ผู้ร่วงหล่น

    บทที่ 33 ค่ายกลต้นไม้ธรรมชาติ.

    ชิละ ได้เดินมาหา ชิเอง ชิละเป็นชายสูงใหญ่ถึง 2 เมตร ใส่เสือและกางเกงสีแดงสดเหมือนกับเลือด ตรงข้างเอวมีดาบยาว 1.5เมตรติดอยู่ ผมสีเขียวเหมือนกับสีชิเองและชิโม

    “ชิเอง ข้าว่าเรารีบไปหาผู้นำพาแห่งความมืดดีกว่า ถ้าไม่รีบแก้แค้นเดียวผู้นำพาแห่งความมืดได้หนีไปไกล”

    ชิเอง ได้ยินดังนั้นจึงได้มองหน้าของชิละ สั่งให้ลูกน้องเก็บศพลูกชายตนเองเอาไว้ใน รถม้าระดับเหนือมนุษย์ตอนที่รับศพของชิโมมานั้น ปรมาจารย์นักรบคนหนึ่งที่รับเอาไว้ ปรมาจารย์คนที่รับศพชิโมเกิดอากาศสั่น มันไม่ได้เกิดจากการกลัวแต่น่าขยะแขยง ลองคิดดูสิว่ารับศพที่ไม่มีผิวหนัง กล้ามเนื้อ และเลือด มันเป็นยังไง

    ชิเอง ได้เห็นอาการของปรมาจารย์นักรบคนนั้นแสดงท่าทางออกมา ชิเอง โกรธมากจนเลือดขึ้นหน้า เขาพึ่งเสียลูกชายไปและมันมีคนมาแสดงอาการขยะแขยงลูกชายเขาอีก ชิเอง ได้ต่อยหมัดไป หมัดที่เต็มไปด้วยลมปราณของจอมนักรบและธาตุลม

    ปัง ตูม

    ปรมาจารย์นักรบเห็นหมัดของชิเองแต่ไม่สามารถหลบหนีได้ ปรมาจารย์ตนนั้นหวาดกลัวก่อนจะขอร้องชิเอง หมัดได้ถึงหัวเขา หมัดได้ต่อยไปที่หัวของเขาอย่างจริงจัง หัวของปรมาจารย์นักรบคนนี้ได้หลุดหายไป เลือดสาดกระจายไปวงกว้าง ปรมาจารย์นักรบคนอื่นได้เห็นเกิดการสั่นกลัวขึ้นมา ศพไร้หัวของปรมาจารย์คนนั้นได้ปล่อยให้ชิโมหลุดมือไป ชิเอง เข้าไปรับศพชิโมแล้วนำเข้าไปในรถม้าก่อนหันกลับมาจ้องมองศพของปรมาจารย์คนนั้นที่เป็นศพแล้ว

    “เจ้าขยะแขยงงั้นหรือ!”

    ชิเองได้ตะโกนขึ้นและได้ต่อยไปที่ศพของ ปรมาจารย์คนนั้นอย่างต่อเนื่อง

    ปัง ปัง ปัง ตูม

    ศพของปรมาจารย์คนนั้นไม่เหลือแม้แต่ซาก แต่ชิเองยังไม่หยุดมือต่อยลงไป จนทำให้ ชิละต้องเดินเข้ามาหยุดเอาไว้ ก่อนพูดว่า

    “หยุดได้แล้ว ถ้าเรายังช้าแบบนี้เดียวผู้นำพาแห่งความมืดได้หนีไปได้”

    ชิเอง ได้หยุดลงและคิดว่าเป้าหมายหลักมันคือ ผู้นำพาแห่งความมืด ชิเองตะโกนขึ้นด้วยความบ้าคลั่ง

    “ผู้นำพาแห่งความมืดฉันจะฆ่าแก-----!”

    ชิเอง และ ชิละได้ขึ้นในรถม้าระดับเหนือมนุษย์ แต่ว่ามันมีกลิ่นศพลอยออกมาจากตัว ชิโม ทำให้ชิละไม่สบอารมณ์ แต่คงทำได้แค่ทนเท่านั้น

    ปรมาจารย์นักรบคนอื่นได้มองหน้ากันก่อนคิดว่ายังไม่เจอผู้นำพาแห่งความมืด พวกเขาสูญเสียเพื่อนไปหนึ่งคน แต่พวกเขาคงต้องทำใจเพราะคนที่ฆ่ามันคือ จอมนักรบ

    ชิเองได้กระตุ้นรถม้า ด้วยลมปราณและธาตุในตัวอย่างเอาเป็นเอาตายทำให้รถม้าวิ่งเร็วกว่าปกติถึง 2 เท่า ชิเองตอนนี้หน้าไม่เหมือนกับตอนที่เดินทางมา เต็มไปด้วยอารมณ์บ้าคลั่งและเศร้าใจ

    .......

    ภายในเมืองขนาดเล็ก นาโอ มีตึกที่สูงสุดตึกหนึ่งนั้นคือ สมาคมนักผจญภัยนั้นเอง ในห้องที่มีกองเอกสารอยู่จำนวนมากและมีชายวัยกลางคนกำลังนั่งอยู่บนโต๊ะกองเอกสาร เขาคือหัวหน้าสมาคมนักผจญภัย เขามีชื่อว่า เร่ยา เร่ยาเป็นชายที่ดูเหมือนกับธรรมดาไม่มีออร่าอะไรออกจากร่างกายของเขา แต่ถ้าคนรู้จักเขานั้นรู้ว่า เร่ยานั้นน่ากลัวแค่ไหนเวลาต่อสู้ แต่ทว่าหลายวันมานี้ภรรยาที่น่ารักของเขาได้เสียชีวิตไปก่อนหน้าเขา ด้วยพิษร้ายถ้ายาตอนนั้นมาถึงได้ทัน เรื่องแบบนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้นมา เร่ยาได้แต่โทษตัวเองหลังจากที่ภรรยาเขาได้ติดพิษเพราะเขาได้เอาต้นไม้แดงเดือดกลับมาจากการที่เขาไปสำรวจ ป่าที่ห่างออกไปไม่ไกลจาก เมือง นาโอมากนัก ตอนนั้นมีข่าวว่าเจอต้นไม้สีแดงปริศนา เร่ยาได้รู้ทันทีว่ามันคือต้นไม้แดงเดือด เขาได้ไปสำรวจคนเดียวและได้เจอเร่ยากับมันแล้วเก็บมา

    แต่ภรรยาของเขาไม่ได้เป็นนักเวทหรือนักรบเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น เร่ยาได้ประมาทเพราะเร่ยาได้ใช้พลังทำให้ต้นไม้หมดสภาพพร้อมที่จะหลอมรวมกับตัวเขาจึงทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นมา

    หลังจากที่เร่ยาได้หลอมรวมต้นไม้แดงเดือดไปทำให้เขาดีใจมาก แต่ทว่าความดีใจนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อภรรยาสุดที่รักของเขาได้ล้มป่วยลง เขาได้ไปหาหมอที่ดีที่สุดของเมืองแห่งนี้ ก่อนจะรับคำตอบที่ทำให้เร่ยาเสียใจมากที่สุดคือพิษที่ภรรยาของเขาได้รับมันคือพิษจากต้นไม้แดงเดือดที่เขานำกลับมานั้นเอง

    พิษต้นไม้แดงเดือดมียาแก้พิษคือ ยาแก้พิษแดงเดือดโดยเฉพาะ เขาได้ทำเรื่องขอยาแก้พิษแดงเดือนไปที่ศูนย์ใหญ่ของสมาคมนักผจญภัย อย่างน้อยตอนนี้เขาเป็นถึงหัวหน้าสมาคมนักผจญภัยในเมือง นาโอ แต่ทว่าเพราะเป็นเมืองนาโอเป็นเมืองขนาดเล็กและยังอยู่ไกลกับศูนย์ใหญ่มาก ทำให้เรื่องที่เขาส่งไป ไม่ได้รับการตอบรับ เขาได้ส่งเรื่องไป 3 รอบแต่ว่า มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นมา

    จนภรรยาเขาเสียชีวิตลง ภรรยาของเขาได้ฝากเรื่องลูกของพวกเราก่อนที่จะตายไป ถ้าไม่มี เร่นา เร่ยาคงจะตายไปพร้อมกับภรรยาเขา เพราะเขารักภรรยาคนนั้นมาก แม้ว่าจะไม่ได้เป็นนักเวทหรือนักสู้ก็ตาม เขาเกลียดชัง ศูนย์ใหญ่และคนที่อยู่ในนั้น ว่าทำไมถึงปล่อยให้ภรรยาของเขาตายลงไป ตอนนี้เรื่องของผู้นำพาแห่งความมืดมาอีก ความกดดันได้มาทับที่เขาทั้งหมด เร่ยานั้นได้เครียดมาก มันมีความมืดก็ต้องมีแสงสว่าง แสงสว่างของเร่ยาคือ เร่นา ลูกสาวตัวน้อยของเขากับภรรยา เขาได้สัญญากับภรรยาเขาว่า เขาจะทำให้ลูกของเรามีความสุขมากที่จะทำได้

    ได้มีเสียงหนึ่ง ดังขึ้นมา

    “ทำลายเมืองนี้”

    ……….

    ชายชราคนหนึ่งที่ได้เงินจากแจ๊คกำลังที่จะเดินไป ซื้อเหล้าที่แพงกว่าเดิม แล้วคิดถึงรสชาติของเหล้าที่มีราคาถึง 1 เหรียญทอง แต่นึกถึงคำพูดของชายลึกลับ พูดว่า “เจ้ามีโชคได้เงินนี้ แต่ไม่มีโชคใช้เงินนี้” พอนึกถึงแล้วชายชราคนนี้ไม่เข้าใจความหมายเท่าไร แต่เรามีเงินมันก็ต้องใช้ให้หมด

    “ทำลายเมืองนี้”

    ……..

    ชิเองตะโกนโดยการใช้พลังเสียงทั้งหมด ชาวบ้านของเมืองนาโอตกใจมากกับคำพูดของชิเอง ก่อนจะหลบหนีเข้าบ้านทั้งหมด ตำหนักเจ้าเมืองได้มีคนบินออก มา 1 คนและสมาคมนักผจญภัยอีก 1 คน ทหารได้ออกมาป้องกันที่กำแพงเมืองทั้งหมดไม่ว่าจะ ในเวรหรือไม่

    เจ้าเมืองของ เมือง นาโอ มีชื่อว่า นาโอ เมืองนาโอเกิดขึ้นมาไม่กี่สิบปีนี้เอง เมืองได้ใช้ชื่อตามผู้ปกครองเมือง

    นาโอ ได้บินมาหยุดที่ ชิเอง และ ชิละ เร่ยาได้ บินมาเสริมอีกก่อนสบตากับนาโอแล้วพยักหน้ากัน

    นาโอ ได้พูดขึ้นมาว่า

    “สหายนักรบ ใจเย็น ๆ ก่อนหน้านี้มีเรื่องอะไรกันฉันไม่เคยไปสร้างความบาดหมางให้กับพวกเจ้า ทำไมพวกเจ้าถึงอยากทำลายเมืองของฉันกัน”

    ชิเองตอนนี้ไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่พูดคุยได้ ชิละจึงได้บอกไป

    “ขอโทษที พอดีว่าพวกเราเห็นผู้นำพาแห่งความมืดผ่านเข้ามาในเมืองนี้”

    นาโอและเร่ยาตกใจมาก ผู้นำพาแห่งความมืดอยู่เมืองแห่งนี้หรือ นาโอจึงพูดไปว่า

    “ถ้ามีผู้นำพาแห่งความมืดมาจริงพวกเรา คงให้แค่ตรวจสอบภายในเมือง เชิญเข้ามาก่อน”

    ชิละ ได้พูดขึ้นมาว่า

    “ขอบใจมาก......”

    แต่คำพูดยังไม่ทันจบลง ชิเองได้สั่งให้คนของเขาทำลายเมืองนี้ เพราะว่าผู้นำพาแห่งความมืดมีระดับพลังแค่ปีศาจฝึกฝนเอง ถ้ามันปลอมเป็นชาวเมืองเราจะไม่รู้ว่า ใครเป็นใคร

    “ทำลายเมืองนี้ให้พังพินาศ ถ้าผู้นำพาแห่งความมืดซ่อนตัวแล้วเราจะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร”

    ชิละเองก็พยักหน้า ก่อนจะโจมตีไป นาโอและเร่ยาเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่ไร้สาระมาก แต่ทำอะไรไม่ได้แล้วตอนนี้ นาโอได้บอกทหารว่า

    “เปิดค่ายกลต้นไม้ธรรมชาติ เร็วเข้า”

    พวกทหารได้เปิดวงแหวนรอบกำแพงเมือง วงแหวนตรงกำแพงเมืองทั้งหมดได้เรื่องแสงขึ้นพร้อมกับมีเงาต้นไม้ขนาดใหญ่ปรากฏปกคลุมทั่วท้องฟ้า

    วิง วิง

    เมื่อวงแหวนได้มาประจวบกัน เกิดเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ขึ้นมา ตรงกลางต้นไม้และรากต้นไม้มีที่สำหรับ คนหนึ่งคน เร่ยา ได้เข้าไปที่ตรงกลางต้นไม้และนาโอเข้าไปที่รากต้นไม้ ต้นไม้เกิดการสั่นสะเทือนตัวเองราวกับว่ามันกำลังมีชีวิตขึ้นมา กิ่งไม้ขนาดใหญ่ที่เหมือนกับแขนยักษ์ได้ฟาดไปทางของ ชิละและชิเอง

    ชิละได้ชักดาบออกมาเพื่อเตรียมท่าจะฟันไป แต่การเตรียมท่านั้นได้มีลูกไฟขนาดใหญ่ได้ออกมาจากหลังของชิละก่อนลูกไฟจะหลอมรวมกับดาบทำให้ดาบขยายตัวออก พอเห็นว่ากิ่งไม้ได้ฟาดมาถึงตัวชิละ ชิละได้ฟาดฟันดาบในมือไปพร้อมกับลูกไฟ

    ปัง ตูม

    ปรากฏว่าตัวชิละกระอักเลือดพร้อมกับกระเด็นไป ตัวต้นไม้ขนาดใหญ่ไม่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของชิละ มีแค่กิ่งไม้ที่มีรอยไหม้เล็กน้อย ชิละ ได้กระอักเลือดจำนวนมากพร้อมจับลำตัวของตนเองเกราะลมปราณแตกกระจาย ลำตัวมีรอยฟาดด้วยกิ่งไม้ แต่ว่าชิละได้ถอยหลังได้ทันพอดีไม่งั้นได้เจ็บหนักคงมากกว่านี้

    แค่ก แค่ก

    ชิละได้มองไปที่ต้นไม้ขนาดใหญ่ก่อนจะหันไปทางชิเอง แล้วพูดว่า

    “ชิเอง รวบมือกันเร็วเข้า ถ้าเราเข้าเมืองช้าไปผู้นำพาแห่งความมืดคงหลบหนีไปแน่”

    ชิเองได้หายโกรธพร้อมหันไปมองรอบก่อนคิดว่าคงต้องกำจัดเมืองนี้ให้หายไปก่อน ชิเองยกมือขึ้นฟ้าทันใดนั้นมีลมหมุนแรงจำนวนมากรอบตัวชิเองก่อนลมทั้งหมดจะหมุนรวมเอาไว้มือของชิเอง สิ่งที่น่าตกใจได้เกิดขึ้นมา ตอนแรกยังไม่มีอะไรอยู่ในมือของชิเอง แต่ตอนนี้มีธนูสีเขียวในแล้ว มีเพชรฝังอยู่ 3 ชิ้นได้แก่ บน กลาง และล่างของตัวธนู ชิเองได้จับสายธนูภายในธนูมีลูกธนูปรากฏตอนที่ชิเองกำลังจะยิง ลูกธนูได้สีเขียวเข็ม แล้วยิงไปที่ต้นไม้

    ฟิ้ว ปัง

    ลูกธนูได้ทะลุต้นไม้ไปได้ เกิดเป็นรูขนาดใหญ่บนต้นไม้ ชิละกับปรมาจารย์นักรบที่มาพร้อมกับทำท่าดีใจมาก ทันใดนั้นต้นไม้ที่ถูกทะลุได้ฟื้นตัวเองอย่างรวดเร็ว หลังจากฟื้นตัวเองได้แล้ว ต้นไม้ได้ยิงใบไม้ในตัวออกไป ใบไม้แต่ละใบของต้นไม้นี้เหมือนกับลูกธนูของชิแต่ไม่ได้รุนแรงและเร็วเท่า

    ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฉัวะ

    ปรมาจารย์นักรบที่หลบไม่ทันได้โดนใบไม้ทะลุตัวไป บางคนได้หลบทันหรือป้องกันได้ ชิละได้ฟันดาบไปที่ต้นไม้อีกรอบหนึ่ง คราวนี้เกิดระลอกคลื่นดาบไฟไป เผาไหม้ใบไม้ทั้งหมดที่กำลังจะมาถึง ชิเองกำลังที่จะยิงธนูอีกรอบหนึ่ง แต่ทว่ารอบนี้ต้นไม้ไม่ได้อยู่เฉยแล้ว ต้นไม้ได้ฟาดกิ่งของมันมาทางที่ ชิเอง ชิเองไม่อาจจะรับการโจมตีนี้ได้จึงหลบไปได้ ความเร็วของชิเองเท่ากับสายลมแต่ทว่าระหว่างที่หลบ ชิเองก็ไม่สามารถโจมตีได้เช่นกัน

    ชิละกำลังจะฟาดดาบไป ดูเหมือนว่าต้นไม้จะไม่ได้มีแค่กิ่งไม้เดี่ยวนะ กิ่งไม้อีกอันได้พุ่งเข้ามาหาชิละ ชิละไม่มีทางเลือกนอกจากหลบเขาได้โดนโจมตีไปแล้ว ถ้าโดนอีกมันจะทำให้เขาแย่มากกว่าเดิมมาก

    ชิเองและชิละ มองหน้ากันก่อนจะพูดด้วยลมปราณว่า

    [เราอยู่อย่างนี้ไม่ได้นะ ถ้าช้ากว่านี้ผู้นำพาแห่งความมืดจะหนีหายไป]

    [คงไม่มีทางเลือกฉันจะเสียสละแก่นเลือดเอง]

    [ชิเอง นายคงไม่..]

    [หุบปาก!]

    [โอเค ว่าแผนมา]

    ชิเอง และชิละได้คุยกันถึงแผนที่กำลังจะเกิดขึ้นมานี้

    ..........................................................................................................................................................................................

    .........................................................................................................................................................................................

    คล้ายกับเรื่องผู้ร่วงหล่น ที่คุณอ่าน