หลังจากที่ตงฟางหยูนำแก่นโลหิตหยดลงไปในลูกแก้วนิจนิรันดร์แล้ว หยางตงเทียนก็สลายม่านพลังที่เขาสร้างขึ้นออกไป
เหตุการณ์ภายนอกยังคงดำเนินต่อไปตามปรกติ โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าเมื่อกี้นี้ ได้มีเหตุการณ์ที่ะเืเลือนลั่นเกิดขึ้น!
ต่อให้เป็เซียนก็ยากที่จะมองออก เพราะว่าม่านพลังนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยเซียนธรรมดาดาษดื่นทั่วไป แต่ถูกสร้างขึ้นมาโดยเทพโอสถ! จึงทำให้ยากต่อการััได้
“เก็บของให้เรียบร้อย! เราจะออกจากเมืองนี้ในทันที!” กล่าวจบหยางตงเทียนก็เดินนำตงฟางหยูออกไป
"ขอรับ!"เมื่อได้ยินเช่นนั้นตงฟางหยูก็รีบเก็บข้าวของที่ตนวางขายอยู่เข้าแหวนมิติ แล้วรีบเดินตามหยางตงเทียนไปอย่างเร่งรีบ
พวกเขาเดินต่อไปไม่นานก็ออกมาพ้นเขตของเมือง เมื่อเดินออกไปถึงขอบชายป่า หยางตงเทียนก็นำเรือเหาะออกมาจากกำไลมิติ
เมื่อนำออกมา มันเป็เพียงเรือเหาะขนาดเล็กที่ลอยอยู่บนฝามือของหยางตงเทียนเพียงเท่านั้น แต่เมื่อเขาโยนมันให้ลอยขึ้นไปบนฟ้า รูปลักษณ์ของมันก็ค่อยๆเปลี่ยนไป
จากเรือขนาดเล็ก กลับกลายเป็เรือขนาดใหญ่ ที่รอยตระหง่านอยู่กลางฟากฟ้าอย่างหน้าเกรงขาม! ด้านหน้ามีอักษรสีทองขนาดใหญ่สลักคำว่า 'เทพเซียน' เอาไว้อย่างองอาจ
มันแผ่แรงกดดันคมกริบประดุจกระบี่ออกมาจางๆ หากว่าผู้ที่มีจิติญญาไม่เข้มแข็งจ้องมองไปที่มัน จะต้องหมดสติลงอย่างแน่นอน มองดูแล้วช่างหน้าเกรงขามอย่างยิ่ง
เรือเหาะลำนี้เป็หนึ่งในศาสตราวุธระดับเก้า ที่ถูกวางอยู่ภายในห้องเก็บสมบัติในจวนภายในกำไลมิติ
ไม่รอช้า หยางตงเทียนทะยานขึ้นไปบนนั้นในทันที ตงฟางหยูเห็นเช่นนั้นก็รีบทะยานร่างตามหลังเขาขึ้นมาติดๆ พอขึ้นมาถึง ตงฟางหยูก็รีบเดินสำรวจรอบๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นในทันที
เพราะแม้ว่าเขาจะเป็ถึงเซียนขั้นเจ็ดแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังไม่เคยมีโอกาสได้ขึ้นเรือเหาะลำใหญ่เช่นนี้เลยซักครั้ง
เพราะเรือเหาะนั้นมีราคาที่แพงมาก มันไม่ใช่สิ่งที่ผู้ฝึกยุทธ์อิสระเช่นเขาจะสามารถซื้อได้ ที่สำคัญ! มีเพียงแค่หอหมื่นสมบัติเท่านั้น ที่สามารถสร้างเรือเหาะขึ้นมาได้
แต่ส่วนมากที่พวกเขาสร้างออกมาขาย ก็เป็เพียงแค่เรือเหาะที่มีระดับไม่สูง ทั้งยังมีขนาดเล็ก สามารถบรรจุคนได้เพียงสองสามร้อยคนเพียงเท่านั้น นานๆครั้งถึงจะมีเรือเหาะระดับแปดปรากฏออกมาตามโรงประมูลบ้าง
แต่เรือเหาะเ่าั้ก็มักจะถูกขุมกำลังขั้นหนึ่งประมูลไป แต่ถึงจะเป็เรือเหาะระดับแปด! ขนาดของมันก็ไม่ได้ใหญ่โตมากถึงขนาดนี้ มันสามารถบรรจุคนได้ประมาณหกร้อยคนเพียงเท่านั้น!
แต่เรือเหาะลำนี้กลับสามารถบรรจุคนได้ถึงหนึ่งพันคน! แถมการป้องกันของมันก็ยอดเยี่ยมมากอีกด้วย! แม้จะเป็การโจมตีเต็มกำลังของจอมยุทธ์ระดับเซียน ก็คงจะไม่สามารถทำลายม่านป้องกันของมันลงได้!
เรือเหาะระดับแปดเ่าั้เทียบไม่ติดเลยแม้แต่น้อย เรือเหาะลำนี้จะต้องเป็เรือเหาะระดับเก้าอย่างแน่นอน! ภายในดินแดนสี่แคว้นแห่งนี้ มีเพียงไม่กี่ขุมกำลังเท่านั้นที่เรือเหาะระดับนี้!
แต่ละขุมกำลังที่มีไว้ใน ต่างก็เป็ขุมกำลังที่สืบทอดกันมายาวนานหลายหมื่นปี! เพราะในปัจจุบันไม่มีใครที่สามารถสร้างเรือเหาะระดับเก้าขึ้นมาได้แล้ว
เพราะวัสดุในการหลอมสร้างมันขึ้นมานั้นหายากเป็อย่างมาก มันแทบจะไม่สามารถพบได้ในดินแดนแห่งนี้แล้ว สาเหตุที่ไม่สามารถพบได้ก็เป็เพราะว่ากฏฟ้าดินของดินแดนแห่งนี้เกิดความเสียหาย
มันจึงทำให้ไม่สามารถให้กำเนิดของวิเศษ หรือสมบัติล้ำค่า ที่เป็วัสดุที่ใช้หลอมสร้างศาสตราวุธระดับเก้าขึ้นมาได้! จึงทำให้ศาสตราวุธระดับสูงในปัจจุบันนั้นพบเห็นได้ยาก
..............................
“เ้าสำรวจพอใจหรือยัง?… เ้าไม่คิดที่จะแนะนำตัวให้ข้ารู้จักหน่อยหรือ?” เมื่อเห็นตงฟางหยูมัวแต่เดินสำรวจเรือเหาะ หยางตงเทียนจึงกล่าวขึ้นมา ถึงแม้ว่าเขาจะรู้อยู่แล้วก็ตามที แต่เพื่อไม่ให้มีใครล่วงรู้ว่าเขาสามารถมองทะลุเห็นข้อมูลของคนอื่นๆได้ เขาจึงต้องแสร้งถามออกไป
“เอ่อ!? แฮะๆๆ ขออภัยขอรับที่เสียมารยาท! ข้ามีนามว่าตงฟางหยู ผู้คนในยุทธภพเรียกข้าว่าเซียนกระบี่เดียวดาย..."
"ที่พวกเขาเรียกข้าเช่นนั้น เป็เพราะว่าข้านั้นไม่มีสหายที่ใด เป็เด็กกำพร้าบิดามารดาตายั้แ่ยังเด็ก! ข้าอาศัยความมุ่งมั่นของตนเองฝึกฝนวรยุทธ์ ผ่านความเป็ความตายมามากมายจนได้มาเจอเข้ากับท่านนี้แหละขอรับ!! เอ่อ!? ว่าแต่ท่านจะให้ข้าเรียกท่านว่าเช่นไรดีขอรับ?"
ตงฟางหยูหัวเราะแห้งๆ ออกมา จากนั้นก็กล่าวแนะนำตนเอง พร้อมกลับไม่ลืมกล่าวถามหยางตงเทียนกลับเช่นนั้น
"นามของข้าคือหยางตงเทียน! เ้าเรียกข้าว่าท่านประมุขก็แล้วกัน..."หยางตงเทียนกล่าวตอบกลับมา
“เมืองต่อไปอยู่ห่างจากเมืองนี้แค่ไหน!?” หยางตงเทียนกล่าวถามขึ้น
"อืม!?... เมืองที่อยู่ใกล้กับเมืองแห่งนี้ที่สุดคือเมืองม่านหมอกขอรับ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือห่างออกไปประมาณสองร้อยลี้!"ตงฟางหยูขบคิดเล็กน้อยจากนั้นก็กล่าวขึ้นมา
"ถ้าเช่นนั้นก็ไปที่เมืองนั่นกัน! หากไม่เร่งรีบคงใช้เวลาประมาณสิบวันก็คงจะไปถึงที่นั้นพอดี?"หยางตงเทียนครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วกล่าวออกมา
“เอาหล่ะ! เ้าไปรักษาเส้นลมปราณและตันเถียนของเ้าก่อน นี้คือโอสถเมฆาคราม โอสถระดับเก้าขั้นกลาง เมื่อเ้าดูดซับมันทั้งหมด! ไม่เพียงแต่มันจะสามารถรักษาเส้นลมปราณที่ฉีกขาดและตันเทียนที่แตกร้าวของเ้าได้เพียงเท่านั้น!"
"แต่มันยังสามารถเสริมสร้างใหม่ให้มันแข็งแกร่งมากกว่าเดิมได้อีกด้วย! คงจะใช้เวลาซักประมาณสิบว่าพอดี ที่เ้าจะสามารถดูดซับโอสถเม็ดนี้ได้จนหมด!”
หยางตงเทียนกล่าวออกมา พร้อมกับนำโอสถออกมาจากแหวนมิติ แล้วส่งมันให้กับตงฟางหยู
"ขอบคุณขอรับท่านประมุข!!"ตงฟางหยูกล่าวขอบคุณและรับโอสถมาด้วยความตื่นเต้น
เพราะโอสถเม็ดนี้มันสามารถรักษาอาการาเ็ของเขาได้! ไม่ใช่แค่นั้น! มันยังเป็ถึงโอสถระดับเก้าขั้นกลาง! ซึ่งหายากเป็อย่างมากอีกด้วย!
ผู้ที่จะสามารถหลอมมันขึ้นมาได้นั้นมีเพียงเทพโอสถขั้นกลางขึ้นไปเพียงเท่านั้น! ในดินแดนสี่แคว้นตอนนี้มีเทพโอสถอยู่เพียงสามคนเท่านั้น! พวกเขาเป็ผู้นำของวังเทพโอสถ! และที่สำคัญ! คือทั้งสามคนเป็เพียงเทพโอสถขั้นต่ำเพียงเท่านั้น! ไม่สามารถหลอมโอสถระดับเก้าขั้นกลางขึ้นมาได้!
แต่ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็เพียงนักหลอมโอสถระดับเก้าขั้นต่ำ แต่มันก็เป็สิ่งที่นักหลอมโอสถคนอื่นๆ ได้เพียงแต่ฝันถึง! เพราะว่าพวกเขาไม่สามารถไปถึงระดับนั้นได้! การที่จะขอร้องให้เทพโอสถหลอมโอสถให้นั้นเป็เื่ที่ยากมาก! ถึงแม้จะเป็ไปได้ก็ต้องจ่ายด้วยราคาที่มหาศาล!
หลังจากกล่าวขอบคุณหยางตงเทียนเสร็จแล้ว ตงฟางหยูก็ขอปลีกตัวออกไป เขาเลือกห้องห้องหนึ่งภายในเรือเหาะ และรีบเข้าไปด้านใน เพื่อที่จะได้รีบดูดซับโอสถรักษาอาการาเ็เร็วๆ
โอสถที่หยางตงเทียนมอบให้ตงฟางหยูนั้นเป็หนึ่งในโอสถมากมายที่เขาหลอมขึ้นมาตอนที่เขาฝึกฝนหลอมโอสถอยู่ในมิติเอกเทศน์นั้นเอง!
ระหว่างที่เขาอยู่ในมิติแห่งนั้น เขาได้ฝึกหลอมโอสถมากมายหลายชนิด มีั้แ่โอสถระดับหนึ่งขั้นต่ำ ไปจนถึงโอสถระดับเก้าขั้นสูง มันจึงทำให้ตอนนี้เขามีโอสถมากมายหลากหลายชนิดนั่นเอง
พอตงฟางหยูเขาไปในห้องแล้ว หยางตงเทียนก็บังคับเรือเหาะให้บินไปตามทิศทางที่เขา้า จากนั้นเขาก็เข้าไปในห้องที่ใหญ่ที่สุดในเรือเหาะลำนี้
ห้องๆนี้เป็ห้องของประมุขรุ่นก่อนๆของนิกายเทพเซียน มันถูกตกแต่งไว้อย่างเรียบง่าย แต่ก็งดงามสบายตา มีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็เตียงนอน ห้องอาบน้ำ รวมไปถึงห้องเขียนหนังสือก็ด้วย!
"เฮ้อ~ เดินทางมาหลายวันไม่ได้หยุดพักเลย ระหว่างเดินทางไปเมืองม่านหมอก ขอนอนพักซักหน่อยก็แล้วกัน..." กล่าวจบหยางตงเทียนก็ปีนขึ้นเตียงไป เมื่อเวลาค่อยๆผ่านไป ชายหนุ่มก็ค่อยๆเข้าสู่ห้วงนิทรา......