จูเฟงหงเดิน เข้ามาหาม่อหย่งเก้า ชงักเล็กน้อยเห็นชายหนุ่มอาภรณ์สีเทา คล้ายนักบู้ผู้ติดตาม นั่งตรงข้ามกับนางในดวงใจ อารมณ์ที่สดใสเริ่มขุ่นมั่ว ดีที่เห็นคนผู้นั้นประสานมือคล้ายรับคำสั่งอันใด มันได้แต่กลบความไม่พอใจที่นางเหตุใดถึงนำคนของนางมาร่วมโต๊ะเดียวกับเชื้อพระวงค์เช่นมัน
จูเฟงหง ฉีกยิ้มที่คิดว่าหล่อเหลาที่สุดในสามโลก กล่าวทักทาย
"แม่นางเก้า ดีใจที่ได้เจอท่านอีก "
ม่อหย่งเก้ายิ้มดีใจจนตาหยีขยับตัวลุก
"คาระวะองค์ชาย "
จูเฟงหงโปกมือห้าม ถือวิสาสะนั่งลง คิดกล่าวกระไรแต่หันมาที่ มู่เซียนที่จิบชาพาถั่วทอดให้ใหลหลุดลงจากคอ
" พี่ท่านนี้พอจะลงไปข้างล่างสักครู่เถอะ "
มู่เซียนชงัก งุนงง หันมาสบตาที่เต้นระริกคล้ายกั้นเสียงหัวร่อไหล่กลมมนสั่นสะท้านเล็กน้อยของม่อหย่งเก้า จึงรู้ว่าเหตุใดนางถึงให้มันมาด้วย
ท่านเห็นเราเป็ไม้กันหมาหรือ....
มู่เซียนมองใบหน้าที่หล่อเหลาเทพบุตรุของจูเฟงหง ความอิจฉาริษยา พุ่งขึ้นสูง มองรอยยิ้มที้พร้อมจะลากสตรีให้คลานตามมา ดูเหมือนคำหวามที่กรอกเข้าหูนางปีศาจจิ้งจอกคงไร้ประโยนช์ มันต้องปรับลมหายใจ ยิ้มแย้มถามอย่างโง่เขา
" ข้างล่างมีสิ่งใด "
" มีการแสดงของคณะมิ่งฉิ่ง(นกระเริงไพร )จากลั่วหยาง มีนักร้องสาวงามมากมาย ท่านลงไปชมดูเถอะ "
"สาวงามหรือ " มู่เซียนทวนคำ สบตาคนข้างกาย หันมาถามว่า
"ในที่นี้ยังมีสตรีที่งดงามกว่า คุณหนูเก้าอีกหรือ "
" นี่.. ใหนเลยจะเป็เช่นนั้น "
หนุ่มรูปงามรู้ว่าผิดผลาดอันใด จึงรีบปฏิเสธ มู่เซียนเห็นนางแอบค้อน ดวงตาส่อประกายหยาดเยิ้ม มันได้แต่ทำหน้าตายกล่าวว่า "ข้าพเ้าเป็คนหยาบกราน ทุกครั้งฟังคนเล่นดนตรีคล้ายมาสีซอให้ควายอย่างข้าพเ้าฟัง "
" คิกๆๆ "
หญิงสาวทนไม่ได้แล้ว ก้มหน้าปิดปากหัวร่อ จูเฟงหงหน้าแดงก่ำ คิดอาละวาด แต่ยังเกรงใจผู้นำของตระกูลม่อหย่ง
เสี่ยวจินอ๋อง ยังอยู่ในห้อง ฟังคนหน้าแหลมเหลียมเล่าถึงม่อหย่งเก้า...
"ค้าใช้จ่ายในการเลี้ยงรับรองผู้คนขององค์ชายรองได้มาจากตระกูลม่อ"มันยังกล่าวอีกว่า "
"สี่ห้าปีที่ผ่านมาม่อหย่งเก้า กวาดต้อนเงินทองและชาวยุทธ ทั้งเพิ่มความสำพันธ์และช่วยเหลือด้านการเงินแก่สำนักใหญ่ในตงง้วน แม่นางผู้นี้คิดการใหญ่จริงๆ "
คนหน้าแหลมเหลียมเอ่ยขึ้น
"คืนนี้นางก็อยู่ในงาน" เสี่ยวจินอ๋อง ขยับตัวอย่างสนใจ "ตอนนี้ องค์ชายใหญ่อยู่กับแม่นางม่อหย่ง "
"อ้อ นางเป็แขกของเฟงหงหรือ ?"
โรงเตียมอยู่อีกด้านของแพ มีทางทอดยาวไปเหลาบนชั้นสอง
" จี้อเจ๋อ ! เหตุใดถึงมาอยู่ตรงนี้ "
จูจื้อเจ๋อหันมอง อ๋องผู้เป็บิดา ประสารมือคำนับนอบน้อม เสียวจินอ๋อง มองหน้าที่งดงามคล้ายสตรี กล่าวอีกว่า
"บิดาสั่งให้ช่วยพี่ของเ้าตอนรับแเื่ มิใช้หรือ " "บุตรออกมาพักสักเล็กน้อย " เ
สียวจินอ่องมองใบหน้าที่บูดบึง ต้องยิ้มออกมา อบรมว่า
" คนเราต้องรู้จักเข้าสังคม หัดปั้นหน้ายิ้มแย้มใบหน้าบูดบึงเช่นนี้จะมีผู้ใดมาชิดใกล้ มาเถอะเราจะพาเ้าไปดูว่าแม่นางเก้าของพี่เ้าจะมีใบหน้าสวยงามกว่าเ้าหรือไม่ ฮ่าๆๆ "
จูจื้อเจ๋อ ขืนตัวไม่ยอมเดิน
"ไม่ไปได้หรือไม่ "
" เพราะเหตุใด ? "
" ข้าพเ้าไม่้าพบคนในนั้น "
"ผู้ใด ! "เสียวจินอ๋อง ขมวดคิว
"มู่เซียน เ้าคนสารเลวหลี่มู่เซียน "
ท่านอ๋องต่างๆที่ต้องออกมาจากเมืองหลวงกลับนิยมส่งบุตรหลานของพวกมันเข้ามาเล่าเรียนศึกษาในเมืองหลวง นัยว่าใช้คบหาลูกหลานขุนนางตลอดจนถึง องค์ชายองค์หญิงในวัง ผูกพันน้ำใจใว้ในภายภาคหน้า
จูจื้อเจ๋ออายุแปดขวบ ถูกส่งเข้าเมืองหลวง กราบกรานเ้าชีวิต ฮ่องเต้จึงส่งมันไปพักอาศัยที่สกุลยู่ ไปเรียนวันแรกมันก็เจอมู่เซียนจอมสารเลวที่ชอบรีดไถ่ผู้คน สิบปีที่ต้องทนเดินให้มันกอดคอสอดมือเข้าไปในอกเสื้อคว้านหาตั่วเงินจากมัน
จูจื้อเจ๋อหลบหลังผู้คุมกัน ปล่อยพระบิดาเข้าไปทักทายผู้นำคำสั่งของตระกูลม่อหย่ง ชั่วครู่หันมาที่มู่เซียนกล่าวว่า
" สามปีก่อนบิดาท่านขัดขวางการเดินทัพเข้าแผ่นดินเกาหลีได้ทันเวลา ไม่เช่นนั้นไฟร่พลที่เกณฑ์ไปรบคงตายหมดสิ้นเพราะความหนาวเกินทนได้ นับว่าบิดาท่านสะสมบุญกุศลไว้มากจริงๆ "
" ท่านอ๋องน้อยทรงมีเมตตาต่อผู้คนจริงๆ ที่ข้าพเ้าได้ยินจาก จึ้อเจ๋อ ว่าท่านอ๋องห่วงใยราษฎร แต่ว่าบิดาต้องแลกด้วยตำแหน่งที่ท่านมี แต่มารดาข้าพเ้าดีอกดีใจยิ่งที่บิดาอยู่บ้านทุกวี่วัน " เสียวจินอ๋อง อึ่งไปกล่าวอย่างสังสัย
"เด้กน้อย ! เ้ามิรู้หรือว่าบิดาท่านตอนนี้รับตำแหน่ง ฉ่างซูปิงปู้(เ้ากระทรวงยุทธธนาการ )ในเวลานี้ "
มู่เซียนร้องอ้อ ฝืนยิ้ม " ข้าพเ้าออกมาท่องเทียวสามปีแล้ว เอะ! นั้นมิใช้จื้อเจื่อหรือ "
มันลุกพรวดแหวกผู้คน เลิกสน คนรอบข้าง ส่งเสี้ยงหัวร่อออกมา
"สหายจื้อ ! ั้แ่ เราก้าวขึ้นแพสายตาเรากวาดมองหาท่านตลอดเวลาในที่สุดก็ได้พบท่าน ขอบคุณ์ มามะเราขอกอดท่านให้หายคิดถึง "
" เสียวมู่ เ้าถอยไป ! อย่ามากอดเรา เ้าตัวเื ! เอามือออกจากอกเสื้อเรา "
"นี้ได้อย่างไรกัน ! อีกไม่นานเ้าจะได้ครองวังอ๋อง เหตุใดจึงพกตั่วเงินเพียงเท่านี้ "
" ยังขโมยเงินเราอีก ! ตัวบัดซบเหตุใดไม่ตกตายในคราวนั้น "
" เสียด้าย! ที่นี้ไม่มีซ่องคนิกา ไม่เช่นนั้นเราจะเป็เ้ามือเอง "
" ไสหัวท่านไปเถอะ ! คิดใช้เงินเราเลี้ยงเรา "
เสียวจินอ๋อง มองบุตรชายสนิทสนมกับบุตรของหลี่จิ่งขุนนางที่ได้ชื้อว่าซือสัตรสุรจริตทึ่สุด เป็ขุนนางที่ฮ๋องเต้ใว้ใจ แต่มันไม่ได้มองว่าเป็บุตรชายหลี่จิ่ง แต่มันรู้ว่ามู่เซียนเป็ถังตี่(ลูกพี่ลูกน้อง )โตมากับบุตรชายคนโตขององค์ชายรอง วิเคราห์การแย่งชิงบรรลังที่จะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้ มีช่องทางใกล้ชิดคนที่มีโอกาสได้เป็อ๋องเต้ไว้ย่อมมีประโชยนช์
ม่อหย่งเก้ารู้ก่อนออกจากลั่วหยางว่ามู่เซียนเป็ใคร นางก็เริ่มวางแผนระยะยาว หากองค์ชายวัยใกล้ชราที่นางสนับสนุนเงินทอง ขึ้นสู่อำนาจ สกุลม่อหย่งของ นางจะเข้าสู่เส้นทางของอำนาจ แต่ยังกังวลว่าการเข้าสู่อำนาจทางการปกครองของตระกลูม่อหย่ง ยังไม่มั่นคงเพียงพอ เพราะองค์ชายรองอายุสี่สิบกว่าแล้ว อ๋องเต้ต้าิส่วนมากมีชีวิตไม่ยืนยาว ดีที่์เมตตานำมู่เซียนมาให้นาง ขอเพียงทำให้มันเป็คนของนาง เวลาสิบปีตระกูลม่อหย่งจึงจะดำรงอยู่ในอำนาจอย่างยังยืน !