สองเท้าสับถี่เพื่อวิ่งตามบุรุษทั้งสามให้ทันมือบางยกชุดรุงรังของตัวเองขึ้นเพื่อไม่ให้เป็อุปสรรคต่อความเร็วทำให้นางในตอนนี้ไร้ซึ่งกิริยาสงวนที่อิสตรีควรทำ
ใครสนกันเวลานี้นางมั่นใจว่าเ้านกน้อยตัวนั้นคือของนางและตอนนี้มันกำลังโดนล่าโดยใครก็มิอาจรู้ได้
“หยุดนะเ้านกตัวน้อย”
จิ้บๆจิ้บๆ
หลายคราที่มืออ้วนของชายท้วมเอื้อมไปคว้าเ้านกที่ดูเหมือนอยูใกล้แค่เอื้อมเขาคาดคะเนจากสายตาคิดว่ายังไงก็ไม่มีทางคว้าพลาด ไฉนกลับคว้าได้แต่อากาศว่างเปล่าทุกคราไปแถมเ้านกน้อยยังหันมาร้องจิ้บๆเหมือนเยาะเย้ยอีกต่างหาก
ก็แค่นกธรรมดาตัวเล็กๆที่สีสันสวยงามจนไปสะดุดของคุณชายเขาเข้าจนต้องวิ่งไล่จับมาถึงเวลานี้ก็เท่านั้น
ปีกเล็กนั่นใยถึงบินเร็วนัก
หงเฟินเร่งฝีเท้าจนเห็นร่างทั้งสามอยู่ไม่ไกล นางพยายามชะโงก ทั้งหลี่ตาเล็กเล็งมองไปยังร่างกลมๆปีกสั้นๆชัดเจนมากยิ่งขึ้น
ไม่ผิดแน่นกแก้ว เสี่ยวอิงอิงของนาง
“เสี่ยวอิงอิง เสี่ยวอิง” นางแหกปากะโออกไปภาพลักษณ์หญิงงามผู้เรียบร้อยสง่างามจึงสลายหายไปทันที นางไม่สนสายตาผู้ใดดวงตานางมองแต่นกน้อยของนาง
ปึก
จนกระทั่งนางชนเข้ากับบุรุษร่างสูงที่กำลังเดินอยู่อย่างแรงทว่ากลับเป็นางคนเดียวที่เป็ฝ่ายกระเด็นออกมา
“โอ๊ย เจ็บ”
“แม่นางเป็อย่างไรบ้าง”
นางเงยหน้ามองชายร่างสูงเบื้องหน้าอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ทำไมเขาถึงไม่หลบวิถีนางวิ่ง เหมือนชาวบ้านคนอื่นๆไม่เช่นนั้นนางคงไม่ต้องมาล้มอยู่อย่างนี้
นกน้อยของนางไปถึงไหนแล้วนี่
พอนางเงยหน้ามองคู่กรณีจึงรู้ว่าตัวเองชนเข้ากับคุณชายตระกูลใหญ่คนหนึ่งเป็แน่อาภรณ์สีขาวบริสุทธิขลิบทอง เพียงนางดูจากไกลๆก็รู้ว่าทำจากทองแท้ไม่ผิดแน่ดวงหน้าหล่อคมคายกำลังจ้องมองมาที่นางอย่างห่วงใยหากเป็หญิงอื่นที่ถูกจ้องคงมิวายโดนตกด้วยความหวาบหวามที่ส่งออกมาจากดวงตาคู่นั้น
แต่นางมิใช่ผู้หญิงเ่าั้ที่ยืนทำหน้าถมึงทึงอยู่รอบตัวเขาหญิงทั้งหลายเหล่านี้คงกำลังเดินตามบุรุษผู้นี้ต้อยๆเมื่อเห็นว่ามีหญิงอื่นมาชนกับบุรูษที่ตัวเองหมายปองจึงเกิดความไม่พอใจแสดงออกมาทางสีหน้าขนาดนั้น
นางมิ้าบุรุษ ตอนนี้นาง้านกน้อยของนางคืน
“ข้าขอโทษท่านด้วย”
หงเฟินยันตัวลุกขึ้นและออกวิ่งโดยไม่สนใจบุรุษผู้นั้นอีกเลยนางวิ่งจนมาถึงตรอกเล็กแห่งหนึ่งจึงผ่อนฝีเท้า และสุดท้ายเปลี่ยนเป็เดินระแวดระวังเข้าไปในตรอกท้ายตรอกปรากฏเป็ร่างทั้งสามของบุรุษและอีกหนึ่งนกน้อย
ดูเหมือนว่าเ้านกน้อยเกียจคร้านที่จะบินหนีจึงสะบัดปีกบินล่อชายทั้งสามมายังตรอกร้างผู้คนแห่งนี้
ก่อนที่เ้านกน้อยจักแสดงฤทธิ์เดชเสียงใสอันคุ้นเคยดังขึ้นเรียกมันเสียก่อน
“เสี่ยวอิงอิง” ตากลมใสแป๋วจ้องกลับไปยังเ้าของเสียง
นายน้อยของมัน
ปีกน้อยๆจึงสะบัดเร่งบินไปหาหงเฟินทันทีด้วยความเหนื่อยจากการเดินทางเ้าอิงอู่จึงบินลงมาเกาะที่นิ้วบางของเ้านายเพื่อสูดดมกลิ่นไอ์จากแหวนมิติจิตบนนิ้วนาง
“แม่นางน้อย เ้าเป็ใคร ไฉนจึงมาแย่งนกข้าไป”บุรุษผู้เป็เ้านายเอ่ยขึ้นทีแรกแววตาที่มองมาเต็มไปด้วยโทสะแต่เมื่อเห็นว่าเป็หญิงงามล่มเมือง น้ำเสียงจึงลดลงถึงสี่ส่วน
“นี่เป็นกของข้า ข้าขอตัว” ยังไม่ทันที่เท้าบางจะหันหลังกลับบุรุษผู้นั้นมีหรือจะยอมปล่อยนกที่เขาอุตส่าห์ไล่จับมาเกือบค่อนวันไปง่ายๆถึงแม่ในเบื้องลึกของจิตใจจะมองออกว่านกตัวนั้นมีเ้าของเป็นางแน่อย่างน้อยเขาก็ต้องได้กำไรที่อุตส่าห์ทุ่มแรงกายตามเ้านกนี่เสียหน่อยสิ
“ข้ากำลังตามจับมันไปให้เ้าของอยู่พอดีเลยแม่นางหากไม่มีข้าเ้าคงไม่ได้นกเ้าคืน ย่อมต้องมีข้อแลกเปลี่ยนสิบตำลึงทองเป็อย่างไร”
“บ้าไปแล้ว ข้าไม่มีให้เ้าหรอก”ในใจนางก็นึกอยากตอบแทนที่ชายผู้นี้ทำให้นางเจอกับนกนางแต่เงินตั้งสิบตำลึงทองนางจะไปเอาจากไหน หนึ่งตำลึงทองนางยังไม่มีเลยตอนนี้
นางจึงเลือกเมินบุรุษหน้าเืตรงหน้าทว่าคนรับใช้ร่างท้วมทั้งสองวิ่งมาขวางทางหนีนางบุรุษผู้เป็เ้านายก็ใช้วิชาตัวเบามาขวางนางเช่นกัน
หงเฟินเริ่มรู้ชะตากรรมต่อไปตัวเองนางส่งเสียงจึ๊ขัดใจในลำคอ
อย่าให้นางมีพลังแบบนี้บ้างนะนางจะซัดไม่เลี้ยงเชียวคอยดู แต่ประเด็นอยู่ที่ตอนนี้นางไม่รู้วิชานางจึงต้องคิดหาทางเอาตัวรอดให้ได้
ปึ้ก
ถุงสีขาวขลิบทองถูกโยนลงมาตรงหน้าหงเฟินและบุรุษหน้าเืทำให้ทั้งหมดหันไปมองผู้มาใหม่
“ข้าให้ยี่สิบตำลึงทองเพื่อแลกกับเ้านกนั่น”
*******************
เื่นี้เขียนจบแล้วมีอีบุ๊คแล้วนะคะอุดหนุนได้ทั้งในเวบนี้และในเมบเลยค่า^^