สายลมอ่อนๆ สาดส่องลงมายังทะเลสาบซีหู ทำให้น้ำในทะเลสาบส่องประกายระยิบระยับอย่างงดงามราวกับดวงดาวยามรุ่งอรุณ เมื่อรวมกับเสียงขับร้องเพลงของสาวน้อยริมทะเลสาบอันไพเราะดั่งเสียงนกกระจิบ ทำให้ที่นี่ไม่ต่างจากวิมานแดนสวรรค์
ริมทะเลสาบยังมีบ้านหลังหนึ่งปลูกสร้างอย่างโอ่อ่า ในบ้านมีสวนไผ่ใบเขียวขจียิ่งได้รับแสงอาทิตย์ความเขียวชอุ่มของมันยิ่งงดงามจับตาผู้คน
ที่นี่คือหมู่บ้านสกุลเจียง
บุรุษผู้หนึ่งนอนอยู่ที่ม้านั่ง อ้าปากหาวยาวๆ บิดขี้เกียจคราหนึ่ง มันโดนพ่อแม่สั่งให้อ่านหนังสือทั้งเช้าเย็นแล้ว
“คุณชายเจียงท่านเอาแต่ขี้เกียจนะ” หญิงสาวผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นพร้อมกับมองไปที่คุณชายของนางซึ่งสวมใส่ชุดเขียวรัดรูป
คุณชายเจียงผู้นี้มีหน้าตาหมดจด ผิวขาวยิ่งกว่าหิมะ ผิวกายละเอียดยิ่งกว่าสตรี ดวงตากลมโต ริมฝีปากแดงสด
“คุณชาย ท่านชอบขี้เกียจ ไม่อ่านตำรา ไม่ท่องหนังสือ ทั้งวันเอาแต่นอน หากนายหญิงรู้เข้าท่านก็คงโดนดุด่าอีก”
“เสี่ยวหนิง เจ้าอย่าได้บ่นหรือไม่? ที่ข้าสั่งไว้ได้หรือยัง?”
เสี่ยวหนิงพยักหน้า นางยื่นตะกร้าใบหนึ่งให้คุณชายเจียง จากนั้นกล่าว
“ท่านไม่ควรออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกบ่อยๆ”
คุณชายเจียงตอบ
“เจ้าเอาแต่ขี้บ่น ระวังริ้วรอยจะถามหา” คุณชายเจียงหัวร่อพร้อมกรีดนิ้วใส่ใบหน้าเสี่ยวหนิง จากนั้นพุ่งร่างวูบเดียวก็ถึงกำแพงบ้าน สะกิดเท้าคราหนึ่งร่างก็ขึ้นไปแตะบนกำแพงทันที
“คุณชาย อย่าได้กลับดึก หากนายหญิงรู้เข้าท่านต้องถูกลงโทษแน่”
คุณชายเจียงไม่สนใจเสี่ยวหนิงอีก มันสะกิดเท้าเล็กน้อยก็หายไปยังป่าไผ่ข้างบ้านมัน
ระหว่างพุ่งกายอยู่กลางอากาศ คุณชายเจียงตวัดมือวูบเด็ดไม้ไผ่ใบหนึ่งมาคาบไว้ มันมีนิสัยชอบคาบใบไผ่เสมอ มันรู้สึกว่ากลิ่นของใบไผ่หอมสดชื่นกว่าชายามเช้าเสียอีก
คุณชายเจียงคนนี้มีนามคำเดียวว่า ‘เยี่ยน’ (燕-นางแอ่น) มีนิสัยซุกซน ชอบท่องเที่ยว ไม่ชอบร่ำเรียนหนังสือ แต่ชมชอบฝึกวิทยายุทธ โดยเฉพาะวิชาตัวเบาของมันโดดเด่นเป็นพิเศษ ยังเหนือกว่าจอมยุทธทั่วไปเสียอีก
ร่างกายมันมีจุดชีพจรแห่งหนึ่งที่หน้าอกบิดา มารดามันเรียกว่าชีพจรเทพดับสูญ ซึ่งปกติร่างกายคนเราจะมีจุดชีพจรสิบสองแห่งที่มือ แขน ขา เท้า แต่เจียงเยี่ยนมีจุดชีพจรเทพดับสูญที่หน้าอกซึ่งติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดเป็นจุดชีพจรที่สิบสาม มันมิทราบเป็นเพราะเหตุใด แต่ยามที่มันมีอารมณ์ยินดี เสียใจ มากเกินไป จุดชีพจรนั้นจะเจ็บปวด ลมปราณจะไหลทะลักออกมาจนยากควบคุม ต้องพยายามคุมอารมณ์โดยการนั่งสมาธิ รอให้ผ่านไปสักพักอาการจะค่อยๆ หายไปเอง
บิดามารดาเจียงเยี่ยนกำชับนักหนาว่าห้ามมันบอกเรื่องชีพจรเทพดับสูญให้ผู้ใดฟังเด็ดขาด
เจียงเยี่ยนทะยานกายออกจากบริเวณบ้าน ผ่านหมู่บ้านริมทะเลสาบซีหู ไปในส่วนลึกของป่าน้อย ที่นั่นมีหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง บ้านหลายหลังถูกสร้างอย่างหยาบๆ เพียงแค่ใช้กิ่งไม้หรือหญ้าฟางมุงเป็นหลังคา ผู้คนแต่งกายซอมซ่อ ทุกคนต่างจ้องมองเขา
ครั้งหนึ่งเจียงเยี่ยนเข้ามาเที่ยวในป่าตามปกติได้เห็นเข้ารู้สึกเห็นใจขึ้นมา จึงสั่งให้เสี่ยวหนิงทำอาหาร เช่น ซาลาเปา ขนมโก๋ ให้มัน เพื่อแจกจ่ายเสมอ
ทุกคนต่างขอบพระคุณเจียงเยี่ยนเป็นการใหญ่ เจียงเยี่ยนยิ้มอย่างน่ารัก
ระหว่างที่กำลังแจกจ่ายขนม ก็มีคนผู้หนึ่งใส่เสื้อผ้าสีแดงใบหน้าดุร้ายไว้หนวดเคราเดินมา
“เจ้าคือเด็กน้อยที่ชอบแจกจ่ายอาหาร?”
“ใช่ เจ้าคือ?”
“เด็กน้อยสกุลเจียง?”
“ใช่ เจ้ารู้ได้ยังไง?”
“สกุลเจียงแห่งซีหู บุตรชายของเจียงเหลียว?”
เจียงเยี่ยนไม่ทราบว่าคนผู้นี้เป็นใคร แต่ก็พยักหน้า
“ตามข้ามา” คนชุดแดงกล่าวขึ้น เจียงเยี่ยนส่ายหน้าปฏิเสธ
“ข้าไม่รู้จักเจ้า จะตามเจ้าไปทำไม?” เจียงเยี่ยนถาม
“ข้าคือหงหู่ (พยัคฆ์แดง) รู้แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว” บุรุษชุดแดงกล่าว
หงหู่ไม่พูดมาก มันกางมือออกคว้าจับไปยังจุดชีพจรเจียงเยี่ยนทันที เจียงเยี่ยนรีบพุ่งกายถอยไปราวกับสายลม
“สมเป็นเด็กสกุลเจียง” หงหู่กล่าว
หงหู่เดินอย่างช้า ๆ แต่ละก้าวมั่นคงดุจขุนมัน เมื่อมันเข้าใกล้เจียงเยี่ยนก็กางมือคว้าจับเจียงเยี่ยนอีก แต่คราวนี้รวดเร็วกว่าเดิมมากนัก
มือของหงหู่คล้ายดั่งมีแปดกร เจียงเยี่ยนขยับหลบเลี่ยงไปทั้งซ้ายขวาและผลักฝ่ามือออก
เพี๊ยะ!
ฝ่ามือเจียงเยี่ยนคล้ายกระทบถูกแผ่นเหล็ก เพลงฝ่ามืออันรวดเร็วของมันไม่อาจทำอะไรหงหู่ได้แม้แต่น้อย
เจียงเยี่ยนอดสะบัดมือเพราะความเจ็บไม่ได้ หงหู่คำรามก้องใช้สองมือคว้าจับมันทันที
เจียงเยี่ยนสะกิดเท้าพุ่งกายขึ้นไปกระโดดข้ามศีรษะหงหู่ ระหว่างข้ามศีรษะเจียงเยี่ยนยังใช้ปลายเท้าแตะศีรษะหงหู่ จนมันหน้าแดงด้วยโทสะพร้อมตวาด
หงหู่เปลี่ยนจากคว้าจับเป็นเพลงหมัด มันหมายใช้หมัดที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กต่อยเจียงเยี่ยนให้แหลกเละ
เจียงเยี่ยนขมวดคิ้ว มันทราบว่าวิชาตัวเบามันเหนือกว่าหงหู่ผู้นี้มากนัก แต่มันยังเด็ก พลังการฝึกปรือไม่ลึกล้ำพอ ถึงจะใช้เพลงฝ่ามือสกุลเจียงฟาดใส่หงหู่เท่าไรก็ไม่มีประโยชน์
ขณะครุ่นคิดเสียสมาธิหมัดหงหู่ก็กระแทกใส่มันอย่างรวดเร็ว
ไม่ทันแล้ว!
เจียงเยี่ยนใช้สองแขนปิดหน้าอกเพื่อปิดป้องหมัดที่รุนแรงราวกับการจู่โจมของพยัคฆ์ของหงหู่
โครม!
ร่างเจียงเยี่ยนกระเด็นไปกระแทกไถลกับพื้นดิน หงหู่คำรามก้องกระโจนเข้ามาคว้าจับอกเจียงเยี่ยน
หงหู่รูปกายสูงใหญ่กว่าเจียงเยี่ยนมากนัก มันยกร่างน้อยๆ ของเจียงเยี่ยนขึ้น “เจ้ากล้าลบหลู่ศักดิ์ศรีข้า!”
หงหู่ตวาดพร้อมกับใช้กำลังบีบหน้าอกเจียงเยี่ยนอย่างรุนแรง นิ้วมือทั้งห้าของมันคล้ายคีมเหล็กที่จะบีบกระดูกหน้าอกเจียงเยี่ยนให้แหลกสลาย
“อ๊าก!” เจียงเยี่ยนร้องอย่างเจ็บปวด มันสะบัดฝ่ามือฟาดใส่หน้าอกหงหู่อย่างถนัดถนี่ แต่หงหู่หาได้เป็นไรไม่
“เพลงฝ่ามือเจ้า ยังห่างไกลวิชาเกราะพยัคฆ์คงกะพันของข้า” หงหู่หัวร่ออย่างย่ามใจ ยอดวิชาเกราะพยัคฆ์คงกระพันของมัน เป็นยอดวิชากำลังภายนอกที่ทำให้ร่างกายแกร่งประดุจเหล็ก ต่อให้อาวุธมีคมก็ไม่อาจระคายผิวมันได้ง่ายๆ
“หากไม่ใช่เพราะประมุขสั่งให้ไว้ชีวิตเจ้า ข้าคงจะฆ่าเจ้าไปแล้ว” หงหู่ตวาดพร้อมเพิ่มแรงบีบหน้าอกเจียงเยี่ยน
เจียงเยี่ยนร้องอย่างเจ็บปวด เสียงที่ร้องอย่างเจ็บปวดราวกับภูตในนรกถูกลงทัณฑ์เป็นที่สาแก่ใจของหงหู่นัก
ทันใดนั้นหวงตาเจียงเยี่ยนพลันเหลือกขึ้นเห็นเพียงแต่ตาขาว ร่างที่ร้องอย่างเจ็บปวดของเจียงเยี่ยนก็ไม่มีเสียงร้องอีก
เจียงเยี่ยนรู้สึกจุดชีพจรทั่วร่างของมันสั่นตุบตับราวกับมีชีวิต ร่างกายมันสั่นสะท้าน พลังลมปราณกระจายออกทั่วร่างประหนึ่งดังสายธารที่หลั่งไหล
หงหู่รู้สึกผิดปกติ
โครม!!
ร่างของหงหู่ปลิวกระเด็นไปดุจว่าวที่ขาดจากสายป่าน ถึงกับกระแทกกับกำแพงบ้านไม้จนทะลุ สะกดชาวหมู่บ้านยากไร้จนตาค้าง
“อีกแล้ว เราเป็นแบบนี้อีกแล้ว” เจียงเยี่ยนมองดูฝ่ามือตนเองที่มีพลังลมปราณอย่างเปี่ยมล้น แต่น้ำเสียงมันไม่พอใจสิ่งนี้อย่างยิ่ง
ไม่พอใจถึงที่สุด
เพราะมันทำให้ร่างกายมันเจ็บปวด!
เห็นหงหู่ค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างช้าๆ เดินออกมาจากกำแพงบ้าน มุมปากมันเต็มไปด้วยโลหิต มันครุ่นคิดขึ้น
“พลังจากชีพจรเทพดับสูญจริงๆ ไม่ผิดตัวแน่!”
“อั่ก!” หงหู่กระอักโลหิตขึ้นมาอีกคำหนึ่ง มันพุ่งกายไปหมายจับตัวเจียงเยี่ยนอีกครั้ง กำลังภายในของเด็กหนุ่มเหนือกว่าที่มันคาดหมายนับร้อยเท่า
นอกจากประมุขของมันแล้ว ผู้ที่จะทำให้มันกระอักโลหิตได้ในฝ่ามือเดียวทั้งแผ่นดินเกรงว่าไม่มีผู้ใดทำได้อีก!
ขณะที่เจียงเยี่ยนกำลังตะลึงและเจ็บปวด หงหู่ก็กางข้อมือคว้าจับคอเจียงเยี่ยนไว้ ครานี้มันไม่คิดจะนำเจียงเยี่ยนกลับไปอีกแล้ว
มันหมายสังหารที่นี่!
ด้วยเกียรติภูมิในยุทธจักรของหงหู่ มันแม้ไม่ใช่สุดยอดฝีมือแห่งยุค ก็นับเป็นยอดฝีมือที่หาได้ยาก การถูกเด็กน้อยทำร้ายบาดเจ็บในฝ่ามือเดียว เป็นสิ่งที่มันรับไม่ได้อย่างยิ่ง
หงหู่นิ้วมือมันลงบนคอเจียงเยี่ยนหมายบีบคอเจียงเยี่ยนให้แหลกเละ!
“คนอย่างเจ้ากล้าใช้วิชากงเล็บ?” ซุ่มเสียงเย็นชาเสียงหนึ่งดังขึ้น
หงหู่อดหันไปมองไม่ได้ ผู้ที่กล่าววาจาคือบุรุษสวมชุดยาวสีขาวผมยาวดำขลับสง่างามอย่างยิ่ง ท่าทางมันดูคงแก่เรียน แต่ใบหน้าอ่อนเยาว์ยากคำนวณวัดอายุได้
บุรุษชุดขาวมายืนข้างกายมันตั้งแต่เมื่อใด มันถึงกับไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย!
หงหู่หันไปมองบุรุษชุดขาวและร้องขู่ว่า “อย่าได้ยุ่ง ไว้รอบหน้าค่อยจัดการเจ้า!”
หงหู่เพิ่มแรงบีบที่มือหมายบีบคอเจียงเยี่ยนให้แหลกเละ เจียงเยี่ยนดิ้นรนอย่างทรมาน มันรู้สึกลมหายใจขาดห้วงคล้ายสติจะหลุดลอยไป
บุรุษชุดขาวพลันประกบนิ้วชี้กับกลางจากนั้นกรีดวูบ
ประกายสีขาวกรีดใส่ข้อมือหงหู่อย่างรวดเร็ว
ฉัวะ !
โลหิตสดๆ ทะลักออกจากมือหงหูดุจน้ำพุ ท่ามกลางการกรีดร้องของผู้คนรอบข้าง
หงหู่คำรามอย่างเจ็บปวด ร่างเจียงเยี่ยนหล่นลงกับพื้น แต่บุรุษผู้นั้นสะบัดแขนเสื้อกว้างยาวก็ม้วนเจียงเยี่ยนขึ้นมาไว้ในอ้อมอก
หงหู่แม้จะบาดเจ็บสาหัสแต่ก็ยังเป็นลูกผู้ชายอันเข้มแข็ง มันตวาด
“แจ้งชื่อมา”
บุรุษชุดขาวแววตาคมกริบยิ่งกว่ากระบี่เหล็กกล้า มันขยับกายวูบเดียวก็ยื่นคว้าจับนิ้วมือทั้งห้าของหงหู่ไว้
กรอบ!!
เสียงกระดูกหักดังกรอบแกรบ นิ้วมือซ้ายทั้งห้าของหงหู่ถึงกับถูกบุรุษชุดขาวบีบจนแหลกเละ
บุรุษชุดขาวกล่าวอย่างเย็นชา
“ห้ามไม่ให้เจ้าใช้วิชากงเล็บอีก”
หงหู่รู้สึกเจ็บปวดทรมานสุดบรรยาย น้ำตามันแทบจะไหลเล็ดออกมา แต่มันพยายามข่มกลั้นความเจ็บปวดไว้ มันทราบดีว่าฝีมือยังห่างไกลบุรุษชุดขาว ถึงพุ่งกายหลบหนีไป
บุรุษชุดขาวหันไปมองดูเจียงเยี่ยนที่ลมหายใจร่อแรรวยริน อาการเจียงเยี่ยนวิกฤติพร้อมเข้าสู่ประตูนรกทุกเมื่อ!
------------------------------ จบตอนที่ 1 ------------------------------------------เรื่องนี้เป็นนิยายกำลังภายในเรื่องแรกและเป็นนิยายเรื่องที่หกของไรต์เลยนะคร้าบ พยายามใช้สำนวนจีนโบราณและภาษาสมัยใหม่ผสมเข้าด้วยกันเพื่อให้อ่านเข้าใจง่าย เนื้อเรื่องจะทยอยเข้มข้นขึ้นนะครับขอบคุณมากๆ เลยที่ติดตาม ชอบสำนวนแบบนี้หรือเปล่า หรือมีอะไรจะเสนอแนะเพิ่มเติมก็บอกได้นะครับ ถ้าชอบฝากไลค์ แชร์ คอมเม้นท์หรือแอดเข้าชั้นหนังสือด้วยนะครับ ขอบคุณมากเลย