สนมรักของเจิ้นวันวันคิดแต่จะหาตังค์ [จบ]

    เล่มที่ 3 บทที่ 66 พลิกผัน

            “ไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อนเลยว่าหมิงเถี่ยจู้กับหวังซื่อจะเป็นคนแบบนี้...”

            “นั่นสิ สองคนนี้ช่างเสแสร้งได้แนบเนียนยิ่งนัก พวกเราถูกหลอกกันหมดเลย”

            รอบด้านมีคนอยู่ไม่น้อยเสียงเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ หวังซื่อจิกเล็บเข้าเนื้อตนเอง ในใจก็ด่าทอคนกลุ่มนี้ว่าช่างพลิกลิ้นกันเร็วเหลือเกิน

            “พวกเจ้าจะรู้อะไร ใครขายเด็กกินกัน” หวังซื่อตวาดลั่นด้วยสีหน้าถมึงทึง

            แม้จะเป็นความจริงแต่นางก็ไม่อยากยอมรับในยุคสมัยนี้มีเพียงคนอดมื้อกินมื้อไม่มีเสื้อผ้าจะใส่ให้อบอุ่นเท่านั้นถึงจะขายเด็กกิน

            ครอบครัวของนางนับว่ามีฐานะดีในหมู่บ้าน

            หากฐานะเช่นนี้ยังขายลูกกินก็คงถูกผู้อื่นรุมประณามจนไม่เหลือชิ้นดี!

            หากแต่วาจาเช่นนี้ยิ่งทำให้ทุกคนบันดาลโทสะเสียงวิจารณ์ของชาวบ้านดังขึ้นทุกที หวังซื่อเองก็ไม่ยอมอ่อนข้อสวมบทบาทหญิงปากจัดโต้เถียงกับทุกคน

            เมื่อก่อนคนเหล่านี้ล้วนแต่อยู่ข้างนางมาบัดนี้กลับกลายมาเป็นรุมก่นด่าสาปแช่ง แม้หวังซื่อจะปากแข็งแต่ในใจกลับยิ่งหวาดหวั่นพรั่นพรึงมากขึ้นเรื่อยๆ จนเหงื่อซึมเต็มหน้าผาก

            “พอได้แล้ว!”

            เสียงเอะอะโวยวายทำเอาหัวหน้าหมู่บ้านรู้สึกปวดหัวในที่สุดก็เหลืออด กระทุ้งไม้เท้าแรงๆ พร้อมกับเอ่ยปากห้ามปราม

            หวังซื่อรอเวลานี้มานานรีบหุบปากทันที ส่วนคนอื่นๆ ก็เงียบเสียงลงเช่นกันภายในลานบ้านพลันเงียบสนิทในชั่วพริบตา

            “พวกเจ้าสองครอบครัวตกลงกันไว้แล้วแท้ๆรับปากว่าจะตัดขาดความสัมพันธ์ แล้วเหตุใดถึงยังบีบบังคับให้ผู้อื่นออกเรือนอีกเล่า”

            ทุกอย่างล้วนถูกเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจนวันนั้นเขาก็อยู่เป็นพยานในเหตุการณ์

            บัดนี้มากลับคำนั่นไม่ต่างอะไรกับการตบหน้าเขา

            “มีการแต่งงานของครอบครัวใดบ้างที่ไม่ให้ผู้อาวุโสในครอบครัวเป็นคนตัดสินใจลุงของนางรักและห่วง ถึงอยากหาครอบครัวดีๆ มาให้ ไม่ดีหรือไรถึงจะตัดญาติกันไปแล้ว ก็ใช่ว่าจะขัดขวางไม่ให้พวกเราดูแลเด็กได้เสียหน่อย”

            ความหมายของหัวหน้าหมู่บ้านก็ชัดเจนมากอยู่แล้วว่าเขาช่วยเหลือหมิงเป่าจูอยู่หวังซื่อได้ยินเช่นนั้น ก็โพล่งออกไปด้วยสีหน้าก้าวร้าว

            “ดูแลเด็ก? ข้าว่าเจ้าเห็นแก่เงินสินสอดอู่ฟู่เกิดเสียดายไม่อยากจะคืนเสียมากกว่า”

            หลี่ไหวฺอวี้ซ่อนหมิงเป่าจูไว้ด้านหลังตั้งท่าปกป้องอยู่กลายๆพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงลุ่มลึก

            “ใช่แล้ว หวังซื่อก็ลงนามข้อตกลงไปแล้วมิใช่หรือตอนนั้นพวกเราทุกคนก็อยู่กันครบ ตกลงกันไว้ว่าจะไม่ยุ่มย่ามกันไม่ว่างานแต่งงานหรืองานศพก็ตาม”

            ชาวบ้านบางคนถึงกับปีนขึ้นไปบนต้นไม้เพื่อที่จะดูให้ชัดแล้วตะโกนออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ

            ทุกคนต่างหัวเราะแต่สีหน้าของหวังซื่อกลับย่ำแย่ เพราะหลี่ไหวฺอวี้คาดเดาถูกเผงจริงๆ

            เหมียวซิ่วหลันก็โกรธจนแทบคลั่งอ้าปากโพล่งออกไปโดยไม่ทันคิด “ใครพูด หา! ผู้ใดเป็นคนพูด หมายตาสินสอดอะไรกันสกุลซุนยังไม่ได้ให้สินสอดเลยด้วยซ้ำ”

            จุดประสงค์ที่กล่าวเช่นนี้ก็เพื่อพิสูจน์ว่าบุตรสาวและบุตรเขยไม่ใช่คนโลภในเงินทองถึงได้ยัดเยียดหลานสาวให้แต่งงานกับผู้อื่นแต่ไม่คิดว่ากลับยิ่งทำให้เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นอีกระลอก

            “แม้แต่สินสอดก็ยังไม่ให้ เจ้ายังกล้าพูดว่าหาครอบครัวที่ดีให้นางอีกหรือ”หลี่ไหวฺอวี้หัวเราะเย้ยหยัน พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงดูแคลน

            “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง ดูท่าข้าก็ไร้ค่าเยี่ยงนี้เองสินะสินสอดไม่ต้องใช้ ก็ยกให้กับคนแปลกหน้าได้แล้ว”

            เหมียวซิ่วหลันยังไม่ทันอธิบายหมิงเป่าจูกลับเอ่ยปากขึ้นมาก่อน ด้วยท่าทางน้อยเนื้อต่ำใจเหมือนอยากจะร้องไห้

            เหมียวซิ่วหลันกับหวังซื่อเพิ่งจะรู้ตัวว่าโดนหลี่ไหวฺอวี้ตลบหลังเข้าให้แล้ว!

            “เจ้า... พวกเจ้า...”

            สิบตำลึงเพื่อตบแต่งภรรยานับได้ว่าเป็นสินสอดจำนวนมากทีเดียวสำหรับชาวบ้านในชนบทหวังซื่อไม่เพียงแต่รับไว้ ยังไม่บอกหมิงเป่าจูสักคำ

            นางไม่เคยคาดคิดว่าจะมีวันใดที่ตนเองไม่สามารถบังคับขู่เข็ญหมิงเป่าจูได้จึงรอวันที่สกุลซุนมารับตัวเจ้าสาว แล้วค่อยรับเงินส่วนที่เหลือ

            เวลานี้เป็นไปไม่ได้ที่จะบอกว่าไม่เคยรับสินสอดและยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ที่จะบอกว่ารับมาแล้ว ถ้าหากเป็นเช่นนั้นก็จะกลายเป็นหลักฐานมัดตัวว่าขายเด็กกิน

            “นางเด็กชั้นต่ำ การสมรสนี้ไม่ว่าเจ้าจะยินยอมหรือไม่ก็ต้องแต่งตั้งแต่โบราณมาการแต่งงานของลูกหลานล้วนขึ้นอยู่กับคำสั่งบิดามารดาวาจาแม่สื่อชักนำทั้งสิ้นบิดามารดาเจ้าตายไปแล้ว ข้าอุตส่าห์ลำบากยากเข็ญ...”

            พอหวังซื่อเริ่มตระหนักได้ก็โกรธจัดนัยน์ตาแทบจะพ่นไฟออกมา ชี้หน้าด่าหมิงเป่าจูอย่างเกรี้ยวกราด

            แต่ก่อนที่นางจะพูดจบก็เห็นหมิงเป่าจูเดินออกมาจากด้านหลังจากหลี่ไหวฺอวี้

            หมิงเป่าจูก้มลงไปหยิบเคียวที่ปกติใช้ขุดสมุนไพรบนหลังเขาออกมาจากตะกร้าไม้ไผ่ที่วางอยู่ข้างกำแพงนัยน์ตาแดงก่ำ แลดูดุดันน่ากลัว เหมือนกับสัตว์ร้ายที่กำลังจดจ้องเหยื่อของมันแล้วค่อยๆ ย่างสามขุมเข้าหาหวังซื่อ

            หวังซื่อร้องเสียงหลงวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนไปด้านหลังเหมียวซิ่วหลันที่อยู่ด้านข้างก็ตกใจจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง เนื้อตัวสั่นระริกแต่ขยับไม่ได้

            “จะ... เจ้าจะทำอะไร”

            โทสะที่กำจายออกมาจากทั่วร่างของหมิงเป่าจูทำให้ทุกคนต่างตกตะลึงไม่มีผู้ใดมีการตอบสนอง หรือขยับเขยื้อนสักคน

            หลี่ไหวฺอวี้กอดอกอยู่กับที่หัวคิ้วขมวดเข้าหากัน แต่ยังคงไม่ขยับ

            “พี่ชายพี่สะใภ้ผู้แสนประเสริฐในสายตาของบิดามารดาปฏิบัติต่อข้าและเป่าอวี้เช่นไรหลังจากพวกเขาตายไปหืม? ที่ผ่านมาข้าไม่ถือสาก็อย่านึกว่าข้าลืมหมดแล้วท่านยังมีหน้ามากล่าวอ้างถึงบิดามารดาข้าอีกหรือ หากพวกเขายังมีชีวิตอยู่ไหนเลยจะยอมให้พวกท่านรังแกข้าเช่นนี้”

            หมิงเป่าจูพูดหนึ่งประโยคก็ก้าวเดินหนึ่งก้าวพร้อมกับหลั่งน้ำตาในแต่ละถ้อยคำที่เอ่ยออกไป พวกชาวบ้านเห็นแล้วต่างนึกสงสารจับใจ

            แม้ว่าชาวบ้านจะให้ความสำคัญกับบุรุษดูแคลนสตรีเพียงใดก็ไม่เคยเห็นใครบีบคั้นคนให้ถึงที่ตายเยี่ยงนี้มาก่อนที่สำคัญยังเป็นบุตรของผู้อื่น และกำลังจะตัดความสัมพันธ์กันอยู่แล้ว

            ขณะที่ทุกคนกำลังเฝ้ามองว่าหมิงเป่าจูจะลงมือกับหวังซื่อจริงหรือไม่ซุนเถียนที่สลบอยู่ด้านข้างกลับฟื้นขึ้นมากะทันหัน

            ในหัวของเขายังค้างเติ่งอยู่กับภาพเหตุการณ์ที่ตนเองถูกคนกดไว้แทบตายก่อนที่จะหมดสติไป

            เขาเป็นคนมีอิทธิพลในหมู่บ้านไม่ว่าจะเดินไปที่ใดก็ไม่มีใครกล้ามาขวางทางไม่เคยถูกใครกดไว้ด้วยมือเดียวจนน่าอัปยศอดสูเช่นนี้มาก่อน

            ดังนั้นเมื่อลืมตาขึ้นมาก็ไม่คิดอะไรทั้งสิ้นคนแรกที่เขามองเห็นและอยู่ใกล้ที่สุดก็คือหมิงเป่าจู ซึ่งเพิ่งเดินข้ามตนเองไปหมาดๆจึงคิดฉวยโอกาสแก้แค้น

            ฉวยจังหวะที่ทุกคนไม่ทันระวังพุ่งตัวไปข้างหน้า คิดหมายจะรวบตัวหมิงเป่าจูจากด้านหลังแต่ไม่คาดคิดว่าเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นเสียงกรีดร้องก็ดังกึกก้องทะลุทะลวงแก้วหูของทุกคน

            ทันทีที่รู้สึกว่ามีลมวูบเข้ามาจากด้านหลังและรู้สึกได้ว่ามีคนเข้ามาใกล้ หมิงเป่าจูซึ่งอยู่ในภาวะตึงเครียดก็หันหลังกลับด้วยสัญชาตญาณแล้วลงมืออย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นก็เห็นซุนเถียนกอดแขนตนเองพลางร้องโหยหวนไม่หยุดแขนซ้ายถูกเคียวฟันจนเป็นแผลลึก

            “ว้าย ฆ่าคนแล้ว ฆ่าคนแล้ว”

            หวังซื่อหวาดกลัวจนวิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่างทึ้งผมพลางกรีดร้องราวกับคนเสียสติ

            “นางเด็กโสโครก ฆ่าจะเอาชีวิตเจ้า”

            ซุนเถียนเคยชินกับการทำตัวเป็นอันธพาลใจย่อมมีความโหดเหี้ยม แม้แต่บัดนี้ก็ยังสามารถทนต่อความเจ็บปวดได้พุ่งเข้าหาหมิงเป่าจูอีกหน

            เมื่อเห็นฝ่ามือใกล้จะสัมผัสใบหน้าของหมิงเป่าจูอยู่รอมร่อนางก็ถูกใครบางคนดึงแขนให้ขยับไปด้านหลัง ก่อนที่หลี่ไหวฺอวี้จะทะยานเข้าไปถีบกลางอกของซุนเถียนเต็มแรง

            ลูกเตะที่อัดแน่นไปด้วยความโกรธกริ้วทำให้ชายฉกรรจ์สูงใหญ่แข็งแรงคนหนึ่งกระเด็นไถลกับพื้นไปไกลถึงห้าหกหมี่ [1] ก่อนที่จะหยุดลง

            ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นฉุกละหุกอย่างต่อเนื่องทำให้ทุกคนสะท้านเยือกในอกรู้สึกหวาดเสียวกับแต่ละฉากที่ได้เห็น

            ซุนเถียนนอนอยู่กับพื้นไม่ไหวติงแต่น่าจนใจยิ่งนัก แม้ว่าเขาจะตกอยู่ในสภาพนั้นก็ยังมิวายมีคนรังเกียจ

            “หากข้าเห็นเจ้ามาป้วนเปี้ยนอยู่แถวเรือนหลังนี้อีกก็อย่าคิดจะมีชีวิตรอดกลับไป ไสหัวไปซะ” เสียงของหลี่ไหวฺอวี้เจือไปด้วยรังสีสังหารเยียบเย็นราวกับเกล็ดน้ำแข็งในฤดูเหมันต์ หนาวเหน็บกร่อนกินถึงกระดูก

            แม้ว่าซุนเถียนจะยังปวดศีรษะสติก็ยังไม่แจ่มชัดดีนัก แต่กลับได้ยินประโยคนี้อย่างชัดเจนเขาเพียรฝืนร่างกายพยายามคลานออกไปจากเรือนหลังเล็กอย่างทุลักทุเลชั่ววินาทีที่พ้นธรณีประตูออกมา มีชาวบ้านเห็นเขากระอักเลือดออกมาอีกด้วย!

             

            เชิงอรรถ

            [1] หมี่ หมายถึง เมตร

    คล้ายกับเรื่องสนมรักของเจิ้นวันวันคิดแต่จะหาตังค์ [จบ] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841