บทที่2– ชายแปลกหน้ากับน้ำชารสแรก
ลมยามสายพัดเอากลิ่นไม้หอมจากกระถางที่ตั้งอยู่ริมเฉลียงเรือนรับรองลอยกระจายไปทั่วลานซ่งเหยาเดินตามสาวใช้ผู้หนึ่งมาด้วยท่วงท่าสง่างามราวผีเสื้อกลางหิมะแต่แววตานางกลับเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นแต่ต้องสงวนท่าทีเงียบๆ
แม้จะไม่ได้ถามอะไรตรงๆ จากบิดาแต่บ่าวในเรือนต่างก็เล่าให้ฟังเป็เสียงเดียวกันว่าแขกจากเมืองหลวงผู้นั้นมีกิริยาสุภาพเรียบร้อยสวมชุดเรียบแต่เนื้อผ้าเป็ของดีน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ไม่ดูต่ำต้อยมิหนำซ้ำยังมีความรู้เื่การค้าขายอย่างถ่องแท้
“นายท่านคงอยากให้คุณหนูออกมาทักทายแขกเสียหน่อยเ้าค่ะ” สาวใช้กล่าวยิ้ม ๆพลางหยิบพู่หอมของซ่งเหยามาให้นางตรวจความเรียบร้อย ซ่งเหยาพยักหน้าเบา ๆแล้วรับพู่หอมมาประดับไว้ที่ข้อมือ รอยยิ้มอ่อนจางประดับริมฝีปากขณะที่นางเดินขึ้นเรือนไปตามคำสั่งของบิดา
ในเรือนรับรองบิดาของนางคหบดีซ่งกำลังนั่งสนทนากับบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งเขาดูอ่อนวัยกว่าที่นางคิดเล็กน้อยรูปร่างสูงสง่าใบหน้าเรียบเฉยแต่ั์ตาเปี่ยมไปด้วยประกายบางอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้ง่ายๆ
“เหยาเอ๋อร์มานี่เร็วลูก”เสียงของคหบดีซ่งผู้เป็บิดาเอ่ยเรียก
ซ่งเหยาเดินเข้ามาน้อมกายถวายคารวะอย่างงดงามตามธรรมเนียม
“ท่านพ่อเรียกลูกมามีอะไรจะใช้ลูกหรือเ้าค่ะ”นางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
“ไม่มีอะไรแค่อยากแนะนำแขกของพ่อให้เ้ารู้จัก”คหบดีซ่งมองไปยังแขกผู้มาเยือนแล้วหันมองบุตรสาวด้วยแววตาอ่อนโอน
“ข้าน้อยซ่งเหยาขอคารวะนายท่าน”น้ำเสียงของนางนุ่มนวลอ่อนหวาน
ฉู่เหยียนเงยหน้าขึ้นดวงตาสบกับสตรีตรงหน้าหัวใจเขากลับคล้ายหยุดเต้นไปชั่วครู่ใบหน้านี้คล้ายใครคนผู้หนึ่งมากมากเสียจนเขาอดมิได้ที่จะเพ่งมองอย่างเสียมารยาทแต่ในทันทีที่นางคลี่ยิ้มก้มหน้าพลางหัวเราะเบา ๆอย่างเอียงอายเสียงหัวเราะใสนั้นกลับทำให้เขาแน่ใจทันทีว่าไม่ใช่คนเดียวกันแม้จะรูปร่างภายนอกเหมือนจนแทบจะทุกส่วนแต่ไม่ใช่สตรีตรงหน้าเขาเต็มไปด้วยชีวิตชีวาดวงตาเป็ประกายและมีความขี้เล่นเจืออยู่จางๆ ในมุมปาก
ในขณะที่คู่หมั้นของเขาที่เมืองหลวงกลับเป็สตรีที่เรียบร้อยดุจหยกเย็นนานเท่าไรก็ไม่เคยเห็นแม้แต่รอยยิ้มเช่นนี้หลุดออกมาสักครั้ง
“ยินดีที่ได้รู้จักคุณหนูซ่ง”เขากล่าวเรียบ ๆ เสียงนุ่มลึกฟังสบายหู
“ข้าก็ยินดีที่ได้พบท่านเ้าค่ะท่านพ่อกล่าวว่าท่านมาจากเมืองหลวง มิทราบว่าทางโน้นอากาศเป็เช่นไรหรือเ้าคะ”เป็คำถามธรรมดา แต่การเอ่ยของซ่งเหยาทำให้บรรยากาศดูสว่างไสวขึ้นอย่างประหลาด ฉู่เหยียนหัวเราะเบา ๆก่อนจะกล่าวตอบ
“อากาศในเมืองหลวงเย็นกว่าเล็กน้อยแต่กลับไม่สดชื่นเท่าที่นี่”เขายิ้มุมปากเล็กน้อยเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก
“เป็เพราะเมืองหลวงเต็มไปด้วยอำนาจและการแก่งแย่งหรือไม่เ้าคะ”ซ่งเหยาหัวเราะน้อย ๆอย่างรู้เท่าทัน
คหบดีซ่งยิ้มเอ็นดูบุตรสาว“เหยาเอ๋อร์ของข้าแม้จะอยู่เมืองชายแดนแต่กลับอ่านข่าวสารบ้านเมืองได้รอบคอบทีเดียว”
“ข้าเพียงอ่านจากแผ่นประกาศเ้าค่ะท่านพ่อ”นางหันมายิ้มตาหยีเหมือนเด็กหญิงยังไม่รู้จักโตฉู่เหยียนเผลอมองอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงเบือนสายตากลับไปยังชาถ้วยตรงหน้า
หลังจากนั้นคหบดีซ่งจึงเอ่ยชักชวนแขกสนทนาเื่กิจการค้าใบชาในเมืองชายแดนโดยเสนอให้บุรุษหนุ่มพิจารณาร่วมทำกิจการที่เขากำลังขยายสาขา
“ข้าเห็นว่าท่านเป็ผู้มีความคิดกว้างไกลรู้ว่ากิจการชาในเขตนี้มีอนาคตหากท่านตั้งใจอยู่ที่นี่สักระยะลองร่วมแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับข้าดูสักคราเป็อย่างไร ?”
ฉู่เหยียนยกถ้วยชาขึ้นดื่มคิดครู่หนึ่งก่อนตอบ“หากนายท่านซ่งยินดีข้าจะทดลองส่งใบชาจากเส้นทางข้าร่วมอยู่มาให้ดูก่อนเพื่อพิสูจน์คุณภาพ”
“เยี่ยม!”คหบดีซ่งกล่าวพลางลูบเคราอย่างพึงใจ
ซ่งเหยาไม่ได้สนใจบทสนทนาทางการค้าเท่าไรนักนางมองบุรุษแปลกหน้าตรงหน้านางด้วยสายตาสำรวจเงียบๆ แล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่าบุรุษผู้นี้มีแววตาแปลกประหลาดอย่างไร้เหตุผล
นางยังไม่รู้เลยว่ากลิ่นหอมจางที่ติดตัวนางและแววตาคู่นั้นของเขาได้เริ่มทำให้บางสิ่งเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ แล้ว
ในยามบ่ายหลังสนทนาเสร็จสิ้นคหบดีซ่งได้เชิญฉู่เหยียน ให้แวะชมโรงคั่วชาและโรงเก็บชาในสวนด้านหลังเรือนรับรองซ่งเหยาเองก็อาสาตามไปด้วยโดยใช้ข้ออ้างว่าอยากเดินเล่นเล็กน้อยก่อนยามเย็นระหว่างทางเดินผ่านสวนชาซ่งเหยาเดินนำอยู่ครึ่งก้าวพร้อมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร่าเริง
“ท่านเคยเห็นต้นชาสายพันธุ์หยกงามหรือไม่เ้าคะ?เป็สายพันธุ์ที่หายากมากสีใบจะอ่อนเกือบเขียวเงินและรสชาติจะหวานแต่ติดกลิ่นไม้จันทน์เล็กน้อย”
“ไม่เคย”เขาตอบสั้น ๆ แต่แฝงความสนใจแท้จริงในน้ำเสียง
“ดีแล้วเ้าค่ะข้าจะได้เป็คนแรกที่แนะนำให้ท่านรู้จัก”นางยิ้มกว้าง ดวงตาเป็ประกาย“คนส่วนมากคิดว่าชาอร่อยต้องกลิ่นแรงหรือขมติดปลายลิ้น แต่ข้าว่าชาอ่อนๆ ที่ดื่มแล้วอยากยิ้มออกมานั้นหายากยิ่งกว่า”นางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงใสชวนฟัง
“เช่นเดียวกับคนที่ทำให้เราอยากยิ้มหลังได้ยินเสียงหัวเราะของเขา” ฉู่เหยียนเอ่ยเบา ๆแทบไม่ได้ยินเสียง
ขณะมองภาพตรงหน้าสตรีในชุดอ่อนโทนฟ้าเดินผ่านแปลงชาสีเขียวพู่หอมที่ข้อมือของนางไหวเบาๆ ไปตามลมและกลิ่นหอมประหลาดที่ติดตัวของนางก็ลอยมาแตะปลายจมูกของเขาอีกครา
เขาหยุดยืนอยู่ครู่หนึ่งโดยไม่รู้ตัวซ่งเหยาหันกลับมาเห็นเข้าก็ยิ้มเจื่อน“ท่านเมื่อยแล้วหรือเ้าคะ?”
“มิใช่”เขาส่ายหน้าเล็กน้อย“เพียงแต่คิดว่าที่นี่เป็สถานที่ที่ดีหากได้ดื่มชาด้วยใจที่สงบคงจะดีไม่น้อย”
ซ่งเหยาพยักหน้าช้าๆ “ที่นี่สงบมากจริง ๆ เ้าค่ะข้าเติบโตที่นี่มานานรู้จักแม้กระทั่งว่าเสียงนกตัวไหนที่ร้องในยามเช้า”
ฉู่เหยียนมองนางด้วยสายตาอ่อนลงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยอย่างอ้อมค้อม
“บางทีสิ่งที่ข้ากำลังมองหาอาจจะไม่อยู่ที่เมืองหลวงก็ได้”