บทที่ 24 เป็สามีที่ดีจริง ๆ
"มันร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอ?" ซ่งเฉียวไม่อยากเชื่อว่าในยุคนี้ก็จะมีแนวความคิดแบบนี้แล้ว
อีกอย่างจากที่เธอสังเกตมาตลอดหลายวันนี้ ในหมู่บ้านก็มีผู้หญิงที่ไม่ได้ทำงานอยู่เยอะ แล้วทำไมเธอถึงจะทำไม่ได้บ้าง
หลิวเยว่มองออกถึงความคิดของเธอ จึงอธิบายอย่างใจเย็น "พวกนั้นเป็พี่สะใภ้ที่ไม่เคยเรียนหนังสือ แถมยังมีลูกสามสี่คนั้แ่อายุยังน้อย ถ้าออกไปทำงานตอนนี้ แล้วใครจะดูแลบ้านล่ะ"
"แต่พวกเราไม่เหมือนกัน พวกเรายังสาว ก็ควรจะทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับงาน"
ทำไมถึงพูดเป็คำขวัญขึ้นมาได้? ซ่งเฉียวถามอย่างงุนงง "ใครพูดแบบนั้น?"
"พี่สะใภ้พวกนั้นพูด"
แม้แต่สามีของเธอยังไม่รีบร้อน แล้วทำไมผู้หญิงพวกนี้ถึงได้รีบร้อนนัก ซ่งเฉียวเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ "เื่งานถ้าฉันอยากทำก็ทำ ถ้าไม่อยากทำใครก็ห้ามไม่ได้ ต่อให้ซูจงจวินมาเองก็เถอะ"
เห็นท่าทางเย่อหยิ่งแต่น่ารักของเธอ หลิวเยว่ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
"เธอพูดถูก ต้องดูที่ตัวเองด้วย"
ความใจกว้างและนิสัยที่ไม่หวั่นเกรงอะไรของซ่งเฉียว คือสิ่งที่หลิวเยว่อิจฉา เธอยิ้มและจับมือของซ่งเฉียว
"คุยกันจนลืมไปเลยว่าเธอคงยังไม่ได้กินข้าวเที่ยง ตอนเที่ยงที่บ้านฉันยังเหลือโจ๊กข้าวโพดกับแผ่นแป้งม้วนอยู่ ฉันจะผัดมันฝรั่งเส้นเพิ่มให้อีกจาน แบบนี้ได้ไหม?"
เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายจะผัดอาหารให้ตัวเองอีกจาน ซ่งเฉียวก็รู้สึกเกรงใจมาก จึงปฏิเสธว่า "ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันกินแค่โจ๊กก็พอแล้ว"
ทั้งสองเปิดประตูเข้าไปบ้าน เมื่อน้องสาวของหลิวเยว่ที่นั่งอยู่ในห้องรับแขกเห็นว่ามีแขกมาเยือน ก็รีบวิ่งขึ้นชั้นบนทันที
หลิวเยว่เห็นเหตุการณ์เช่นนั้น ก็ชะงักฝีเท้า และขอโทษซ่งเฉียวแทนน้องสาวของเธอ
"เธอขี้อายมากไปหน่อยน่ะ อย่าสนใจเธอเลย"
ทำไมเห็นฉันแล้วต้องวิ่งหนีด้วย? ซ่งเฉียวมองตามขึ้นไปบนบันได แต่หญิงสาวคนนั้นก็เข้าห้องไปแล้ว
"น้องสาวของเธอไม่กล้าเจอคนแบบนี้ แล้วต่อไปจะไปดูตัวกับคนอื่นยังไงน่ะ?" เธอหมายถึงเื่ที่หลิวเยว่วางแผนจะจัดหาคู่ให้น้องสาว
"คราวนี้เธอบอกว่าไม่เอาอีกแล้ว" หลิวเยว่ถอนหายใจพูด
"งั้นจะให้อยู่ที่บ้านเธอไปตลอดเหรอ?"
ทั้งสองเดินเข้าครัวไปพร้อมกันพลางคุยกันไป หลิวเยว่เตรียมอุ่นอาหารให้ซ่งเฉียว
"จะให้เป็แบบนั้นได้ยังไง!" เธอหน้าบึ้งทันทีที่ได้ยิน
่นี้ที่น้องสาวมาพักอยู่ที่บ้าน ทำให้เธอรู้สึกลำบากใจหลายอย่าง
ตอนแรกคิดว่าน้องสาวน่าสงสาร ก็เลยอดทนไม่พูดอะไร แต่ใน่สองสามวันนี้หลายครั้งแล้วที่ผู้หญิงคนนี้ไม่ยอมนอนตอนกลางคืน กลับใส่ชุดนอนเดินไปเดินมาอยู่ชั้นบน ทั้ง ๆ ที่ในบ้านยังมีสามีของเธออยู่ด้วย!
เมื่อวานเธอทนไม่ไหวได้ต่อว่าอีกฝ่ายไปสองสามประโยค แต่เ้าตัวกลับบอกว่าได้รอให้สองสามีภรรยาหลับก่อนแล้วถึงออกมาเดินเล่น
ใครเขาจะมาเดินเล่นตอนดึกกัน? เพราะเื่นี้ทำให้ทั้งสองคนมีปัญหากันอยู่ วันนี้จึงไม่ได้คุยกันสักคำ
"ฉันตั้งใจว่าจะคุยกับเธอให้ดี ๆ " หลิวเยว่ไม่อยากพูดถึงเื่น่าปวดหัวพวกนี้ ตอนนี้โจ๊กก็ร้อนพอดีแล้ว เธอฉีกแผ่นแป้งเป็ชิ้นเล็ก ๆ พลางโยนลงไปคน ๆ ในโจ๊กข้าวโพด แล้วก็เอาแตงกวาอีกครึ่งลูกออกมาให้ซ่งเฉียว หั่นเป็แว่น และหยดน้ำมันพริกลงไปนิดหน่อย
"กินไปพลาง ๆ ก่อนนะ" หลิวเยว่รู้สึกเกรงใจที่ไม่มีของอร่อย ๆ มาต้อนรับแขก
ซ่งเฉียวจิบโจ๊กร้อน ๆ แล้วถอนหายใจออกมาอย่างสบายใจ
"เื่น้ำประปาจะสำเร็จไหม?"
พอได้ยินคำพูดของหลิวเยว่ ซ่งเฉียวก็สำลักไอออกมาทันที หลิวเยว่เลยรีบรินน้ำให้
"ทำไมแม้แต่เธอก็ถามด้วยล่ะ?"
เธอยิ้มอย่างเก้อเขิน "ฉันก็เบื่อการตักน้ำเหมือนกัน ตอนนี้ยังไม่มีลูกก็ยังพอไหว แต่ถ้ามีลูกล่ะ ฉันต้องไปทำงาน ต้องดูแลลูก แล้วยังต้องไปตักน้ำอีก มันคงจะเหนื่อยตายแน่"
"สามีเธอไม่ช่วยทำงานบ้านเหรอ?"
พอพูดถึงสามี หลิวเยว่ก็กลอกตาอย่างดูแคลน
"เขาเนี่ยนะ? แค่ให้ซักถุงเท้าก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แล้ว อย่าพูดถึงงานบ้านอื่น ๆ เลย"
ซ่งเฉียวไม่ได้ตอบอะไร เธอค่อย ๆ คนโจ๊กในชามอย่างเชื่องช้า ดูเหมือนว่าซูจงจวินจะทำหน้าที่ในบ้านได้ดีพอสมควร
"เื่น้ำประปาไม่มีปัญหาแน่นอน แค่เป็เื่ของเวลาเท่านั้น" ซ่งเฉียวตอบอย่างมั่นใจ
"มีคำพูดนี้จากเธอ ฉันก็วางใจแล้ว"
ทั้งสองคนคุยกันต่ออีกสักพัก จนกระทั่งตอนที่ซ่งเฉียวจะกลับ น้องสาวของหลิวเยว่ก็ยังไม่ยอมลงมาจากชั้นบน
ช่างเป็คนที่แปลกจริง ๆ
ตอนที่เธอกลับไปบ้าน ซูจงจวินกลับยืนอยู่ในบ้านอย่างไม่คาดคิด
"คุณกินข้าวที่โรงอาหารมาแล้วเหรอ?" ซูจงจวินถือตะหลิวเดินออกมา
ซ่งเฉียวเห็นว่าเขาที่ตัวสูงใหญ่ทำให้ผ้ากันเปื้อนที่สวมอยู่ดูเล็กไปถนัดตา หน้าตาก็หล่อเหลา แต่ตอนนี้กลับมาอยู่ในลุคพ่อบ้าน จึงอดหัวเราะออกมาไม่ได้
ซูจงจวินรู้สึกว่าเธอกำลังหัวเราะเยาะเขา จึงขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย "คุณหัวเราะอะไร?"
"คุณเป็สามีที่ดีจริง ๆ" ซ่งเฉียวนึกเปรียบเทียบเขากับจางต้าจวินที่ไม่เคยทำงานบ้าน จึงพูดด้วยความจริงใจ หลังจากเข้าบ้านเธอก็รับตะหลิวจากมือเขาแล้วเดินเข้าครัว "ให้ฉันทำอาหารเถอะ"
"คุณยังไม่ได้กินข้าวเหรอ?"
พฤติกรรมที่ชวนให้สงสัยของเธอทำให้ซูจงจวินลังเลเล็กน้อย คนคนนี้จะมาไม้ไหนอีก?
"ฉันกินที่บ้านหลิวเยว่มาแล้ว"
พอได้ยินว่าเธอกินมาแล้ว ซูจงจวินกลับรู้สึกน้อยใจ เขารีบกลับมาทันทีที่พักเที่ยง แต่เธอดันไปกินข้าวที่บ้านคนอื่น
"คุณมองฉันทำไม?" เห็นซูจงจวินจ้องมองตัวเองด้วยสายตาเคร่งขรึม ซ่งเฉียวใจหายวาบ ไม่รู้ว่าชายตรงหน้าจะมาอารมณ์ไหนอีก
เขามองสำรวจซ่งเฉียวครู่หนึ่ง แต่ไม่เห็นความรู้สึกผิดในดวงตาของเธอ จึงถอนหายใจ และตอบอย่างหมดแรง "ไม่เป็ไร"
ซ่งเฉียวไม่ทันสังเกตเห็น เธอคิดแต่เพียงว่าซูจงจวินยังไม่ได้กินข้าว จึงรีบนำแตงกวาและบวบที่หั่นเป็เส้น ๆ บนเขียงใส่ลงในกระทะที่มีน้ำมันร้อน ๆ มองไปไม่เห็นว่ามีเนื้อสัตว์ จึงวางแผนในใจว่าพรุ่งนี้ต้องไปที่ร้านค้าสวัสดิการสักหน่อย
เพราะมีแค่ซูจงจวินคนเดียว เธอจึงทำอาหารแค่จานเดียว แต่ซ่งเฉียวเห็นว่ามันน้อยเกินไป จึงทอดไข่ให้เขาอีกจานหนึ่ง
ระหว่างกินข้าว ซูจงจวินก้มหน้ากินโดยไม่พูดอะไรเลย ซ่งเฉียวอยากจะคุยกับเขาเื่โรงงานประปา แต่พอเห็นสีหน้าของเขาก็ไม่กล้าเอ่ยปาก
"คุณไม่สบายใจเหรอ?" เธอถามเสียงเบา แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมซูจงจวินถึงดูไม่มีความสุข
ซูจงจวินไม่ตอบอะไร
เธอนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงลองถามอย่างระมัดระวัง "คงไม่ใช่เพราะฉันไปกินข้าวที่บ้านหลิวเยว่หรอกใช่ไหม?"
เขายังคงเงียบ คราวนี้ซ่งเฉียวรู้แล้วว่าเขาต้องไม่พอใจเื่นี้แน่ ๆ
"ฉันบังเอิญเจอเธอ คุยกันเื่ที่โรงเรียนหยุด แล้วเธอเห็นว่าฉันหิว ก็เลยลากฉันไปกินข้าวในบ้าน" เธออธิบายให้ซูจงจวินฟังด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เมื่อพูดถึงเื่โรงเรียน ซูจงจวินก็หยุดชะงัก แล้วเงยหน้าถาม "หยุดเรียนเหรอ?" เื่นี้เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน
ซ่งเฉียวขมวดคิ้วเล็กน้อย บอกเขาว่าเป็เพราะคณะกรรมการปฏิวัติขึ้นมาบนเกาะ
"ได้ยินว่าพวกเขามาเพื่อจัดการกับชาวประมงน่ะ"
ซูจงจวินขมวดคิ้วแน่น แสดงความไม่พอใจเล็กน้อย
"จะไม่มีเื่อะไรเกิดขึ้นใช่ไหม?" เธอถามด้วยความกังวล อยากรู้ความเห็นของซูจงจวินโดยไม่รู้ตัว
ครั้งที่แล้วที่พวกเขาออกไปด้วยกันก็ได้เห็นความรุนแรงของการปฏิวัติวัฒนธรรมมาแล้ว ถ้าพายุครั้งนี้มาถึงเกาะ จะฝึกทหารต่อไปได้อย่างไร
"มีผู้บัญชาการหลิวอยู่ คงไม่มีอะไรหรอก" เขาคิดว่าซ่งเฉียวกลัว จึงปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
คิดในใจว่าหลังพักเที่ยงต้องไปคุยเื่นี้กับผู้บัญชาการหลิวเสียหน่อย
เกาะตงซานจะไม่ยอมให้คนนอกมาก่อกวน ถ้าปล่อยให้พวกเขาทำสำเร็จครั้งหนึ่ง ก็จะมีครั้งที่สอง และตอนนั้นคนที่ถูกตรวจสอบก็จะไม่ใช่แค่ชาวประมงอีกต่อไป
กลุ่มคนพวกนี้อ้างว่าทำเพื่อการปฏิวัติที่ไร้สาระ พวกเขาทำเพื่อประโยชน์ของประเทศจริงเหรอ? แต่ดูเหมือนจะทำให้ทุกอย่างวุ่นวายไปหมดมากกว่า
ตอนนี้ถ้าพูดดี ๆ ไม่ได้ผล ก็เริ่มใช้กำลังแทน
มาหาเพราะเื่ชาวประมงงั้นเหรอ? ใครจะเชื่อล่ะ
ซูจงจวินกำตะเกียบในมือแน่น