แจนตื่นขึ้นเพราะแสงอาทิตย์ในเวลาใกล้เจ็ดโมงเริ่มแยงตา เธอลุกขึ้นพร้อมกับกวาดตามองไปรอบห้องที่ไร้เงาของแม่ แต่ข้าง ๆ มีจินที่นอนหงายไม่รู้เื่รู้ราวอยู่บนหมอน
ขณะที่แจนกำลังจะลุกขึ้นไปอาบน้ำเตรียมแต่งตัวไปโรงเรียน สายตาเธอก็ไปสะดุดอยู่ที่โทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งที่วางอยู่ใกล้ ๆ มือของจิน
เธอหยิบมันขึ้นมาพิจารณา โทรศัพท์มือถือสีน้ำเงินหม่น มีปุ่มกด สภาพเก่า ขนาดเพียงฝ่ามือ มีหน้าจอเล็ก ๆ พอกดตัวเลขแล้วหน้าจอก็สว่างขึ้นแสดงตัวเลขที่เธอกด
'มันไปเอามาจากไหนเนี่ย' แจนคิดในใจ
เป็จังหวะเดียวกับที่จินลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นพี่สาวกำลังหยิบจับโทรศัพท์มือถือของเธออยู่ เธอจึงคว้ามือไปฉวยเอาโทรศัพท์เครื่องนั้นกลับมา
"อย่ายุ่ง ! ของกู ! " จินตะคอก
"แล้วมึงไปได้มายังไง" แจนถามด้วยความสงสัย
"ลุงเขาให้มา"
"ลุงไหน"
"ลุงในสวน เมื่อวานตอนมึงไปซื้อมาม่า กูไปเล่นในสวน อยู่ ๆ ลุงคนนึงเขาเดินมาถามว่าอยากได้โทรศัพท์มั้ย กูบอกอยากได้ ลุงก็โชว์โทรศัพท์ให้กูดู ละบอกว่าขอจับจิ๋มหน่อย ถ้าให้จับจะยกโทรศัพท์ให้"
สวนที่จินกล่าวมาคือสวนสาธารณะที่อยู่ไม่ไกลจากห้องพักมากนัก มีอุปกรณ์ออกกำลังกายให้ใช้ มีกำแพงต้นไม้ดอกไม้ปลูกเรียงสลับกันอย่างสวยงาม เวลากลางวันจะมีชาวบ้านพาลูกเด็กเล็กแดง มารวมตัวเล่นของเล่น หรือออกกำลังกายกัน แต่ตกกลางคืนจะกลายเป็จุดนัดพบของหนุ่มสาวมาร่วมรักกันอย่างดูดดื่มบริเวณนั้น และมีผู้รับชมคอยแอบซุ่มมองอยู่โดยรอบ รุ่งเช้าก็จะทิ้งร่องรอยของกิจกามหรือขยะไว้ ไม่ว่าจะเป็ซากถุงยาง ก้นบุหรี่ อุปกรณ์เสพยาเสพติด ขวดเหล้า ไว้ให้พนักงานทำความสะอาดท้องที่มาเก็บอยู่ประจำทุกวัน
เด็กน้อยไร้เดียงสาไม่ได้ล่วงรู้เลยว่าสิ่งที่เธอถูกกระทำนั้นไม่ดี ไม่ถูกต้อง เธอคิดเพียงแค่ นี่คือพฤติกรรมปกติของมนุษย์เพศชายที่ทำกับแม่เธอให้เห็นประจำ การให้ชายแปลกหน้าััของสงวนเพื่อแลกกับบางสิ่งบางอย่างที่เธอ้า ไม่ได้เลวร้ายเท่าไรนัก ไม่มีเื่ต้องเจ็บตัว ไม่ได้มีอะไรเสียหายไปจากร่างกายเธอ และพี่สาวเธอก็คิดเช่นเดียวกัน
"กูก็ว่ากลับมาไม่เจอมึง รีบไปอาบน้ำได้แล้ว จะได้ไปโรงเรียน"
จินไม่ตอบ แต่ยังนั่งชื่นชมโทรศัพท์เครื่องเก่าที่เธอพึ่งได้รับมา
เด็กน้อยสองคนไม่ได้มีของเล่นมากมายเท่าไหร่นัก นอกจากตุ๊กตาบาร์บี้ไม่กี่ตัวที่แม่พาไปซื้อเวลาไปเดินเที่ยวตลาดนัด ชีวิตของเด็กทั้งสองไม่ได้ยากจนหรืออดอยากปากแห้ง ในห้องพักราคาเดือนละสามพันห้า ที่ไม่ได้ใหญ่โตแต่ก็ไม่ได้คับแคบ ทั้งยังมีห้องน้ำในตัว มีทีวีพัดลม ไว้อำนวยความสะดวก และมีแบงก์ร้อยหนึ่งหรือสองใบวางไว้ทุกวันบนชั้นวางทีวีสำหรับเด็กสองคนใช้จ่ายซื้อของกินในแต่ละวัน
แม่ของเธอไม่เคยเตรียมข้าว น้ำ หรืออาหารใด ๆให้ลูกเลย เด็กทั้งสองจึงกินแต่ของที่อยากเช่นกินขนมถุง ไส้กรอก และน้ำอัดลมแทนข้าวปลาอาหารที่ควรจะกิน ร่างกายจึงผอมโกรก ดูไม่สมวัย ซ้ำยังปล่อยปละละเลยไม่ดูแล ให้สองพี่น้องใช้ชีวิตกันเอง ไม่เคยอบรมและสอนสั่ง นั่นเพราะตัวแม่ของเธอก็โตมาจากสภาพแวดล้อมที่ไม่ต่างกันนัก อาจจะแย่กว่าตรงที่แม้แต่แม่แท้ ๆ ก็ยังไม่เคยเจอ
'วิภา' แม่ของเด็กทั้งสองเป็เด็กกำพร้า ถูกทิ้งไว้ให้ชาวบ้านในสลัมเลี้ยงดูจนโต และผ่านการถูกล่วงละเมิดทางเพศั้แ่เล็กจากคนที่เลี้ยงดู ซ้ำยังต้องอดมื้อกินมื้อ ทำให้พออายุได้สิบห้าปี จึงตัดสินใจออกจากสลัมตามการชักชวนของเพื่อน มาทำงานกลางคืนที่ทำให้เธอเริ่มมีเงินกินใช้ และได้รับความรักจากผู้ชายหลากหลายที่ผ่านเข้ามา ทดแทนความรักที่เธอไม่เคยได้จากครอบครัว และเป็เหตุผลหนึ่งที่เธอคลอดเด็กทั้งสองแม้ว่าจะไม่รู้ว่าใครเป็พ่อ เธอคิดว่าลูกนั้นจะทำให้เธอได้มีครอบครัวแบบที่เธอไม่เคยมีมาก่อน แต่ความที่ไม่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงดู สั่งสอน อบรมเด็ก เธอจึงปล่อยลูกสาวทั้งสองให้ใช้ชีวิตอยู่กลางสภาพแวดล้อมที่เธอคุ้นชินกับมัน
เวลาพักเที่ยงของโรงเรียนประถมขนาดเล็ก ในชุมชน เด็ก ๆ ออกมาวิ่งเล่นในสนามหลังรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ แจนนั่งรับลมบนม้านั่ง ใต้ร่มต้นหูกวางสูงใหญ่ และครุ่นคิดถึงโทรศัพท์ที่น้องสาวได้มา
'อยากได้บ้างจัง ไอจินมันโชคดีจังวะ' แจนคิดในใจ
ในยุคที่การสื่อสารกำลังพัฒนาแบบก้าวะโ ผู้คนเริ่มเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ง่ายขึ้น และสิ่งบันเทิงและข้อมูลต่าง ๆ ถูกรวมไว้ในโทรศัพท์มือถือ
มันเป็เื่ที่น่าสนใจสำหรับแจนที่กำลังจะก้าวเข้าสู่วัยรุ่นในอีกไม่ช้า
เธอเห็น 'พี่แป้ง' หญิงสาวข้างห้องที่สนิทกันก็มีโทรศัพท์มือถือ ถ่ายรูปได้ ดูวิดีโอและคุยกับคนอื่นได้ มันดูเป็ของเล่นที่น่าสนุกและแปลกใหม่ เธออยากลองติดต่อกับเพื่อน หรือคนอื่น ๆ ในเวลาที่ต้องรอกลับเข้าห้องบ้าง
"เฮ้อ..." แจนถอนหายใจ
พลางคิดถึงราคาโทรศัพท์มูลค่าหลักพันที่เคยเห็นผ่านตู้โชว์สินค้าในห้าง ไม่รู้จะหาเงินจากไหนถึงจะซื้อได้
ระหว่างที่นั่งคิดอยู่นั้นก็มีเสียงเด็กหญิงคนหนึ่งะโเรียก
"แจน !! คืนนี้มึงจะไปรวมกลุ่มกับพวกพี่ดามั้ย พวกไอ้กอล์ฟก็จะขี่มอไซค์ไป จะได้แวะรับไปพร้อมกันเลย"
เด็กหญิงต้อยติงเพื่อนร่วมชั้นเรียนของแจนกล่าวถามเสียงสดใสออดอ้อน พร้อมกับะโมาเกาะพนักพิงม้านั่ง
ในโรงเรียนประถมของชุมชนนี้มีนักเรียนไม่เยอะมากนัก ทุกระดับชั้นมีเพียงชั้นละหนึ่ง
ห้อง บางระดับชั้นมีนักเรียนเพียงสิบคนเท่านั้น เป็เด็ก ๆ ที่เกิดและเติบโตอยู่ในชุมชนนั่นเอง จึงค่อนข้างสนิทสนมและรู้จักกันอยู่แล้ว
แจนครุ่นคิดอยู่ประเดี๋ยว จึงตอบว่า
"กว่ากูจะทำการบ้านเสร็จคงหกโมง สักทุ่มนึงมึงกับกอล์ฟมารับกูด้วยแล้วกัน"
ด้วยลักษณะนิสัยที่ค่อยข้างมีวินัย แจนจะเรียงลำดับความสำคัญของเื่ที่ควรจะทำได้ดีเสมอ และจะทำให้เสร็จสำเร็จก่อนจึงจะไปทำอย่างอื่น เพราะเธอรู้ดีว่าถ้าทำการบ้านไม่เสร็จจะโดนครูทำโทษและสั่งสอน เธอรู้สึกไม่ชอบที่ครูประจำชั้นสาว มักจะจู้จี้เื่ที่บ้านของเธอเท่าไหร่ จึงปฏิบัติตัวให้อยู่ในระเบียบของโรงเรียนและทำให้ครูของเธอพอใจ เธอรู้สึกว่าการทำให้ผู้อื่นพอใจจะทำให้ใช้ชีวิตง่ายขึ้น
ตกเย็น เมื่อเธอกลับถึงบ้าน จัดแจงเปลี่ยนชุด เอาเสื้อผ้าของแม่และน้องสาวไปซัก จึงลงมือทำการบ้าน ไม่นานนักเธอก็จัดการกิจวัตรประจำวันเสร็จหมดทุกอย่าง เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้วจึงมองนาฬิกาที่ผนัง เป็เวลาหกโมงครึ่งแล้ว แจนจึงออกจากห้องพัก ปล่อยน้องสาวนอนเล่นโทรศัพท์ที่ได้มาอย่างเพลิดเพลิน
ในวันธรรมดาที่เด็ก ๆ ต้องไปโรงเรียน พวกเธอแทบจะไม่ได้เจอแม่เลย เพราะแม่เธอจะกลับมานอนก็่สายแล้ว เมื่อตกเย็นก็ตื่นฟื้นเตรียมตัวออกไปทำงาน ซึ่งหลายครั้งก็มีผู้ชายมากหน้าแวะเวียนมาร่วมหลับนอนอยู่บนเตียงเดี่ยวของแม่บ้าง และออกไปพร้อมกันในตอนเย็น
วันนี้ั้แ่ที่เธอกลับมาจากโรงเรียนก็ไม่เห็นแม่แล้ว มีเพียงเงินสองร้อยที่วางไว้หน้าทีวีเช่นเคย เธอหยิบส่วนของตัวเองไปหนึ่งร้อยบาท ทิ้งไว้ให้น้องสาวซื้อของกินหนึ่งร้อยบาทตอนเธอไม่อยู่