ขณะนี้ผมนั่งอยู่หลังพวงมาลัย กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองกรุงเทพฯ เวลาก็เกือบจะบ่ายสามโมงแล้ว กว่าจะขับรถไปถึงโรงแรมของรุ่งทิวาและข้าวหอมก็คงใช้เวลาราว ๆ หนึ่งชั่วโมง
ระหว่างที่ผมกำลังบังคับพวงมาลัยอยู่นั้น ความอ่อนเพลียและอาการคั่นเนื้อคั่นตัว ก็เริ่มถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรงจนผมรู้สึกได้ ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปผมต้องบ้าตายแน่ ๆ สายตาผมเริ่มพร่าเลือนจนต้องสะบัดหน้าไล่ความมึนงง
“ระบบฟืนฟูร่างให้ให้ฉันทีสิ” ผมเอ่ยบอกเสียบเนิบนาบ
[รับทราบ กำลังดำเนินการ]
[-500,000 บาท]
และทันทีนั้นเลย ร่างกายที่เคยหนักอึ้งและคั่นเนื้อคั่นตัวก็กลับมาสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ราวกับได้เกิดใหม่ ความเหนื่อยล้าหายเป็นปลิดทิ้งไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น
“อ้า... สบายจัง หาเงินมาก็เพื่อสิ่งนี้แหละ” ผมพึมพำออกมาอย่างมีความสุขพลางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ
ในขณะที่รถยังคงเคลื่อนที่ไป ผมก็เริ่มวางแผนถึง ลูกน้องของกุลนิภา ที่ยังอยู่ ผมมีแผนคร่าว ๆ ในหัวแล้วว่าจะจัดการกับพวกเขายังไงดี ให้สาสมกับที่พวกเขาเคยทำไว้
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
รถของผมเลี้ยวเข้ามาจอดนิ่งสนิทภายใน สถานีตำรวจ ผมดับเครื่องยนต์แต่ยังไม่ลงจากรถทันที
จากนั้นผมก็เอ่ยสั่งกับระบบว่า “ระบบ... ใช้สกิลล่องหนทีสิ”
[รับทราบ สกิลล่องหนทำงาน] เสียงไร้โทนของระบบตอบรับทันที
พริบตานั้น ร่างกายของผมก็ค่อยๆ เลือนรางจนจางหายไปในอากาศ ผมยิ้มกริ่มอย่างพอใจก่อนจะเปิดประตูรถก้าวออกมา แล้วตรงดิ่งไปยังรถกระบะคันหนึ่งที่จอดเด่นอยู่ รถคันนั้นถูกติดตราสัญลักษณ์และลวดลายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไว้อย่างชัดเจน
เพร้ง...!!
เสียงกระจกแตกละเอียด ร่วงลงพื้นถนนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ พร้อมกับ เสียงสัญญาณกันขโมยของรถ ที่แผดร้องระงมขึ้นมา
“ระบบ เอาพวกมันเข้าไปไว้ในรถเดี๋ยวนี้เลย แล้วก็เก็บกุญแจมือกับเทปที่ปิดปากพวกมันมาด้วย” ผมกระซิบบอกระบบด้วยน้ำเสียงราบเรียบขณะที่ยืนอยู่ท่ามกลางความวุ่นวาย
[รับทราบ]
สิ้นเสียงระบบ ร่างของพวกเขาทั้งสองคน ก็ถูกย้ายมานั่งอยู่บนเบาะรถกระบะตำรวจอย่างรวดเร็วราวกับเวทมนตร์ ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความมึนงง สับสน และหวาดกลัวสุดขีด
“นั่นไง! พวกมันอยู่นั่น!” เสียงตะโกนของนายตำรวจดังขึ้น พร้อมกับเจ้าหน้าที่หลายนายที่วิ่งกรูเข้ามาล้อมรถกระบะคันนั้นไว้ทันที
พวกตำรวจเห็นเพียงภาพของชายสองคนที่ดูมีพิรุธ นั่งอยู่ในรถที่กระจกแตกและสัญญาณกันขโมยกำลังดังสนั่น โดยที่ไม่มีใครมองเห็นผมที่ยืนกอดอกยิ้มกริ่มดูผลงานอยู่ข้างๆ
ผมถอยห่างออกมาจากวงล้อมอย่างใจเย็น ปล่อยให้เหล่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าที่ จัดการพวกเขาแทนผม
“พวกฉันไม่ได้ทำนะเว้ย ไอ้ปีศาจมันเป็นคนทำ!” ชายวัยกลางคนหน้าเข้มตวาดลั่นจนสุดเสียง พยายามดิ้นรนจากการจับกุม “มันจับตัวพวกฉันแล้วเอามาไว้ในรถ พวกฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลย! ไปจับมันนู้น!”
ชายหน้าเข้มพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขัดกับหน้าตาที่ดูโหดเหี้ยม ความหวาดกลัวต่อสิ่งลี้ลับที่เขามองไม่เห็นสะท้อนออกมาทางแววตา ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ฟังคำแก้ตัวเพ้อเจ้อนั้นเลยแม้แต่น้อย พวกเขาจับชายทั้งสองกดลงกับรถและ ล็อคกุญแจมือ อย่างแน่นหนา
“ปีศาจเหรอ สติเลอะเลือนหรือไง...” นายตำรวจคนหนึ่งสบถใส่ “ทุบรถตำรวจแล้วยังมาแต่งเรื่องหลอกเด็กอีก ไปคุยกันที่ห้องสืบสวนไป!”
ผมยืนมองภาพความพินาศของพวกเขาด้วยความสะใจ คำว่า ปีศาจ ที่พวกเขาเรียกผมนั้น ช่างเป็นชื่อที่เหมาะกับสถานะของผมในตอนนี้จริง ๆ
“ใช่ ๆ พวกเราโดนมันจับขังไว้ในหลุมดำ!” ชายอายุน้อยเอ่ยขึ้นบ้าง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีดจนดูเหมือนคนเสียสติ “ผมบอกได้ว่าตอนนี้ไอ้ปีศาจนั่นอยู่ที่ไหน ผมจะพาไปจับมัน เดี๋ยวนี้เลย!”
เขามองไปรอบ ๆ อย่างลนลาน พยายามอธิบายถึงพลังเหนือธรรมชาติที่เพิ่งเจอมาเพื่อให้ตัวเองรอดพ้นจากความผิด
“โอ้โฮ... พวกเอ็งคงเล่นยามาเต็มสูบเลยสินะ” ตำรวจนายหนึ่งที่กำลังกดตัวเขาไว้ พลางหัวเราะออกมาอย่างสมเพช “หลุมดำบ้างล่ะ ปีศาจบ้าบออะไรบ้างล่ะ ทรงนี้ไม่ได้เมาก็คงเพี้ยนไปแล้ว ไป.. เข้าไปสงบสติอารมณ์ข้างใน!”
ผมยืนมองดูความพยายามอันไร้ค่าของพวกเขาด้วยความสะใจ ไม่มีใครเชื่อเรื่องที่พวกเขาพูด และนั่นแหละคือสิ่งที่ผมต้องการ
ทันใดนั้นเอง ในจังหวะที่ผมกำลังจะก้าวขึ้นรถ วัตถุประหลาดขนาดเท่าฝ่ามือที่มีรูปร่างคล้ายนาฬิกาก็พลันปรากฏขึ้นตรงหน้า ทำเอาผมสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ มันลอยนิ่งอยู่อย่างนั้นในอากาศ จนกระทั่งเสียงของระบบดังขึ้น...
[ท่านได้รับไอเทม พิเศษ จากภารกิจ การแก้แค้น]
[ไอเทมที่สุ่มได้คือ นาฬิกาเพิ่มระดับสกิล 1 ระดับ]
"โห่..." ผมพึมพำเบาๆ พร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าวัตถุรูปร่างคล้ายนาฬิกาที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้ามาไว้ในมือ "เจ้าสิ่งนี้... มันสามารถเพิ่มระดับสกิลได้จริงๆ อย่างนั้นเหรอ?"
[ใช่แล้วครับ]
ผมมองมันอย่างพินิจ ไอเทมใหม่ที่เพิ่งได้รับ ก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะรถอย่างช้า ๆ พอนั่งลงเรียบร้อย ความสงสัยก็ผุดขึ้นมาทันทีจนต้องเอ่ยถามระบบออกไปในใจ
“ทำไมแกไม่บอกฉันเรื่องภารกิจ ว่ามีภารกิจที่ทำแล้วจะได้ไอเทม” ผมเอ่ยใบหน้าแต้มไปด้วยความอยากรู้ มันเริ่มจะเหมือนเกมเข้าไปทุกทีแล้ว
[ระดับของคุณเพิ่งปลดล็อคฟังก์ชัน ทำภารกิจเพื่อรับไอเทมครับ]
ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “อ่อ…แล้วมีภารกิจแบบไหนให้ทำบ้างล่ะ”
[ข้อมูลของภารกิจ คุณจะไม่ทราบล่วงหน้าครับ แต่การกระทำของคุณไม่ว่าจะเป็น การแก้แค้น หรือ การช่วยเหลือ คุณมีโอกาสได้รับไอเทมแบบสุ่มครับ]
คำตอบนั้นทำให้ผมนิ่งไปครู่หนึ่ง ราวกับระบบกำลังบอกใบ้ว่า “ทุกการกระทำ” ของผมในชีวิตอาจถูกนับเป็นภารกิจได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม
“เป็นอย่างงั้นเหรอ…” ผมพึมพำช้า ๆ ขณะฟังคำอธิบายของระบบที่ยังคงดังอยู่ในหัว
สายตาผมเลื่อนลงมองไอเทมที่เพิ่งได้รับ ความคิดแรกที่ผุดขึ้นคือ จะใช้มันกับสกิลอะไรก่อนดีนะ
แต่ก็คิดอยู่ไม่นาน เพราะผมรู้ดีว่ามีสกิลหนึ่งที่ผมอยากอัปเกรดมาตลอด
การเพิ่มระดับสกิล ก็เท่ากับการคูลดาวน์ของสกิลจะลดลงด้วย
คิดได้ดังนั้น ผมก็ไม่ลังเลอีกต่อไป ผมเลือกใช้ไอเทมกับสกิล ปั่นป่วน ทันที
[ไอเทมได้ถูกใช้งานเป็นที่เรียบร้อย]
[สกิล:ปั่นป่วน เพิ่มขึ้น → ระดับ 2]
[เอฟเฟกต์: มีผลนาน 60 นาที / คูลดาวน์ 12 ชั่วโมง]
“ว้าว…” ผมพึมพำออกมาเบา ๆ ขณะมองหน้าต่างสถานะที่เพิ่งเปลี่ยนไป
“หลังจากเพิ่มระดับแล้ว สกิลที่คูลดาวน์อยู่ก็สามารถใช้งานได้เลยเหรอ… ดีจังแฮะ แต่ก็ใช่ว่าเราจะมีไอเทมใช้ได้บ่อย ๆ นี่นะ…”
เมื่อจัดการกับไอเทมเสร็จเรียบร้อยผมก็ บิดกุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์ แล้วก็ขับออกจากสถานนี้ตำรวจทันที จุดหมายต่อไปก็คือโรงแรมของข้าวหอม