หลังจากที่ระบบจากไป เว่ยซินเหลียนสังเกตพบว่าเวลาที่ระบบคุยกันกับเขา บรรยากาศโดยรอบจะหยุดนิ่ง มีเพียงเขากับระบบเท่านั้นที่สามารถโต้ตอบกันได้
"อะ ... แล้วนี่ฉันมาทำอะไรในครัวกันละเนี่ย?"เว่ยซินเหลียนยังคงงงงวยกับการที่ตัวเองเข้ามาในห้องครัวของนิยายเื่นี้เพราะเหมือนว่า่เหตุการณ์นี้เขาไม่พบในนิยายเลย
"แต่ ... เอ๋ ... คลับคล้ายคลับคลา ว่าวันนี้คือวันที่เว่ยซินเหลียนคนนี้เพิ่งถูกรับเข้ามาเป็ศิษย์ในสำนักฟ้าดินพรุ่งนี้ถึงจะเป็วันคารวะอาจารย์ พร้อมกับศิษย์คนอื่นๆ ที่รับเข้ามาในคราเดียวกัน... แล้วนี่ฉัน ... " เว่ยซินเหลียนพลันคิดออกในทันที
ถึงแม้ผู้แต่งจะไม่ได้บรรยายอย่างละเอียดมากนักในส่วนนี้หากเริ่มตอนแรกในวันพรุ่งนี้ งั้นวันนี้ก็เป็วันที่เว่ยซินเหลียนเพิ่งถูกทางบ้านส่งเข้า เพราะเหมือนเขาจะอ่านแบบผ่านๆ
สำหรับตัวละครตัวนี้เขาไม่ได้สนใจมันเลยด้วยซ้ำ นั้นเพราะตัวละครที่มีชื่อ เว่ยซินเหลียนเป็เพียงตัวประกอบเท่านั้น เขาจะสนใจทำไมกัน มันไม่สาระสำคัญของเื่สักหน่อยหากถามนักอ่านคนอื่นๆ พวกเขาเ่าั้ก็เป็เช่นเดียวกันกับเขาถึงแม้ว่าตัวละครตัวนี้จะมัชื่อแซ่เดียวกันกับเขาก็ตาม เขาก็ไม่ได้ใส่ใจ
"จ๊อก ๆ ๆ" เสียงท้องของเขาดังขึ้นเขาเอามือลูบตัวเองเบาๆ
"เอ๋ ... ฉันต้องหิวด้วยเหรอ?" เว่ยซินเหลียนรู้แจ้งในทันทีว่าทำไมเขาถึงต้องเข้ามาในครัวในครั้งนี้
และเ้าเว่ยซินเหลียนที่อยู่ในนิยายก่อนหน้าเขาคงสะดุดขอบประตูล้มลงเป็แน่ตอนแอบย่อมมาหาของกินในครัว
(ซุ่มซ่ามก็ที่หนึ่ง ... เฮ้ย~)
เพราะจากที่เขาอ่านมา ตัวละครตัวนี้เป็คนไม่เอาไหนเพราะเป็ลูกคุณหนู มีบ่าวรับใช้ที่ตามใจเขาเป็อย่างมาก บิดาของไอ้เ้าหมอนี้ก็โอ๋ลูกชายคนเดียวของตระกูลจนทำให้เขากลายเป็คนหยิบโหย่ง ที่ทำอะไรไม่เป็
แต่ตอนนี้เขากลายมาเป็เว่ยซินเหลียนแล้วก่อนจะคิดถึงเื่อื่นออก เขาต้องเติมพลังในการขับเคลื่อนทั้งร่างกายและสมองของเขาเองซะก่อนเื่อื่นค่อยว่ากัน ดังนั้น ต้องหาอะไรกินจริงๆ เพราะตอนนี้เขามาก
"หาอะไรกินก่อนดีกว่ากองทัพมันต้องเดินด้วยท้อง เดียวไม่มีแรง" เว่ยซินเหลี่ยนมองไปรอบๆเพื่อให้สิ่งที่เติมพลังให้กับตัวเขา
"แล้วนี่มีอะไรให้กินบ้างละเนี้ย?"เว่ยซินเหลียน พยายามมองหาของกินรอบๆ ห้องครัว
สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นหม้อซึ้งนึ่งสำหรับอุ่นอาหารที่ตั้งอยู่บนเตาถ่าน จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปเปิดฝา เห็นหมั่นโถวสีขาวนวลหลายลูกวางอยู่ในนั้นมันเย็นแล้ว แต่...
"กินอันนี้รองท้องไปก่อนละกัน ...แป้งยังไม่แข็งตัว ... กินไอ้เ้านี้ละ ถึงจะเย็นแล้วก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรลงไปท้อง... " เขาหยิบหมั่นโถวออกมา 2 ลูก แล้วก็กันมันเข้าปาก
"อือ ... แป้งนุ่มจัง อร่อยวะ"จากที่หยิบแค่สอง 2 กลายเป็ 4 ลูก ในชั่วพริบตา ก็คนมันหิวจะให้ทำไง
เขาเอามือน้อยๆ ของเขาลูบท้องอีกครั้งรู้สึกอิ่มมากโดยไม่รู้ตัว
(ก็มันอร่อยนี้นา หมั่นโถวในยุคนี้อร่อยจริงๆขนาดเย็นนะเนี้ย)
"ตอนนี้ก็น่าจะ 4 ทุ่ม นี้ก็ดึกแล้วกลับไปนอนดีกว่า จะได้ตื่นแต่เช้า" เว่ยซินเหลียนแหงนมองดูดวงจันทร์ที่สูงพ้นหลังคาเรือนเก็บของที่อยู่ข้างเรือนครัวดวงจันทร์ลอยอยู่ในระดับประมาณ 10 นาฬิกาได้ หรือประมาณยามห้าย[1]
ก่อนที่เขากำลังจะก้าวเท้าออกจากจุดที่เขายืนกินหมั่นโถวเสียงประตูห้องครัวก็ดังขึ้น
โดยไม่รู้ตัวเหมือนเขากำลังทำความผิดอย่างไรอย่างงั้น เขาหลบทันที
พอดีกับที่มีคนเดินเข้ามาในห้องครัวและมุ่งหน้ามายังจุดที่เขาหลบอยู่ นั้นก็คือเตาไฟที่มีหม้อซึ้งนึ่งอาหารตั้งอยู่
เสียงเล็กๆของเด็กผู้ชายที่ยังไม่แตกหนุ่มก็ดังขึ้น เหมือนว่าเขา้าเปิดฝาซึ้งนึ่งเพื่อดูว่ามีอะไรอยู่ในนั้นหรือเปล่า
เด็กชายก็ต้องพบกับปัญหาของตัวเองที่ทำให้เขาไม่สามารถเปิดฝาซึ้งนึ่งได้ นั้นเพราะความสูงของเขายังสูงไม่พอดังนั้นเขาจึงต้องเขย่งเท้าเพื่อให้เขาสามารถยืดตัวและมีความสูงที่สามารถเอื้อมมือถึงฝาซึ้งนึ่งที่อยู่ปลายสุดของมือเขาพยายามที่จะใช้มือเปิดฝาซึ้งนึ่งได้
แต่มือเ้ากรรม ดันไม่สามารถจับฝาซึ้งนึ่งได้มั่นมันจึงตกลงไปอีกด้านหนึ่ง
"โอ๊ย! ... เจ็บ! เจ็บ! เจ็บ! ...นี้เปิดยังไงเนี่ย!" เว่ยซินเหลียน ยืนขึ้น และโวยวายทันที
หมายเหตุ
[1] ยามห้าย คือ คือ21.00 - 22.59 น.