“ฝ่าา”ฝูเยว่สะดุ้งโหยง เสียงขงจื้อดังข้างหู
“มีเื่ใดกัน”
“องค์หญิงหยูเหยียนของแคว้นเป่ยเอียน เสด็จมาถึงประตูเมือง ยืนรีรอตรงนั้นให้ฝ่าานำราชรถไปรับนาง เข้ามาข้างใน”
“นางพิการขาหรือไรจึงต้องให้ข้านำราชรถไปรับนาง”อยากจะบอกว่าทั้งๆ ที่วันนี้เป็วันสำคัญของเขาแต่เขาต้องมาคอยต้อนรับองค์หญิงหยูเหยียน
“ขายังเดินได้ปกติเพฮะทว่า องค์หญิงงดงามนามหยูเหยียนนางไม่ยอมเข้ามาในวังหลวงนางอ้างว่า ฝ่าาส่งราชสาสน์ข้อความกำกวมนางไม่แน่ใจว่าฝ่าาจะยังยินดีรับนางเพื่อเป็ฮองเฮาหรือไม่”ฝูเยว่ยิ้มน้อยๆ กำกวมเขาตรวจดูถ้วนถี่แล้วกำกวม
“ฮองเฮาหรือ กงนู่นางนั้นนางร่างราชสาสน์ใจความว่าอย่างไรกัน”แกล้งไขสือทั้งๆ ที่ตรวจทานด้วยตัวเอง ขงจื้อยิ้มเจื่อนๆ
“หากเดาไม่ผิดคงประมาณว่าฝ่าาอยากจะมีฮองเฮา ตามที่ฝ่าาทรงตรัสไว้ตังแต่แรก”
ฝูเยว่ถอนหายใจลุกขึ้นยืนสาวเท้าออกจากห้องบรรทมไปในทันที
หน้าประตูวัง
“องค์หญิงสามหยูเหยียนถวายพระพรฝ่าา”
ดวงตาคมจ้องั้แ่ใบหน้างามเรื่อยลงมาหยุดลงริมฝีปากแดงระเรื่ออกอิ่ม และ เอวคอดกิ่ว กับผิวเนียนใสของหยูเหยียนที่ย่อกายลงตรงหน้างดงาม แต่เพียงแวบเดียวใบหน้าของจีจี้ก็ลอยขึ้นมาตรงหน้า
“ยินดีที่ได้พบองค์หญิงสาม”
เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เป็หยูเหยียนที่จ้องมองใบหน้าหล่อเหล่าตาไม่กะพริบเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับตาคมและอาภรณ์ที่ทำให้ฝูเยว่ดูดีที่สุดในยามนี้ ฝูเยว่ถอนหายใจกับสายตาของหยูเหยียนอยากให้จีจี้มาเห็นเขาก่อนใคร แต่กลับเป็หยูเหยียนที่เห็นความหล่อเหลาของเขาจนเผลอกลืนน้ำลายลงคอ หลงรูปเสียแล้ว หลงรักเพียงแค่แรกพบ
“โอะ”
แกล้งเซล้มไปข้างหน้า เอาอกอวบถูกกับแขนของฝูเยว่ที่ยกแขนขึ้นมารับไว้อกอุ่นเบียดชิดท่อนแขนไว้เต็มๆ
“อุ้ย ทำไมอ้อมแขนของฝ่าาอุ่นจัง”
ฝูเยว่ หลับตาลงช้าๆ คลายอ้อมแขนออกแต่ทว่า หยูเหยียนกับทิ้งตัวลงบนอ้อมแขนเสียดื้อๆ เกลือกลิ้งไปมา
“สงสัยขาจะแพลงไปเสียแล้วโอ๊ย หยูเหยียนโชคร้ายยิ่งนัก ก้าวเดินต่อไปคงไม่ไหวแล้ว”
เงยหน้าขึ้นสบตา ฝูเยว่ตรงๆ
“เ้านี่ ถือกำเนิดจากที่ไหนกัน”หยูเหยียนยิ้มเอียงอาย
“ฝ่าาจะชมว่าหยูเหยียนงดงามใช่ไหม”
“เปล่าข้ากำลังสงสัยว่าเ้าคงถือกำเนิดใต้ต้นดอกฝูหรงเสียอีก”
(ดอกฝูหรงหรือพุดตาน เปลี่ยนไปมาหลายสี ใน่เวลาเช้าสายบ่ายเย็นมีความหมายคนที่ใจคอรวนเร ไม่น่าเชื่อถือ)
“ฝ่าา คงหมายความว่า หยูเหยียนงดงามแปรเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ใช่หรือไม่”
ยังคงตีหน้าซื่อฝูเยว่ส่ายหน้าไปมายิ้มๆ นางแสร้งตีความหมายเป็อื่นเห็นๆๆ
“องค์หญิงสามช่างตลกยิ่งนัก”อมยิ้ม
“หยูเหยียนเป็คนตลกหากฝ่าาชอบแบบนี้” ขงจื้อเบ้ปากไม่ถูกใจจริตจะก้านของหยูเหยียน
“ฝ่าานี่ก็ใกล้จะมืดค่ำแล้วในเมื่อองค์หญิง ไม่ได้มีอะไรติดขัดเพราะฝ่าาทรงออกมารับด้วยองค์เอง ก็ควรจะเข้าไปในวังหลวงเสียจะดีกว่าเพฮะ”
ขงจื้อกล่าวเตือนเบาๆ
หยูเหยียนเดินตามฝูเยว่ไปไม่ยอมห่าง ขงจื้อทำเสียงจิ๊จ๊ะ
ตัดมาที่จีจี้ ถูกนางกำนัลจับเปลื้องผ้าล้อนจ่อน ผ้าห่มหน้าถูกพันไปรอบร่างกายเปลือยเปล่า จับให้นอนลงบนแท่นนอน ไม่อาจขยับแขนขาได้
“เตรียม ตัวววว”เสียงขันทีเอ่ยขึ้นพร้อมกัน ยกร่างเปลือยเปล่าในห่อผ้าขึ้นแบกไว้ แล้วก็ขยับขาก้าวเดินอย่างพร้อมเพียง จีจี้กลับรู้สึกว่าเวลาช่างผ่านไปช้าเหลือเกิน กว่าจะก้าวไปได้แต่ละก้าว แล้วเมื่อไหร่จึงจะถึง ห้องบรรทมฝ่าากัน เห็นเพียงแค่ท้องฟ้าไม่อาจคาดเดาทิศทางได้ว่าตอนนี้ถึงไหนแล้ว
“หยุดดดดดด “เสียงขันทีะโขึ้น
ร่างของจีจี้ยังอยู่บนนั้น
“โอ๊ะวันนี้มีนางในเข้าถวายตัวด้วยหรือเกรงว่าไม่ต้องแล้วก็ได้เพคะ”เสียงหวานใสของหยูเหยียนดังอยู่ด้านหน้า ฝูเยว๋มองไปที่ห่อผ้าไม่วางตา ก็ในเมื่อเขารุ้ดีว่าภายใต้ห่อผ้าคือร่างเปลือยเปล่าเขาถวิลหาตลอดมา
“ฝ่าาห้ามมอง”ขงจื้อสำทับ
“ด้วยกฎระเบียบแล้วห้ามมอง”ขงจื้อยังพูดไม่หยุด