อเล็กซ์เดินนำขบวนมาได้ครึ่งชั่วโมง เขาก็กลับขึ้นไปบนยานเกราะล้อยาง แล้วให้คนในครอบครัวประจำตำแหน่งพร้อมรบ ตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่า ภายในศูนย์วิจัยพันธุ์พืชภาคตะวันออก มีคนอาศัยอยู่แน่นอน และเป็คนที่เห็นแก่ตัวมากๆ ด้วย เพราะการที่เขาลงทุนเปลี่ยนป้ายบอกทางให้คนที่จะมายังสถานที่แห่งนี้ได้เดินทางไปยังศูนย์อนุรักษ์สัตว์ป่าภาคตะวันออกแทน มันคือการส่งคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ไปตาย การกระทำของคนๆ นี้ ช่างน่าฆ่าทิ้งจริงๆ
เดินทางมาอีกครึ่งชั่วโมง ทุกสายตาก็มองเห็นอาคารคอนกรีต 2 ชั้นที่ตระหง่านอยู่กลางพื้นที่โล่ง มันยังมีกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กที่สูงกว่า 3 เมตรล้อมรอบ แถมมีแม่น้ำล้อมรอบพื้นที่ราบโล่งแห่งนี้อีกชั้น ถ้าอเล็กซ์ไม่เคยบอกว่าที่นี่คือศูนย์วิจัยแล้วละก็ พวกเขาทุกคนคงนึกว่ามันพื้นที่ทางทหาร ไม่ก็เป็คุกอย่างแน่นอน และถ้ามองดี พื้นที่ราบโล่งแห่งนี้กำลังปลูกพืชชนิดหนึ่งอยู่ เหตุผลที่ทุกคนมองเห็นสถานที่แห่งนี้อย่างละเอียดนั้นก็เพราะว่า พวกเขามองลงมาจากเนินเขาแห่งหนึ่ง
การที่อเล็กซ์เลือกศูนย์วิจัยพันธุ์พืชภาคตะวันออกเป็ที่ตั้งค่าย มันยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่สำคัญมากอีกอย่าง สถานที่แห่งนี้มีทางเข้าออกหลายทาง และสามารถเดินทางเข้าตัวจังหวัดอื่นๆ ได้อีกหลายจังหวัด แต่ศูนย์วิจัยนั้นมีรูปแบบโครงสร้างเหมือนปราสาทของยุคกลาง เพราะสะพานข้ามแม่น้ำล้วนเป็สะพานยกทั้งหมด และเมื่อทำการยกสะพานขึ้นมันจะปิดทางเข้าพอดี มันเลยกลายเป็ป้อมปราการอย่างสมบูรณ์ไป
อเล็กซ์ไม่ได้สั่งเคลื่อนขบวนต่อ แต่ได้ออกคำสั่งให้ทุกคนอยู่แต่ในรถ เขาจะเข้าไปตรวจสอบสถานที่แห่งนี้ดูก่อน หลังจากอเล็กซ์ออกคำสั่งเสร็จก็เดินลัดเลาะเข้าป่าไป ไม่มีใครกล้าโต้แย้งคำสั่งของเขา ถึงแม่มะลิกับคนในครอบครัวจะอยากติดตามไปด้วยมากแค่ไหนก็ตาม พวกเขารู้ดีว่าถ้าไม่จำเป็จริงๆ อเล็กซ์จะไม่ห่างจากครอบครัวของในเวลาแบบนี้แน่
ทักษะพิเศษตีนแมวของอเล็กซ์เคลื่อนที่จากต้นไม้ต้นหนึ่งไปอีกต้นหนึ่งอย่างรวดเร็วปราศจากร่องรอยใดๆ ไม่นานเขาก็มาถึงกำแพงของศูนย์วิจัย แล้วอเล็กซ์ก็เปิดใช้ทักษะพิเศษกงเล็บปีศาจกับเพิ่มความแข็งแกร่ง 2 เท่า ะโข้ามแม่น้ำที่กว้างกว่า 10 เมตรได้อย่างง่ายดายและได้ใช้กงเล็บที่แหลมคมของเขาไต่กำแพงขึ้นไปอย่างชำนาญ ไม่นานอเล็กซ์ก็ข้ามกำแพงเข้าไปภายในศูนย์วิจัยได้สำเร็จ เขาเลือกจุดที่ปีนข้ามกำแพงและเคลื่อนที่เขาหาอาคารที่เป็จุดมุมของอาคาร ซึ่งมันคือจุดลับตามากที่สุดเท่าที่เขาจะหาได้แล้ว
ตอนนี้ทักษะพิเศษเพิ่มความแข็งแกร่ง 2 เท่าของอเล็กซ์มีระดับ 5 แล้ว หลังจากเขาเอาสังหารซอมบี้ทหารลงได้ อเล็กซ์ไม่ได้รับทักษะพิเศษหรือพร์ใหม่เลย เขาได้รับแต้มสังหารมา 100 แต้ม แต้มสีค่าสถานะอีกนิดหน่อย แต่ยังดีที่ได้แต่มสีทองมาถึง 15 แต้ม เขาเลยนำมันไปเพิ่มระดับทักษะพิเศษเพิ่มความแข็งแกร่ง 2 เท่า ไปที่ระดับ 5 ซะเลย เพราะมันจะได้ช่วยให้เขาคงสภาพความแข็งแกร่ง 2 เท่าได้นานขึ้น
จากกำแพงถึงอาคารสองชั้น อเล็กซ์ต้องวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด กว่า 20 วินาที แบบเต็มกำลังกว่าเขาจะมาถึง มันเป็ระยะทางกว่า 500 เมตร แต่เมื่ออเล็กซ์มาถึงอาคารเขาก็พบว่า คนที่อาศัยอยู่ในสถานที่แห่งนี้ได้เห็นเขาแล้ว เพราะเมื่อเข้ากวาดสายตามองโดยรอบ อเล็กซ์ก็พบเห็นกระจกเงามากมาย เขาจึงได้แต่ถอนหายใจออกมา ไหนเมื่อถูกพบแล้วเขาก็ไม่ต้องเสียเวลาทำตัวหลบๆ ซ่อนๆ อีก
อเล็กซ์นำหมวกไบเร่ของเขาออกมาใส่ แล้วชูบัตรทหารให้กระจกเงาบานหนึ่งได้เห็น อเล็กซ์ไม่ต้องรอนาน ก็มีเสียงดังออกมาจากท่อที่อยู่ใกล้ๆ กับกระจกเงาบานนั้น
" ที่นี่ไม่ได้ขึ้นตรงต่อหน่วยงานใดทั้งสิ้น ออกไปซะถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ ! " อเล็กซ์พยายามใจเย็น แล้วตอบกลับไปอย่างมีเหตุผลว่า
" ภายใต้กฏหมายความมั่นคงของโลก ศูนย์วิจัยทุกแห่งต้องให้ความช่วยเหลือในเื่ความมั่นคงอย่างเต็มกำลังถ้าโลกเกิดอุบัติเหตุที่ยากจะควบคุมขึ้น คุณไม่ได้อ่านบัตรทหารของผมด้วนซ้ำว่าผมสังกัดหน่วยไหน อย่าให้ผมต้องใช้กำลัง ผมมีทหารกว่าร้อยนายรอคำสั่งของผมอยู่ เพียงแค่ผมไปเปิดประตู คนของผมจะเข้ามาทันทีโดยที่คุณไม่ต้องอนุญาต และที่ผมยังเสียเวลาคุยกับคุณอยู่ตรงนี้เพราะผม้าความสามารถเื่การเกษตรของพวกคุณเท่านั้น จงให้ความร่วมมือและออกมาจากรูนั้น แล้วขึ้นมาพูดคุยกับผมเดี๋ยวนี้ ! "
อเล็กซ์ร่ายยาวด้วยน้ำเสียงที่ไม่ยี่หระ พร้อมกับยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู การกระทำของเขาอยู่ภายใต้การมองเห็นของคนที่อาศัยอยู่ในสถานที่แห่งนี้ แล้วอยู่ๆ อเล็กซ์ก็ได้ยินเสียงเหมือนเกิดการต่อสู้ดังออกมาจากในท่อ แล้วเขาก็ได้ยินเสียงของผู้หญิงดังออกมา
" อเล็กซ์หนีไป !!! อือ~ "
" ครืน ~~ "
หลังจากเสียงของผู้หญิงที่เขาเคยได้ยินมาก่อนเงียบหาย เสียงของอะไรหนักๆ กำลังเคลื่อนตัวก็ดังขึ้นมาแทน สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดของเขาร้องเตือนทันที อเล็กซ์ไม่มีเวลาให้ถ่วงเพราะเขาตั้งใจจะพักให้ค่าพละกำลังกลับมาเสียก่อนแล้วจะบุกเข้าไปข้างใน แต่ตอนนี้อเล็กซ์ต้องะโขึ้นไปบนชั้นสองของอาคารก่อนเพื่อตั้งหลัก แล้วเขาก็สังเกตเห็น พื้นหญ้าเทียมบริเวณใกล้ๆ เปิดออก ไม่นานระบบป้องกันของที่นี่ก็ออกมาดูโลกภายนอก
งูหลามั์ที่มีขนาดลำตัวเท่ากับถังน้ำดื่ม 50 ลิตรก็เลื้อยออกมา และดูเหมือนว่ามันได้ผ่านการวิวัฒนาการมาพักหนึ่งแล้วด้วย แค่อเล็กซ์เห็นเกล็ดสีเหลืองทองของมัน เขาก็อยากลอกหนังของงูตัวนี้ออกมาทำเสื้อเกราะแล้ว เมื่อเปรียบเทียบงูหลามตัวนี้ กับเ้าลิงแสมและเ้าแมวป่ามันช่างห่างชั้นกันจริง ๆ แค่ไอสังหารที่งูตัวนี้ปลดปล่อยออกมา ถ้าคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ไม่ใช่อเล็กซ์คงได้กัดลิ้นตายเพราะความกลัวไปแล้ว
และดูเหมือนว่างูหลามตัวนี้มันจะตรวจจับการมีอยู่ของอเล็กซ์ได้แล้วเช่นกัน มันเริ่มยกหัวของมันขึ้นทันที จากนั้นก็อ้าปากโชว์ฟันลักษณะใบเรื่อยของมันที่เรียงกันเป็แถวอย่างน่ากลัว แล้วมันก็โจมตีใส่อเล็กซ์ทันที โดยไม่สนว่าอาคารหลังนี้จะได้รับความเสียหายหรือเปล่า แต่สำหรับอันเล็กแล้วอาคารหลังนี้มีประโยชน์มากมาย เขาไม่สามารถให้งูตัวนี้ทำลายมันได้
อเล็กซ์ะโออกไปจากอาคาร 2 ชั้นทันที แล้วจากนั้นเขาก็วิ่งไปในทิศทางที่ยานเกราะจอดอยู่ ไม่ใช่ว่าเขา้าสนับสนุนจากจากปืนกล แต่เขา้าเอาสะพานยกลงก่อน การที่เขาปล่อยให้กองกำลังหอกเหล็กอยู่กลางป่านานๆ แบบนั้นมันอันตรายมาก แล้วตอนนี้พวกเขาก็ยังจอดรถอยู่เหนือลม ไม่ช้าก็เร็วบีสท์อีกฝูงต้องมาโจมตีพวกเขาแน่ และตอนนี้เขารู้แล้วว่า ในนี้มีแค่งูหลามอยู่ตัวเดียว และเขาได้รับรู้ถึงประโยชน์ของมันบางอย่างที่มันไม่ควรตายตอนนี้
ั้แ่งูหลามั์ตัวนี้โจมตีพลาดเป้าหมาย ด้วยความยาวเกิน 20 เมตรของมันได้สร้างปัญหาขึ้น มันไม่สามารถวกกลับมาโจมตีเหยื่อของมันที่เริ่มวิ่งห่างไปไกล มันไม่อยากเชื่อเลยว่าการโจมตีที่รวดเร็วของมันจะไม่ได้ผลกับเหยื่อตัวนี้ อเล็กซ์ยังคงวิ่งอย่างรวดเร็วแบบไม่ได้เปิดทักษะพิเศษใดๆ เขาได้ใช้เหตุการณ์เพื่อทำให้เ้างูหลามตายใจ แล้วอเล็กซ์ก็มาถึงประตูทางเข้าของศูนย์วิจัยที่ถูกปิดด้วยสะพานยกอยู่ อเล็กซ์เปิดใช้ทักษะพิเศษความแข็งแกร่ง 2 เท่าของเขาทันที จากนั้นเขาก็เริ่มหมุนกงล้อของสะพานลงอย่างรวดเร็ว
ด้านมะลิที่มีสายตาดีกว่าใคร เธอชูธงคำสั่งสีเขียวของอเล็กซ์ขึ้นทันทีั้แ่เห็นงูตัวใหญ่แล้ว และธงสีเขียวคือสัญญาณการเคลื่อนขบวนของกองกำลังหอกเหล็กอีกครั้ง มะลิให้เฮร่ามาขับแทนแล้วเธอก็ขึ้นไปประจำตำแหน่งพลปืนด้านหน้า มะลิได้บอกเล่าเหตุการณ์ให้กับทุกคนได้รับรู้แล้ว จากนั้นยานเกราะล้อยางเคลื่อนที่เต็มกำลัง
งูหลามั์เริ่มโกรธขึ้นมาแล้ว หลังจากมันตั้งลำได้ใหม่มันเลื้อยเขาหาอเล็กซ์อย่างเต็มกำลังเช่นกัน คราวนี้มันกะจะใช้ร่างกายที่ใหญ่โตของมันบดขยี้มนุษย์ตัวนี้ให้แหลกเหลวเป็ขี้ไปเลย มันไม่คิดจะกินเขาอีกต่อไปแล้ว ในวินาทีเป็ตาย งูหลามพุ่งตัวเข้าหาอเล็กซ์โดยไม่สนสิ่งใด แต่เมื่ออเล็กซ์หันหน้ามายิ้มให้กับมัน แววตาที่ดุดันของงูหลามั์ก็เกิดคำถามขึ้นมา ว่าเหยื่อของมันยิ้มอะไรทั้งๆที่ตัวเองกำลังจะตาย แต่…
" ตูม !!!!!!!! "
" ปัง ! ปัง ! ปัง ! ปัง ! "
ยานเกราะล้อยางพุ่งลงมาจากเนินเขาด้วยความเร็วสูงพุ่งเข้าชนกลางลำตัวของงูหลามั์อย่างจัง จนร่างของมันปลิวตามแรงกระแทกอันมหาศาลไป แค่นั้นยังไม่พอ มะลิรัวปืนกลหนักใส่ในระยะเผาขนอีก และที่เธอไม่ได้เปิดฉากยิงั้แ่แรก ก็เพราะเกร็ดสีทองของมันได้บอกกับเธอว่า แม้แต่ะุปืนกลหนักก็ไม่อาจจะทำลายเกล็ดนี้ได้จากระยะไกล แต่เมื่องูหลามตัวนี้เกิดแผลจากการที่โดนยานเกาะชน พร์ของเธอนั้นได้ส่งะุทุกนัดที่ยิงออกไปซ้ำใส่แผลเดิมจนเธอได้เห็นเืของมันสาดกระจาย
อาเล็กก็ใช้โอกาสนี้เช่นกัน เขาะโเข้าไปกอดรัดที่คอของงูหลามั์ในทันที แล้วแล้วเปิดใช้ทักษะพิเศษทุกอย่างที่เขามี แล้วเกล็ดที่คอของงูั์ก็ถูกท่อนแขนที่เปิดใช้ทักษะกงเล็บปีศาจบดขยี้ แต่อเล็กซ์ไม่ได้มีความ้าที่จะฆ่ามัน เมื่อเขาเห็นว่าแววตาของงูหลามั์เริ่มหม่นหมอง การหายใจเริ่มติดขัด ชีพจรเริ่มไม่สม่ำเสมอ แล้วตาของมันก็ปิดลง อเล็กซ์จึงได้ปล่อยแขนที่กอดรัดออก แล้วปิดใช้ทักษะพิเศษทุกอย่าง เขาไม่อยากให้กองกำลังหอกเหล็กเห็นกงเล็บปีศาจในเวลานี้ เดี๋ยวทุกคนจะคิดว่าเขากลายเป็ซอมบี้ไปแล้ว
อเล็กซ์ไม่รอช้าออกคำสั่งสัญญาณมือกระจายกำลังทันที ในเวลากองกำลังหอกเหล็กของเขาได้สวมชุดลายพรางทหารกันทุกคน ถ้าไม่เดินเข้ามาดูใกล้ๆ ก็จะไม่รู้เลยว่าเกินกว่าครึ่งของทหารเหล่านี้คือผู้หญิงกับเด็กวัยรุ่น แล้วหน่วยที่ 19 รีบพากันปิดประตูทางเข้าด้วยสะพานยกทันที พวกเขาต้องช่วยกันทุกคนจึงจะหมุนกงล้อยกสะพานขึ้นได้ แล้วอเล็กซ์ก็ออกคำสั่งกระจายตัวปิดล้อมสถานที่แห่งนี้
ด้านบุคคลที่อยู่ภายในชั้นใต้ดินของศูนย์วิจัย กำลังมีเหงื่อไหลเต็มใบหน้า ภาพที่อเล็กซ์ปราบงูั์ด้วยมือเปล่านั้นยังติดตาของเขาอยู่เลย แล้วตอนนี้อเล็กซ์ได้ลากงูหลามตัวนั้นด้วยตัวคนเดียวโยนกลับเข้าไปในห้องขังของมัน ก่อนจะได้ยินเสียงพูดของอเล็กซ์ดังขึ้น
" กูให้เวลามึง 1 นาที รีบออกมามอบตัว ถ้ารอให้กูเข้าไปที่ห้องใต้ดินด้วยตัวเองเมื่อไหร่ มึงตาย ! 60 , 59 " แล้วก็มีเสียงตอบกลับออกมาด้วยความกลัวว่า
" ตอนนี้กูมีตัวประกันหลายคน ถ้ามึงไม่พาคนของมึงออกไป กูจะเริ่มฆ่าตัวประกัน กูทำได้จริงๆนะ "
" ฮ่าๆ~ ถ้ามึงฆ่าตัวประกันหมดเมื่อไหร่ก็บอกกูด้วยแล้วกัน กูจะได้ขุดหลุมไว้รอฝังมึงข้างนอกนี้ มึงคิดว่าโลกทุกวันนี้มันปกติหรือไง มีซอมบี้กับสัตว์ที่บ้าคลั่งอยู่เต็มไปหมด แล้วที่กูรอดชีวิตมาได้จนถึงตรงนี้ มึงยังคิดว่ากูจะแคร์กับชีวิตของคนที่อยู่ข้างในนั้นอีกเหรอ ตอนนี้เหลือ 30 วินาทีแล้ว มึงรีบตัดสินใจซะ 29 , 28 " ไม่มีเสียงพูดตอบกลับมาอีก แต่เมื่ออเล็กซ์นัดถึง 10 ก็มีเสียงที่หวาดกลัวดังขึ้นมา
" กูยอมแล้ว กูจะเปิดประตูทางลงให้ แต่มึงต้องสัญญาว่าจะปล่อยกูไป กูว่าคนที่เป็ทหารยศสูงอย่างมึง คงไม่กล้าผิดสัญญาใช่ไหม ? " แต่สิ่งที่มันได้ยินจากปากของอเล็กซ์คือ
" 9, 8,7,6, "
" ครืน~~~ "
เกิดเสียงการเคลื่อนไหวขึ้นภายในชั้นล่างของอาคาร 2 ชั้น ก่อนจะมีผู้ชายอ้วนคนหนึ่งเดินขึ้นมาพร้อมกับเอามือประสานไว้บนหัว ก่อนจะคุกเข่าลงจะไปที่ด้านหน้าของประตูทางเข้าอาคาร
" พลึบ !!! "
" อ้า~~~ หูกู หูกู "
เสียงมีดเดินป่าของอเล็กซ์ตัดผ่านอากาศด้วยความรวดเร็วสูงได้ตัดหูของชายอ้วนในทันที ก่อนที่เขาจะเดินไปจิกผมของมันขึ้นมา แล้วใช้กำปั้นชกเข้าไปที่ใบหน้าของมันอีกหลายคนรั้ง จนมะลิต้องรีบวิ่งมาห้ามพร้อมกับกระซิบข้างหูของอเล็กซ์ ทำให้เขาปล่อยมือจากชายอ้วนคนนี้ ก่อนจะให้หน่วยที่ 19 มาเอาตัวมันไป แล้วอเล็กซ์ก็ออกคำสั่งให้หน่วยต่างๆ ขนย้ายข้าวของเข้าไปไว้ในอาคาร พร้อมกับออกคำสั่งอีกหลายอย่าง จากนั้นอเล็กซ์ก็เดินไปในชั้นใต้ดินของศูนย์วิจัยพร้อมกับคนในครอบครัวของเขา
ศูนย์วิจัยใต้ดินแห่งนี้ใหญ่มาก มันแบ่งออกเป็ 3 ชั้นด้วยกัน มันมีโครงสร้างเหมือนกับพีระมิด ชั้นบนสุดนั้นจะมีขนาดเล็ก เป็ที่อยู่อาศัยของพนักงานและห้องต้อนรับมีความสะดวกสบายไม่ต่างจากโรงแรม 5 ดาว ชั้นที่ 2 เป็ส่วนของห้องวิจัย ใช้ห้องเก็บพันธุ์พืชต่างๆ ส่วนชั้นที่ 3 ที่อยู่ล่างสุด มันเป็เหมือนโดมขนาดใหญ่ ไว้สำหรับปลูกพืชชนิดต่างๆ มีระบบชลประทานเต็มรูปแบบ พร้อมกับระบบระบายอากาศที่ทันสมัย รวมถึงระบบแสงสว่างที่หน้ามหัศจรรย์ มันมีขนาดความกว้างพอๆกับ 4 สนามฟุตบอล ที่สำคัญที่สุดคือระบบทุกอย่างไม่พึ่งพาเทคโนโลยีใดๆ ที่ใช้ไฟฟ้าเลย …