วิชายุทธ์แห่งพลังปราณระดับกลาง!
ตัวอักษรเพียงไม่กี่คำแต่กลับทำให้หนุ่มสาวของหมู่บ้านอูเจิ้นแทบคลั่ง
ถึงแม้ว่าวิชายุทธ์ระดับกลางจะมีอยู่มากมายในยุทธภพแต่สำหรับหมู่บ้านอูเจิ้นที่อยู่ห่างไกลนั้นวิชายุทธ์ที่ล้ำค่าที่สุดก็คงจะมีเพียงวิชายุทธ์แห่งพลังปราณระดับสูงที่ผู้นำหมู่บ้านอย่างกู่หยวนกำลังฝึกฝนอยู่เท่านั้น
ส่วนวิชายุทธ์ระดับกลางนั้นหากฝึกฝนจนสำเร็จก็จะมีอานุภาพที่ไม่ธรรมดาถึงขั้นที่ว่าสามารถทำลายก้อนหินหรือทำให้ขุนเขาแยกออกเป็สองส่วนเลยก็ว่าได้โดยเฉพาะวิชามหาหัตถ์สังหารเมิ่งฝานเคยได้ยินว่ามันคือวิชายุทธ์ที่ทำให้กู่หยวนมีชื่อเสียงโด่งดังเมื่อฝึกฝนวิชามหาหัตถ์สังหารจนสำเร็จอานุภาพอันแข็งแกร่งของมันสามารถทำให้ก้อนหินที่หนากว่าสามเมตรแตกกระจายได้
ความล้ำค่าของของสิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถอธิบายได้เมิ่งฝานคิดไม่ถึงเลยว่าเด็กสาวอย่างกู่ซินเอ๋อร์จะมอบมันให้กับตนเองหากกู่หยวนจะลงโทษ เกรงว่าเด็กสาวผู้นี้ก็คงจะต้องโดนตำหนิไปด้วย
เมิ่งฝานกำหมัดแน่นใจอยากจะวิ่งตามไปเพื่อนำคัมภีร์ม้วนนี้คืนให้กับเ้าของเหลือเกินแต่เมื่อคิดถึงสายตาแห่งความหวังที่กู่ซินเอ๋อร์มองมายังตนเองแล้วนั้นเขาจึงทำได้เพียงกำหมัดแน่นจนมีเส้นเอ็นปูดนูน
“ในเมื่อเป็เช่นนี้ข้าก็จะฝึกฝนมันไปก่อนแล้วกันเอาไว้วันข้างหน้าหากเจอพืชวิเศษค่อยนำมันไปชดเชยให้นาง!”
หลังจากคิดขึ้นในใจเมิ่งฝานจึงเก็บวิชายุทธ์เล่มนั้นไว้แล้วตรงไปยังบ้านของตนเองทันที
ทางด้านของซินหลันนั้น นางออกไปเก็บสมุนไพรั้แ่ยามเช้าตรู่แล้วแน่นอนว่าสมุนไพรที่นางเก็บมานั้นไม่ใช่พืชวิเศษแต่เป็เพียงสมุนไพรธรรมดาที่ใช้ในการรักษาาแเท่านั้นซึ่งนอกจากจะนำมาช่วยเสริมสร้างการบำเพ็ญตนของเมิ่งฝานแล้วก็ยังใช้เป็สิ่งดำรงชีวิตในหมู่บ้านอูเจิ้นแห่งนี้ได้อีกด้วย
สำหรับเมิ่งฝานที่ไม่ได้อยู่ในห้องนอนของตนเอง เมื่อซินหลันเห็นเข้าก็คิดเพียงว่าบุตรชายได้ออกไปบำเพ็ญพลังในตอนเช้าเท่านั้นด้วยตลอดสามปีมานี้เมิ่งฝานขยันหมั่นเพียรในการบำเพ็ญพลังปราณเป็อย่างยิ่งหารู้ไม่ว่าเมื่อคืนนี้บุตรชายไม่ได้กลับมาที่บ้านซ้ำยังเข้าไปในสถานที่ต้องห้ามของหมู่บ้านอีกด้วย
หลังจากเด็กหนุ่มลอดช่องว่างเข้ามาภายในห้องนอนก็แลบลิ้นแล้วพูดออกมาเสียงเบาว่าตนเองยังโชคดีจากนั้นจึงรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วนำของทั้งหมดมาไว้กับตัว
เมื่อคืนเขาได้รับสิ่งของที่ไม่ธรรมดาและรู้ดีว่าไม่มีที่ใดจะปลอดภัยไปกว่าตนเองแล้ว จากนั้นเขาจึงเดินทางไปยังพื้นที่โล่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวบ้านนักที่นี่คือสถานที่ที่เมิ่งฝานใช้ในการฝึกฝนนั่นเองนับว่าเป็สถานที่ที่เงียบสงบไม่น้อย ซ้ำยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามรอบด้าน่เวลาสามปีคล้ายผ่านไปเพียงวันเดียวเท่านั้นเพียงครู่ร่างกายของเมิ่งฝานก็เริ่มเคลื่อนไหวอยู่บนผืนดินโล่งกว้าง
ฝ่าเท้าเหยียบย่ำลงไปบนพื้นเมิ่งฝานปรับเปลี่ยนท่วงท่าที่ค่อนข้างยากไปเรื่อยๆนั่นเป็พื้นฐานที่ทำให้การไหลเวียนของเส้นแขนงปราณทำงานได้ดีอย่างหนึ่งช่วยให้พลังปราณในร่างกายไหลเวียนไปทั่วร่างพร้อมกับทะลวงเส้นแขนงปราณทั่วทั้งตัว
ดูคล้ายเป็ท่าง่ายๆ แต่กลับใช้พลังกายค่อนข้างมาก
เวลาสามปีเหมือนผ่านพ้นไปเพียงวันเดียวเท่านั้นเมิ่งฝานรู้ดีว่าขั้นแรกของการบำเพ็ญพลังปราณอย่างขั้นฝึกกายาก็คือการทะลวงเส้นแขนงปราณทุกเส้นในร่างกายให้พลังปราณไหลเวียนได้อย่างดีเพื่อใช้เคลื่อนพลังในวันข้างหน้าดังนั้นเงื่อนไขในการฝึกฝนร่างกายจึงเป็กุญแจที่ค่อนข้างสำคัญ
ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมานี้เมิ่งฝานได้ฝึกฝนทุกท่วงท่าที่เป็พื้นฐานในการบำเพ็ญตนแม้ว่าเสื้อผ้าบนตัวจะชุ่มไปด้วยเหงื่อแต่ก็ไม่ส่งผลกระทบใดๆเวลาหนึ่งวันที่เลื่อนผ่านล้วนแต่หมดไปกับการยืนหยัดด้วยท่วงท่าที่ยากเย็นเ่าั้ทั้งสิ้นกระทั่งพระอาทิตย์ใกล้จะลาลับสันเขาเมิ่งฝานจึงหยุดการฝึกฝนแล้วรีบตรงดิ่งกลับบ้านด้วยความเหนื่อยล้าทันที
หลังจากที่ผ่านการฝึกฝนมานานร่วมวันทำให้ร่างกายของเมิ่งฝานเหนื่อยล้าอย่างยิ่งแต่เขากลับยังไม่ฝึกฝนวิชามหาหัตถ์สังหารที่กู่ซินเอ๋อร์ให้มา
แม้ตนเองจะมีเพียงวิชายุทธ์ระดับต้นอยู่เพียงหนึ่งเล่มแต่เมิ่งฝานก็เข้าใจในวิชายุทธ์แห่งพลังปราณไม่ใช่ว่ายิ่งระดับสูงก็ยิ่งดีแต่จำต้องเหมาะสมกับร่างกายของผู้ฝึกฝนถึงจะดีที่สุด อีกอย่างก่อนจะฝึกฝนวิชายุทธ์ขั้นสูงก็ต้องทำให้ขั้นพลังการบำเพ็ญตนของตนเองสูงขึ้นด้วยมิเช่นนั้นแล้วหากฝืนร่างกายฝึกฝนก็อาจนำมาซึ่งผลร้ายแก่ตนเองได้
เมื่อกลับมาถึงบ้านเมิงฝานรู้สึกเพียงว่ายามนี้ร่างกายของตนเองหนักอึ้งอยากจะนอนหลับพักผ่อนซึ่งเป็ผลมาจากการที่เขาใช้พลังมากเกินไปนั่นเอง
หากได้เหอโส่วมาบำรุงก็อาจจะทำให้อาการดังกล่าวดีขึ้นบ้างแต่หากไม่มีแล้วนั้นยามกลับถึงบ้านเมิ่งฝานก็ต้องอดทนต่อความเหนื่อยล้าและความเ็ปเช่นนี้ไปพักหนึ่งเลยทีเดียว
ถึงอย่างไรการฝึกกายาหนึ่งวันนั้นต้องใช้พลังในร่างกายทั้งหมดซึ่งบรรดาบุตรคนมีเงินเ่าั้จะได้กินของล้ำค่าเช่นพืชวิเศษตามธรรมชาติทุกๆ วันทั้งยังสามารถใช้มันฝึกบำเพ็ญตนอีกด้วยเมื่อสรรพคุณของพืชวิเศษทั้งหลายแทรกซึมเข้าไปในร่างกายก็ยิ่งทำให้ขั้นพลังพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว
ภายในบ้าน
ด้านซินหลันที่เตรียมอาหารไว้รอเมิ่งฝานก็ได้นั่งอยู่บนโต๊ะอาหารแล้วเมื่อเห็นกับข้าวและสตรีที่จอนผมกลายเป็สีขาวทำให้เมิ่งฝานรู้สึกเจ็บแสบอยู่ในหัวใจเขารู้ดีว่ากว่าสตรีตรงหน้านี้จะเลี้ยงดูตนเองมาจนเติบใหญ่ได้ถึงเพียงนี้นั้นยากลำบากเพียงใดทั้งที่นางควรจะได้เป็สตรีผู้งดงามในพรรคเหมันต์์แต่วันนี้กลับเป็ได้เพียงสตรีที่แก่ชราไปพร้อมกับหมู่บ้าน
“เ้ามองอะไร มากินข้าวได้แล้ว!”
ซินหลันว่าพลางส่งยิ้มให้นางเอาตะเกียบและข้าววางไว้ที่เบื้องหน้าของเมิ่งฝาน
เมิ่งฝานพยักหน้ารับก่อนเผยดวงตาวาวโรจน์เขาเอามือล้วงเข้าไปในสาบเสื้อที่หน้าอกตนเองแล้วัักับลูกปัดและไป่เย่าเฉ่าหลังจากที่ลังเลชั่วครู่เขาก็เอาเพียงห่อสมุนไพรออกมาพร้อมเอ่ยขึ้นเสียงเบา “ท่านแม่ ข้ามีเื่จะบอกท่าน”
“เื่อะไร?”
ซินหลันวางชามข้าวและตะเกียบลงแล้วมองบุตรชายด้วยความรักไม่มีผู้ใดรู้จักบุตรเท่าบิดามารดา และซินหลันก็ภูมิใจในตัวเมิ่งฝานเป็อย่างยิ่งเพราะนางรู้ดีว่าถึงแม้เขาจะหัวรั้นไปสักหน่อยแต่ก็เหนือกว่าเด็กในวัยเดียวกันเป็อย่างมาก
เมิ่งฝานเอาห่อไป่เย่าเฉ่ายื่นให้กับมารดาพร้อมทั้งเอ่ยเสียงเบา “ท่านแม่ ข้าให้ท่าน”