36 ลูกสาวท่านอาจารย์หญิง?
อาหลงเฉลยคำตอบให้สาวงามนามว่าหลี่ซาฟัง ก่อนที่เขาจะเล่าให้นางได้ฟังว่าชายชื่อโทมัส แอลวา เอดิสันผู้นี้เป็นนักประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองของเขา ทำเอาแม่นางหลี่ซาตาลุกวาวเป็นประกาย เพราะว่าคนผู้นี้มีแซ่เดียวกับนาง ยิ่งไปกว่านั้น นางยังรู้สึกทึ่งในตัวของชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะล่วงรู้ว่าแซ่ที่แท้จริงของนางคืออะไร เพราะดูเหมือนเขาจะแกล้งยกตัวอย่างของคนที่แซ่เดียวกับนางขึ้นมา “ ท่านผู้นี้ประดิษฐ์อะไรบ้าง ท่านถึงบอกว่าเขาเป็น inventer (นักประดิษฐ์) ที่ยิ่งใหญ่?” หนึ่งในสี่หงส์ดรุณเอ่ยถามอีกฝ่าย ก่อนที่เขาจะเล่าให้นางฟังว่า คนผู้นี้เป็นผู้ประดิษฐ์หลอดไฟที่ให้แสงสว่างแก่โลกใบนี้ ทำให้กลางคืนมีแสงไฟ สว่างไสวโดยไม่ต้องง้อแสงตะวัน รวมทั้งยังเป็นผู้ประดิษฐ์โทรทัศน์ซึ่งมีภาพให้เราได้ดู และอื่น ๆ อีกนับร้อยอย่าง “ Impossible (เป็นไปไม่ได้) หลอดไฟให้แสงสว่างที่ไม่ต้องจุดไฟ รวมทั้งโทรทัศน์ที่มีภาพเคลื่อนไหวด้วย ท่านพูดในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้และไม่น่าเชื่อจริง ๆ” หลี่ซาเอ่ยกับเสียมหลอหลงด้วยสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เขาพูดมา ทำให้เสียมหลอหลงตัดสินใจที่จะพิสูจน์ให้นางได้เห็นว่าเขาไม่ได้พูดเล่น แต่ว่ามันมีสิ่งที่เขาพูดถึงจริง ๆ “ แม่นางหลี่ ท่านช่วยเล่นเพลงพิณให้ข้าได้ฟังสักเพลงได้มั้ย แล้วข้าจะพิสูจน์ให้ท่านได้เห็นว่าที่ข้าพูดมานั้นเป็นเรื่องจริง มิใช่เรื่องโกหกแต่อย่างใด” ชายหนุ่มเอ่ยขอให้สาวงามลูกครึ่งนางนี้ทำตามที่เขาร้องขอ ก่อนที่นางจะทำตามที่เขาต้องการด้วยการนั่งลงประจำที่พิณคู่ใจ ก่อนจะค่อย ๆ บรรเลงเพลงที่แสนจะไพเราะออกมาเพลงหนึ่ง โดยในขณะที่นางกำลังเล่นพิณอยู่นั้น ชายหนุ่มก็ล้วงเอาเจ้าวัตถุประหลาดรูปทรงเป็นทรงสี่เหลี่ยมแบน ๆ สีเงินวาวออกมาถือไว้ระดับสายตา โดยหันมาทิศทางที่นางกำลังเล่นดนตรีตลอดเวลา หลังจากที่นางบรรเลงเพลงพิณไปได้เกือบสิบนาที นางก็ค่อย ๆ ละนิ้วมืออันเรียวงามของนางจากพิณ ก่อนจะลุกขึ้นจากที่นั่ง และย่อตัวคารวะอีกฝ่ายอย่างอ่อนช้อย “ ข้าเล่นจบแล้ว มิทราบว่าฝีมือเพลงพิณของข้าเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ คุณชาย?” นางเอ่ยถามอีกฝ่าย พร้อมทั้งรอคอยคำตอบของชายหนุ่ม ว่าเขาจะชื่นชอบเพลงที่ตนเองเล่นหรือไม่ “ ยอดเยี่ยมมาก ๆ แม่นางหลี่ ถือว่าฝีมือบรรเลงพิณของท่านหาตัวจับได้ยากคนหนึ่งเลยทีเดียว” ชายหนุ่มเอ่ยชมสาวงามตรงหน้าจากใจจริง ก่อนที่เขาจะทำทีเหมือนกำลังกดเจ้าวัตถุประหลาดรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าอันนั้น จากนั้นจึงส่งมันให้กับหนึ่งในสี่หงส์ดรุณรับไปชม “ มันคืออะไรหรือเจ้าคะคุณชาย ท่านส่งเจ้าสิ่งนี้ให้กับข้าทำไม?” หลี่ซาเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความสงสัย ก่อนที่อาหลงจะบอกให้นางลองจ้องมองที่เจ้าวัตถุประหลาดนั้น ซึ่งหลังจากที่นางจ้องมองได้ชั่วครู่ นางถึงกับตกตะลึงด้วยความประหลาดใจมากที่สุดในชีวิตที่ผ่านมาของนาง “ ข้า ข้า ...คุณชาย เหตุข้าถึงเข้าไปอยู่ในเจ้ากล่องประหลาดนั้นได้ ท่านทำได้อย่างไรกันเจ้าคะ?” นางเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่รู้สึกทึ่งต่อเจ้ากล่องวัตถุประหลาดที่อยู่ตรงหน้านี้ ซึ่งในกล่องนั้นมีนางอยู่ในนั้นและกำลังเล่นพิณในบทเพลงที่นางเพิ่งจะบรรเลงจบไป “ เจ้าสิ่งนี้เรียกว่าโทรศัพท์ เพียงแต่ที่ข้าให้ท่านดูเมื่อสักครู่มันจะคล้าย ๆ กับโทรทัศน์ที่ข้าเคยเล่าให้ท่านฟัง” ชายหนุ่มอธิบายให้นางฟัง ซึ่งเจ้าวัตถุประหลาดที่นางถามถึงมันก็คือโทรศัพท์มือถือซัมซุง J7 ที่ติดกระเป๋าสะพายมาจากโลกที่เขาจากมานั่นเอง โดยเมื่อครู่ในขณะที่นางกำลังทำการแสดงดนตรี เขาได้หยิบมือถือออกมาถ่ายวีดีโอไว้ตั้งแต่ต้นจนจบ ก่อนจะส่งให้นางได้ดูหลังจากที่นางเล่นจนจบเพลง และมือถือเครื่องนี้มีแบตเตอรี่เต็มตอนที่เขามาถึงยังโลกคู่ขนานแห่งนี้ โดยเขาปิดเครื่องไว้ตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว เพื่อถนอมแบตเตอรี่ไว้ใช้ยามจำเป็น และเรียนวิชาประดิษฐ์กับอาจารย์หญิงโมนา ซึ่งเขาสันนิษฐานว่านางอาจจะเป็นมารดาของหลี่ซาก็เป็นได้ ทำให้เขาสามารถประดิษฐ์ที่ชาร์จแบตพลังงานแสงอาทิตย์ได้ในที่สุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่เอง “ ทีนี้ท่านเชื่อในสิ่งที่ข้าพูดหรือยัง แม่นางหลี่ซา?” เสียมหลอหลงเอ่ยถามอีกฝ่าย ก่อนที่นางจะพยักหน้าตอบด้วยแววตาที่รู้สึกเหลือเชื่อ ด้วยไม่เคยคิดว่าจะมีเจ้าเครื่องมหัศจรรย์เช่นนี้ได้ “ สิ่งที่ท่านคาดไม่ถึง ยังมีอีกเยอะ ถ้าท่านอยากจะเห็น เอาไว้ข้าจะค่อย ๆ นำมาแสดงให้ท่านได้ดูอีก ดีมั้ยแม่นางหลี่?” แม่นางหลี่ซาพยักหน้าตอบรับด้วยความดีใจ หลังจากนั้นนางทำท่าลังเลสักครู่ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยปากขอร้องบางสิ่งบางอย่างต่อชายหนุ่ม “ คุณชายเสียมหลอ ข้ามีบางเรื่องอยากจะรบกวนท่าน ไม่ทราบว่าท่านจะอนุญาตข้าได้หรือไม่?” “ เชิญแม่นางหลี่บอกมาได้เลย ถ้าเป็นสิ่งที่ข้าทำได้ และไม่ผิดต่อผู้อื่น ข้าจะไม่ปฏิเสธคำขอของท่านแน่นอน” อาหลงเอ่ยรับปากอีกฝ่าย ก่อนที่นางจะเอ่ยปากขอยืมดูพู่กันวิเศษหรือปากกาที่ฉินอี้เซียนเคยเล่าให้นางฟังว่าสามารถเขียนได้โดยไม่ต้องจุ่มหมึก ซึ่งจริง ๆ นางสามารถขอยืมเพื่อนรักของนางก็ได้ แต่เป็นเพราะในคืนที่อาหลงมอบปากกาให้เพื่อนของนาง ปรากฏว่าคืนนั้นมีคนแอบเข้ามาขโมยปากกาของอี้เซียนที่อยู่ในห้องไป ทำให้นางต้องบากหน้าขอยืมกับชายหนุ่มตรงหน้าคนนี้ “ ไม่ทราบว่าแม่นางอยากจะดูเพ็นด้ามนี้ใช่หรือไม่ ท่านอยากจะดูมันไปเพื่ออะไร?” กุนซือหนุ่มเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความสงสัย พร้อมทั้งส่งปากกาที่เขาล้วงออกมาจากกระเป๋าสะพายส่งให้กับนาง ก่อนที่นางจะตอบว่า นางอยากจะดูว่าข้างในประกอบด้วยอะไร นางจะได้ลองไปประดิษฐ์ดูบ้าง ซึ่งที่นางออกไปทำธุระข้างนอกเมื่อสามสี่วันก่อนก็เพื่อหาซื้อวัสดุที่ต้องใช้ในการประดิษฐ์ของนางนั่นเอง เมื่อนางได้ยินเรื่องราวของพู่กันวิเศษนี้ นางจึงอยากจะมีไว้บ้างเอาไว้เวลาเขียนแบบสิ่งประดิษฐ์ของนาง ที่สำคัญนางอยากจะทำปากกาด้ามใหม่ให้กับเพื่อนรักของนาง แทนอันเดิมที่ถูกมือ(ไม่)ดีขโมยไป “ ข้าอยากจะขอยืมท่านดูแค่ชั่วครู่ รับรองว่าข้าจะไม่ทำมันเสียหาย เพราะข้ารู้ว่ามันมีราคาแพงมากถึงหมื่นตำลึงเจ้าค่ะ” นางเอ่ยกับอีกฝ่ายด้วยความเกรงใจ ซึ่งจริง ๆ แล้วก่อนหน้านี้ นางเคยเอ่ยปากขอยืมเจ้าพู่กันวิเศษนี้กับคุณชายสาม ซ่งติง มาก่อน แต่เป็นเพราะเขายื่นเงื่อนไขมาว่า เขาจะให้นางยืมก็ต่อเมื่อนางยอมเกลี้ยกล่อมให้ฉินอี้เซียนเพื่อนรักของนางออกไปเที่ยวล่องเรือชมวิวกับเขาเท่านั้น แน่นอนว่านางย่อมปฏิเสธไป ถึงแม้ว่านางจะเสียดายโอกาสที่จะได้ศึกษาเจ้าพู่กันวิเศษด้ามนี้มากแค่ไหนก็ตาม “ ข้าพอรู้มาว่าท่านชอบเรื่องงานประดิษฐ์ แต่ถ้าแม่นางหลี่จะขอยืมข้าสักครู่ ข้าเกรงว่าข้าคงจะไม่สะดวก...” ชายหนุ่มเอ่ยกับสาวงามที่อยู่ตรงหน้าอย่างอารมณ์ดี ในขณะที่นางมีสีหน้าที่ผิดหวังเมื่อได้ยินคำปฏิเสธของชายหนุ่ม แต่หลังนั้นนางกลับมีสีหน้าที่ยินดีสุดขีด เมื่อได้ยินชายหนุ่มกล่าวอีกประโยคตามมา “ ...ข้าไม่สะดวกจะให้ท่านยืม แต่ข้ายินดีที่จะมอบมันให้กับแม่นาง เพื่อที่แม่นางจะได้นำมันไปศึกษา หาวิธีที่จะผลิตมันออกมาให้ได้” “ คุณ คุณชาย ท่านพูดจริง ๆ หรือเจ้าคะ แต่ว่าสิ่งนี้มีค่าตั้งหนึ่งหมื่นตำลึง ข้าคงไม่มีเงินจ่ายค่าพู่กันวิเศษนี้ให้กับท่านหรอกเจ้าค่ะ” นางเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความตื่นเต้นระคนไม่แน่ใจ ว่าที่อีกฝ่ายพูดมาจะเป็นเรื่องจริง ก่อนที่ชายหนุ่มจะย้ำกับนางว่า ที่เขาบอกนางเมื่อครู่เป็นเรื่องจริง และนางก็ไม่ต้องจ่ายเงินหนึ่งหมื่นตำลึงให้กับเขาด้วย ขอเพียงแค่เขาขอให้นางกับเขาเป็นหุ้นส่วนทางการค้ากันคนละครึ่งครึ่ง “ ท่านหมายความว่าเช่นไรเจ้าคะคุณชาย หุ้นส่วนทางการค้า ท่านต้องการให้ข้าเป็นหุ้นส่วนทางการค้ากับท่าน?” นางเอ่ยถามชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ ก่อนที่เขาจะอธิบายว่า เขาต้องการให้นางหาทางผลิตปากกาตามแบบนี้ให้ได้ โดยอาจจะต้องเปลี่ยนวัสดุจากพลาสติกเป็นเหล็กแทน เพราะในยุคนี้ยังไม่มีพลาสติกใช้ จากนั้นเขาจะเป็นคนจัดจำหน่ายปากกาเหล่านี้เอง และกำไรที่เหลือเขาจะแบ่งให้นางครึ่งหนึ่งของกำไรทั้งหมด จากนั้นเขาจึงบอกกับนางว่า ถ้างานนี้สำเร็จเขาจะตั้งราคาขายปากกาเหล่านี้ในราคาด้ามละ 300 ตำลึง และถ้าหากสามารถขายปากกาได้ถึง 1,000 ด้าม ก็จะสามารถทำเงินได้ถึง 300,000 ตำลึงเลยทีเดียว หักต้นทุนการผลิตที่ไม่สูงนักออกไป ก็น่าจะเหลือแบ่งกำไรกันคนละ 100,000 ตำลึงเป็นอย่างน้อย “ หนึ่งแสนตำลึงเชียวเหรอเจ้าคะ ท่านมั่นใจว่าข้าจะทำมันสำเร็จ และเราจะสามารถขายได้เงินจำนวนมากขนาดนั้นจริง ๆ เหรอเจ้าคะคุณชาย?” หลี่ซาเอ่ยถามเสียมหลอด้วยความตื่นเต้น แต่ก็ยังแฝงไปด้วยความรู้สึกที่ไม่ค่อยแน่ใจว่ามันจะเป็นจริงได้ จนเขาต้องใช้จิตวิทยาเอ่ยกระตุ้นและท้าทายนาง ทำให้นางเกิดแรงฮึดที่จะเอาชนะคำสบประมาทของอีกฝ่ายให้ได้ “ ว่าแต่ถ้าข้าทำปากกาขึ้นมาสำเร็จ คุณชายจะตั้งชื่อมันว่าอย่างไรเจ้าคะ?” หนึ่งในสี่หงส์ดรุณเอ่ยถามขึ้นมา เพราะนางอยากจะรู้ว่าเขาจะเรียกมันว่าอย่างไร ก่อนที่เขาจะบอกชื่อที่เขาคิดเตรียมเอาไว้แล้วกับนาง ทำให้นางถึงกับดีใจและแปลกใจสุด ๆ กับชื่อที่เขาคิดเตรียมเอาไว้ “ โมนาลิซ่า ท่านจะตั้งชื่อมันว่า โมนาลิซ่า จริง ๆ เหรอเจ้าคะ?” นางถามย้ำอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ โดยที่ตอนนี้นางเริ่มรู้สึกว่าชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ผู้นี้อาจจะเป็นคนที่รู้เบาะแสมารดาของนาง และสามารถพานางไปพบกับแม่ของนางก็เป็นได้ “ แน่นอน แม่นางหลี่ ว่าแต่ข้าขอถามท่านได้ไหมว่า ค่าไถ่ตัวของท่านและฮันนี่มีราคาสูงแค่ไหน?” เสียมหลอหลงให้คำตอบเป็นการยืนยันกับนาง ก่อนที่เขาจะถามอีกฝ่ายเกี่ยวกับจำนวนเงินที่จะต้องใช้ไถ่ตัวคนทั้งสอง “ มามา(แม่เล้า) เคยบอกไว้ว่า ข้ากับอี้เซียนจะเป็นอิสระและสามารถออกจากที่นี่ได้ ก็ต่อเมื่อมีคนเต็มใจยอมจ่ายเงินค่าไถ่ 100,000 ตำลึงเป็นค่าไถ่ตัวของพวกเราแต่ละคนเจ้าค่ะ” นางตอบคำถามอีกฝ่ายด้วยท่าทางที่เศร้าสร้อย และไม่คาดหวังว่ามันจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆนี้ และถึงแม้จะมีคนมาช่วยไถ่ตัวพวกนาง พวกนางก็จะกลายไปเป็นอนุภรรยาหรือของเล่นของเถ้าแก่บ้านใดบ้านหนึ่งอย่างแน่นอน ซึ่งพวกนางล้วนไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น “ ข้ากับอี้เซียนไม่คาดหวังเช่นนั้นหรอกเจ้าค่ะ เพราะชีวิตของพวกเราถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรกแล้ว จะดีจะร้ายก็คงแล้วแต่โชคชะตา สำหรับข้า ขอเพียงแค่มีโอกาสได้พบกับท่านแม่อีกครั้ง แค่นี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้วจริง ๆ เจ้าค่ะ” นางเอ่ยกับอีกฝ่ายพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบแก้มเป็นสาย ยิ่งเพิ่มความงามให้กับนางอีกเป็นทวี ทำเอาชายหนุ่มแทบจะทนไม่ได้ เพราะเขาเป็นคนใจอ่อน ขี้สงสาร และแพ้น้ำตาผู้หญิงอยู่ด้วย ดังนั้นเขาจึงหาทางที่จะปลอบโยนให้นางหายโศกเศร้าโดยเร็ว “ แม่นางหลี่ ถ้าข้าจะช่วยให้ท่านมีหนทางที่จะไถ่ตัวเองออกไปล่ะ ท่านจะว่ายังไง?” อาหลงเอ่ยกับนาง ก่อนที่นางจะทำท่าครุ่นคิดสักพัก จากนั้นค่อยพยักหน้ารับ พร้อมทั้งเอ่ยวาจากับอีกฝ่ายด้วยความสำนึกตื้นตันใจ “ ถ้าเป็นเช่นนั้น หลี่ซาก็ขอขอบคุณคุณชายล่วงหน้า ชีวิตของข้าต่อจากนี้ล้วนแล้วแต่คุณชาย จะให้ข้าเป็นอนุของท่าน ข้าก็ไม่เกี่ยง....” นางเอ่ยถึงตรงนี้ก็เกิดสะอึกสะอื้นออกมาอีกครั้ง โดยเมื่อครู่ที่นางเอ่ยคำว่าอนุ นางเอ่ยด้วยเสียงอันแผ่วเบาราวกับเสียงยุงพร้อมทั้งปรางแก้มที่เปลี่ยนเป็นสีแดงราวกับลูกตำลึง ก่อนที่นางจะกล่าวต่อไปอีกว่า “ ขอเพียงคุณชายช่วยข้าติดตามหาท่านแม่ที่พลัดจากกันไปเมื่อสิบปีที่แล้ว ให้ได้มีโอกาสได้เจอกันอีกครั้งก็พอเจ้าค่ะ” “ เอ่อ...ถ้าท่านช่วยไถ่ตัวข้า แล้วอี้เซียนล่ะเจ้าคะ ท่านก็รู้ว่านางรู้สึกกับท่านเช่นไร หรือว่าท่านจะช่วยไถ่ตัวพวกเราทั้งสองคน?” หลี่ซาเอ่ยถามชายหนุ่ม หลังจากที่นางเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเพื่อนรักของนางมีใจให้กับชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้านางผู้นี้ “ ข้าไม่ต้องการให้ท่านถูกไถ่ตัวออกไปเพื่อไปเป็นอนุหรือนางบำเรอของใคร แม้กระทั่งตัวข้าเอง แต่ข้าจะช่วยให้ท่านมีธุรกิจและการค้าที่จะทำให้ท่านมีเงินเก็บมากพอที่จะไถ่ตัวเองให้เป็นอิสระ และออกตามหาท่านแม่ของท่าน รวมทั้งเลือกที่จะใช้ชีวิตกับชายที่ท่านพึงใจและเขาก็รักท่านจริง ๆ” อาหลงเอ่ยกับโฉมงามตรงหน้าจากใจจริง ถึงแม้ว่านางจะงดงามราวกับนางฟ้าปานใด เขาก็ไม่อยากบังคับใจหรือให้นางต้องมาตอบแทนบุญคุณ เพราะฉะนั้นเขาจึงตั้งใจจะช่วยให้นางได้ไถ่ตัวตัวของนางเองจะดีกว่า “ คุณชาย... ท่าน..” แม่นางหลี่ถึงกับพูดอะไรไม่ออก เพราะนางไม่เคยคิดว่านางจะได้มาเจอกับบุรุษที่แสนดีและให้เกียรติสตรีมากถึงเพียงนี้ ดังนั้นนางจึงเล่าเรื่องราวชีวิตของนางให้กับเขาได้ฟัง ซึ่งตัวนางเองมีชื่อจริงว่า Lisa ส่วนแซ่ของนางก็คือ เอดิสัน พ่อของนางเป็นพ่อค้าชาวต้าหยางที่เดินทางไปค้าขายที่อิงกว๋อ(อังกฤษ) บ้านเกิดของแม่นาง ซึ่งแม่ของนางเป็นนักประดิษฐ์ที่มีฝีมือเป็นเลิศของบ้านเกิดนาง โดยทั้งคู่เกิดรักใคร่ชอบพอกัน จึงตัดสินใจแต่งงานกัน และแม่ของนางก็ให้กำเนิดนางขึ้นมา จนกระทั่งนางอายุได้ 8 ขวบ พ่อของนางก็เสียชีวิตลงด้วยโรคร้าย ทำให้แม่ของนางตัดสินใจพานางเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาที่แผ่นดินเกิดของบิดาของนาง โชคร้ายที่ระหว่างทาง นางกับแม่เกิดพบเจอกับเจ้าเสือร้าย แม่ของนางจึงตัดสินใจล่อเจ้าเสือร้ายไปอีกทางเพื่อให้นางปลอดภัย หลังจากนั้นนางก็ไม่ได้เจอกับแม่ของนางอีกเลย ไม่รู้ว่าป่านนี้แม่ของนางจะเป็นอย่างไรบ้าง เล่ามาถึงตรงนี้นางก็น้ำตาไหลอาบสองแก้มอีกครั้งด้วยความคิดถึงมารดาบังเกิดเกล้าของนาง “ แล้วท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แม่นางลิซ่า?” ชายหนุ่มเอ่ยถามนางด้วยรู้สึกเห็นใจในโชคชะตาของอีกฝ่าย รวมทั้งเขาเริ่มจะมั่นใจและแน่ใจเกือบ 100% ว่าหญิงงามล่มเมืองนางนี้น่าจะเป็นลูกสาวของอาจารย์หญิงของเขา “ เป็นมามากับคณะของนางที่เดินทางผ่านมาพอดี นางพบเห็นข้าที่หลงอยู่ในป่าคนเดียว นางจึงพาข้ากลับมาที่นี่ และนั่นเองทำให้ข้าได้รู้จักกับอี้เซียนที่เดินทางมาพร้อมกับคณะของมามา พวกเราทั้งคู่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี ทั้งยังสอนให้พวกเราร้องเพลง เล่นดนตรี แต่งกวี จนพวกเราทั้งคู่ รวมทั้งเกาลี่เหมยและซูฟ่านฟ่านกลายมาเป็นสี่หงส์ดรุณอย่างเช่นทุกวันนี้” นางเล่าเรื่องราวความเป็นมาทั้งหมดให้อีกฝ่ายรับรู้โดยไม่ปิดบัง เพราะนางรู้สึกไว้ใจอีกฝ่ายที่มีความเป็นสุภาพบุรุษ ต่างจากชายหนุ่มคนอื่น ๆ ที่ล้วนแต่หวังที่จะชื่นชมความงามของนางเพียงอย่างเดียว “ เอาเป็นว่าข้ารับปากที่ช่วยท่านทำเงิน 100,000 ตำลึง จากปากกาที่ท่านผลิตขึ้นมา เพื่อให้ท่านนำไปไถ่ตัวตัวท่านเองให้เป็นอิสระ และข้าจะช่วยท่านออกติดตามหาท่านแม่ของท่านด้วยดีมั้ย?” ชายหนุ่มเอ่ยให้คำสัญญากับนาง ทำให้นางยินดีเป็นยิ่งนัก รวมทั้งเริ่มเกิดความรู้สึกที่ดีต่อบุรุษผู้นี้มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่นางก็ต้องคอยหักห้ามใจและเตือนตัวเองไม่ให้คิดฟุ้งซ่าน เพราะว่านางรู้ดีว่าชายหนุ่มผู้นี้คือชายในดวงใจของอี้เซียนเพื่อนรักของนาง “ ก๊อก ๆ ๆ “ เสียงเคาะประตูดังขึ้นรัว ๆ ก่อนที่แม่เล้าจะโผล่หน้าเข้ามาด้วยหน้าตาตื่น และรีบเข้ามาขออภัยต่อชายหนุ่มด้วยความลำบากใจ “ ซาเอ๋อ เจ้ารีบออกไปต้อนรับคุณชายซุนโดยเร็ว เอ่อ..คุณชายเสียมหลอเจ้าคะ ข้าต้องขออภัยท่านด้วยที่ต้องให้ซาเอ๋อไปต้อนรับแขกท่านอื่น ข้าจะส่งสาวงามท่านอื่นมาดูแลท่านแทนนะเจ้าคะ” มามากล่าวพร้อมกับฉุดดึงมือหลี่ซาเพื่อที่จะออกจากห้องโดยเร็ว โดยที่นางเองมิยินยอมที่จะตามไป เพราะอยากจะอยู่สนทนาและดูแลคุณชายเสียมหลอหลงมากกว่า “ มามา มิทราบว่าคุณชายซุนที่ท่านกล่าวถึงเป็นผู้ใดกัน ท่านถึงต้องรีบร้อนพาแม่นางหลี่ไปเช่นนี้?” อาหลงเอ่ยถามอีกฝ่าย ก่อนที่นางจะตอบแบบอ้อม ๆ แอ้ม ๆ ว่า คุณชายซุนเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของใต้เท้าซุนหงอคง เสนาบดีกลาโหมผู้เรืองอำนาจ ซึ่งมีนิสัยขี้โมโห ถ้าหากทำให้เขาเกิดไม่พอใจขึ้นมา รับรองว่านางคงรับผิดชอบไม่ไหวแน่ “ แล้วถ้าข้าจะบอกว่า ข้าไม่ยินยอมให้นางไปกับท่าน เพราะดูท่าทางนางไม่เต็มใจที่จะไป ท่านจะว่าอย่างไร?” ....................................................................................................................................คุยกันหลังฉาก.....มาแล้วครับสำหรับตอนที่ 36 อาจจะช้าไปบ้าง ไรท์ต้องขออภัยด้วยครับ เพราะว่าเพิ่งจะหายป่วย พอเริ่มโอเคแล้วก็รีบปั่นต้นฉบับเพื่อจะได้อัพให้รีดที่น่ารักทุกท่านได้อ่านไว ๆ โดยเรื่องราวตอนนี้อาหลงของเราก็ได้มาเจอกับแม่นางหลี่ซา หรือลิซ่า อีกหนึ่งสาวงามของหอหงส์ดรุณ ซึ่งนางเป็นคนที่พระเอกของเราสงสัยว่าอาจจะเป็นลูกสาวของอาจารย์หญิงของเขาที่พลัดพรากจากกันเมื่อสิบปีที่แล้ว และนางก็มีความสามารถด้านการประดิษฐ์เหมือนอาจารย์หญิงของเขาอีกด้วย และเรื่องราวจะดำเนินต่อไปเช่นไร ติดตามอ่านตามลุ้นได้ในตอนต่อไปได้เลยครับ ตอนต่อไป ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด น่าจะอัพได้พรุ่งนี้ช่วงค่ำ ๆ นะครับ รออ่านได้เลย ขอบคุณทุกท่านที่ยังติดตามอ่านด้วยดีเสมอมา โดยเฉพาะคอมเม้นท์ที่ยังมีมาเรื่อย ๆ ประปราย ทั้งให้กำลังใจและชี้แนะ ขอบคุณอีกครั้งครับ ขอบคุณจริง ๆ ...................................................................................................................................สุดยอดข้อคิด พิชิตความสุขและความสำเร็จในชีวิต“ ถ้าข้าทำในสิ่งที่ข้าต้องทำ ในเวลาที่ต้องทำ วันหนึ่งข้าจะได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ในเวลาที่อยากทำ”