เวลาบ่ายคล้อยให้แดดอบอุ่นสาดส่องผ่านใบไม้กระทบถึงพื้น ฮุ่ยิขัยบตัวชิดกำแพงห้องทอดมองออกไปด้านนอก วันนี้เป็วันสุดท้ายที่ฮุ่ยิจะได้พักผ่อนเพราะพรุ่งนี้จะต้องเข้ารับการทดสอบต่อ แค่คิดก็เหนื่อยแล้วเมื่อไหร่กันการทดสอบถึงจะจบลงเสียที
“ช่างเบื่อหน่ายเสียจริง”
ว่าแล้วก็ถอนหายใจออกมาหนึ่งทีพลางเอนหัวลงกับขอบของหน้าต่าง สายตาเหลือบเห็นนกน้อยสีฟ้าสองตัวที่บินวนอยู่ไม่ไกลฮุ่ยิเงยหน้าเอื้อมมือหยิบถุงเมล็ดผลไม้ที่เอาติดมาจากบ้านเกิด ฮุ่ยิเทอาหารใส่มือก่อนจะยื่นมือออกไปนอกหน้าต่าง
“เ้านกข้ามีอาหารมากินสิ”
ไม่นานเ้านกสองตัวก็บินมาเกาะที่มือก่อนจะต่างก้มลงกิน ฮุ่ยิมองดูพวกมัน นกสองตัวสีฟ้ากำลังก้มกินอาหารอย่างน่าเอ็นดู เอื้อมมือพลางลูบเ้านกตัวน้อยมืออย่างมือ
“พวกเ้าสองตัวคงเป็เพื่อนกันสินะ ข้าล่ะอิจฉาจริงๆ ข้าก็อยากมีเพื่อนที่เดินทางไปไหนด้วยกันตลอดแบบนี้บ้าง”
ไม่นานอาหารในมือก็หมดเ้านกตัวสองตัวยังมิได้จากไปไหน พวกเ้าเปลี่ยนจากที่เกาะมือเปลี่ยนมาเกาะที่ขอบหน้าต่าง พวกมันหันมองฮุ่ยิไม่รู้ว่ารออาหารหรืออยู่เป็เพื่อน
“เ้านก ทำไมการเกิดเป็มนุษย์มันถึงยากเย็นเช่นนี้ ทั้งเหนื่อย ทั้งท้อ ทั้งเจ็บ แม้ข้าอยากจะพักหรืออยากจะถอยข้าก็ได้แต่ต้องทน และทนเท่านั้น”
ฮุ่ยิสูดหายใจเข้าลึกเม้มปากเพื่อกลั้นน้ำตาที่เหมือนจะไหลออกมา
“บางทีข้าก็แอบคิด ว่าทำไมพระเ้ารังเกียจข้าหรือเปล่า หรือข้าไปทำเหตุอันใดให้ท่านไม่พอใจถึงได้กำหนดชะตาให้ข้าพบเจอแต่เื่แบบนี้ เ้านก ข้าเหนื่อยมากเลยล่ะ ข้า อึก ข้าไม่รู้ว่าข้าจะทนได้เท่าใด ข้าคิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อ คิดถึงความสงบสุข ฮึก”
ฮุ่ยิกลั้นน้ำตาเอาไว้เสียไม่อยู่ มันหลั่งไหลพรั่งพรูออกมา เขาก้มหน้าซุกกับแขนของตัวเองที่วางพาดไว้บนขอบหน้าต่าง ฮุ่ยิรู้กสึกเหมือนมีอะไรมาถูกับหัวของเขาเงยหน้าขึ้นพบว่าเป็เ้านกสองตัวที่กำลังหัวถูเพื่อปลอบประโลม ฮุ่ยิยกยิ้มขึ้นรับรู้ได้ถึงความรักจากเ้านกแม้ตอนนี้จะไม่มีใครอยู่ปลอบแต่เขาก็มีเ้านกสองตัวนี้คอยอยู่เป็เพื่อน
“แม้พวกเ้าจะเป็เพียงนกตัวเล็กๆแต่ข้าก็ััได้ถึงความจริงใจของพวกเ้า ขอบคุณนะที่อยู่เป็เพื่อนข้า”
ฮุ่ยิเอื้อมหยิบถุงก่อนจะเทอาหารใส่มือก่อนจะวางเอาไว้บนขอบหน้าต่าง เ้านกสองตัวะโเกาะที่มือก้มลงกินอาหาร ฮุ่ยิมองดูมันสลับมองวิวทิวทัศน์ที่ด้านนอก จะว่าไปไม่กี่วันก่อนเขาได้ยินข่าวว่าวันพรุ่งนี้การทดสอบจะถูกเลื่อนขึ้นมาเป็พรุ่งนี้ ฮุ่ยิเหลือบมองแผลที่เท้าตัวเองพลางจับมันเหมือนว่าอาการตอนนี้จะดีขึ้นมากแล้วจนเกือบใกล้จะหายดีแล้ว ไม่อยากเชื่อว่ายาที่หญิงชราให้มานั้นมันใช้ได้ผลดีเกินคาด เื่นี้ต้องยกความดีความชอบให้ซิงเยียนที่พาเขาไปหาหญิลชรามิเช่นนั้นวันนี้ขาของเขาก็คงจะยังดีขึ้นหรอก
เวลาล่วงเลยผันผ่านกว่าชั่วโมงนิดๆ เ้านกสองตัวบินกลับรังไปแล้วเหลือเพียงเขาที่ยังคงทอดมองทิวทัศน์อย่างโดดเดี่ยว สายลมเอื่อยพัดโชยให้ต้นไม้ไหวติงจนได้ยินเสียงไม้กระทบกันได้อย่างชัดเจน เสียงฝีเท้าจากด้านนอกห้องทำให้ฮุ่ยิหันไปมองเห็นเงาตะคุ่มหยุดอยู่ที่หน้าประตู สงสัยอ้ายฉิงคงกลับจากตลาดแล้วเพราะในตอนเช้าอ้ายฉิงบอกว่านัดเจอแม่ที่ตลาด ประตูเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นคนด้านหลังบานประตูกลับไม่ใช่อ้ายฉิงอย่างเขาคิดไว้ คนร่างสูงที่คุ้นเคยในชุดสีแดงตัดดำขาว ยนตังมีเครื่องราชอิสริยาภรณ์เต็มตัวรู้ได้ทันทีว่าเขาคือคนสูงศักดิ์
“ฮ่องเต้…”
เสียงกิ่งไม้กระทบกันผลมาจากลมเอื่อยที่ยังคงพัดอยู่ดังขึ้นเป็ระยะๆ ฮุ่ยิมองคนตรงหน้าที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขาอย่างเกร็งตัวแม้จะเคยพูดคุยกันอยู่บ่อยครั้งแต่เพราะอีกฝ่ายคือฮ่องเต้และระยะเวลาที่ผ่านมาเกือบอาทิตย์ทั้งเขาและเฉิงหานต่างก็มิได้พบหน้าพูดคุยกันเอาเสียเลย กลายเป็ตอนนี้ความรู้สึกเลยอาจดูเหินห่างไปสักเล็กน้อย
“ท่าน มีธุระอะไรหรือพะย่ะค่ะ”
ฮุ่ยิเอ่ยถามพลางเหลือบหลบสายตาของอีกคนที่ยังคงจ้องมาไม่หยุด
“ข้าเอาของมาให้”
เฉิงหานวางผ้าผืนหนึ่งลงที่ด้านหน้าฮุ่ยิมองมันอย่างพิจารณา ผ้าสีขาวที่ซีดเซียวมีรอยยับยับอยู่เล็กน้อย ฮุ่ยิหยิบมันขึ้นมาดมกลิ่นเขาจำได้ดีมันคือกลิ่นผ้าที่เขาคุ้นเคยมาตลอด ฮุ่ยิเงยหน้ามองเฉิงหานน้ำตาค่อยๆเอ่อออกมาอัตโนมัติเม้มปากแน่นเพื่อกลั้นน้ำตาไม่ให้อีกรอบ
“พ่อเ้าฝากข้ามาให้ เพราะเห็นว่าอากาศเริ่มหนาวกลัวว่าเ้าจะไม่มีผ้าใส่ให้อบอุ่น”
เพียงเท่านั้นน้ำตาที่กลั้นเอาไว้ก็ไหลออกมาทันที ฮุ่ยิยกมันขึ้นกอดด้วยความคิดถึงที่เอ่อล้นจนไม่สามารถพูดออกมาได้หมด เสียงสะอื้นนั่นทำให้เฉิงหานััได้ทันทีว่าอีกคนคงต้องคิดถึงบ้านมากเป็แน่ มือหนาเอื้อมมือลูบหัวของอีกคนอย่างเบาๆฮุ่ยิเงยหน้าสบตาเขาก่อนจะเอ่ยขอบคุณ
“ขอบคุณ ฮึก ฝ่าา ฮึก ขอบคุณท่านมากจริงๆ”
“ถ้าเพื่อเ้า ข้ายินดี”
ผ่านไปกว่าหลายนาทีจนฮุ่ยิสงบเขาสูดหายใจลึกก่อนจะวางผ้านั่นลงข้างๆตัว ตอนนี้เขาอยากรู้เื่ราวว่าพ่อของเขายังสบายดีหรือไม่จากปากอีกคน
“ฝ่าา ข้าขอถามบางอย่างกับท่านได้หรือไม่”
เฉิงหานไม่ตอบแต่เพียงพยักหน้ารับ
“คือ พ่อข้าสบายดีหรือไม่”
“สบายดี แต่ตอนที่ข้าพบ เขากำลังแบกกระสอบชากลับจากตลาด”
“แบกกระสอบชาหรือ เหตุใดเขาถึงไม่จ้าง มันน่าจะหนักน่าดู
“อาจจะเป็เพราะเงิน อีกอย่าง กระสอบชานั่นเห็นว่าเอาไปขายเขาก็ไม่รับเลยต้องแบกกลับ”
ฮุ่ยิได้ยินใจถึงกับแป้ว เขาใจเหตุการณ์นี้ดีมันเคยเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งเมื่อเขายังอยู่ที่นั่น
“เ้าพอจะรู้หรือไม่เพราะเหตุใดคนที่ตลาดถึงไม่รับซื้อของเ้า”
เฉิงหานเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“หากให้ข้าเดา มันคงมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ฝั่งนั้นไม่รับซื้อ หนึ่งอาจจะเป็เพราะเขามีชาอยู่แล้ว สองอาจเป็เพราะเขาไม่้าเลยไม่รับซื้อ สามอาจเป็ที่ราคาของท่านพ่ออาจแพงเกินไป สี่อาจเป็เพราะคุณภาพที่ไม่ตรงตามที่เขา้า และสุดท้าย อาจเป็เพราะพวกเราเป็แค่ชาวบ้านธรรมดา ชาวบ้านที่เป็โอเมก้าเขาเลยไม่รับ”
ฟังมาถึงตรงนี้เฉิงหานถึงกับขมวดคิ้ว ไม่คิดว่าขนาดในหมู่บ้านเล็กๆธรรมดาที่ดูเหมือนว่าลูกบ้านจะเป็มิตรกันกลับยังมีการแบ่งแยกชนชั้นไม่ต่างกับเมืองหลวงเลยแม้แต่น้อย
“ก็นะ แต่พวกเราชินแล้วล่ะ”
ฮุ่ยิเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่ดูเหมือนว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็เป็เื่ปกติ แต่ถึงกระนั้นฮุ่ยิจะปกปิดอย่างไรแต่แววตาของเขามันก็แสดงออกมาอย่างชัดเจน เฉิงหานรับรู้ได้ว่าภายในใจของอีกคนกำลังรู้สึกเ็ปที่ตนเองนั้นเกิดมาเป็โอเมก้า รู้สึกเศร้าเสียใจในเื่ต่างๆที่เขาไม่สามารถช่วยพ่อของตนได้
“ฝ่าา ข้าขอบคุณท่านอีกครั้งที่อุตส่าห์เอาผ้าผืนนี้มาให้ข้า”
“ไม่เป็ไร”
“เอ่อ แล้วก็”
เฉิงหานเลิกคิ้วเป็เชิงถามเมื่อเห็นว่าอีกคนเหมือนจะเอ่ยอะไรบางอย่าง
“คือ ข้าต้องนอนพักผ่อนเพื่อให้แผลหายดี เอ่อ”
“เ้าจะไล่ข้างั้นรึ”
“มิบังอาจพะย่ะค่ะ คือ ข้าจะบอกว่า”
เฉิงหานกลั้วหัวเราะเล็กน้อยพร้อมกับยกยิ้มความตลกของอีกคน
“เ้านอนเถอะ ข้าจะออกก็ต่อเมื่อเ้ากลับ”
“แต่”
“นอนซะ”
ไม่ให้ฮุ่ยิได้เถียงเฉิงหานจัดการกดอีกคนลงบนที่นอนก่อนจะจับผ้าห่มคลุมของอีกคนจนมิดคอ ฮุ่ยิหันมองสบตากับอีกคนพลางเม้มปากแน่น
“ท่านจะอยู่ตรงนี้หรือพะย่ะค่ะ”
“ใช่ ข้าจะอยู่ที่ตรงนี้ จะไม่ไปไหนจนกว่าเ้าจะหลับไป”
ประโยคนั้นจู่ๆก็กลับทำให้ฮุ่ยิใจฟูขึ้นมา เขาหลับตาลงเอ่ยคำๆหนึ่งออกมา
“ขอบคุณนะเฉิงหาน ขอบคุณที่อยู่ข้างข้า”
“ข้ายินดี”
เฉิงหานก้มลงจุมพิตที่หน้าผากอุ่นจ้องมองอีกคนจนแน่ใจว่าเขานั้นได้หลับไปเสียแล้ว เดินออกจากห้องนั้นเบาๆก่อนจะกลับไปพระตำหนักฝั่งตะวันออกออกจัดการเรียกขันทีเข้าเฝ้า
“สั่งท่านหัวเมืองหยางเถา ติดต่อซื้อชาจากฮวานฉินส่งเข้าวังหลวงทุกเดือน”
“น้อมรับคำสั่งพะย่ะค่ะฝ่าา”
เอ่ยคำสั่งเสร็จขันทีออกไปจากห้องเหลือเพียงเฉิงหานที่ยังคงนั่งทำงานต่อ สายตาคมทอดมองด้านนอกหน้าต่างจากนี้สามารถมองเห็นที่พักฝั่งตะวันตกได้อย่างชัดเจนพลางนึกคิดเื่ที่ตัวเองได้ทำลงไป
ไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำมันถูกต้องหรือไม่แต่หากฮุ่ยิสบายใจไม่ว่าต้องหนักแค่ไหนเขาก็จะทำ