บทที่21 มองหน้าไม่ติด
แสงแดดยามเช้าทอดผ่านขอบฟ้าสีส้มอ่อนสายลมเย็นพัดผ่านเข้ามาภายในห้อง ลมเย็นต้องผิวกายของหญิงสาวที่นอนพลิกไปมาบนเตียงนอนนุ่มขนอ่อนลุกชันขึ้นจากลมเย็นที่ััผิวกายจนรู้สึกหนาวสั่นขึ้นมา
เฉินเส้าหว่านพลิกตัวขึ้นพร้อมกับขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงนางรีบตรงเข้าไปชำระร่างกายและจัดแจงแต่งกายอย่างเรียบร้อย เสียงลมหายใจพ่นออกมาอีกครั้งเมื่อคืนนางแทบมิได้นอนทั้งคืนเพราะมัวแต่คิดฟุ้งซ่านไม่หยุด
เฉินเส้าหว่านแต่งกายด้วยชุดผ้าฝ้ายสีอ่อนเรียบง่ายแต่ดูสะอาดสะอ้าน นางยืนอยู่ด้านหน้าโรงเตี๊ยมเพื่อเตรียมตัวออกเดินทางต่อไปนางเอาแต่เดินไปเดินมาพร้อมกับทอดถอนหายใจหลายต่อหลายครั้งอย่างไม่หยุดหย่อนใบหน้าหมองคล้ำลงและมีความกระวนกระวายใจฉายชัดอย่างไม่อาจปิดบัง
“ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด แล้วเช่นนี้ต่อหน้าพี่เฟย...ข้าควรทำหน้าเช่นใดดี…”เฉินเส้าหว่านพึมพำกับตนเองไม่หยุด นางรู้สึกอับอายและอับจนหนทางยิ่งนัก ท่าทางของนางลุกลี้ลุกลนและกระวนกระวายใจอย่างเห็นได้ชัด
เฉินเส้าหว่านยังคงหวนนึกถึง่เวลาที่น่าอับอายที่ปรากฏต่อสายตาของหงฟางซินอย่างจังหญิงสาวก็ถึงกับกัดริมฝีปากแน่นจนแทบอยากมุดดินหนีไปเสียให้จบสิ้น
“เฮ้อ…”หญิงสาวถอนหายใจอีกครั้งเป็รอบที่สิบของเช้าวันนี้
“เส้าหว่าน...”เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับฝีเท้าที่หนักแน่นที่ก้าวมายืนด้านข้างของนาง
เฉินเส้าหว่านสะดุ้งสุดตัวนางทำเพียงปรายตามองชายหนุ่มด้านข้าง ก่อนจะก้มหน้าลงมองพื้นดินอย่างรวดเร็ว
หงฟางซินมองนางเพียงครู่แล้วเดินนำขึ้นรถม้าที่จอดรอด้านหน้าโรงเตี๊ยมโดยไม่กล่าวสิ่งใดเพิ่มเติม
เฉินเส้าหว่านได้แต่เดินตามเขาไปเงียบๆก่อนจะหย่อนกายนั่งลงตรงข้ามของเขาอีกครั้ง
ภายในรถม้าอันเงียบกริบเฉินเส้าหว่านก้มหน้าจนแทบจะแทรกกายลงกับพื้น ขณะที่หงฟางซินนั่งเอนหลังพิงผนังอยู่อีกฝั่งสายตาหลุบต่ำไม่ยอมสบตานางเช่นกัน
บรรยากาศรอบตัวอึมครึมจนแทบหายใจไม่ออกไม่มีเสียงใดหลุดออกมาจากคนทั้งสอง ความเงียบปกคลุมเสียจนได้ยินแม้แต่เสียงล้อไม้ผสานกับเสียงลมหายใจเข้าออก
เฉินเส้าหว่านที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของชายหนุ่มนางรู้สึกอึดอัดยิ่งนัก หญิงสาวจึงเลือกเบือนหน้าหนีออกไปมองด้านนอกหน้าต่างพยายามจ้องมองทิวทัศน์ที่แล่นผ่านไปเรื่อยๆ ทว่าความคิดฟุ้งซ่านกลับแทรกซึมเข้ามาทีละน้อย
หงฟางซินเหลือบมองนางเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้กล่าวคำใดเช่นกัน เขาเพียงหลับตาลงช้าๆ ราวกับ้าพักผ่อนแต่ที่จริงแล้วหัวใจของเขากลับเต้นแรงยิ่งกว่าเคย
ภาพของหญิงสาวเมื่อค่ำคืนยังติดตรึงอยู่ในหัวผิวนวลเนียน ใบหน้าแดงระเรื่อ เวียนวนอยู่ในห้วงคำนึงอย่างไม่อาจสลัดออกได้ คิดเพียงเท่านี้ชายหนุ่มก็ต้องรีบกลืนน้ำลายเหนียวลงคออีกครั้ง เขาเกรงว่าหากตนเองคิดเลยเถิดมากไปกว่านี้เขาคงได้กลายเป็คนถ่อยในสายตาของตนเองเป็แน่
เฉินเส้าหว่านที่รู้สึกเมื่อยขบไปทั้งตัวนางจึงหันกลับมาด้านในรถ เมื่อเห็นหงฟางซินที่ยังคงนั่งหลับตาสนิทนางก็ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก นางเผลอมองค้อนชายหนุ่มอีกหนด้วยความรู้สึกขัดใจแต่แล้วสายตาของนางก็เผลอเพ่งมองใบหน้าของชายหนุ่มอย่างไม่วางตา ใบหน้าของหญิงสาวแดงเรื่อขึ้นอีกครั้งความร้อนแล่นผ่าวไปทั่วร่างจนนางต้องยกมือขึ้นกอบกุมแก้มของตนเองเอาไว้
เฉินเส้าหว่านไม่อาจห้ามใจตนเองได้สายตาของนางไม่อาจละวางจากชายหนุ่มตรงหน้าไปได้แม้แต่น้อยยิ่งคิดหญิงสาวก็ยิ่งรู้สึกว้าวุ่นในใจจนไม่อาจข่มใจลงได้ สุดท้ายหญิงสาวจึงเลือกกระเถิบกายไปนั่งด้านข้างของเขาแทนเพื่อมิให้ต้องพบเห็นชายหนุ่มในสายตาอีก
เมื่อสายตาของหญิงสาวมิได้จดจ้องชายหนุ่มอีกความง่วงก็เข้ามาแทรกซึมแทนที่ ดวงตาหวานซึ้งของหญิงสาวเริ่มปรือปิดลงอย่างช้าๆ เพียงไม่นานเฉินเส้าหว่านก็เผลอสัปหงกอยู่หลายครั้งความเมื่อยขบของร่างกายทำให้นางขยับกายไปมาอย่างรู้สึกอึดอัด
ขณะที่หญิงสาวนั่งพิงอยู่ด้านข้างกลิ่นหอมจางๆ ก็ลอยมาแตะจมูกของชายหนุ่มอย่างเลี่ยงไม่ได้ หงฟางซินเผลอสูดลมหายใจเข้าไปก่อนจะค่อยๆ ปรือตาขึ้นมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านข้าง ชายหนุ่มชะงักค้างไปชั่วขณะ เขาจ้องมองร่างบางที่หลับตาพริ้มพิงกายไม่ห่างจากเขาหัวใจของเขาสั่นไหวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
หงฟางซินฉวยโอกาสเอื้อมมือไปคว้าร่างของนางเข้ามาอิงแอบที่บ่ากว้างของเขานางขยับกายเอนศีรษะพิงลงบนบ่าหนาอย่างรู้สึกสบายขึ้นและเพียงไม่นานเฉินเส้าหว่านก็ผล็อยหลับสนิทลงไป และในที่สุดความสบายนั้นก็ทำให้นางเผลอตัวเอนนอนหนุนตักของชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว
หงฟางซินจ้องมองใบหน้าของหญิงสาวที่นอนหนุนตักของเขาอย่างสบายอารมณ์ดวงตาจับจ้องใบหน้าเรียวสวยของหญิงสาว ริมฝีปากที่เผยอเล็กน้อยเผยให้เห็นความไร้เดียงสาอย่างน่าเอ็นดู
รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นบนใบหน้าของหงฟางซินเขาเผลอตัวยกมือขึ้นลูบไล้เส้นผมที่ปรกคลุมใบหน้าออก จากนั้นจึงใช้นิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าออกอย่างแ่เบานิ้วมือััลงบนผิวแก้มเนียนนุ่มนั้น จนชายหนุ่มถึงกับเผลอลูบไล้บนใบหน้าของหญิงสาวอย่างลืมตัว
แต่เพียงพริบตาเดียวหงฟางซินก็ได้สติขึ้นมา เขาแทบกลั้นหายใจด้วยความรู้สึกผิดในใจ ชายหนุ่มจึงรีบชักมือกลับน้ำลายเหนียวถูกกลืนลงคออย่างยากลำบาก ชายหนุ่มรีบปิดเปลือกตาลงและพยายามข่มตาหลับอีกครั้งเขาพยายามอย่างหนักที่จะกลบเกลื่อนความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นโดยที่เขาไม่รู้ตัว
รถม้ายังคงเคลื่อนไปตามทางข้างหน้าอย่างไม่หยุดนิ่งทว่าภายในรถม้ากลับสงบเงียบ ไร้การเคลื่อนไหวใดๆ ภาพหญิงสาวนอนหนุนตักชายหนุ่มในขณะที่เขายังคงนั่งนิ่งหลับตาพริ้มลง ภาพดังกล่าวราวกับภาพวาดของจิตรกรที่รังสรรค์ความงามและอบอวลด้วยความอ่อนหวานละมุน