ตอนที่ 24 คนขายบริการ (2)
ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เขามีอาวุธลับอยู่ในมือ จากการคาดเดาคร่าวๆ ถ้าขั้นตอนไม่ผิดพลาดและทำได้สมบูรณ์แบบทั้งหมดละก็ บางทีอาจจะไม่ต้องใช้แรงคนมากนัก
ทว่าเรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวเขาเองแล้ว
ตั้งแต่ได้เคล็ดลับในการเพาะปลูกเหล่านั้น เขาก็กระหายอยากลอง อยากใช้ข้อมูลทั้งหมดที่ถูกใส่เข้ามาในสมองเต็มแก่
แต่เขารู้ดีว่าใจร้อนไปก็ไม่มีประโยชน์ สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือจัดการที่ดินของเขาทั้งหมด จากนั้นจึงจะเริ่มการเพาะปลูกได้
เขาหันไปมองมู่เจ๋ออวี่ที่อยู่ข้างกายซึ่งดูเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ แล้วพูดขึ้น “ที่นี่ทำเสร็จแล้ว คุณกลับไปเถอะ”
“ก็ดี งั้นผมจะกลับไปทำมื้อเที่ยงให้เสร็จ คุณกลับมาเร็วหน่อยแล้วกัน” พูดจบมู่เจ๋ออวี่ก็จากไป
จอบคืออุปกรณ์ที่ตอนนี้กัวเทียนพกไปด้วยทุกที่ เขาแบกจอบเริ่มจัดการที่ดิน พอเริ่มลงมือก็ลากยาวไปถึงบ่ายโมง แม้แต่ข้าวกลางวันก็ยังลืมกิน ต้องรอให้มู่เจ๋ออวี่ถ่อมาหาถึงที่ เขาถึงรู้ว่าเป็นเวลาบ่ายโมงแล้ว
“ทำไมยังทำงานอยู่อีก แดดแรงขนาดนี้เป็นโรคลมแดดได้ง่ายนะ” มู่เจ๋ออวี่พูดพลางยื่นน้ำในมือส่งให้กัวเทียน “ดื่มน้ำเถอะ มื้อเที่ยงทำเสร็จแล้ว”
กัวเทียนดึงผ้าขนหนูที่พาดไว้บนไหล่ขึ้นมาเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ก่อนจะยื่นมือรับน้ำที่มู่เจ๋ออวี่ยื่นมาพร้อมถาม “ยังเจ็บมืออยู่ไหม”
“ไม่เจ็บ ไม่ใช่ผู้หญิงสักหน่อย ไม่ได้บอบบางขนาดนั้นหรอกน่า ไปละนะ ผมยังไม่ได้กินข้าวเหมือนกัน” มู่เจ๋ออวี่พูดจบก็เดินกลับไปก่อน
กัวเทียนดื่มน้ำอึกหนึ่งก่อนแบกจอบกลับไปด้วยเช่นกัน
พอถึงบ้านมู่เจ๋ออวี่ก็ยกกะละมังใส่น้ำมาให้เขาล้างหน้า จากนั้นก็เข้าห้องครัวตักข้าวออกมาพร้อมยกกับข้าวออกมาด้วย
หลังจากกัวเทียนล้างหน้าเสร็จก็เข้าห้องโถงไปนั่งที่โต๊ะ
เพราะยุ่งมาตลอดเช้า ท้องร้องตั้งนานแล้ว พอกินข้าวหมดถ้วยหนึ่ง กัวเทียนที่ยังไม่อิ่มจึงตักมาอีกหนึ่งถ้วยใหญ่ๆ มู่เจ๋ออวี่เห็นเขาเป็นแบบนี้จึงอดพูดขึ้นไม่ได้ว่า “หิวขนาดนี้แล้วแท้ๆ ยังไม่กลับมากินข้าวอีก”
กัวเทียนเอ่ย “ตอนทำงานไม่รู้สึก ตอนนี้พอเห็นอาหารแล้วถึงรู้สึกหิวสุดๆ ไปเลย”
หลังจากกินมื้อเที่ยงเสร็จ กัวเทียนก็นอนกลางวันอีกครึ่งชั่วโมง มู่เจ๋ออวี่นอนตื่นสายทุกวัน ทั้งยังไม่ได้ทำอะไร จึงไม่นอนกลางวันด้วย เขานั่งลงตรงหน้าประตูแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาฟังเพลง
พอกัวเทียนตื่นแล้วเขาก็ลุกขึ้นตามออกไปด้วย อีกฝ่ายหันหน้ากลับมามองเขาพลางถาม “คุณตามผมมาทำไม”
“ไปช่วยคุณ” มู่เจ๋ออวี่รู้ว่ากัวเทียนไม่มีเงินจ้างคนงานชั่วคราวเลยทำงานคนเดียว ที่ดินกว้างขนาดนั้นต้องเจียดเวลามาทำงานทุกวัน คนว่างอย่างเขาดูไปดูมาก็อยู่เฉยไม่ได้แล้ว
ยิ่งหลังจากได้ยินคำพูดของกัวเทียนเมื่อเช้านี้ก็ยิ่งชื่นชมเขาเข้าไปใหญ่ ความกล้าของอีกฝ่ายทำให้เขานับถือมาก ในสถานการณ์ที่ไม่มีอะไรเลยกลับกล้าล้มทุกอย่างแล้วเริ่มต้นใหม่ เชื่อว่าความกล้าเช่นนี้ไม่ใช่คนทั่วไปจะมี
กัวเทียนมองดูผิวของเขาแล้วพูดขึ้น “ตอนนี้อากาศร้อนเกินไป คุณนั่งรอใต้ต้นไม้ก่อน ถ้าไม่ค่อยร้อนแล้วค่อยมาช่วยผม แบบนั้นผมก็ยังดีใจมากอยู่ดี”
มู่เจ๋ออวี่เลิกคิ้ว ไม่ได้พูดอะไร
ทั้งสองมาถึงที่ดินผืนนั้น มู่เจ๋ออวี่ไม่ได้ไปหลบแดดใต้ต้นไม้ตามที่กัวเทียนบอก แต่คอยอยู่ข้างๆ เขา รอดูว่ามีอะไรให้ช่วยไหม
กัวเทียนชี้ไปยังพื้นที่ที่อยู่ไม่ไกลมากนักพลางพูดขึ้น “ไม่งั้นคุณก็ไปช่วยผมตัดหญ้าหน่อย”
กล่าวจบ เขาก็เอาเคียวที่แขวนอยู่ตรงเอวส่งให้คนข้างกาย มู่เจ๋ออวี่มองดูเคียวอันนั้นก่อนจะคว้ามาแล้วเดินไปทางพื้นที่ดังกล่าว
จากนั้นทั้งสองที่คนหนึ่งขุดดินคนหนึ่งตัดหญ้าก็ยุ่งแบบนี้ไปจนถึงเย็น พอฟ้าใกล้มืดแล้วพวกเขาถึงเก็บของกลับไป
กัวเทียนเดินอยู่ด้านหลังมู่เจ๋ออวี่ จึงมองเห็นคอของเขาที่แดงเพราะตากแดดในแวบเดียว
ผิวไหม้แดดแล้วจริงๆ ด้วย
หลังจากกลับถึงบ้าน พอมู่เจ๋ออวี่อาบน้ำเสร็จกัวเทียนก็เอายาทาสำหรับผิวที่ไหม้แดดเดินมายังข้างกายเขาพลางกล่าว “คอคุณไหม้แดดแล้ว ผมมาทายาให้คุณหน่อย”
มู่เจ๋ออวี่พยักหน้าแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ กัวเทียนยืนอยู่ด้านหลังเขาก่อนทายาให้เขาอย่างเบามือ
“ผิวของคุณนี่นุ่มยิ่งกว่าผู้หญิงอีก ผมไม่กล้าใช้แรงด้วยซ้ำ” กัวเทียนยืนพูดอยู่ด้านหลังมู่เจ๋ออวี่
มู่เจ๋ออวี่เอ่ย “ทำไม คุณเคยสัมผัสผู้หญิงเหรอ”
“สัมผัสที่ว่าคุณหมายถึงแบบไหน” กัวเทียนถาม
“มีเพศสัมพันธ์กันไง” มู่เจ๋ออวี่ตอบ
“เคยจับ เคยกอด แต่ไม่เคยมีอะไรกัน” กัวเทียนตอบตามความจริง
พอมู่เจ๋ออวี่ได้ยินก็อดหัวเราะไม่ได้ เขาถามขึ้น “แฟนคุณเหรอ”
“เปล่า” กัวเทียนปฏิเสธคำพูดของเขา
“งั้นก็เป็นคนที่คุณแอบชอบเหรอ”
“ก็ไม่ใช่”
“แล้วคืออะไร หรือว่าคุณไปลวนลามสาวสวยงั้นเหรอ” มู่เจ๋ออวี่เหล่ตามองพร้อมพูดด้วยรอยยิ้ม
“คุณคิดว่าอย่างผมต้องไปลวนลามใครด้วยเหรอ” กัวเทียนพูดอย่างถือดี
“ถ้าไม่ใช่แฟน ไม่ใช่คนที่แอบชอบ แล้วใครจะให้คุณทั้งจับทั้งกอดกัน”
“คนขายบริการไง” ถ้อยคำที่ออกจากปากกัวเทียนทำเอามู่เจ๋ออวี่ตกตะลึง