“สามหาว!! ผู้ใดกล้ากล่าววาจาไม่รักชีวิตเช่นนี้ ” เซี่ยอิงตวาด เขาหันมองมาทางต้นเสียงหากเข้าปล่อยให้ผู้กล่าวลอยนวลไปต่อไปผู้ใดจะเกรงกลัวพรรคเก้าฟ้าทระนงผู้ใดยังจะเห็นหัวเขา สุดท้ายเซี่ยอิงเห็นผู้พูดถึงกลับเป็เด็กหญิงหน้าจืดตากลมโตผู้หนึ่งเขากลับตะลึงไป
“หลานจื่อกล่าวอันใด ขอขมาท่านหัวหน้าเซี่ยผู้นี้เร็ว ” เสียงชายร่างสูงชุดขาวที่เรียกว่าอาเฉินกล่าวตำหนิโทษิจื่อหลานของตนเองที่นางพูดจาล่วงเกินเขา
เซี่ยอิงฟังชายที่เรียกว่าอาเฉินพูดคล้ายกล่าวตักเตือนหลานสาวตนเองแต่สายตาของอาเฉินที่มองมาที่ตน กลับเจิดจ้าจนเซี่ยอิงรู้สึกว่าขนทั่วร่างล้วนชี้ตั้งขึ้นมา
ส่วนเด็กหญิงชุดเขียวที่เรียกตนิจื่อกลับเชิดย่นริมฝีปากบางมองมาที่เซี่ยอิงหาเกรงกลัวเขาไม่
เถ้าแก่เผิงเกรงจะเกิดเื่ราวใดขึ้นมิใช่มันกลัวเด็กหญิงนามิจื่อจะเกิดอันตรายแต่ในหัวเขานับเื่เงินทองมาเป็อันดับหนึ่งเื่อื่นล้วนเป็อันดับสองหากเกิดวันนี้เงินหายกำไรหดเพราะเื่นี้ผู้ใดจะรับผิดชอบให้เขา
“ท่านหัวหน้าเซี่ย ข้าน้อยขอเวลาอีกห้าวัน ” เถ้าแก่เผิงยังต่อรองไปอีก5 วัน ทั้งที่ตัวมีเงินมากกว่า 5 ตำลึงพอจ่ายค่าบูชาคุณธรรมฟ้าไปได้อีกหลายเดือน
แต่เถ้าแก่เผิงเห็นว่าถึงเขาจ่ายค่าบูชาธรรมฟ้าที่คล้ายการกรรโชกทรัพย์นี้ไปกลับไม่เห็นช่วยอะไรขึ้นมาเป็เงินเสียเปล่าเขาเปิดร้านอาหารมาสี่สิบปีกลับมิเคยถูกจี้ปล้นถึงร้านจะอยู่ริมทางสัญจรห่างไกลจากตัวเมืองแต่อยู่ใกล้ทางขึ้นเทือกเขาบรรพตค้ำฟ้าทางทิศตะวันออกห่างจากศาลากล่ะวันของมหาอาศรมหยั่งฟ้าไม่ถึง10 ลี้มีผู้ใดกล้ามาก่อเื่ที่ร้านของเขา
แต่เซี่ยอิงกลับเขม็งสายตามองเถ้าแก่เผิงกล่าววาจาด้วยความขุ่นเคือง
“เ้าไม่ต้องกล่าวแล้ว อีกสี่วันหากไม่จ่ายค่าบูชาคุณธรรมฟ้าร้านของเ้าเกิดเื่ราวใด พรรคเก้าฟ้าทระนงจะไม่รับผิดชอบอันใด ”
กล่าวเสร็จเขาเหลือบมองชายร่างสูงที่เรียกอาเฉินแล้วรีบเดินออกจากร้านของเถ้าแก่เผิงไป ผู้ติดตามของเขาที่ปากเบี้ยวตาบอดข้างหนึ่งและคนขาพิกลพิการที่ตามเซี่ยอิงมาช่วยขู่ขวัญผู้คนรีบลากสังขารอันพิกลพิการติดตามเขาออกไป
เมื่อเซี่ยอิงเดินผ่านเสาตรงข้างหน้าร้านเถ้าแก่เผิงเขายื่นสี่นิ้วดูดดึงตราของพรรคเก้าทระนงที่เป็รูปเก้าห่วงสานไขว้กันตรงเสาออกมา
ถึงแม้พรรคเก้าทระนงของเขาจะเรียกเก็บค่าคุ้มครองแต่กลับไม่บังคับให้จ่ายไม่เช่นนั้นมหาอาศรมหยั่งฟ้าและค่ายสำนักฝ่ายธรรมะย่อมไม่ละเว้นพวกเขาและพรรคเก้าฟ้าทระนง
เพราะในความเป็จริงร้านค้าที่ยอมจ่ายค่าบูชาคุณธรรมฟ้าให้เขาจะมีคนของพรรคเก้าฟ้าทระนงที่มีกระจายอยู่ทั่วเมืองคอยสำรวจตรวจตราความปลอดภัยของร้านค้าที่ติดตราสัญลักษณ์ของพรรคเก้าฟ้าทระนงไว้หน้าร้าน
เมื่อเื่ราวต่างๆจบลงเวลาก็เริ่มตกเย็นหลังอู๋ซ๋าจ่ายซินแสผู้ยิ่งใหญ่ของเถียนอี้เหอและลูกค้าทยอยออกจากร้านจนหมดสิ้น รวมถึงชายร่างสูงชุดขาวที่ชื่ออาเฉินและเด็กหญิงิจื่อที่ก่อนไปยังยักคิ้วหลิ่วตาให้เถียนอี้เหอจนเขาอายหน้าแดงอีกรอบ
เถียนอี้เหอเริ่มเก็บร้านเก็บโต๊ะที่นั่งล้างถ้วยชามจนความมืดมาเยือนส่วนเถ้าแก่เผิงหลังนั่งยิ้มนับเงินทำลับล่อๆ คล้ายกลัวผู้ใดเห็นเขามองซ้ายมองขวาแล้วแอบซ่อนเงินบนซอกขื่อลับบนหลังคาร้านแล้วเข้าห้องนอนส่งเสียงกรนออกมาปล่อยให้เด็กน้อยเถียนอี้เหอเก็บร้านเช็ดถูเพียงลำพัง
…………………………………..
ตอนนี้เวลาดึกดื่นเข้าไปแล้วภายในหมู่ตึกหมื่นมงคลเสียงของผีพนันที่นอนไม่เป็ ยังคงดังขึ้นไปทั่วบริเวณหมู่ตึกหมื่นมงคลที่เปิดตลอดทั้งวันทั้งคืน
หมู่ตึกหมื่นมงคลสาขาสองนี้ถึงแม้เพิ่งเปิดใหม่แต่รูปแบบเกมพนันไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสาขาใหญ่ที่มณฑลใหญ่ภาคกลางเท่าใดเนื่องจากเจียงหลันเซ่อประมุขพรรคเก้าฟ้าทระนงสั่งตู้พนันเครื่องมืออุปกรณ์พนันแบบใหม่ส่งตรงมาจากป้อมปราการยุทธ์ับินเป็จำนวนมากถือได้ว่าเป็์ขนาดย่อมของผีพนันเลยก็ว่าได้
และเหตุที่่นี้คนเยอะเป็พิเศษเป็เพราะสาขาแรกที่เปิดถูกปิดลงชั่วคราวเนื่องจากเกิดเื่ราวที่เจียงเฉิงเซ่อบุตรชายเพียงผู้เดียวของประมุขพรรคเก้าฟ้าทระนงและหูฉินรองหัวหน้าหมู่ตึกหมื่นมงคลเสียชีวิตลูกค้าจากสาขาแรกจึงประดั่งมายังสาขาสองนี้
บนชั้นที่18ที่เปิดเป็ห้องพักของหมู่ตึกหมื่นมงคลิจื่อหยิบไข่มุกประกายสีม่วงที่ห้อยอยู่ที่คอเป็ประจำออกมานางลูบคลำอย่างทะนุถนอม เป็ไข่มุกที่บิดาของนางมอบให้กำชับมิให้ผู้ใดเห็น ปกติเด็กหญิงจะคล้องไว้ที่คอมีเสื้อนอกปิดไว้คืนนี้ิจือคิดถึงบิดานักนางจึงหยิบออกมาดูเล่น สักพักเมื่อนางเก็บไข่มุกประกายม่วงแล้วิจื่อหันซ้ายขวาสุดท้ายเดินมาดูแจกันหยกลวดลายโบราณและรูปวาดทิวทัสน์หลายใบที่ประดับไว้ในห้อง
เด็กหญิงหยิบแจกันหยกขาวที่อยู่เบื้องหน้าอันหนึ่งขึ้นมาถือไว้
“ห้องพักนี้กลับตกแต่งวิจิตรนัก สองตำลึงต่อคืน อื้ม..นับว่าไม่แพง" พึมพำกล่าวกับตนเอง ก่อนหันไปกล่าวกับอาเฉินของนาง
"พรรคเก้าฟ้าทระนง หากไม่นับเื่เมื่อตอนบ่ายวันนี้ก็ถือว่ายังใช้ได้อยู่ ท่านอาเฉินเห็นด้วยหรือไม่” ิจื่อกล่าวหันมาทางอาเฉินของนางที่ทำท่าจะจิบชา แต่เขากลับวางมันลง
“หลานจื่อตอนเที่ยงนี้เ้าทำให้อาหนักใจยิ่งนักหากอารู้ว่าเ้าเห็นเื่ใดก็สาวเท้าเข้าไปเช่นนี้.. "อาเฉินหยุดพูดครู่หนึ่ง เพราะเขารู้สึกเหนื่อยใจกับหลานรักของเขาคนนี้ยิ่งนัก
เขาถอนใจแล้วกล่าวต่อว่า" อาเฉินกลับทำผิดพลาดแล้ว ที่ไม่เชื่อฟังวาจาบิดาของเ้า ”
ิจื่อหรี่ดวงตาแกล้งย่นริมฝีปากขึ้นกล่าวว่า“ท่านอาเฉินกลัวพวกพิกลพิการนั้นด้วย ิจื่อหาเกรงกลัวพวกมันไม่ ”
อาเฉินได้ยินหลานตนเองกล่าวแล้วอ่อนอกอ่อนใจกับนางยิ่งนักจึงกล่าวช้าๆขึ้นว่า
“หลานอา เ้าไม่เคยออกท่องยุทธภพภายนอก กลับไม่รู้เื่ราว ”
เขาพยายามทำเสียงเข้มที่สุดเผื่อหลานสาวจอมซนผู้นี้จะเชื่อฟัง
“เจียงฮุยเซ่อพี่ใหญ่ในสามอสูรฟ้าทระนง หนึ่งในหนึ่งหลวงจีน สองมารสามเซียน สี่อสูรที่เป็บิดาของเจียงหลันเซ่อประมุขพรรคเก้าฟ้าทระนงที่เ้าไปก่อเื่เมื่อตอนเที่ยงนี้แม้บิดาของเ้าเห็นมัน ยังต้องเกรงใจให้สองส่วน”
ิจื่อได้ยินอาของนางพูดพอฟังกลับทำท่าทางคล้ายไม่ยินยอมพร้อมใจ นามของบิดานางกล่าวชื่อออกไปทั่วทั้งแดนฟ้าเมฆินทร์ผู้ใดไม่น้อมคารวะยำเกรง
“แล้วอีกห้าวันอาเฉินจะนำเ้าเดินทางไปสักการะมหาเจดีย์หยั่งฟ้าบนเทือกเขาบรรพตค้ำฟ้า ”อาเฉินกล่าวต่อ
“ท่านอาเฉิน ิจื่อจะได้ดูมหาเจดีย์หยั่งฟ้าที่ว่ากันว่าเป็เสาค้ำฟ้าที่สูง 28 ชั้นแล้วกลับไปจะไปเล่าให้บิดาฟังและขนมหนวดัร้านท้ายตลาดทางทิศใต้ในเมืองกลับน่าอร่อยนัก อาเฉิน…”
สองอาหลานสนทนากันจนดึกิจื่องอแงกลับไม่ยอมเข้านอน นางกลับเ้ากี้เ้าการวางแผนการท่องเที่ยวของพรุ่งนี้จนดึก
………………………………….