บทที่ 2 ฉันไม่อยากฟังคำพูดเ็าของคุณ
“ผมแค่ผ่านทางมา ต้องมีเหตุผลอื่นด้วยเหรอ” จิ่งเป่ยเฉินหัวเราะเบา ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาในยามค่ำคืนนั้นช่างยั่วยวนเป็พิเศษ
หัวใจของอันโหรวสั่นไหว พิธีแต่งงานที่จัดขึ้นบนเรือสำราญลำนี้เป็ของตระกูลโอวหยาง
แต่เขากลับบอกเธอว่าแค่ผ่านทางมา?
มีแค่ต้องลอยคออยู่กลางทะเลเท่านั้น เขาถึงจะผ่านทางมาได้!
ยิ่งไปกว่านั้น ตระกูลจิ่งเป็ถึงผู้ทรงอิทธิพลในหมู่ชนชั้นสูงที่ทุกตระกูลในสังคมผู้ดีต้องแหงนมอง
“แต่ถ้าจะให้ผมบอกเหตุผลจริง ๆ ก็คงมาเพื่อดูสภาพน่าสมเพชของคุณ”
ถึงแม้เธอจะมองไม่เห็นหน้าเขา แต่รู้ดีว่ามุมปากของชายหนุ่มต้องยกยิ้มอยู่อย่างแน่นอน!
เพราะคนทั้งสองก็เหมือนกับเป็ศัตรูกันมาโดยตลอด
“เงียบซะ ตอนนี้ฉันไม่อยากฟังคำพูดเ็าของคุณ” อันโหรวพูดจบก็เตะไปที่ขาเขาด้วยรองเท้าส้นสูง
ครั้นแว่วเสียงครางต่ำในลำคอของชายหนุ่ม เธอจึงรู้สึกพอใจ
จิ่งเป่ยเฉินอุ้มเธอเดินออกจากงานเลี้ยงมายังดาดฟ้าเรือ แสงจันทร์สาดส่องใบหน้าแดงระเรื่อของเธอ ช่างงดงามเกินคำบรรยาย
นับั้แ่รู้จักกับหญิงสาว เขาไม่เคยเห็นเธออ่อนแอน่าทะนุถนอมแบบนี้มาก่อน
จิ่งเป่ยเฉินหมุนตัว เดินไปอีกฝั่งของเรือ ด้านนั้นของเรือสำราญส่วนตัวมีเรือใหญ่ลำหนึ่งจอดเทียบอยู่
“อันโหรว ผมจะไปเอาอ่างน้ำเย็นมา” จิ่งเป่ยเฉินพยายามแกะวงแขนของหญิงสาวออก
ทว่าใครจะรู้ เธอกลับยื่นริมฝีปากน้อย ๆ ออกมา ท่าทางงอแงเหมือนเด็ก “คุณอย่าไปนะ”
จิ่งเป่ยเฉินก้มมองเธอ พลางยื่นมือไปบีบคาง เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ “คุณรู้ไหมว่าผมเป็ใคร”
คำพูดของเขาทำให้เธอหัวเราะออกมา
“จิ่งเป่ยเฉิน ฉันไม่ได้โง่นะ ตอนนี้ฉันจะคิดว่าคุณเป็โอวหยางลี่ได้ยังไง” อันโหรวหลับตาแน่น วันนี้เป็วันแต่งงานของเขา แต่เขากลับแต่งงานกับคนอื่นไปแล้ว
…ทว่าเ้าสาวของเขาไม่ใช่เธอ
เมื่อเห็นความเศร้าโศกในแววตาของเธอ ดวงตาของจิ่งเป่ยเฉินพลันฉายความอันตรายวาบหนึ่ง จากนั้นเขาก็สะบัดแขนเธอทิ้งอย่างไร้เยื่อใย “ปัญหาที่ตัวเองก่อก็ต้องแก้ไขเอาเอง”
เขาลุกขึ้นเดินจากไปทันทีหลังกล่าวจบ
แต่ยังไม่ทันจะเดินไปถึงหน้าประตูห้อง เขาก็ได้ยินเสียงตึงตัง จึงหันกลับไปมอง
เห็นเพียงอันโหรวเสียการทรงตัวตกเตียงลงมา หน้าผากปรากฏรอยบวมแดงใหญ่
………
ภายในห้องเต็มไปด้วยความอบอุ่น
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่กว่าทุกอย่างจะค่อย ๆ สงบลง
เรือสำราญจอดเทียบท่าอย่างเงียบงัน ชายร่างสูงใหญ่ทั้งหลายยืนเรียงอยู่ริมฝั่ง ตระกูลใหญ่ระดับสูงย่อมมีบอดี้การ์ดและคนคุ้มกันนับไม่ถ้วน ชายเ่าั้ล้วนทำงานให้ตระกูลจิ่ง
พวกเขายืนนิ่งเงียบ สีหน้าเคร่งขรึม ไม่มีใครพูดคุยอะไร พวกเขาไม่รู้ว่าคุณชายจิ่งกำลังทำอะไรอยู่และแน่นอนว่าไม่กล้าไปรบกวน
ทำเพียงยืนรักษาการณ์อยู่อย่างนั้น ฟังเสียงคลื่นลมซัดกระทบริมฝั่ง
จวบจนขอบฟ้าเริ่มสว่าง พวกเขาจึงเห็นประตูห้องบนเรือสำราญเปิดออก หญิงสาวผู้งดงามราวกับเทพธิดาเดินออกมาจากด้านใน
เธอสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวของคุณชายจิ่ง ชายเสื้อทิ้งยาวถึงต้นขา ผมยาวหยักศกสีน้ำตาลปล่อยสยายอิสระ ชวนให้ดูเย้ายวนและเกียจคร้าน
เธอคนนั้นสวยจนไม่อาจบรรยายได้
พวกเขามองเธอเดินขึ้นฝั่งก่อนสาวเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ
ลมหายใจราวกับจะหยุดชะงัก...
“ช่วยบอกคุณชายของพวกคุณด้วยว่าฉันจะไปแล้ว และยังฝากของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ไว้ให้เขา แต่ไม่ต้องดีใจให้มากนักล่ะ”
อีกด้าน ชายหนุ่มบนเตียงยังนอนนิ่ง จนเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ดังขึ้น
เขาลืมตาตื่น ดวงตาสีดำคู่นั้นเปล่งประกายลุ่มลึก เขาคว้าผ้าเช็ดตัวมาพันรอบเอวอย่างลวก ๆ ก่อนเดินไปที่ห้องน้ำ
แต่เมื่อเดินเข้าไปแล้ว เขากลับไม่เห็นอันโหรว เห็นเพียงใบหน้าของตัวเองผ่านกระจก
บนใบหน้าของเขา มีรูปเต่าตัวโตถูกวาดไว้
ดีมาก ในเมื่อเป็แบบนี้ เขาคงต้องจับเธอกลับมาเพื่อสะสางบัญชีกัน
ดวงตาของจิ่งเป่ยเฉินมืดมน เขารีบล้างหน้าและใส่เสื้อผ้า หลังจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงเดินออกมาจากห้อง
“คุณชายจิ่ง อรุณสวัสดิ์ครับ” ชายร่างสูงใหญ่ยืนเรียงกันแล้วโค้งศีรษะให้อย่างนอบน้อม
“แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะ” น้ำเสียงของเขาทุ้มลึกทว่าเรียบเฉย ทำให้บรรดาลูกน้องคาดเดาความหมายของคำพูดนั้นไม่ออก
หากบอกว่าผู้หญิงคนนั้นจากไปแล้ว คุณชายจิ่งจะดีใจหรือเกรี้ยวกราดกันแน่
“คุณชายจิ่ง เธอออกไปั้แ่ตอนตีห้าครึ่ง ก่อนจะไป ยังทิ้งข้อความไว้ประโยคหนึ่ง...”
แววตาจิ่งเป่ยเฉินวูบวาบ ก่อนกลับมาเป็ปกติในทันที “บอกว่าอะไร”
“เธอบอกว่า เธอทิ้งของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ไว้ให้คุณ แต่ขอให้คุณอย่าดีใจกับมันมากนัก”
เพียงบอกกล่าวประโยคเดียว สีหน้าของจิ่งเป่ยเฉินก็มืดมนลง ลูกน้องซึ่งเป็คนรายงานเื่นี้ บนฝ่ามือเริ่มมีเหงื่อเย็น
เห็นได้ชัดว่าคุณชายจิ่งโมโหแล้ว!
“ดีมาก!” น้ำเสียงของจิ่งเป่ยเฉินเต็มไปด้วยความเ็า
………
ห้าปีต่อมา ณ สนามบิน
เด็กน้อยหน้าตาน่ารักสองคนยืนอยู่บริเวณทางออกของสนามบิน ใครที่ได้เห็นล้วนต่างถูกดึงดูดจนหัวใจแทบละลาย
คนหนึ่งเป็เด็กชายตัวน้อย สวมเสื้อผ้ายีนส์สีน้ำเงินทั้งชุด สวมหมวกคาวบอยสุดเท่ ทั้งยังใส่แว่นกันแดดสีดำขนาดเล็ก ดูเหมือนหนุ่มน้อยชาวตะวันออกผู้หล่อเหลา
ส่วนอีกคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ คือเด็กหญิงผู้มีใบหน้าแดงระเรื่อ สวมชุดเดรสเ้าหญิงลายคลื่นน้ำ สวมหมวกประดับดอกไม้เล็ก ๆ ดวงตาสีฟ้ากลมโตเปล่งประกาย ผมสีทองยาวสยายลงบนไหล่ทั้งสองข้าง