเรียนทั้งทำงานทั้งสัมมนาทำโน่นทำนี่ไม่ได้หยุด มีเวลาพักผ่อนบ้างไหม
“...”
“มันไม่ช่วยให้มึงลืมกูได้หรอกเพราะกูอยู่ในใจมึงแทบทุกลมหายใจ” เขารู้และเพิ่งแน่ใจเมื่อคืนว่าแพทยังรักเขาอยู่แม้สิ่งที่มันพูดออกมาจะไม่มีคำว่ารักก็ตาม
คำพูดของภูผาเป็ความจริงที่ทิ่มแทงทะลุใจเธออย่างจังใบหน้าสวยหลบตาเขาแล้วหันไปมองวิวข้างทางโดยไม่คิดจะพูดอะไร
“ไอ้แชมป์บอกว่ามึงเรียนเทอมสุดท้ายแล้ว”
“...”
“แพท...กูขอเถอะ อย่าทำร้ายตัวเองอีกเลย กูพูดจริงๆ นะเมื่อคืนตอนมึงหลับกูทำอะไรบ้างมึงยังไม่รู้เลย”
“...!?”
“เห้ยไม่ได้หมายถึงแบบนั้น” ภูผารีบปฏิเสธเมื่อเธอหันขวับมองเขาตาเขียว “คือ มึงหลับลึกหลับสนิท หลับเป็ตายมึงเหนื่อยมากจนร่างกายอ่อนเพลียไปหมดแบบนี้กูเห็นแล้วปวดใจนะ”ถ้ามันไปนอนที่อื่นแล้วหลับแบบนี้มีหวังโดนจับปล้ำทำอนาจารไปถึงไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้...พูดก็พูดเถอะเขายังแทบอดใจไม่ไหว
แพทหันกลับไปมองวิวข้างทางต่อพร้อมถอนหายใจยาวคล้ายกำลังใช้ความคิด
“มึงลาออกจากงานที่บริษัทแล้วเรียนอย่างเดียวไม่ได้เหรอสัมมะนงสัมมนาอะไรนั่นก็ไม่ต้องไปแล้ว มึงเก่งมากพอแล้วแพท”
“จะบ้าเหรอให้ออกจากงานแล้วจะเอาอะไรกินล่ะ” พูดมาได้ ให้เธอออกจากงาน มันน่ากระทืบไหมเนี่ย
“กูเลี้ยงมึงเองเมีย เอ๊ย! เพื่อนคนเดียวกูเลี้ยงได้ออกค่าเทอมให้ด้วย มึงมีหน้าที่เรียนอย่างเดียว พอเรียนจบก็มาทำงานให้บริษัทกูไม่ต้องไปทำที่อื่น”
“ไม่!” แพทตอบโดยไม่ต้องคิด
“นี่มึงจะไม่คิดสักหน่อยเลยเหรอ”
แพทไม่ตอบไม่พูดอะไรออกมาอีกภูผายกมือเธอขึ้นมาจูบอีกครั้งแล้วปล่อยให้เธออยู่ในความเงียบนั้นต่อไปจนกระทั่งถึงบ้านอุ๋มและทุกอย่างที่คุยกันก็หยุดไว้เพียงเท่านี้
แม้บ้านอุ๋มจะเป็ร้านอาหารแต่ก็แยกพื้นที่สำหรับบ้านพักออกไปอย่างชัดเจนและวันนี้ร้านก็เปิดให้บริการตามปกติด้วย
“แพท...เข้ามาเลย” อุ๋มเดินออกไปเรียกเมื่อเห็นรถของเพื่อนสาวจอดที่รั้วข้างบ้าน “อ้าวไอ้ภู มึงก็มาด้วยเหรอ” เธอไม่แปลกใจเลยสักนิด เพราะรู้อยู่แล้วว่าแชมป์ต้องบอกภูผาแน่นอนส่วนแชมป์นั้นยังไม่ว่าง คราวนี้เลยไม่ได้ตามมาด้วย
“อือกูก็ว่างๆ น่ะ เลยอยากมาเยี่ยมแม่มึงด้วย” ภูผาตอบยิ้มๆ ร่างสูงถือตะกร้าผลไม้เดินตามสองสาวเข้าไปในบ้าน
แพทถูกสายตาล้อเลียนของอุ๋มจับจ้องจนทำอะไรไม่ถูกได้แต่ก้มหน้าก้มตาเลี่ยงๆ ไป พอเข้ามาถึงในบ้านแขกทั้งสองก็ยกมือไหว้สวัสดีพ่อของอุ๋มที่นั่งดูทีวีอยู่ในห้องโถง
“อ่า...มาแล้วเหรอลูกสาวพ่อ สวัสดีๆ มานั่งก่อนลูกแพท”ผู้าุโทักทายเพื่อนลูกสาวที่คุ้นเคยกันเป็อย่างดี“เห็นอุ๋มบอกว่าไม่ค่อยจะว่างเลยเรา”
“ค่ะพ่อสิท”แพทเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม “เรียนเทอมสุดท้ายแล้วก็เลยงานเยอะค่ะ”
“อ้าวและนั่นพาแฟนมาด้วยเหรอ” พ่อสิทแกล้งทักทั้งที่รู้ “มาๆ พ่อหนุ่ม นั่งก่อนลูกแหม่... หล่อเหลานะเรา”
เื่ของเด็กๆอุ๋มกับแชมป์มานั่งคุยเล่าให้ฟังบ่อยจนพ่อรู้เห็นทุกอย่างนั่นแหละ พ่อก็รักแพทเหมือนลูกสาวอีกคนหนึ่งเลยด้วยส่วนเื่ของภูผาพ่อก็รู้มาเหมือนกัน
“ครับ”ภูผายิ้มกริ่มตอบรับหน้าตาเฉย
“ไม่ใช่ค่ะพ่อสิทนี่ภูค่ะพ่อ” แพทรีบแก้ความเข้าใจผิดนั้นแล้วหันไปถลึงตาใส่ภูผา
“พ่อ! นั่นไอ้ภูไง ภูผาน่ะ” อุ๋มแทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่ ก็รู้แหละว่าพ่อแกล้งมันทั้งคู่
“เอ้าเ้าภูรึนั่น?” พ่อสิทเบิกตาโพลงทำท่าใ “โห ลูกชายสุดหล่อของพ่อนี่เองเป็ไงมาไงล่ะเรา”
“ครับพ่อสิท”
พอเห็นสองหนุ่มต่างวัยทำท่าจะคุยกันอีกยาวสองสาวจึงขอตัวเลี่ยงออกไปเยี่ยมคนป่วยที่นอนพักอยู่บนห้องชั้นสอง
“เ้าภูเื่นั้น... เฮ้อ... พ่อเสียใจด้วยนะลูก”
ภูผาขยับเข้าไปนั่งใกล้พ่อสิทอีกนิดแล้วพูดเหมือนที่เขาเคยพูดกับคุณพ่อของตัวเอง
“ขอบคุณครับพ่อสิทผมไม่เป็ไร... ไม่เป็ไรจริงๆ ครับ”
“อื้อพ่อก็ว่าลูกชายของพ่อคนนี้เข้มแข็งอยู่แล้ว” ผู้าุโมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยแววเอ็นดูและเป็ห่วงจากใจจริง“ภู ฟังพ่อสักคำนะลูก”
“ครับ”
“อย่าจมอยู่กับความผิดในอดีตยังไงชีวิตต้องก้าวต่อไปข้างหน้าพ่อเชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ของภูก็ไม่อยากให้ภูโทษตัวเองนะลูก”
“ครับพ่อสิทผมเข้าใจแล้วครับ”
“ส่วนเื่เ้าแพท”พ่อสิทแหงนหน้ามองขึ้นไปข้างบน “ต้องให้เวลามันหน่อย ยังไงมันก็หนีไปไหนไม่รอดหรอก...ถ้าจะมีคนใหม่มันคงมีไปนานแล้ว”
“ครับเื่แพท ผมผิดเองครับ ที่ปล่อยมือจากมัน” ภูผาก้มหน้ายอมรับชะตากรรมของตัวเองตอนนี้ถูกแพทเมินใส่ก็สมควรแล้ว
“แต่ดูท่าอาจารย์คนนั้นเขาเอาจริงอยู่นะ” พ่อสิทโพล่งออกมาตรงๆ “โปรไฟล์ดีใช้ได้นี่แพทมันก็เริ่มใจอ่อนยอมให้เขาไปรับไปส่งแล้วด้วยนะ อืม... ดูๆไปก็เหมาะสมกันดี”
“...!?” อ้าว ทำไมพ่อพูดงี้ล่ะ
เมื่อกี้ยังเป็กำลังใจให้เขาอยู่เลยแล้วไหงกลับไปสนับสนุนฝ่ายตรงข้ามซะงั้น แบบนี้เรียกว่าโอ๋แล้วกระทืบซ้ำเลยดีกว่า
พ่อสิทเห็นหน้าเ็ปของภูผาแล้วอยากจะหัวเราะออกมาดังๆพ่อก็เห็นด้วยกับพวกแชมป์อุ๋มแล้วก็ทัตนะ รู้ว่าแพทยังรักภูผาอยู่ก็จริง แต่ขอร่วมวงสั่งสอนมันสักตั้งปั่นแบบเบาๆ เอาให้จุกกันไปนานๆ หึ!อยากมาทำลูกสาวพ่อก่อนทำไมล่ะ
...................
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
^_^
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ธัญวลัย
***แนะนำให้ซื้อ E-book ที่หน้าเว็บ จะได้ราคาถูกกว่าในแอปมือถือค่ะ***
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)