บทที่ 16 หาแฟนได้แล้วหรือยัง?
“คณบดีจ้าว พวกคุณสมกับที่เป็คนจากโรงพยาบาลระดับสูงจริง ๆ เมื่อเทียบกับพวกคุณแล้ว โรงพยาบาลเราสู้ไม่ได้เลยสักอย่างเดียว”
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า เหอเถียนก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา
พอจ้าวชิงซงได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกสบายใจและมีความสุข
แต่ปากเขากลับพูดออกไปอย่างถ่อมตัว “ที่ไหนกันครับ เสี่ยวหานพูดถูก ใคร ๆ ก็มี่เวลาที่ผิดพลาดกันได้ ที่พวกเรามากันในครั้งนี้ จุดประสงค์หลักก็คือมาแลกเปลี่ยนเทคนิคกัน คณบดีเหออย่าได้ท้อแท้แบบนี้เลยครับ”
แม้ว่าทั้งสองคนจะคุยกันอยู่ แต่ก็ไม่ได้อยู่ว่าง ๆ
พวกเขาเข้าไปร่วมกับพวกแพทย์ที่มายืนมุง ช่วยกันแยกคนไข้ที่มายืนล้อมกันอยู่ออกไป
ไม่อย่างนั้น การที่มีคนมาอยู่อัดแน่นกันที่นี่มากขนาดนี้ มันอาจจะมีอันตรายซ่อนอยู่ได้
“ทะ ท่านคณบดี”
เมื่อเห็นผู้ใหญ่ระดับสูงทั้งสองคนแยกย้ายฝูงชนออกจนมาถึงตรงหน้าของตัวเอง คนใส่ชุดกาวน์ที่เดิมทีอวดดีอยู่นั้นตอนนี้หน้าซีดเป็กระดาษไปแล้ว
เพราะว่าถ้าเมื่อกี้การกระทำของตนเองทำให้เกิดอุบัติเหตุทางการรักษาละก็...
เกรงว่าตัวเขาในตอนนี้คงจะไม่สามารถยืนพูดอยู่ตรงนี้อย่างสบาย ๆ ได้
เหอเถียนมองคนชุดกาวน์ตรงหน้า แล้วถอนหายใจเบา ๆ
“รู้ว่าผิดก็ดีแล้ว กลับไปเขียนข้อคิดที่ได้จากประสบการณ์ครั้งนี้ แล้วเอามาในตอนประชุมครั้งต่อไปด้วย!”
คนใส่ชุดกาวน์ได้ยินที่เหอเถียนบอก สายตาของเขาก็เป็ประกายขึ้นมาทันที
“ท่านคณบดี ท่าน ท่านไม่ลงโทษผมเหรอครับ?”
“ขอบคุณครับ ขอบคุณครับท่านคณบดี!”
เดิมทีคิดว่า คณบดีเห็นการกระทำของตัวเองเมื่อกี้แล้วจะต้องไล่ออกแน่นอน แต่ตอนนี้คณบดีแค่ให้ไปเขียนข้อคิดที่ได้จากประสบการณ์ครั้งนี้มา!
ต้องบอกว่าเป็ความโชคดีในความโชคร้ายเลยทีเดียว
เหอเถียนมองท่าทีของคนใส่ชุดกาวน์ พลางขมวดคิ้ว “ต้องลงโทษหรือไม่ นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมตัดสินคนเดียวได้ ผมให้คุณเขียนข้อคิดที่ได้ เพราะ้าจะดูทัศนคติของคุณที่มีต่อเื่นี้!”
“ถ้าจะขอบคุณ คุณก็ไปขอบคุณหมอเสี่ยวหานเขาเถอะ”
“ถ้าไม่มีหมอเสี่ยวหาน เกรงว่าตอนนี้คุณจะถูกไล่ไปอยู่ที่ไหนแล้วก็ไม่รู้!”
คนใส่ชุดกาวน์ได้ยินดังนั้นหน้าก็แดงราวกับตับหมูทันที
“หมอ หมอหาน ขอบคุณครับ”
“ในขณะเดียวกันก็ขอโทษด้วย เมื่อกี้ผมไม่รอบคอบเอง”
เขาไม่คิดเลยว่าผู้ชายวัยรุ่นหน้าตาดีตรงหน้านี้ จะเป็แพทย์ในโรงพยาบาลจริง ๆ!
ไม่เพียงเท่านั้น มองท่าทางของคนตรงหน้า ก็เห็นได้ชัดว่าคณบดีเหอเถียนชื่นชมเขามาก
“ไม่เป็ไรครับ” หานชิงอวี่ตอบ
“ลงไปเถอะ”
เหอเถียนเห็นหานชิงอวี่ตอบรับคำขอโทษของคนใส่ชุดกาวน์ ก็ยังคงขมวดคิ้วและเอ่ยขึ้น
รอจนคนใส่ชุดกาวน์หันหลังไปแล้ว การแสดงออกบนใบหน้าของเหอเถียนก็ผ่อนคลายและมีรอยยิ้มผุดขึ้นมา
“คณบดีจ้าว คุณได้ต้นกล้าที่ดีจริง ๆ นะ!”
ได้ฟังเหอเถียนพูดแบบนี้ อีกทั้งยังเห็นท่าทีอิจฉาบนใบหน้าของเขาแล้ว จ้าวชิงซงก็ยังคงถ่อมตัวด้วยใบหน้าที่มีความสุข ส่วนหลี่หยางที่อยู่ข้าง ๆ แอบยกนิ้วโป้งอยู่ข้างหลัง
กระทั่งผู้ใหญ่ทั้งสองหันหลังกลับไป เขาก็พุ่งเข้าไปข้าง ๆ หานชิงอวี่ทันที พลางกดเสียงต่ำกระซิบ
“พี่อวี่ สุดยอดไปเลย!!”
ไม่คิดเลยว่าพี่อวี่จะไม่เพียงแต่เป็เด็กใหม่ที่มาแรงในโรงพยาบาล แต่มาอยู่ในโรงพยาบาลอื่นก็ยังคงมีความโดดเด่นอีกด้วย
การที่ตนกับพี่อวี่มาที่โรงพยาบาลด้วยกัน ช่างเป็เื่ที่ดีจริง ๆ
ทันใดนั้น จ้างชิงซงก็หันกลับมาพูดกับทั้งสองคน
“เอาละ พวกนายสองคนก็อย่าได้มัวแต่คุยกันเลย ตอนนี้เราจะไปประชุมเล็ก ๆ กันในห้องทำงาน พวกนายก็ไปด้วยกันเถอะ”
…
หลังจากที่ผ่านไปหลายชั่วโมง
ท้องฟ้ามืดแล้ว และหานชิงอวี่เสร็จสิ้นการแนะแนวเป็ที่เรียบร้อย คณบดีจ้าวชิงซงก็ขับรถไปส่งกลับบ้านด้วยตัวเอง เพราะว่าตอนนี้ชายหนุ่มเป็ดั่งสมบัติของโรงพยาบาลไปแล้ว พวกคนาุโอย่างพวกเขาจะถือเขาไว้ในมือก็กลัวจะตก จะอมไว้ในปากก็กลัวจะละลาย
จากเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ความประทับใจที่จ้าวชิงซงมีต่อแพทย์หนุ่มคนนี้ก็เพิ่มสูงขึ้นอีก
ส่วนหานชิงอวี่เองก็พอใจกับการเดินทางในวันนี้เช่นกัน
โดยเฉพาะ ‘การประชุมเล็ก’ นั้นที่คณบดีพาตนกับหลี่หยางไปเข้าร่วม
แม้ว่าจะใช้ห้องประชุมที่เล็กมาก ๆ ในโรงพยาบาล แต่รายชื่อผู้เข้าร่วมในวันนี้ ทำเอาหานชิงอวี่ตกตะลึงเป็อย่างมาก
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละแวดวง แต่ละสาขา วันนี้มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ พูดคุยเกี่ยวกับประสบการณ์ในการรักษาโรคที่ยากและซับซ้อนต่าง ๆ
ในด้านของโรคที่ยากและซับซ้อนนี้ แม้ว่าตนเองจะยังไม่ได้มีประสบการณ์มาก่อน แต่วันนี้พอได้ยินการพูดคุยกันของทุกคน ก็นับว่าได้รับประโยชน์มากมาย และได้เก็บเกี่ยวความรู้ไปได้ไม่น้อย
“ฮู่ว...”
หานชิงอวี่ปิดประตูห้อง แล้วทิ้งตัวลงบนเตียงใหญ่ในห้องเช่าของตัวเอง
ถ้าเป็คนอื่น อาจจะคิดว่าไม่ชอบที่วันนี้ยุ่งเกินไป แต่หานชิงอวี่ ตอนนี้กลับระงับความตื่นเต้นของตัวเองไว้ไม่อยู่
เพราะว่าเขามีความมุ่งมั่นต่อการแพทย์สูงมากจริง ๆ
ติ๊ง ๆ ๆ ๆ ๆ...
หานชิงอวี่ยังคงนอนอยู่บนเตียง ขณะที่กำลังคิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับการพูดคุยกันของผู้เชี่ยวชาญเ่าั้ เวลานี้ โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นมา
“ฮัลโหล สวัสดีครับ ขอสายใครครับ?”
หานชิงอวี่ไม่ได้มองว่าใครโทรหา เขากดรับสายแล้วพูดไปทันที
แต่วินาทีต่อมา ปลายสายกลับได้ยินเสียงดังมาราวกับพายุฝนกระหน่ำ
“ลูกเรียนแพทย์จนโง่ไปแล้วใช่ไหม ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวัน กระทั่งแม่ตัวเองก็ไม่รู้จักแล้วเหรอ!”
“ก็บอกลูกแล้ว ว่าไม่ต้องไปเข้าเรียนมหาวิทยาลัยการแพทย์อะไรนั่น ในนั้นมีแต่พวกหนอนหนังสือ มันจะทำให้เรียนจนโง่ได้!”
“ตอนนี้เป็แล้วเนี่ย...”
ใช่แล้ว ปลายสายที่โทรมาตอนนี้ก็คือเย่ผิง แม่ของหานชิงอวี่นั่นเอง
พอได้ยินเสียงเย่ผิง รอยยิ้มบนใบหน้าของหานชิงอวี่เมื่อกี้ก็หายไปอย่างรวดเร็ว
“แม่...” ชายหนุ่มลากเสียงยาว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงไม่มีแรง “ลมอะไรพัดให้แม่โทรมาได้ครับ?”
เมื่อได้ยินลูกชายถามแบบนี้ เย่ผิงก็ดูเหมือนจะนึกถึงจุดประสงค์ของตัวเองในครั้งนี้ขึ้นมาได้
เธอควบคุมเสียงของตัวเอง พลางพูดออกไปอย่างช้า ๆ “นี่ เสี่ยวอวี่ ลูกอยู่ทางนั้นหาแฟนได้หรือยัง?”
“ถ้ายังล่ะก็ แม่กับพ่อของลูกจะนัดบอดให้ลูก เอ๊ะ เด็ก ๆ เขาเรียกกันว่าอะไรนะ ที่หว่านแหให้ได้ปลาเยอะ ๆ อะไรนั่นใช่ไหม นี่เป็ทางเลือกสองทาง พ่อแม่มีความสามารถนี้ เรามีตัวเลือกให้ลูกเยอะมากเลยนะ”
“ลูกชอบแบบไหนล่ะ พวกเรา...”
ทุก ๆ คำพูดที่เย่ผิงพูดออกมา ราวกับการเทถั่วลงกระบอกไม้ไผ่ เป็คำพูดเถรตรงที่ออกมาจากปากของเธอ
แต่ในเวลาที่สำคัญนี้ ตี๊ด หานชิงอวี่กลับวางสายไปเลย
จากนั้นก็ถอนหายใจยาว
“เห้อ...!”
สงสัยจังว่าคนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับตัวเองทั่วโลก คงจะก้าวข้ามเื่การนัดบอดไม่ได้เลยรึเปล่านะ?
ก็อย่างที่แม่บอก เธอกับพ่อสามารถที่จะหาตัวเลือกให้เขาได้เยอะจริง ๆ
เพราะว่าหานเหวินซานพ่อของเขานั้น ในตอนนี้เป็ประธานบริษัททางการแพทย์ชั้นนำในประเทศ
ส่วนเขา คือหัวหน้าของกรุ๊ปบริษัทที่พวกเขากำหนดเอาไว้
เพื่อให้ลูกชายคนสำคัญของตัวเองเข้ามารับ่ต่อธุรกิจของครอบครัวอย่างเชื่อฟัง พวกเขาใช้ความพยายามเป็อย่างยิ่ง
แม้แต่ตอนที่หานชิงอวี่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยการแพทย์ ก็เป็ผลมาจากการยืดหยัดต่อสู้มาเป็เวลานานของเขา
ติ๊งต่อง
ติ๊งต่อง
หลังวางสายจากแม่ มือถือของหานชิงอวี่ก็ดังขึ้นอีก
ชายหนุ่มเปิดดูอย่างหมดแรง เป็อย่างที่คาดไว้ ในหน้าต่างสนทนานั้นเป็ข้อความหลายอันที่ผู้เป็แม่ส่งมา