ตอนที่ 18 รวมพลคนไม่มีที่ไป
“นี่ๆ อาลิเซีย..”
“ว่าไง”
“ท่านผู้กล้าเป็คนยังไงหรอ...”
“ใช่ๆท่านเป็คนยังไง”
“อืม...”
กลุ่มหนุ่มสาวพูดคุยกันอย่างสบายใจขัดกับสภาพรอบตัวพวกเขาอย่างมากพวกเขาอยู่ในเขตหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ทว่ามันไม่ใช่หมู่บ้านที่งดงามแต่อย่างใดยามนี้มันเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ราวกับผ่านามาอย่างหนัก
บ้านเรือนแต่ละหลังล้วนพังเสียหายบางหลังก็โดนไฟไหม้จนวอด ไม่มีหลังไหนที่อยู่ในสภาพดีเลยตามพื้นเกลื่อนไปด้วยซากศพของชาวบ้านที่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยสมประกอบนักส่วนใหญ่มีร่องรอยถูกกัดกิน บ้างแขนขาฉีกขาด บ้างมีอวัยวะภายในไหลเกลื่อนนับเป็ภาพที่ไม่คอยน่าดูนัก
กลิ่นควันไฟกลิ่นศพยิ่งทำให้ที่นี่ดูน่ากลัวขึ้นไปอีกแต่ว่าคนกลุ่มนี้หาได้กลัวหรือหวาดหวั่นต่อเื่เหล่านี้แต่อย่างใดพวกเขามาที่นี่เพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตและให้ความช่วยเหลือรวมถึงสืบหาเื่ราวที่เกิดขึ้นด้วย ว่าใครคือผู้ลงมือกระทำการสิ่งนี้
คนกลุ่มนี้มีด้วยกันหกคนห้าคนแรกเป็กลุ่มหนุ่มสาวส่วนอีกคนเป็ชายสูงวัยที่ตอนนี้ดูเคร่งขรึมขณะมองสำรวจโดยรอบอย่างระวังแตกต่างจากพวกคนหนุ่มสาวมากนัก
“ทุกคนระวังตัวไว้ด้วยพวกมันอาจจะยังอยู่แถวนี้”
เสียงของผู้ชราเอ่ยตักเตือนพวกคนหนุ่มสาวเขาไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นักบุญเจมส์นั่นเอง หนึ่งในนักบุญาุโของศาสนาอาเซอุสบุคคลผู้มีพลังรักษายอดเยี่ยมและยังทรงอิทธิพลมากผู้หนึ่งด้วยเดิมที่เขาเป็บุตรคนที่สามของขุนนางยศบารอน ซึ่งไม่มีสิทธิสืบทอดมรดกประกอบกับเป็คนที่ใช้เวทแสงและเวทรักษาได้จึงเข้าสู่ศาสนจักรและไต่เต้าขึ้นมาสู่ระดับสูงแบบนี้ได้
“ขอรับ.../เ้าค่ะ”
เหล่าหนุ่มสาวหันกลับไปขานรับและเริ่มระวังตัวมากขึ้นคนแรกคือ อาลิเซีย เวน เคเดม เด็กสาวผู้มีใบหน้างดงามราวเทพธิดาความงามของเธอราวกับเทพสร้าง ทั้งผิวขาวและผมสีดำสนิทดุจรัตติกาลทำให้เธอดูเด่นมาก ยิ่งสวมชุดคลุมสีขาวด้วยแล้วก็ยิ่งขับเน้นความงามของเธอให้เจิดจรัสมากขึ้น
ด้วยฐานะนักบุญหญิงที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์จึงได้รับการดูแลอย่างดี ได้ติดตามนักบุญเจมส์ผู้ที่ได้ชื่อว่าจะได้เป็พระสันตะปาปาองค์ต่อไปั้แ่เด็กแม้จะยังอายุน้อยแต่ด้วยความที่เป็นักบุญแล้วอำนาจของเธอมีไม่น้อยไปกว่าาาของหลายอาณาจักรเลยทีเดียว
ส่วนคนที่เหลือนั้นสองคนแรกสวมชุดเกราะหนักเต็มยศ หนึ่งในนั้นใช้ดาบใหญ่เป็อาวุธส่วนอีกคนแบกโล่ไว้ด้วย สองคนนี้ย่อมเป็พาลาดินของศาสนะจักรอย่างไม่ต้องสงสัยทั้งสองสวมหมวกเกราะแต่ก็เปิดกระบังขึ้นให้เห็นใบหน้า
คนแรกเป็ชายหนุ่มรูปงามเขาเป็คนแบกโล่ไว้ มีหน้าที่เข้าปะทะกับศัตรู นามของเขาคือ เควิน เป็บุตรคนที่สี่ของดยุคท่านหนึ่งและด้วยเหตุที่ไม่อาจสืบทอดมรดกได้และยังใช้เวทแสงได้จึงสมัครเข้าร่วมกองทัพศาสนจักร จนได้มาติดตามนักบุญเจมส์แบบนี้
คนที่สองมีใบหน้างดงามไม่แพ้อาลิเซีย รวมกับเส้นผมสีทองสว่างด้วยก็ยิ่งงดงามจนหาคำบรรยายออกมาไม่ได้ ทว่ากลับเต็มไปด้วยความเ็านางไม่เคยยิ้มเลยแม้แต่น้อย และไม่ค่อยพูดหรือสนทนากลับผู้ใดนักถ้าไม่ถูกถามขึ้นมา แต่ดาบใหญ่ที่สะพายอยู่ บ่งบอกว่านางมีพละกำลังไม่น้อยเลย
หญิงสาวคนนี้ชื่ออลิซ อายุไม่อาจทราบได้ เพราะไม่มีใครกล้าถามหากมีคนใจกล้าก็จะถูกฟันจนเจ็บหนักหรือไม่ก็ตายไปเลยว่ากันว่าเธอเป็ธิดาของจักรพรรดิองค์ใดองค์หนึ่งแต่พ่ายแพ้ในศึกชิงบัลลังก์เลยต้องหลบมาอยู่ที่ศาสนจักรแห่งนี้และด้วยพลังฝีมือของเธอจึงได้รับหน้าที่คอยคุ้มกันนักบุญเจมส์
หญิงสาวคนที่สามสวมชุดคลุมสีขาวคล้ายกับของอลิเซียแต่เธอมีอาวุธเป็ไม้เท้าด้ามยาวที่ประดับหินเวทมนตร์ขั้นสูงเอาไว้เธอเป็นักเวทของศาสนจักรคนหนึ่งมีชื่อว่า ลิลลี่นี่ก็เป็บุตรสาวของดยุคท่านหนึ่งที่ไม่อยากแต่งาน เลยหนีมาร่วมกับศาสนจักรด้วยความสามารถเวทไฟที่สูงมาก ทำให้เธอไต่เต้าขึ้นมาไวมาก
และคนสุดท้ายเป็ชายหนุ่มมาดขรึมนามว่าออลันโด เขาเป็นักธนูฝีมือฉมัง แม้จะหน้าตาดีแต่ก็เป็คนนิ่งเงียบไม่ต่างจากอลิซว่ากันว่าเขาเองก็เป็เ้าชายจากอาณาจักรแห่งหนึ่งที่หลีกหนีปัญหาทางการเมืองมาอาศัยร่มเงาของศาสนจักร
คนที่ไม่มีที่ไปคนที่หลีกหนีปัญหา คนเหล่านี้ล้วนมาพึ่งศาสนจักรอาเซอุสกันทั้งนั้นและศาสนจักรเองก็รับพวกเขาไว้ทั้งหมด และแบ่งสรรหน้าที่ตามความสามารถของแต่ละคนศาสนจักรไม่เคยทอดทิ้งผู้ใด จึงไม่แปลกที่จะมีคนนับถือศาสนาอาเซอุสกันมากที่สุด
อำนาจของศาสนาอาเซอุสนั้นมีมากล้นเหลือเกินมีอำนาจมากพอกับสี่จักรวรรดิใหญ่หรืออาจมากกว่าด้วยซ้ำเพราะแม้แต่สี่จักรวรรดิใหญ่ยังต้องเกรงใจและไว้หน้าศาสนจักรอยู่ดังนั้นใครที่ตั้งตนเป็ศัตรูกับศาสนจักร มักจะจบลงไม่สวยเท่าใด เหมือนผู้กล้ารุ่นที่เก้าที่หันหลังให้ศาสนจักร
ปกติผู้กล้าทุกรุ่นจะนับเป็คนของศาสนจักรและปฏิบัติงานตามคำร้องขอของศาสนจักรอาเซอุสเสมอเพราะหน้าที่ของผู้กล้าคือปกป้องมวลมนุษย์เขาจึงต้องออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อปราบทุกเข็ญและช่วยเหลือประชาชนแม้แต่ผู้กล้ารุ่นที่เก้าที่กล้าแข็งก็ยังคงปฏิบัติเช่นนั้นจนกระทั่งวันที่เขาหันหลังให้ศาสนจักร
แต่ด้วยความแข็งแกร่งของเขาที่มีมากเกินไปทำให้ศาสนจักรทำอะไรไม่ได้ จะให้ไปจัดการกับคนที่ล้มกองทัพนับแสนด้วยตัวคนเดียวคนที่สังหารัระดับสูงเหมือนเชือดไก่คนที่แค่กระทืบเท้าก็ทำให้แผ่นดินะเืแบบนั้นได้อย่างไร
จนกระทั่งมีข่าวผู้กล้ารุ่นที่เก้าสละชีพสังหารจอมมารออกมาก็ทำให้ทางศาสนจักรโล่งใจขึ้นมากแต่ไม่มีใครทราบว่าความจริงแล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่นั่นคือสิ่งที่เป็ปริศนามาจนถึงทุกวันนี้เพราะคนที่เป็ประจักษพยานก็เหลือเพียงแค่สามคน แถมสองในสามก็หาตัวไม่เจออีกคนสุดท้ายก็เป็ผู้ยิ่งใหญ่ของโลกที่อยู่ยงคงกระพันมาถึงตอนนี้ที่แม้ศาสนจักรก็ไม่อยากไปยุ่งด้วยเท่าใด
เพราะมีคนนิ่งเงียบสองคนคนที่เอ่ยถามขึ้นมาจึงเป็เควินและลิลลี่จอมจ้อประจำกลุ่มสองคนนี้เข้ากันได้ดีเป็ปี่เป็ขลุ่ย ถ้าไปเล่นตลกคงจะเป็คู่ตบมุขยอดเยี่ยมเลยเสียงจอแจนั้นมีมาจากสองคนนี้นั่นแหละ
“ว่าไง อาลิเซียท่านผู้กล้าน่ะ..”
ลิลลี่ถามย้ำด้วยความอยากรู้เธอเองก็เป็หญิงสาวหน้าตาดีและชอบเื่แนวผู้กล้าอยู่แล้ว เมื่อเธอถามย้ำ เควินก็พยักหน้าเห็นด้วยแต่สายตาของเขายังกวาดไปรอบด้านคำถามย้ำนี้ได้รับความสนใจจากอลิซเช่นกันเพราะถ้าสังเกตให้ดีนั้นจะเห็นหางคิ้วของเธอกระตุกเล็กน้อยส่วนออลันโดไม่ได้สนใจเลยเขายังคงสอดส่ายสายตาและเปิดประสาทััทั้งหมดเพื่อตรวจตรารอบด้าน
“ว่ายังไงดีล่ะท่านพี่น่ะดูภายนอกเหมือนจะเป็คนหยิ่งๆ แต่ความจริงท่านใจดีมาก และเป็คนจริงจังใครที่ดีกับท่านพี่ ท่านจะตอบแทนกลับมากกว่าที่เขาดีด้วยแต่ถ้าใครร้ายมาก็จะร้ายกลับไปยิ่งกว่า”
อาลิเซียตอบทั้งสองคนพลางคิดถึงเื่ในอดีตที่ราดิชคอยช่วยเหลือและปกป้องเธอเสมอเพราะครั้งหนึ่งเคยมีเหตุการณ์กระต่ายคลั่งหลุดจากกรงจะทำร้ายเธอแต่ราดิชก็เข้ามาขวางและช่วยเธอไว้จากคมเขี้ยวของกระต่ายกระหายเืนั้นและยังมีอีกหลายเื่ที่ได้พี่ชายคอยช่วยเหลือ
“ช่างเป็คนที่น่านับถือจริงๆถ้าข้าอายุน้อยกว่านี้อีกหน่อยละก็นะ ฮึม..”
ลิลลี่กล่าวอย่างชื่นชมแต่ก็อดถอนใจกับอายุตัวเองที่มากกว่าผู้กล้าอยู่หลายปีไม่ได้ส่วนเควินนั้นก็หัวเราะออกมา
“ถ้าได้ร่วมทีมกับท่านผู้กล้าคงจะดีไม่น้อย”
เควินนั้นมีความฝันอยากจะร่วมทีมกับผู้กล้ามาั้แ่เด็กแล้วเพราะในตำนานและเื่เล่าที่ได้ฟังมาล้วนแล้วแต่กล่าวถึงผู้กล้าและทีมของเขาว่าสุดยอดขนาดไหนเสมอ เขาเองก็ยังคิดอยากเป็ผู้กล้าเพียงแต่อาจจะยังไม่มีคุณสมบัติเพียงพอ
“พี่ชายเ้าเขาแข็งแกร่งหรือไม่”
น้ำเสียงของอลิซเอ่ยถามขึ้นมาน้ำเสียงที่ไพเราะยิ่งกว่าใคร ยิ่งกว่าของอาลิเซีย มันทำให้ทั้งกลุ่มหันไปมองเธอเป็ตาเดียวไม่เว้นกระทั่งออลันโดที่ทำตาโตเมื่อได้ยินคำพูดจากปากของเธอแม้แต่นักบุญเจมส์ก็อดแปลกใจเล็กน้อยไม่ได้
เื่ที่พบเจอราดิชแล้วที่เขาวงกตไดดาลอสเขาได้รับทราบจากจักรพรรดิโรนัลด์แล้วก่อนจะพากลุ่มนี้มาทำภารกิจแต่เขาไม่ได้บอกอาลิเซียเพราะเกรงเธอจะไม่สบายใจเื่ของราดิชนั้นมีคนรู้ไม่มากในศาสนจักร นอกจากตัวเขาและสันตะปาปาแล้วก็มีระดับนักบุญาุโแค่บางท่านเท่านั้นที่ทราบเื่
และนี่ก็ผ่านมากว่าครึ่งปีแล้วแล้วนับั้แ่เกิดเื่ขึ้นเขาพาทั้งกลุ่มออกทำภารกิจไปทั่วและภารกิจครั้งนี้ก็คือสำรวจหมู่บ้านแห่งนี้นั่นเอง
“อ่า...ถ้าถามว่าแข็งแกร่งไหมถ้าเทียบกับคนอายุเท่านี้ก็นับว่าแข็งแกร่งกว่าละมั้ง เพราะสเตตัสตอนประเมินของท่านพี่มีหลายค่าที่สูงกว่าคนทั่วไปมากอยู่ล้วถ้าไม่มีผลของสกิลผู้กล้ากับจอมมาร และยังมีสกิลการคุ้มครองจาก์ที่ว่ากันว่ามีเพียงผู้กล้ารุ่นที่เก่าที่เคยสกิลนี้ด้วย”
อาลิเซียตอบคำถามของอลิซแม้จะอดงุนงงไม่ได้ที่พี่หญิงท่านนี้เอ่ยถามขึ้นมาแต่เธอก็ตอบไปโดยดีซึ่งก็จริงที่ราดิชนั้นแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปถึงสามค่าคือ พลังชีวิตพลังโจมตีและความเร็ว ที่มากกว่าคนทั่วไปหลายเท่าส่วนค่าอื่นก็มากกว่าเกณฑ์ทั่วไปอยู่เล็กน้อยและยังมีสกิลพิเศษที่เคยมีเพียงผู้กล้ารุ่นที่เก้าที่เคยด้วย
“อืม....”
อลิซตอบรับเสียงต่ำไม่มีใครรู้ว่าเธอคิดอะไรในใจ เธอแค่อยากทราบว่าเื่ที่เธอได้ยินมานั้นจริงหรือไม่เพราะผุ้กล้าคนใหม่นั้นมีสเตตัสที่สูงกว่าคนทั่วไปมาก
“แล้วเขาเป็จอมมารด้วยหรอ”
ลิลลี่จอมสงสัยถามต่อด้วยความอยากรู้เื่นี้เป็ที่ได้รับความสนใจและสร้างความฮือฮามากเพราะไม่เคยเกิดเหตุการณ์ที่ผู้กล้าและจอมมารเป็คนเดียวกันมาก่อน
“ใช่..ท่านพี่นอกจากมีฉายาผู้กล้าแล้วยังมีฉายาจอมมารด้วย ไม่รู้เหมือนกันทำไมถึงเกิดเื่แบบนี้ได้”
อาลิเซียก็ไม่ต่างจากคนอื่นที่งุนงงกับเื่นี้เธอส่งสายตาไปหานักบุญเจมส์ผู้เป็อาจารย์ ซึ่งก็ได้รับแต่รอยยิ้มอบอุ่นกับมาเพราะตัวนักบุญเจมส์ก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่ที่แน่ใจได้อย่างหนึ่งคือราดิชได้ฉายาผู้กล้าก่อนจอมมารแน่นอน เพราะฉายาผู้กล้านั้นปรากฏขึ้นมาก่อนฉายาจอมมาร
กรณีแบบนี้เจมส์เคยสันนิฐานพูดคุยกับที่ประชุมว่าราดิชมีคุณสมบัติจะเป็ผู้กล้าก่อนที่จะมีคุณสมบัติเป็จอมมารซึ่งดูจากเวทมนตร์และสกิลที่เขาฝึกฝนนั้นราวกับเตรียมพร้อมสำหรับการเป็ผู้กล้าแน่นอนแต่คุณสมบัติของจอมมารนั้นยังคงเป็ปริศนาที่ศาสนจักรขาดข้อมูลอยู่และทางแดนปีศาจก็คงไม่บอกข้อมูลนี้ออกมาแน่
ปกติแล้วจอมมารแต่ละรุ่นส่วนใหญ่จะมาจากแดนปีศาจมีส่วนน้อยไม่กี่คนที่เป็สัตว์อสูรระดับสูงหรือเป็พวกมนุษย์เผ่าพันธ์อื่นอย่างพวก ออร์ค โอเกอร์ เอลฟ์ ดวอร์ฟ แต่ไม่เคยปรากฏจอมมารในคนที่เป็มนุษย์ปกติมาก่อนเลยสักคนเดียวนี่เป็ปริศนาใหญ่ที่ทั้งศาสนจักรและแดนปีศาจต้องไปหาคำตอบ
‘เป็ทั้งผู้กล้า และยังเป็จอมมารด้วย น่าสนใจจริง’
อลิซคิดแบบนั้นเพราะนางก็สนใจเื่นี้ไม่แพ้กัน ผู้กล้าและจอมมารในคนเดียวกันด้วยผลของสองสกิลนี้ย่อมให้ทำผู้มีสเตตัสสูงมากเธอเองก็มีสกิลผู้กล้าที่ได้รับมาเพราะผ่านเงื่อนไขและความเชี่ยวชาญถึงระดับทำให้เธอเองก็มีสเตตัสสูงกว่าคนทั่วไปมากเช่นกัน
“ข้าเองก็มีสกิลผู้กล้านะถึงได้เข้าใจเลยว่าสเตตัสของตัวเองจะเพิ่มสูงได้ขนาดนี้”
เควินพยักหน้าอย่างเข้าใจเพราะตัวเขาเองก็ได้รับสกิลผู้กล้ามาเหมือนกันหลังผ่านเงื่อนไขและมีค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับที่กำหนดมันทำให้เขามีสเตตัสเพิ่มขึ้นอย่างมาก และตัวเขาที่เน้นไปด้านการป้องกันแล้วก็ยิ่งทำให้ตัวเขาถึกมากยิ่งขึ้นไปอีก
“ข้าก็อยากได้สกิลผู้กล้าบ้างจัง..”
ลิลลี่ทำหน้าฝันหวานว่าตัวเองได้สกิลผู้กล้าที่ทำให้ค่าสเตตัสเพิ่มขึ้นอย่างมาก
“อย่างเ้าน่าจะเป็จอมมารมากกว่านะฮ่าๆๆ”
เควินอดเอ่ยแซวขึ้นมาไม่ได้
“ไอ้บ้า!!!”
ลิลลี่ที่ถูกขัดจังหวะฝันหวานตวาดแว๊ดพร้อมส่งลูกไฟใส่เควินด้วยความโมโห แน่นอนว่าเควินะโหลบเป็พัลวันแต่ก็ไม่วายโดนเข้าไปหลายลูก แต่ด้วยความถึกของเขาแค่นี้ทำพลังชีวิตของเขาลดลงไม่ได้เท่าไรหรอก
อาลิเซียอดขำไม่ได้กับการหยอกล้อของสองคนนี้อลิซแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ส่วนออลันโดแค่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอานักบุญเจมส์ก็เบื่อจะเตือนสองคนนี้แล้วเหมือนกันท่านใดนั้นออลันโดพลันหยุดเดินกระทันหัน
“ระวังมีบางอย่างอยู่ข้างหน้า และพวกมันรู้ตัวแล้ว”
ออลันโดเอ่ยเตือนเขายกคันธนูขึ้นพร้อมลูกศรที่ถูกง้างจนสุดพร้อมยิงศรนี้อัดพลังเวทลมเข้าไปทำให้มีอำนาจทะลุทะลวงสูงมากซึ่งเป็ธาตุที่มักพบได้ในหมู่มือธนูส่วนใหญ่ พวกเขาจะเข้ากันได้ดีกับธาตุลมมากกว่าธาตุอื่นออลันโดก็เช่นกันแต่เขายังใช้ธาตุอื่นได้ด้วย
อลิซชักดาบออกมาเควินดึงโล่มาด้านหน้าพร้อมชักดาบยาวมาเตรียมพร้อมลิลลี่ชูไม้เท้าขึ้นพร้อมพลังเวทที่มารวมกันจนเกิดเป็บอลไฟที่พร้อมโจมตีอาลิเซียถอยมาอยู่หลังเควินอย่างรู้หน้าที่ นักบุญเจมส์ขยับไม้เท้าในมือพร้อมร่ายเวทเสริมพลังให้ทุกคนทันที
รออยู่ชั่วครู่ก็มีสิ่งมีชีวิตกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวออกมาจากชายป่านอกหมู่บ้านด้วยความที่หมู่บ้านตอนนี้แทบจะกลายเป็พื้นที่โล่งเตียนทำให้พวกเขาเห็นผู้มาเยือนได้ชัดเจน ความจริงนอกจากออลันโดแล้วอลิสก็รับรู้ถึงการคงอยู่ของพวกมันได้พร้อมกับเขาทุกคนเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้