[จบ] ท่านแม่ผู้นี้คืออดีตสุดยอดนักฆ่า

    ตอนที่ 38 ไอ้เด็กนี่มันลูกเต้าเหล่าใครกัน?

    29 2-2

    ตอนที่ 38 ไอ้เด็กนี่มันลูกเต้าเหล่าใครกัน?

    จู่ๆวิหคยักษ์สีครามตนนั้นก็ตีปีกเร่งความเร็วสูงขึ้น ส่งร่างขนาดมหึมาของมันขึ้นผงาดสู่ท้องนภาสูง พุ่งผ่านชั้นเมฆาสีขาวบริสุทธิ์ราวกับสำลี

    เหลิงเจียวเหนียงถูกกระแสอากาศโบกสะบัดพัดตีใส่ระลอกใหญ่ แต่ด้วยสองมือสองเท้าที่ทั้งจับทั้งจิกขนนกสีครามน้ำเงินบนแผ่นหลังของมันไว้อย่างเหนียวแน่น จึงทำให้ปลอดภัยไร้กังวล

    คล้อยหลังปรับสมดุลร่างกายให้มั่นคงได้แล้ว เขาก็ค่อยๆชะโงกหน้ามองลงไปด้านล่าง ก่อนค้นพบว่า หุบเขาถงฉางทั้งลูกอยู่เบื้องล่างใต้ฝ่าเท้าของเขาโดยสมบูรณ์

    ภายในใจของเหลิงเจียวเหนียงรู้สึกตื่นตระหนกใจสั่นไม่น้อย พยายามคลานขึ้นหน้าย้ายไปอยู่ชิดใกล้กับศีรษะของวิหคยักษ์สีครามให้มากขึ้น และกล่าวว่า

    “ข้าอยากไปหาแม่จ๋า! พาข้าไปหาแม่จ๋าที!”

    วิหคยักษ์สีครามสยายปีกบินวนอยู่บนท้องนภาอยู่สองสามรอบ ก่อนที่จะเริ่มร่อนลงอย่างเป็นลำดับขั้นตอน พร้อมส่งเหลิงเจียวเหนียงลงสู่ภาคพื้นโดยสวัสดิภาพ

    เหลิงเจียวเหนียงจับจ้องภาพฉากตรงหน้าด้วยความรู้สึกว่างเปล่า สภาพแวดล้อมรอบตัวกลับดูไม่คุ้นเคยเลยสักนิด แต่แล้วจู่ๆ วิหคยักษ์สีครามตนนั้นก็ย่อขนาดลง กลายมาเป็นนกแก้วสีครามสว่างตัวน้อย บินมาเกาะอยู่ข้างไหล่ของเขา

    “จิ๊บๆ!”

    “...” เหลิงเจียวเหนียงจ้องหน้ามันพลางพูดไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ อยากจะร้องไห้อีกสักรอบแต่ไม่มีน้ำตาเหลือแล้ว ดวงตาทั้งสองข้างบวมแดงราวกับลูกท้อ

    “ที่นี่คือที่ไหน? ในเมื่อเจ้าเองก็มีความสามารถมากมาย ช่วยพาข้าไปหาแม่จ๋าทีเถิดนะ!”

    นกแก้วสีครามตัวน้อยส่งสายตาสุดไร้เดียงสา พร้อมกระพริบส่งให้ปริบๆ “....”

    ‘หากข้าไม่โดนข่มขู่ถึงขั้นเอาชีวิตจนไม่กล้ากินเจ้า มีหรือจะปล่อยให้เจ้าลำพองใจปานนี้เจ้าหนู? แต่จะว่าไป ไอ้เด็กนี่มันลูกเต้าเหล่าใครกันจึงได้น่ารำคาญนัก? เอาเถิด จะดีจะชั่วข้าก็ขัดอะไรไม่ได้อยู่แล้ว เห้ออ~...’

     

     

    ...............

     

    ภายในห้วงมิติพื้นที่ของโม่เฉินหยวน

    ก่อนหน้านี้ ตอนที่เหลิงหยุนเจียวพยายามจะหันเจ้าสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นกระบอกใหญ่ยักษ์เล็งใส่หน้าของเขา ก็เหมือนว่าจะมีบางสิ่งที่คล้ายกัน แต่มีขนาดเล็กกว่าสีดำตกลงมาด้วย นางน่าจะเผลอเรียกออกมาโดยไม่ทันรู้ตัว และเนื่องจากเจ้าสองสิ่งนี้ดูท่าจะเป็นอาวุธแขนงเดียวกัน เขาจึงตั้งใจว่าจะเริ่มศึกษาจากชิ้นเล็กก่อน

    โม่เฉินหยวนนั่งหยิบปืนพกกระบอกสีดำขึ้นมาศึกษาด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะค้นพบว่า สิ่งนี้มีห่วงตะขอขนาดกำลังพอดีให้สอดนิ้วเข้าไปได้อยู่ และเมื่อลองสอดเข้าไปเขาก็ออกแรงกดยิงทันที

    “ปัง!”

    กระสุนลูกหนึ่งถูกยิงออกมาอย่างกะทันหัน ทำเอาเสาศาลาสีแดงหลังหนึ่งที่อยู่ตรงหน้าเขาถูกเจาะทะลวงเป็นรูกลม ทั้งยังมีควันสีขาวออกมาจากปลายกระบอกอีกด้วย

    โม่เฉินหยวนแอบตะลึงเล็กน้อย “....” แม้เจ้าสิ่งนี้จะดูเล็กพกพาสะดวก แต่ค่อนข้างอันตรายเลยทีเดียว

    เขาวางปืนพกลงบนโต๊ะหินอย่างระมัดระวัง และหันไปศึกษาปืนบาซูการ์บ้องใหญ่ยักษ์ต่อทันที

    “เจ้าสิ่งนี้ดูช่างทรงพลังนัก!”

    แต่ว่ามันใช้งานอย่างไรล่ะ? แม้จะมีห่วงตะขอให้กดเพื่อใช้งานเหมือนกัน แต่กลับมีบางสิ่งที่คล้ายกล้องส่องทางไกลแนบติดอยู่ด้วย?

    เขาลองจับๆคลำๆอยู่สักครู่ใหญ่ พลางนึกถึงภาพฉากตอนที่เหลิงหยุนเจียวสำแดงใช้เจ้าสิ่งนี้ดู

    อืมมม... ดูเหมือนจะต้องนำมาประทับไว้บนบ่าเช่นนี้... แล้วตั้งท่าคุกเข่าลงข้างหนึ่ง... ใช่แล้วๆ แบบนี้ล่ะ!

    เสียงปืนเมื่อสักครู่ เสมือนนาฬิกาปลุกเหลิงหยุนเจียวให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง สติสัมปชัญญะของนางค่อยๆฟื้นตัวตื่นขึ้นอย่างแช่มช้า พร้อมด้วยความรู้สึกของกระแสน้ำเย็นจัดที่กำลังห่อหุ้มร่างกายของนางเอาไว้อย่างอ่อนโยน

    ความทรงจำระหว่างที่อยู่ในช่วงวิฤตเป็นตายค่อยๆฟื้นคืนกลับมาเช่นกัน เหลิงหยุนเจียวจำได้ว่า โม่เฉินหยวนพานางมาที่ไหนสักแห่งหนหนึ่ง เหมือนจะเป็นห้วงมิติพื้นที่ส่วนตัวของเขา?

    จิตใจของนางกระสับกระส่ายเจ็บปวดสุดแสน นางนวดคลึงขมับเล็กน้อยและพยายามฝืนเปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้น ซึ่งสิ่งแรกที่เห็นคือ ปากกระบอกปืนบาซูการ์กำลังเล็งมาทางตนเอง พร้อมกับโม่เฉินหยวนที่กำลังตั้งท่าพร้อมยิง

    “เอ่อ...ประทานโทษ เจ้าช่วยหันปากกระบอกปืนไปทางอื่นจะได้มั้ย? ข้ายังไม่อยากโดนเป่าหัวกระจุยในตอนนี้”

    นางยังไม่อยากโดนเป่าหัวกระจุยทันทีหลังจากที่เพิ่งฟื้นสติตื่นขึ้นมา

    เห็นว่าโม่เฉินหยวนยอมเก็บบาซูการ์ลงและลุกขึ้นมิได้สร้างปัญหาอันใด เหลิงหยุนเจียวก็เริ่มกวาดสายตาสำรวจมองโดยรอบ

    อากาศที่นี่ทำให้นางรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายอย่างยิ่ง แต่กระนั้นก็หาใช่หุบเขาถงฉางแน่นอน

    บุคคลผู้นี้มีความสามารถในการเคลื่อนย้ายมิติได้ไกลกว่าหลายหมื่นลี้ทีเดียว?

    เหลือบหางตาไปเห็นกระแสน้ำเย็นจัดสีมรกตที่อยู่ล้อมรอบตัวโดยมิตั้งใจ ก่อนจะตระหนักได้ว่า ยามนี้นางกำลังลอยตัวอยู่เหนือทะเลสาบดังกล่าว

    ด้วยสัญชาตญาณ นางรีบว่ายน้ำกลับเข้าฝั่งอย่างรวดเร็ว และเมื่อมาถึงก็พลันสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตนเอง

    ผิวน้ำทะเลสีมรกตแห่งนี้ช่างใสสะอาดราวกับกระจกเงา และมันได้สะท้อนรูปโฉมของนางในยามนี้ให้เห็น

    ไม่มีทั้งรอยแผลเป็นและบาดแผลอันน่าสยดสยองใดๆหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงใบหน้าของโฉมสะคราญรูปงามหยดย้อย ที่ใสบริสุทธิ์ไร้มลทินใดๆ ผิวพรรณผ่องใสสีขาวประดุจหิมะ ริมฝีปากบางสีแดงระเรื่อ ดวงตาคู่พิสุทธิ์กลมสวย  ทรวดทรงเรือนร่างยังสมบูรณ์ไร้ที่ติ ช่างทรงเสน่ห์และเย้ายวนอะไรปานนี้กัน

    ตัวนางในเวลานี้ดูเหมือนกับเจ้าของเดิมในความทรงจำทุกประการ ซึ่งนี่ก็คือ รูปลักษณ์หน้าตาดั้งเดิมของนางจริงๆ

    แต่ไฉนรูปลักษณ์หน้าตาของนางจึงกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้กัน?

    เจ้าหมอนี่...ทำอะไรกับนางกันแน่?

    เมื่อเห็นโม่เฉินหยวนเดินเข้ามาชิดใกล้ เหลิงหยุนเจียวก็รีบขยับตัวหนีเพื่อถอยออกห่างโดยไว เสี้ยวอึดใจนั้น นางสัมผัสได้ว่า ไฉนเสื้อผ้าชั้นในของนางถูกปลดคลายจนหลวมปานนี้?

    หรือเป็นไปได้ไหมว่า หลังจากที่ผู้ชายคนนี้รักษารูปโฉมของนางให้กลับเป็นเหมือนเดิมได้สำเร็จแล้ว เขากลับอาศัยจังหวะที่นางยังไม่ได้สติ เสพสุขกับเรือนร่างของนางจนเสร็จสมอารมณ์หมาย?

    “นี่เจ้าทำอะไร?”

    คิดได้เช่นนั้น เหลิงหยุนเจียวยิ่งจับจ้องโม่เฉินหยวนด้วยความระแวดระแวงเข้าไปใหญ่ ซึ่งสายตาของอีกฝ่ายในเวลานี้ก็ดูเย็นชา ไร้อารมณ์เสียเหลือเกิน

    “ข้าเพิ่งช่วยชีวิตเจ้าไป ตามกฎของตระกูลเรา เจ้าจำต้องตอบแทนด้วยสัญญาใจโดยใช้เรือนร่างปรนนิบัติ”

    “???”

    เหลิงหยุนเจียวขมวดคิ้วปั้นหน้าสับสนอย่างมาก ไฉนนางจึงได้รู้สึกคุ้นเคยกับคำพูดประโยคนี้เสียเหลือเกิน?

    “แต่น่าเสียดายนักที่เจ้ามีลูกแล้ว เช่นนั้น เจ้าจักต้องรับใช้ข้าดั่งวัวม้าเพื่อตอบแทนข้า”

    “...”

    เกรงว่าเรี่ยวแรงของสตรีที่เพิ่งฟื้นสติยามนี้ไม่น่าจะสามารถทำอะไรได้มากนัก อย่าว่าแต่วัวม้าเลย กระทั่งสุนัขแมวจรยังน่าจะมีแรงมากกว่าด้วยซ้ำ

    เหลิงหยุนเจียวชักไม่พอใจขึ้นมาเล็กน้อย แต่นางก็ยังไม่แสดงอาการตอบโต้ใดๆ

    “แล้วลูกข้าล่ะ? หากเกิดอะไรขึ้นกับลูกข้าขึ้นมา ข้าสาบานว่าจะนำเจ้าไปฝังพร้อมกับเขาด้วย!”

    “ข้า เหลิงหยุนเจียว พูดแล้วไม่คืนคำ! เช่นนั้นก็อย่าได้ลองดี!”

    ได้ยินเช่นนั้น โม่เฉินหยวนก็เคลื่อนใบหน้าขยับเข้าชิดใกล้ รอยยิ้มซ่อนแฝงไปด้วยหลายหลากความหมายฉายปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา

     

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ท่านแม่ผู้นี้คืออดีตสุดยอดนักฆ่า ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668