งานทุกอย่างยังเดินตามแผนที่วางไว้จิณวัตรสำรวจบ้านพักหลังเล็กริมเชิงเขาของเขาด้วยความพอใจ ทุกอย่างเหมือนภาพฝันที่เขาวางเอาไว้ไม่ผิดการได้นั่งจิบเบียร์มองแสงสุดท้ายของวันเมื่ออาทิตย์อัสดงลาลับฟ้าอากาศแห่งขุนเขาโอบอ้อมให้เย็นสบาย เป็สิ่งที่หลายๆคนโหยหา
ก๊อก ก๊อก
“เข้ามาได้ครับ” ใครมาเวลานี้ผู้รับเหมาและเหล่าคนงานเพิ่งทำงานเสร็จ ลากันไปพักผ่อนเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี่น่า
“อาหารเย็นเ้า” คำเอื้อยก้าวเข้ามาพร้อมถาดอาหารและเครื่องดื่มวางบนโต๊ะริมระเบียงที่เ้าของไร่นั่งอยู่
“เอามาทำไม ฉันไม่ได้สั่งสักหน่อย” เขารับประทานแซนวิชพร้อมไส้กรอกจากร้านสะดวกซื้อเรียบร้อยแล้วเพราะไม่อยากให้ใครต้องมายุ่งยาก รู้ดีว่าเหตุการณ์ในไร่ยังไม่เข้าภาวะปกติ
“แต่นายจิณยังไม่ได้ทานอาหารเย็นนะเ้า” ดวงหน้าอ่อนล้าอิดโรยบอกไปตามที่ตนเข้าใจคำเอื้อยจึงประกอบอาหาร 3 อย่างมาให้
“แล้วนี่หายดีแล้วเหรอ ฉันบอกให้เธอพักผ่อนไง”
“หายดีแล้วเ้า” เธอไม่ได้รู้สึกเจ็บหรือปวดบริเวณศีรษะแล้ว
“ยังจะมาเถียงอีก” จิณวัตรส่ายหัวให้กับความดื้อเพ่งของหญิงสาวตรงหน้าจริงๆสภาพของเธอดูไม่จืด แล้วยังมาทำอวดเก่ง อวดดีอีก
“ฉันขอดูแผลหน่อย” เขาหนุ่มลุกขึ้นเต็มความสูงก่อนก้าวไปหาคนบอบบางเบื้องหน้า
“อุ้ย!” ความใกล้ชิดทำให้เ้าตัวสะดุ้งเล็กน้อย
“ไม่เจ็บหรอกน่า ฉันจะเบามือที่สุด” มือหนาค่อยๆแกะผ้าก๊อตสีขาวดวงตาคมจ้องมองาแที่มีรอยเย็บด้วยไหมสีดำยาวประมาณ 5-6 เิเ
“เธอเจ็บมั้ยคำเอื้อย เจ็บมากหรือเปล่า?” ความห่วงใยพรุ่งพร่านกำจายหากเป็ไปได้จิณวัตรอยากเป็เจ็บเสียเอง
ทำไมเขาถึงมีความรู้สึกห่วงหวงหวงเเหนผู้หญิงคนนี้นะ
“ไม่เจ็บเ้า” สาวชาวดอยส่ายหน้าปฏิเสธมือหนาอบอุ่นเคลื่อนมาวางและจับหัวไหล่ของเธอไว้มั่นริมฝีปากหนาเคลื่อนเข้าหาพร้อมประทับรอยจูบเบาๆ บนหน้าผาก เฉียดใกล้บริเวณแผล
หวังปลุกปลอบให้คนป่วยหายจากอาการเ็ปดวงตาสองคู่จ้องสบพักตร์ ประตูแห่งหัวใจเปิดเผยไร้การปิดบัง
"ให้ฉันเป็คนดูเเลเธอนะคำเอื้อย"
“นายจิณเ้า” เสียงหวานดังราวคนละเมอหัวใจของคำเอื้อยดังราวกลองเพล มันแทบกระดอนเด้งออกมาเต้นโชว์ตรงหน้าเขา จิณวัตรมองแก้มนวลนางแดงระเรื่อบัดนี้หลบหลีกสายตาด้วยความขัดเขิน
น่ารัก
เมื่อเธอน่ารักขนาดนี้เขาเองก็อยากรักใจแทบขาด
“อื้ออออ” ััแตะลงแ่เบาบนกลีบปากบางรสจูบของหญิงสาวหวานนุ่มละมุนลิ้นลมหายใจร้อนผ่าวของจิณวัตรถ่ายทอดให้คนตัวเล็กในอ้อมแขน เขายืนรวบเอวของเธอเอาไว้ไม่ให้ร่างอ่อนระทวยที่พร้อมล้มลงบนพื้นได้ทุกเมื่อ
“อ่าส์” เ้าของไร่ครางพอใจในลำคอจูบไร้เดียงสาของเธอทำให้เขาแปลกใจ อย่างน้อยหญิงสาวก็น่าจะเคยผ่านเหตุการณ์แบบนี้กับชายอื่นมาบ้างเช่น นายภิเสือ เป็ต้น
เมื่อคิดมาถึงจุดนี้จิณวัตรรีบถอนริมฝีปากอย่างรวดเร็ว เขาเร่งถอยห่างจากเธอ
นี่มึงทำอะไรลงไปวะไอ้จิณ มึงคิดจะตีท้ายครัวผู้หญิงของลูกจ้างตัวเองอย่างนั้นเหรอ
“นายจิณ” ปากจิ้มลิ้มบวมเจ้อ คำเอื้อยตัวสั่นระรัวแก้ม ใบหน้า แขน เขา ทุกส่วนร้อนรุ่มไปหมด ััแปลกใหม่ที่เธอไม่เคยพบพานััแนบชิดระหว่างชายหญิง ระหว่างเขาและเธอ
คำเอื้อยก้มมุดด้วยความอายมือประสานบีบคลายลดความเกร็ง
“เออ...เออ ฉันเมาน่ะ ที่ ที่...เออที่ทำลงไปทั้งหมดฉันไม่รู้ตัวเลยนะคำเอื้อย” ชายหนุ่มรีบโทษเ้ากระป๋องแอลกอฮอร์ที่เขาเพิ่งสาดลงลำคอทั้งที่ความจริงไม่ใช่สักนิด อารมณ์หวามเมื่อสักครู่ไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบแต่เป็เพราะเขาอยากจูบเธอ
“เ้า เอื้อยขอตัวก่อนเ้า” หน้าของเธอหดเหลือไม่ถึงสองนิ้วใบหน้าที่ร้อนผ้าวร้อนขึ้นกว่าเดิมหญิงชาวดอยรีบวิ่งออกไปจากที่พักเชิงเขาอย่างรวดเร็วเธอไม่มีหน้าที่จะอยู่ต่ออีกสักวินาทีเดียว
ชายคนแรกที่ขโมยจูบแรกของหล่อนไป...มันไม่ได้เกิดจากความรักความชอบ ความเสน่หาเหมือนในละคร แต่ทั้งหมดเกิดจากความเมาของแอลกอฮอร์
กว่าจะวิ่งมาถึงบ้านพักหลังเก่าน้ำตาที่ไหลออกมาเป็สาย ก็แห้งเหือดหายไปจนหมดสิ้น
“ฮือ ฮือ ฮือ นายจิณไม่ผิดหรอกเ้า ทั้งหมดเอื้อยผิดเอง” ผิดที่คิดเข้าข้างตัวเอง ผิดที่แอบมอบใจให้เขา...ผู้ชายที่อยู่ไกลเกินเอื้อม
ความรักระหว่างชนชั้นที่ไม่มีวันเป็จริงได้เลย
“โธ่เว้ย!” กระป๋องเบียร์ที่วางไว้ เขากวาดระแนระนาดใบหน้าเข้มคิ้วขมวด ชายหนุ่มใช้สมองกับเื่นี้เท่าไหร่ก็คิดไม่ออกเสียทีใช่จะไม่เห็นว่าเธอเสียใจ ใช่จะไม่รู้ว่าตนเองนั้นทำเกินไป ใช่จะไม่รู้ว่าเขากำลังแถเอาตัวรอดแบบข้างๆคูๆจิณวัตรรู้ดี รู้ดีทุกอย่างด้วย
สายตาคมเพ้งมองถาดอาหารพร้อมเครื่องดื่มนึกถึงรอยแผลบนหน้าผาก ขนาดสภาพตัวเองยังไม่หายเป็ปกติเ้าหล่อนยังอุส่าต์มีความปรารถนาดีต่อเขา
แล้วเขาล่ะ
ท่านประธานหนุ่มตัดสินใจ
ใช่...เขาควรไปขอโทษเธอ
แสงไฟในตัวบ้านพักยังส่องสว่างประตูบ้านหลังนี้ยังคงเปิดอ้า เพราะเ้าของยังไม่หลับนอนจิณวัตรเดินมาด้วยความเงียบเขาเห็นเธอนั่งหลังโอนเอนประดิดประดอยช่อดอกไม้งดงามประณีต
“อุ้ย!” หน้ามืด อาจเพราะเธอนั่งนานนับชั่วโมงบวกกับสมองไม่อาจสลัดใบหน้าเ้าของจูบแรกได้สำเร็จคำเอื้อยสะบัดศีรษะขับไล่อาการอ่อนล้าและอ่อนเพลีย
“ว้ายยยยย” หญิงสาวร้องเสียงหลงเมื่อเธอนั้นถูกช้อนลอยบนอากาศ
“ทำไมถึงดื้อแบบนี้น่ะ” ถ้าเขาไม่ได้มาเห็นกับตาคงไม่รู้ว่าหญิงสาวยังคงทำงานไม่ได้หลับนอนอย่างที่ควรจะเป็
“นายจิณจะทำอะไรเ้า” มือข้างหนึ่งยังกำเข็มร้อยพวงมาลัยอยู่เลยส่วนอีกข้างก็เกาะไหล่กว้างเอาไว้เพื่อไม่ให้ตนเองร่วงหล่น
“เธอนั่นแหละ ดึกป่านนี้แล้วทำไมถึงไม่พักผ่อนจะร้อยพวงมาลัยบ้าๆนี่ไปถึงไหน” ร่างบอบบางถูกวางลงบนฟูกนุ่มจิณวัตรถือวิสาสะนำเข็มร้อยพวงมาลัยออกจากมือ นำไปเก็บไว้ในตะกร้าอุปกรณ์ตามเดิม
“เอื้อยไม่ได้เป็อะไรมากหรอกเ้า แค่หน้ามืดนิดหน่อยนอกพักเดี๋ยวเดียวก็หายแล้ว” แววตาเศร้าหันไปมองดอกไม้ที่เหลืออยู่เต็มตะกร้าดอกไม้ของเมื่อวานเสียหายทั้งหมด หากของวันนี้ต้องมาเสียหายอีกยอดเงินในบัญชีที่สะสมไว้ทุกเดือนคงไม่ถึงเป้าแน่
“ฉันขอสั่งห้ามเด็ดขาดนะคำเอื้อย” เพราะสายตาละห้อยน่าสงสารนั่นจิณวัตรรู้ว่าสาวเ้ากำลังคิดอะไรอยู่
“แต่ว่า...” เธอกำลังจะอธิบายเหตุผล
“รักษาตัวเองให้ดีก่อนจะได้มั้ยถ้ายังดื้อแบบนี้แล้วเป็ลมเป็แล้งขึ้นมาจริงๆจะว่าไง ไหนจะยูกยาค่ารักษาไหนจะทำงานไม่ได้อีก ร้อยพวงมาลัยพวกนี้ก็ไม่ได้ด้วย สรุปคือมันจะได้ไม่คุ้มที่เสียเข้าใจไหม”จิณวัตรดุปานว่าเธอคือเจนจิราน้องสาวของเขา ถ้าดื้อแบบนี้แล้วเกิดเป็น้องสาวขึ้นมาจริงๆ ต้องตีให้ก้นลาย
“เ้า” สาวน้อยยอมยกธงขาวเพราะสิ่งที่เ้าของไร่พูดมาทั้งหมดเป็เื่จริง อีกอย่างตอนนี้เธอเริ่มจะมีอาการปวดๆตรงแผลบ้างแล้ว
“ดีมาก พักผ่อนน่ะ” พูดง่ายแบบนี้ก็น่ารักดีแฮะ
“เ้า นายก็กลับไปพักผ่อนเถอะเ้าดึกแล้ว” 3 ทุ่มแล้วโดยทั่วไปคนงานก็พักผ่อนกันหมด
“ไม่ไป...” เขานั่งอยู่ข้างๆ ลอยหน้าลอยตา
“...” สาวน้อยนอนมองตาปริบๆ
“ฉันจะดูแลเธอเอง เป็ลมขึ้นมาจริงๆจะทำอย่างไง” ผ้าห่มถูกยกขึ้นมาห่มถึงหน้าอกจิณวัตรลุกขึ้นไปปิดประตู หน้าต่างสนิท ก่อนกลับมานั่งลงตำแหน่งเดิม
“นาย”
“ฉู่ๆ นอนเถอะนะ ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น” หญิงสาวปิดตาลงอย่างง่ายดายเพราะฤทธิ์อักเสบเเผลเริ่มเล่นงาน
"หนาว หนาว เเม่ขา พ่อขา อย่าทิ้งเอื้อยไป"เสียงละเมอ่เวลาเที่ยงคืนของคนตัวเล็กทำเ้าของไร่สะดุ้งสุดตัวเขามองใบหน้าหวานที่บัดนี้มีเม็ดเหงื่อชะโลมทั่วหน้า
ผ้าผืนเล็กที่เปียกหมาดๆถูกนำมาเช็ดไปตามร่างกายหวังให้คนที่ตัวรุมๆ จะหลับสบายขึ้น
"หนาว หนาวเ้า" ทันทีที่ผ้าขนหนูเเตะผิวหน้าคำเอื้อยก็ละเมอขึ้นมาอีก ปากคอสั่นระริก จิณวัตรตัดสินใจเช็ดตัวต่อจนเสร็จผ้าห่มถูกปกคลุมถึงลำคอ ชายหนุ่มค่อยๆเเทรกตัวเข้ามาใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันเรือนร่างเเน่งน้อยถูกดึงเข้ามาในอ้อมกอด หญิงสาวเองก็ััเข้ากับความอบอุ่นที่เเผ่ซ่านภายในห้องพักหลังเก่าของไร่ชาเเสงฝาง จิณวัตรเเละคำเอื้อยหลับสนิทไปพร้อมกัน
่ย้ำรุ่งของเช้าวันใหม่คำเอื้อยค่อยๆกระพริบตาขึ้นมาเหมือนทุกวัน แต่สิ่งที่ต่างออกไปจากวันก่อนๆนั่นคือแขนหนักของใครบางคนที่โอบเอวของเธอไว้ แผ่นหลังของเธอกำลังัักับใครสักคนอยู่แน่นอนหญิงสาวรีบหันไปมองอย่างอัตโนมัติ
นายจิณ
“อือ เช้าแล้วเหรอคำเอื้อย” คนงัวเงียตื่นเพราะรับรู้แรงเคลื่อนไหวของร่างนุ่มนิ่มในอ้อมแขนจิณวัตรระบายยิ้มอ่อนๆ
“นายจิณปล่อยเ้า” เธอพยายามดันตัวเองออกมา ก่อนจะลุกขึ้นไปยังปลายฟูกนอนมองบุรุษตัวโตที่นอนขยี้ตาบนฟูกของตนเอง...จำได้แล้วเมื่อคืนเขายืนยันที่จะเฝ้าดูแล จากนั้นเธอก็หลับ
แต่...แต่ไม่คิดเลยว่าเขาและเธอเออ...จะนอนกอดกันกลมแบบนี้
“เมื่อคืนเธอตัวรุมๆ ฉันเลยเช็ดตัวให้ เป็ไงบ้างค่อยยังชั่วหรือยัง”
“เช็ดตัวหรือเ้า” ความร้อนในกายที่หายไปสิ้นบัดนี้มันค่อยๆตีรนขึ้นอีกครั้ง หญิงสาวชาวดอยจิณตนาการไปถึงการเช็ดตัวเนื้อในของเธอที่เขาเห็นไปถึงไหน ทำไมเธอถึงจำอะไรไม่ได้เลยล่ะ ริมฝีปากเม้มแรงลมหายใจติดขัด แก้มสาวร้อนผ่าวแทบลุกเป็ไฟ
“ฉันไม่ได้ทำอะไรเธอหรอกน่า ไม่ต้องเขินแบบนั้นหรอกคำเอื้อยส่วนเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ก็ไม่มีอะไรมาก เมื่อคืนเธอหนาวจนละเมอแล้วฉันเองก็ง่วงมาก ก็เลยคิดว่านอนกอดเธอไว้ล่ะกัน เนื้อห่มเนื้อมันช่วยคลายหนาวได้จริงๆว่าไหม” ความหนาวที่แผ่โดยรอบไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลยจิณวัตรหลับสนิทจนถึงเช้า
“แต่...แต่มันเป็เื่ที่ไม่ควรนะเ้า” ชายหญิงที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางสายเืไม่ได้เป็คู่รักใดใดทั้งสิ้น แต่กลับนอนแนบชิดตลอดทั้งคืนหากใครรู้เข้ามันจะเสียหายทั้งคู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเ้านายชั้นสูงอย่างเขาแล้วเสียหายหนักแน่
“คำเอื้อย เธอกับนายภิเสือมีความสัมพันธ์อย่างไรกัน?” ท่าทีขัดเขินที่มีต่อเขา จิณวัตรเห็นได้ชัดมาก
ดีเหมือนกัน...เขาอยากฟังคำยืนยันจากปากเ้าตัวเอง
“เอ๋?” มันเกี่ยวอะไรกันล่ะ
“ตอบฉันมา เธอกับนายภิเสือเป็อะไรกัน เป็แฟนกันใช่มั้ย”
“มะ ไม่ใช่นะเ้า นายเข้าใจผิดแล้วพี่เสือคือพี่ชายที่ใจดีมากๆสำหรับเอื้อยต่างหาก” พวกเราเล่นด้วยกันั้แ่เด็กพี่เสือปกป้องเธอทุกครั้งที่ถูกรังแก เขาเปรียบเหมือนเพื่อน เหมือนพ่อเหมือนพี่ชายที่ดีที่สุดในโลก
“ไม่ใช่คนรักกันแน่นะ ฉันเห็นนายเสือตัวติดกับเธอคืนก่อนก็เห็นเข้ามาอยู่ในบ้านด้วยกันเป็นาน 2 นาน” แล้วสิ่งที่เขาเห็นล่ะ มันคืออะไร
“เอื้อยกับพี่เสือสนิทกันมากเ้า เราโตมาด้วยกันส่วนเื่ที่พี่เสือเข้ามาที่นี่เพราะเ้าสิ่งนี้ต่างหากเหล่า” คำเอื้อยชี้ไปยังมุมที่มีตะกร้าดอกไม้วางอยู่
“ดอกไม้พวกนั้นเกี่ยวอะไรด้วย”
“พี่เสือมาช่วยเอื้อยร้อยพวงมาลัยเ้า กว่าจะเสร็จก็นานเป็ชั่วโมง”
“นายภิเสือเนี่ยน่ะร้อยพวงมาลัย” เ้าของไร่แทบไม่อยากจะเชื่อหู
“ร้อยสวยมากด้วยเ้า” ถ้าให้พูดกันงานดอกไม้แบบนี้เป็งานของผู้หญิง แต่ถ้าผู้หญิงคนไหนได้มาเห็นฝีมือพี่ชายของเธอมีหวังได้อายเป็ทิวแถบแน่ ฝีมือบรรจง ประณีต ระดับครูเชียวล่ะ
เ้าของไร่ยิ้มมุมปากไม่กล่าวอะไรต่อ เพราะแววตาของเธอดูจริงใจ ไม่พบพิรุธใดใดทั้งสิ้นเขาแทรกตัวไปในห้องน้ำ ปล่อยให้เ้าของห้องยืนงงๆอยู่ตรงนั้นหายเข้าไปสักพักก็เดินออกมา
“ฉันพร้อมแล้ว”
“พะ พร้อมอะไรเหรอเ้า?” ทำไมเขาถึงมีอะไรให้ตนเซอร์ไพร์ตลอดเวลาคำเอื้อยตามชายหนุ่มแทบไม่ทัน
“ใช่พร้อมแล้ว เธอตื่นเพื่อไปจ่ายตลาดใช่ไหม ฉันจะไปกับเธอด้วยคำเอื้อย”ลูกน้องสาวยืนงงอยู่ได้ไม่นาน ก็ถูกเ้านายดันให้เข้าไปชำระกายท้ายที่สุดแล้ว...ทั้งสองคนต้องไปจับจ่ายที่ตลอดเช้าด้วยกัน
คำเอื้อยกลับมาทำหน้าที่แม่ครัวหลักเต็มตัวหลังจากเมื่อวานนี้ไร่แสงฝางต้องใช้บริการร้านอาหารตามสั่งในอำเภอนำข้าวกล่องมาส่งให้คนงานทุกมื้อ
“ฉันล้างแครอทเสร็จแล้วนะ” ผู้ช่วยก็ช่วยอยู่ไม่ห่างั้แ่เช้าตรู่
“เสร็จแล้วนายต้องปลอกเปลือกแบบนี้ แล้วหั่นตามแนวเป็ชิ้นพอดีคำนะเ้า”แม่ครัวสอนพร้อมปฎิบัติให้ดู
“เข้าใจแล้ว แบบนี้ใช่มั้ย แล้วก็แบบนี้” นอกจากบริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ั์ใหญ่ได้ดีแล้วการมาทำหน้าที่เป็พ่อครัวสมัครเล่นของจิณวัตรก็ไม่ธรรมดาเอาเสียเลย...หรือบางทีงานที่คำเอื้อยให้เขาช่วยเป็งานธรรมดาง่ายๆก็ไม่รู้หรอกน่ะเ้านายหนุ่มปอกกระเทียม ล้างผัก หั่นผัก อย่างขะมักเขม้น อ่อ อีกหนึ่งหน้าที่ที่สำคัญไม่แพ้กันนั่นคืองานชิมรสชาติอาหาร งานอย่างหลังเป็สิ่งที่จิณวัตรถนัดที่สุด
“อุ้ย!” คนที่กำลังคั้นน้ำกะทิอยู่ต้องสะดุ้งใมื้อเช้าของเหล่าคนงานและผู้รับเหมาผ่านไปได้ด้วยดีแล้ว หลังรับประทานเสร็จจิณวัตรออกไปตรวจดูการก่อสร้างด้านนอกส่วนตัวเธอนั้นต้องมาเตรียมการสำหรับมื้อเที่ยงต่อ
“เหนื่อยมั้ย?” ผ้าเช็ดหน้าสีครามซับเหงื่อที่ผุดตามไรผมอากาศตอนกลางวันไม่ได้ร้อนอบอ้าว แต่ก็ทำให้รู้สึกไม่สบายตัวอยู่ดี
“มะ ไม่เหนื่อยหรอกเ้า” กว่าจะกล่าวได้เต็มคำคำเอื้อยประหม่าเต็มทีความใกล้ชิดสนิทสนมที่เกิดขึ้นกับเ้านายมันเกิดแบบก้าวะโถึงเธอจะชินกับการทำงานหนักมาตลอดชีวิตแต่หัวใจดวงน้อยไม่ชินกับความรู้สึกที่มีให้ชายหนุ่มเลย
“คำเอื้อย”
“เ้า” หญิงสาวหันหน้ามามองเ้าของเสียงนุ่มทุ้ม
“เื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวานที่บ้านพักของฉัน...เออ...เออฉันขอโทษฉันอ้างว่าฉันเมาเบียร์ก็เลยทำมันลงไป แต่จริงๆแล้ว...”
ตึกตึก ตึก กรึบ กรึบ กรึบ หัวใจคนรอฟังเต้นระรัว น้ำลายถูกกลืนลงคอแสนยากลำบากหญิงชาวดอยกลั้นลมหายใจเพื่อฟังคำขอโทษจากเขา
เท่านี้ก็มากเกินพอแล้ว
“จริงๆแล้ว ฉันรู้ตัวดีและตั้งใจกับสิ่งที่ทำลงไป”
“นาย” เสียงหวานราวคนละเมอ มือหนาเชยคางให้เงยสูงจิณวัตรมองปากจิ้มลิ่มที่ไหวระริก เขาไม่อาจหักห้ามใจ
“อื้ออออออ” เ้าของไร่้าััความหอมหวานอีกครั้งอีกครั้งและอีกครั้ง บุรุษหนุ่มกวาดต้อนทุกอย่างจากเธอหมดสิ้น กอรปกับััไร้เดียงสาที่เธอตอบสนองเขามา...จิณวัตรแทบคลั่ง
คำเอื้อยไม่เหมือนใครเพราะไม่เคยมีหญิงใดทำให้เขารู้สึกดีอย่างนี้มาก่อน
เ้าของไร่ถอนรสจูบหวานล้ำอย่างอ้อยอิ่งสายตาแวววาวมองกลีบปากไหวระริก แก้มน้องนางแดงระเรื่อ มันหอมและนุ่มแค่ไหนกันนะ
ฟอด ฟอดว่าแล้วจิณวัตรก็ฝั่งจมูก พร้อมสูดกลิ่นนางเข้าเต็มปอด
อืม...หอมและนุ่มนิ่มเหมือนที่คิดเอาไว้ไม่ผิด
“นาย” คนถูกจู่โจมไม่ทันตั้งตัวกำลังเมารสจูบไม่หายบัดนี้เ้าหล่อนต้องมาเมารสหอมแก้มจากผู้ชายตรงหน้าในเวลาที่แสนจะไล่เลี่ยกัน
“ทำไมต้องเขินหน้าแดงแบบนั้น” จิณวัตรพูดกลั้วหัวเราะไม่ใช่แค่เ้าหล่อนหรอกที่ขัดเขิน หัวใจของเขาตอนนี้ก็เต้นกระหน่ำเหมือนกัน
“เออ...เออ...นาย” แล้วจะให้เธอพูดยังไง เขาจูบเธอซ้ำยังหอมแก้มซ้ายขวาต่อ หญิงสาวระสับระส่ายม้วนไปมา
“ถ้าเขินก็ไม่ต้องพูดก็ได้ เอ๊ะ! หรืออยากให้ฉันจูบเธออีกรอบ ได้นะ”เขาชอบอาการของหล่อนเหลือเกิน น่ารัก ใสซื่อ จริงใจดีเ้าของไร่ก้าวไปประชิด ลำแขนแข็งแกร่งคล้องเอวบาง ดึงดันให้แนบสนิทตัว
“ยะ อย่า ปล่อยเอื้อยเถอะเ้า” แม้ในครัวจะไม่มีใครเข้ามาแต่ทุกอย่างก็ไม่แน่นอนเสมอไป มีคนงาน ผู้รับเหมามากมายขะมักเขม้นทำงานอยู่ด้านนอกถ้าเกิดมีใครคนหนึ่งเห็นเข้า...ไม่ดีเลย
“ถ้าเธอยังเขิน ยังหลบหน้าแบบนี้ก็ไม่แน่นะ” จะแกล้งจูบปากให้สะท้านทรวงกว่านี้จริงๆผู้หญิงอะไรน่าแกล้ง น่าจับฟัดชะมัด
ตึก ตึก ตึกหัวใจของท่านประธานหนุ่มเบ่งบานแช่มชื่น มันทำให้ชายหนุ่มนึงย้อนไปถึงผู้หญิงอีกคนมนทกานติเคยทำให้เขายิ้มออกทั้งหน้า ทั้งหัวใจแบบนี้บ้างหรือเปล่านะ
“ปะ ปล่อยเถอะเ้า” คนตัวแดงทั่วทั้งตัวเรียกสติคืนมาคำเอื้อยรีบถอยห่างไปอยู่อีกมุมหนึ่งของห้องครัว มือไม้ที่สั่นแข้งขาแทบไม่มีเรี่ยวแรง เธอนำปลาทับทิมที่ซื้อจากตลาดล้างทำความสะอาด เพราะมื้อเที่ยงของเหล่าแรงงานต้องเสร็จภายใน2 ชั่วโมงข้างหน้า
“มีอะไรให้ฉันช่วยมั้ยคำเอื้อย” คนที่ทำให้ใจเธอเต้นแรงเดินมาซ้อนข้างหลังอีก
“ปอก ปอกกระเทียมในตะกร้าสีเขียวให้หมดเ้า” นิ้วสั่นๆพยายามชี้ทิศทางจิณวัตรผิวปากอารมณ์ดี เขาทำตามคำสั่งของเธออย่างว่าง่าย เห็นอย่างนั้นพนักงานสาวแทบเป่าปากโล่ง
หัวใจจะวายวันนี้แทบทั้งวันคำเอื้อยรู้สึกแบบนั้นจริงๆ สายตาที่เ้านายใช้จ้องมองคำพูดที่เขาเปล่งออกมาทุกถ้อยทุกคำมีอิทธิพลต่อหัวใจน้อยๆแทบทั้งสิ้น...คำเอื้อยยังไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองแต่หัวใจไม่รักดีก็คิดถึง ถวิลหาเพียงแต่เขา...ทั้งๆที่เขาเพิ่งแยกตัวมาพักผ่อนไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ
ก๊อก ก๊อก