Chapter 11 : มาทำงานกับผมไหมครับ
“แสดงว่านางผีร้ายมันยังไม่ตาย ข้าจะขึ้นไปจัดการมันด้วยตัวเอง” เสียงของตาลือดังขึ้นอีกครั้ง
มินเบิกตากว้างพร้อมกับคิดในใจ ‘ไอ้ฉิบหาย หูเสือกดีอีก!’
“อย่าดีกว่าเลยตาลือ ถ้ามันเป็แผนการของอีผีปอบล่ะ เรารออยู่ดูตรงนี้จนไฟมอดดีกว่า ขืนตาลือขึ้นไปแล้วโดนมันฆ่าขึ้นมา พวกเราจะแย่เอา” มีอีกเสียงหนึ่งแย้งขึ้นมา
“ก็จริงของเอ็ง” ตาลือเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์
ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อรู้ว่ากลุ่มคนที่อยู่ด้านนอกจะไม่มีใครเข้ามาในเรือนไทยหลังนี้ เขาส่งสายตามองไปยังหญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่บนฟูกนอนอีกครั้ง เธอส่งยิ้มอ่อนๆ มาให้เขาเมื่อััถึงสายตาของชายหนุ่ม
“ผมขอถามได้ไหมครับว่าทำไมพวกเขาถึงอยากฆ่าคุณป้า” มินกระซิบถามเนื่องจากกลัวว่าพวกคนข้างนอกบ้านจะได้ยินหากพูดเสียงดังกว่านี้
“จะอะไรซะอีกล่ะ ข้าเป็มารข้าไม่ใช่มนุษย์ รู้ว่าข้ามาอาศัยอยู่ใกล้ๆ หมู่บ้าน พวกมันจึงอยากกำจัดข้า ไอ้ตาลือที่พวกเ้าได้ยินน่ะเป็หมอผี มันใส่ร้ายข้าสารพัด” อีกฝ่ายกล่าวเสียงเรียบ ไม่มีโทสะหรือความเคียดแค้นใดๆ ในประโยคดังกล่าว
“มนุษย์นี่แหละที่เป็สิ่งที่ชั่วร้ายยิ่งกว่าสิ่งมีชีวิตใดๆ ทั้งปวง หลังจาการ้อยปีข้าก็เร่ร่อนไปยังที่ต่างๆ แต่ทว่าไม่เคยหลีกหนีมนุษย์ได้เลย” เธอพูดต่อ
“แล้วผมขอถามได้ไหมครับว่าทำไมคุณป้าถึงไม่สู้กลับ”
อดที่จะกระซิบถามไปไม่ได้ ธรรมชาติของมนุษย์และมารในประวัติศาสตร์ เมื่อมาเจอกันแล้วต้องมีเหตุนองเืทุกที
“ข้าเป็มารที่ไม่มีพลังอะไรนอกจากควบคุมตะขาบตัวเล็กๆ อย่างมากข้าก็ทำได้แค่ปล่อยมันไปกัดพวกมนุษย์ตอนหลับ เ้าคิดว่าพิษของมันจะแรงพอที่จะฆ่ามนุษย์ได้หรือ” เธอยิ้มอ่อนๆ อีกครั้งหลังจากพูดจบประโยค
“ผมขออีกคำถามนะครับ ทำไมคุณป้าถึงนอนรอความตายล่ะ ทำไมไม่หนีไป”
เพราะอีกฝ่ายบอกว่าเธอเร่ร่อนมาเป็ร้อยปี ถ้าเป็อย่างนั้นจริงก็แสดงว่าเธอคือหนึ่งในมารที่รอดชีวิตจากการกวาดล้าง เขาจึงอยากรู้ว่าเหตุใดมารตนนี้ถึงยอมแพ้เอาง่ายๆ
“พ่อหนุ่ม ข้าเป็มารระดับต่ำ ข้าอยู่มาหลายร้อยปีจนปลงได้แล้วว่าความตายมิได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากใช้ชีวิตอย่างสงบสุขบนโลกนี้ไม่ได้ สู้ตายไปมิดีกว่าหรือ” เธอกล่าวเสียงเรียบ
สำหรับคนที่อยู่มาหลายร้อยปีก็คงจะเป็อย่างนั้นจริงๆ แต่สำหรับตัวเขา เมื่อได้ยินประโยคของหญิงวัยกลางคน มินก็พลันนึกถึง่เวลาที่โดนมีดแทงเข้าที่หลัง ในตอนนั้นภาพความทรงจำ ภาพของใบหน้าคนสำคัญ ภาพของอนาคตที่เขาใฝ่ฝัน มันผุดขึ้นมามากมายในเสี้ยววินาทีก่อนที่เขาจะสิ้นลมหายใจ
สำหรับชายหนุ่มแล้ว การมีชีวิตนั้นสำคัญ เขานึกขอบคุณในใจไม่ว่าอะไรก็ตามที่ทำให้เขากลับมามีชีวิตอีกครั้ง ถึงจะอยู่ในร่างกายของใครอีกคนที่มีชื่อเหมือนเขาก็เหอะ
“ถ้าคุณป้าไม่อยากหนีแล้ว คุณป้าสนใจมาทำงานกับผมไหมครับ”
คำถามของชายหนุ่มเล่นเอามารซึ่งเป็หญิงวัยกลางคนถึงกับอึ้ง เธอเบิกตากว้าง พร้อมสงสัยเป็อย่างมากว่าเหตุใดมนุษย์ทั้งสองที่บุกเข้ามาในบ้านของเธอทั้งๆ ที่ไฟก็ลุกท่วมจนทั่วนี้ มนุษย์ธรรมดาๆ ที่ไม่มีอาวุธหรือแม้แต่พลังพิเศษอะไร พวกเขากล้าย่างกรายเข้ามาในสถานที่ที่มีมารอยู่โดยไม่กลัวตายเลยแม้แต่น้อย และประโยคของอีกฝ่ายเมื่อสักครู่ก็ทำให้ข้อสงสัยของเธอกระจ่าง
“ทำงาน งานอะไรหรือที่ทำให้มนุษย์ธรรมดาๆ อย่างเ้า้ามารไปทำ” เธอถาม
“เอ่อ…คุณป้ารู้จักดันเจี้ยนสตูดิโอหรือเปล่าครับ” มินพูดสุภาพกับอีกฝ่าย
“ไม่รู้”
เมื่ออีกฝ่ายตอบกลับมาก็ทำให้ชายหนุ่มนึกขึ้นได้ว่า มารเบื้องหน้าของเขานั้นเร่ร่อนมาหลายร้อยปี จึงน่าจะไม่มีความรู้เื่ดันเจี้ยนสตูดิโอที่เพิ่งถูกพัฒนาขึ้นมาเพียงแค่ไม่กี่สิบปี เขาจึงอธิบายว่ามันคืออะไรและหน้าที่ที่อีกฝ่ายต้องทำ
“เ้าจะให้ข้าไปต่อสู้กับมนุษย์เนี่ยนะ ข้ามิใช่สัตว์ที่คอยให้ความบันเทิง เห็นข้าเป็ไก่ชนรึไง!” เธอพูดขึ้นเสียง
“จริงๆ แล้วไม่ใช่เ้าหรอกที่จะออกไปสู้แต่เป็ร่างที่พวกเราสร้างขึ้นมาโดยมีเ้าเป็ต้นแบบ ซึ่งตัวจริงๆ ของเ้าจะอยู่อีกที่หนึ่งเพียงแต่ว่าความทรงจำหลังจากต่อสู้จะกลับมาสู่เ้าเท่านั้น” มายเอ่ยขัดขึ้น
มินหันหลังกลับไปมองหน้าหญิงสาวในชุดวันพีชสีขาว ข้อมูลดังกล่าวที่เพิ่งจะออกมาจากปากของเธอเป็สิ่งที่เขาไม่รู้มาก่อน แม้เขาจะไม่ได้เคยคิดเื่ที่มอนสเตอร์ของเขาสามารถแยกมาต่อสู้ในหลายๆ มิติในเวลาเดียวกันก็ตาม เพราะก่อนหน้านี้หญิงสาวคนดังกล่าวบอกเขาว่ามันเหมือนกับเกม เขาจึงคิดว่าซิสเตมทำให้ดันเจี้ยนของเขาเหมือนกับเกมออนไลน์ที่เขาเคยเล่น แต่เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว จึงทำให้เขารู้สึกสงสัยขึ้นมา แต่ก็ต้องเก็บเอาไว้ถามทีหลังเพราะมีเื่ตรงหน้าที่สำคัญกว่าให้เขาทำ
นั่นก็คือการโน้มน้าวให้มารตรงหน้าไปกับเขา มินไม่กล้าที่จะบุ่มบ่ามเดินเข้าไปแตะตัวอีกฝ่าย เขาไม่แน่ใจว่ามารตนนี้มีพลังมากแค่ไหนแม้เ้าตัวจะพูดออกมาว่าความสามารถของเธอก็แค่การควบคุมตะขาบก็ตาม เขาจึงเลือกวิธีที่ปลอดภัยที่สุดนั่นก็คือชวนอีกฝ่ายในฐานะเ้าของกิจการที่้าลูกจ้าง แม้สิ่งที่เขาให้กับเธอได้จะมีเพียงประสบการณ์และความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น…ถึงจริงๆ แล้วจะเป็ซิสเตมให้ ไม่ใช่เขา
“มนุษย์พัฒนาศาสตร์เวทย์ไปไกลได้ถึงเพียงนั้นเชียวหรือ” หญิงวัยกลางคนพูดออกมา ไม่ใช่คำถามเจาะจงถามใครแต่เป็การพูดกับตัวเอง
“ไม่ใช่หรอก มีเพียงดันเจี้ยนสตูดิโอของผู้ชายคนนี้เท่านั้นที่ทำได้” มายกล่าวด้วยน้ำเสียงภูมิใจพลางเอามือตบเบาๆ ไปที่ไหล่ของชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าเธอ
เธอยิ้มออกมาแล้วพูดต่อ “และดันเจี้ยนของเขายังสามารถทำให้เ้าแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย” เมื่อได้ยินประโยคที่หญิงสาวกล่าว เธอก็ต้องประหลาดใจอีกครั้ง
‘แข็งแกร่งขึ้น’ มันสิ่งที่เธอ้ามาแสนนาน
มารหรือเดม่อนนั้นไม่แตกต่างอะไรกับมนุษย์เท่าไหร่นัก ทั้งมีร่างกาย สติปัญญา ความรู้สึกเหมือนมนุษย์ แต่สิ่งหนึ่งที่มารแตกต่างจากมนุษย์ก็คือ ความสามารถที่ติดตัวมาตอนเกิด ความสามารถของมารมีความตายตัวั้แ่เกิดไม่เปลี่ยนแปลง หากมารตัวนั้นเกิดมาพร้อมกับพลังที่ยิ่งใหญ่ มารตนนั้นก็จะมีชีวิตที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ กลับกัน ถ้ามารเกิดขึ้นมาพร้อมกับพลังอันน้อยนิดเช่นเธอ มารตนดังกล่าวก็จะถูกมารตัวอื่นๆ เมิน เพราะพลังของมารไม่มีวันเปลี่ยนแปลง อยู่อย่างไรอยู่อย่างนั้น ทำให้ชีวิตหลายร้อยปีของเธอต้องยากลำบาก
หญิงวัยกลางคนคิดอยู่นานสองนานและตัดสินใจที่จะตอบรับคำชวนเชิญของอีกฝ่าย แต่ทันใดนั้นเอง
“พวกเอ็งเป็ใคร!!!” เสียงะโแหบก็พลันดังขึ้นข้างหลังพวกเขา
เมื่อมินและมายหันกลับไปมองด้านหลัง ก็เผยให้เห็นถึงชายชราในหงอกในเสื้อผ้าสีขาว บริเวณคอของเขามีสร้อยลูกประคำสองเส้น ในมือของเขาถือหม้อดินแดงไว้ หน้าตาของเขาถมึงทึง จ้องมาทางพวกเขาด้วยสายตาอาฆาต
“พวกเขาจะเป็ใครแล้วเ้าสาระแนอะไรด้วยตาลือ” เสียงของหญิงวัยกลางคนดังขึ้น
เธอลุกขึ้นจากฟูกนอนก่อนจะค่อยๆ เดินมาหยุดยืนเบื้องหน้าของชายชราคนดังกล่าว เมื่อเขาได้ยินประโยคของอีกฝ่าย ลมหายใจของเขาก็พลันถี่ขึ้น
“จะไม่ใช่เื่ของข้าได้ไง ถ้าพวกมันเป็มารเหมือนกับมึง ข้าจะได้จัดการทีเดียวไปเลย!” ะโตอบ
“แหม แหม แหม ท่านหมอผีผู้เลื่องชื่อแห่งหมู่บ้านโนนใหญ่มองไม่ออกหรือว่าชายหญิงตรงหน้าเป็เพียงมนุษย์ธรรมดา” เธอเหน็บแนมอีกฝ่ายพลางหัวเราะให้ลำคอ
“อีผีปอบ!!!” ตาลือแผดเสียงะโออกมาอย่างเกรี้ยวกราดเมื่อได้ยินคำพูดเหน็บแนมของอีกฝ่าย เขาชี้หน้าไปยังหญิงวัยกลางคนพร้อมเอ่ยขึ้น “ข้าไม่สนว่าพวกมันจะเป็คนจริงๆ ไหมแต่ถ้าเข้ามาหาเอ็งได้ก็แสดงว่าพวกมันมีเจตนาไม่ดี เพื่อปกป้องหมู่บ้านข้าจะจัดการพวกมันรวมถึงมึงด้วย อีผีปอบ!!”
“สงสัยที่เ้าตกบ้านข้ารอบที่แล้วคงไม่เข็ดสินะ” เธอหยอกล้ออีกฝ่าย
“อีผีปอบ!!! มึงกินเด็กกินควายของชาวบ้าน วันนี้ข้าจะเอามึงลงหม้อให้ได้!” ชายชราะโ
คิ้วของมินขมวดเป็ปมทันที ไม่แน่ใจว่าชายชราตรงหน้ามีความตั้งใจอยู่แล้วที่จะกำจัดพวกเขาเพราะเหตุใดที่เอ่ยมาหรือเพราะเหตุใดอื่นกันแน่ มันเป็ความรู้สึกที่ประหลาด คำพูดที่ดูมีเหตุผลของอีกฝ่ายกลับไม่ทำให้เขารู้สึกว่าเหตุใดดังกล่าวเป็เหตุผลที่อีกฝ่ายเผาบ้านหลังนี้เพื่อฆ่ามารตนที่อยู่ข้างหน้าเขาเลย
“นี่พ่อหนุ่ม เื่เพิ่มความแข็งแกร่งที่สาวน้อยพูดเมื่อกี้ เป็เื่จริงรึเปล่า” หญิงวัยกลางคนเอ่ยถามทั้งๆ ที่ยังจ้องตากับชายชราอยู่
“จริงครับ ผมสาบาน” มินตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ถ้าเป็อย่างนั้นจริงนั่นข้ารับขอเสนอของเ้าก็ได้แต่ติดปัญหาที่ตาแก่คนนี้จะไม่ให้เราหนีออกไปนี่สิ” ยักไหล่ยักคอนิดหน่อยพลางส่งสายตาไปยังชายชรา
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มลุกวาวทันทีที่ได้ยินว่าอีกฝ่ายรับข้อเสนอ ชายหนุ่มยิ้มแป้นจนหากว่ามุมปากของเขาฉีกไปถึงหูได้ก็ถึงไปแล้ว
‘เสร็จโจร!’ มินคิดและเริ่มหัวเราะให้ลำคอ
“เื่นั้นไม่มีปัญหาครับ เพียงแค่ผมแตะตัวคุณป้าทุกอย่างก็เรียบร้อย” พูดเสร็จก็ยื่นมือออกไป เธอลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะยืนมาไปแตะมือหนาของชายหนุ่ม
[ยืนยันการจับมอนสเตอร์]
[ซิสเตมกำลังทำรายการ]
สิ้นเสียงของซิสเตม ร่างกายของหญิงวัยกลางคนก็สลายหายไป
“เอ็งทำอะไร เอ็งทำอะไร!!!!” ตาลือะโขึ้นอย่างบ้าคลั่งเมื่อเห็นว่ามารตนที่ตัวเอง้าจะจัดการหายวับไปต่อหน้าต่อตาตัวเอง
[ดำเนินการเทเลพอร์ตกลับ]
||||||||||||||||||||||1%||||||||||||||||||||||
||||||||||||||||||||||29%||||||||||||||||||||||
||||||||||||||||||||||51%||||||||||||||||||||||
||||||||||||||||||||||85%||||||||||||||||||||||
||||||||||||||||||||||100%||||||||||||||||||||||
[ดำเนินการเสร็จสิ้น]
[ทำการเทเลพอร์ต]
แต่ก่อนที่เขาจะตั้งตัวได้ ชายหนุ่มตรงหน้าเขาก็หันมายิ้มพร้อมกับพูดขึ้น “บ๊ายบายนะตาแก่” พร้อมกับหายตัวไปทั้งชายหนุ่มและหญิงสาว
“พวกมันหนีไปจนได้ หน็อย!” ตาลือะโดังลั่นด้วยความเคียดแค้น
___________________________
วุบ!
“กลับมาแล้ว” เสียงเข้มพูดขึ้นก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก เขายกสมาร์ตโฟนของตนขึ้นมาดูเวลา “เกือบสองชั่วโมงแหนะ” เอ่ยขึ้นพร้อมกับมองไปรอบร้านของตัวเอง
“ซิสเตมปิดร้านให้เหรอ” เขาถาม
[เพื่อเป็การอำนวยความสะดวกสบายให้แก่ยูสเซอร์ หลังจากท่านเทเลพอร์ตไปยังสถานที่ที่จับมอนสเตอร์ในเวลาปิดทำการ ซิสเตมจึงทำการปิดดันเจี้ยนสตูดิโอให้แก่ยูสเซอร์]
เสียงหุ่นยนต์ตอบกลับคำตอบของเขา ชายหนุ่มพยักหน้าขึ้นลงพร้อมกับกล่าว “ใช้ได้”
“เออใช่มาย ฉันมีเื่จะถาม ที่เธอพูดตอนนั้นหมายความว่าไง” มินถามขึ้นเมื่อนึกสิ่งที่จะถามอีกฝ่ายขึ้นมาได้
“สถานที่ที่มอนสเตอร์ร่างจริงอยู่น่ะเหรอ” หญิงสาวถามกลับ เธออ่านใจชายหนุ่มได้ก็จริง แต่การพูดคุยกันแบบออกเสียงก็ดีกว่า จริงไหมล่ะ อ่านใจน่ะ เอาไว้ใช้ตอนแกล้งอีกฝ่ายก็พอ
มินพยักหน้า
“มันเรียกว่ามอนสเตอร์ฮอลน่ะ” เธอตอบกลับไปพร้อมเริ่มอธิบาย “มันคือมิติเหมือนดันเจี้ยนนี่แหละแต่ซิสเตมเอาไว้เป็ที่พักอาศัยของมอนสเตอร์ในสังกัดของนาย มีห้องส่วนตัว มีเตียงนอน ส่วนพวกสิ่งอำนวยความสะดวก นายต้องเป็คนจัดการ”
มินเลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดท้ายประโยคของอีกฝ่าย มายที่เห็นดังนั้นจึงอธิบายเพิ่มเติม “มอนสเตอร์ของนาย นายก็ต้องจัดการเื่พวกนี้เองสิ แน่นอนว่านายต้องเป็คนออกเงินเอง ไม่ใช่จากซิสเตม”
“ฮะ!?” ชายหนุ่มร้องเสียงหลง พลางคิดถึงเงินในบัญชีที่มีไม่ถึงหนึ่งพันบาท นอกจากเขาจะต้องเลี้ยงตัวเองแล้ว เขายังต้องเลี้ยงมอนสเตอร์อีกเหรอ! แต่แม้เขาจะคิดอย่างนั้นแต่ก็ไม่วายอดห่วงเหล่ามอนสเตอร์ไม่ได้ เนื่องจากรู้ว่าพวกมันคือมอนสเตอร์จริงๆ ไม่ใช่ภาพลวงตาผสานกับไอเอปัญญาประดิษฐ์ เป็สิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึกนึกคิด
“งั้นซิสเตมเทเลพอร์ตฉันไปที่มอนสเตอร์ฮอลได้ไหม ฉันอยากเห็นความเป็อยู่ของพวกมอนสเตอร์น่ะ” เขาถาม
“เสียใจด้วย นายยังไปไม่ได้เพราะระบบยังไม่ปลดล็อก” หญิงสาวตอบคำถามของเขา พร้อมกับหยิบโทรศัพท์ในมือของชายหนุ่มไปอย่างหน้าตาเฉย นิ้วเรียวสวยกดไปที่หน้าจออยู่พักหนึ่งก่อนจะยื่นกลับไปมาให้พร้อมกับพูดว่า “อะ ถ้านายอยากปลดล็อกระบบมอนสเตอร์ฮอล นายต้องทำมิชชันนี้ให้ผ่านก่อน”
มินรับโทรศัพท์สมาร์ตโฟนของเขากลับมาพร้อมกับมองไปยังหน้าจอ เผยให้เห็นถึงข้อมูลและรายละเอียดของมิชชันดังกล่าวที่หญิงสาวบอก
[มิชชัน: มอนสเตอร์ฮอล]
รายละเอียด: ข้อควรระวังในการทำธุรกิจดันเจี้ยนสตูดิโอนั้นคือห้ามยูสเซอร์สนใจแต่ความ้าของลูกค้าเพียงอย่างเดียว เพราะอย่าลืมว่ามอนสเตอร์ของท่านก็้าความสนใจเช่นกัน แม้ปัจจัยสี่จะใช้ไม่ได้กับมอนสเตอร์แต่พวกมันก็ยัง้า อาหาร ที่อยู่อาศัยและเครื่องนุ่งห่ม แม้ของเหล่านี้ซิสเตมจะเป็ผู้ที่จัดหาให้แก่พวกมัน แต่ของเหล่านี้ล้วนแต่มีคุณภาพธรรมดาเท่านั้น ฉะนั้นแล้ว ถ้าหากยูสเซอร์้าให้มอนสเตอร์ของท่านใช้ชีวิตอยู่อย่างสุขสบายและตั้งใจทำหน้าที่ของมัน ท่านควรจะเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้แก่มอนสเตอร์ของท่าน
เงื่อนไข: ดันเจี้ยนห้าแห่ง (1/5) และมีมอนสเตอร์ใต้อาณัติเทียร์หนึ่งแรงก์เอฟอย่างน้อยยี่สิบตน (4/20)
รางวัล: ปลดล็อกระบบมอนสเตอร์ฮอล
“ล้อกันเล่นรึปะ ดันเจี้ยนห้าแห่งเชียวนะ! แค่เพิ่มหนึ่งฉันก็ว่ามันยากมากแล้ว นี่จะให้ฉันเพิ่มเป็ห้า!!” มินโวยวายออกมา
หญิงสาวในชุดวันพีชสีขาวยิ้มพลางยื่นมือสวยๆ ของเธอมาแตะที่ไหล่ของเขาเบาๆ “สู้ๆ พี่ชาย” เธอกล่าว ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไป
แม้อารมณ์ของชายหนุ่มจะคุกรุ่นอยู่เล็กน้อยหลังจากที่เห็นเงื่อนไขในการปลดล็อกระบบมอนสเตอร์ฮอล แต่เขาก็สลัดความรู้สึกนั้นโดยไว ก่อนจะเปิดหน้ามิชชันในแอปพลิเคชันพร้อมกับกดรับรางวัลของมิชชันที่ตนเพิ่งจะทำสำเร็จมา
ติ๊ง!
[เสร็จสิ้นภารกิจ]
[ท่านได้รับมอนสเตอร์ x2]
[ท่านรับรางวัลพิเศษ]
เพราะมินรู้อยู่แล้วว่ารางวัลพิเศษคืออะไร เขาเลื่อนรางวัลพิเศษไปด้านข้างของหน้าจอสกรีนแล้วกดเลือกกล่องของขวัญทั้งสองใบซึ่งมีรางวัลเป็มอนสเตอร์อยู่ด้านใน
ติ๊ง!
เมื่อเปิดกล่องของขวัญออกมา หน้าจอโทรศัพท์เขาก็เผยให้เห็นถึงมอนสเตอร์ซึ่งมีลำตัวเป็ปล้อง มีเปลือกแข็งสีม่วงและขาสีเหลืองมากมายเรียงรายจรดลำตัวของมัน
เผ่าพันธุ์: ตะขาบั์ (G)
เทียร์ | ★☆
พลังโจมตี | ☆
ความว่องไว | ☆☆☆
สกิล: พ่นพิษ (poison spray)
[ค่าประสบการณ์ ------ 0% ------]
มินไม่แปลกใจเท่าไหร่นักเมื่อมอนสเตอร์ที่เขาได้รับคือตะขาบั์ที่มีความยาวกว่าสิบเมตร แม้แรงก์ของมันจะต่ำไปหน่อยก็ตามแต่พอชายหนุ่มกลับคิดว่ามันอาจจะเป็เื่ดีก็ได้ ในเมื่อมิติดันเจี้ยนในร้านของเขาเริ่มที่ดันเจี้ยนก็อบลินแรงก์เอฟซึ่งไม่ใช่ระดับต่ำสุด ถ้าดันเจี้ยนของเขามีมอนสเตอร์ระดับต่ำสุดแบบนี้ อย่างน้อยๆ ก็น่าจะดึงดูดลูกค้าจำพวกเด็กนักเรียนที่เพิ่งจะเริ่มฝึกวิชาได้ไม่มากก็น้อย
เมื่อกดจัดเก็บมอนสเตอร์ตะขาบทั้งสองตัวลงคลังเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็พลันหัวเราะในลำคอออกมา เสียงหัวเราะ หึหึหึ ดังขึ้นไม่หยุด นิ้วชี้ของมินกดลงไปที่หน้าจอโทรศัพท์ซึ่งมีไอคอนรูปกล่องของขวัญลอยอยู่
ติ๊ง!
[เสร็จสิ้นภารกิจ]
[ท่านได้รับเซิร์ฟเวอร์ดันเจี้ยน x1]
รายละเอียด: เครื่องมือเวทมนตร์ที่เป็วัสดุหลักในการสร้างมิติ สามารถใส่รายละเอียดได้ตามความ้าของผู้ใช้
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า” มินหัวเราะออกมาดังลั่นเมื่อเห็นไอคอนของเซิร์ฟเวอร์ดันเจี้ยนปรากฏขึ้นบนหน้าโทรศัพท์ ความรู้สึกดีใจเหมือนเด็กได้ของเล่นที่้า รู้สึกดีใจเหมือนมีเงินซื้อรถยนต์ในฝัน หัวใจที่รู้สึกปลาบปลื้มปีติยินดีกับตัวเอง
ไม่รีรอ เขากดติดตั้งดันเจี้ยนทันทีพร้อมกดเลือกสภาพภูมิประเทศ แม้มันอาจจะดูไม่เหมาะกับตะขาบั์เท่าไหร่นัก แต่เนื่องจากเขาไม่้าให้ดันเจี้ยนของเขามีภูมิประเทศที่ซ้ำ
ถ้าดันเจี้ยนในร้านของเขามีหลากหลายอาจจะทำให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยนบรรยากาศได้ เข้าไปในดันเจี้ยนแล้วเจอแค่ต้นไม้ใบหญ้าบ่อยๆ เป็ใครก็คงเบื่อ จริงไหม และด้วยเหตุนี้เองมินจึงเลือกภูมิประเทศเป็ทุ่งราบ
“อ๊ะจริงสิ เราลืมดูสเตตัสของคุณป้ามารนี่นา” เขาอุทานออกมาเบาๆ เมื่อนึกขึ้น ชายหนุ่มจึงรีบเปิดดูข้อมูลของมอนสเตอร์ตัวใหม่ที่เขาเพิ่งจะจับมาด้วยตัวเองทันที
บอสมอนสเตอร์
ชื่อ -
เผ่าพันธุ์: มาร (G)
เทียร์ | ★☆☆☆☆☆
พลังโจมตี | ☆☆
พลังป้องกัน | ☆
พลังเวทย์ | ☆☆☆☆☆☆☆☆
สติปัญญา | ★★☆☆☆☆☆☆
สกิล: มนตราตะขาบ (centipede mantra)
[ค่าประสบการณ์ ------ 0% ------]
“เพราะว่าเป็มารหรือไงกัน ค่าพลังเวทย์กับสติปัญญาที่เพิ่มระดับได้ถึงได้สูงผิดปกติขนาดนี้” มินทึ่งกับข้อมูลของมารหญิงวัยกลางคน เขาจึงลองเปิดข้อมูลของเซเบอร์ทูธขึ้นมาเพื่อเทียบกัน
บอสมอนสเตอร์
ชื่อ -
เผ่าพันธุ์: เซเบอร์ทูธ (F)
เทียร์ | ★☆☆☆☆
พละกำลัง | ★☆☆☆
พลังโจมตี | ★☆☆☆☆☆
ความว่องไว | ★★☆☆☆
พลังป้องกัน | ★☆☆☆
สกิล: เพิ่มพลังชั่วพริบตา (energetic burst)
[ค่าประสบการณ์ ------ 71% ------]
“สเตตัสของเซเบอร์ทูธบาลานซ์กว่าจริงๆ ด้วยแฮะ กลับกัน สเตตัสของคุณป้าดันเด่นไปสายเดียว อืม…ถ้าจัดการไม่ดีอาจจะแย่เอาได้ คงต้องระวังตอนระดับของคุณป้าอัพ”
หลังจากคิดอยู่สักพักใหญ่ มินจึงเริ่มดำเนินการสร้างดันเจี้ยน ภาพทุ่งหญ้าราบเรียบขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอสมาร์ตโฟนของเขา เขากดเพิ่มหญิงวัยกลางคนและตะขาบทั้งสองตัวเขาไป พลางคิดว่าจะเพิ่มอะไรอีกต่อ แต่แล้ว เขาก็ฉุกคิดขึ้นได้
“ไอ้ฉิบหาย เงินที่ต้องออกคือเงินเรานี่หว่า”
คิดได้ดังนั้นจึงสลับไปเข้าแอปพลิเคชันธนาคารเพื่อดูยอดเงินในบัญชีของตัวเองทันที
[734 บาท]
ไม่แน่ใจว่าเป็ความรู้สึกคิดไปเองของเขาหรือเปล่า แต่ชายหนุ่มกลับััได้ถึงน้ำใสๆ ซึ่งกำลังคลอที่หางตาของตน
“เอาว่ะ! มาถึงขั้นนี้ล่ะ!” สร้างขวัญกำลังใจและปลอบใจตัวเอง ก่อนจะกลับไปจัดการกับการสร้างดันเจี้ยนต่อ
เวลาผ่านไปไวจนชายหนุ่มไม่ได้สังเกต เหตุเพราะเขาเพลิดเพลินไปกับการปรับแต่งต่างๆ ในดันเจี้ยน รวมไปถึงเนื้อเื่ของดันเจี้ยนทั้งสองด้วย แม้จะยังไม่มีอะไรมากเท่าที่ควรแต่ชายหนุ่มได้คิดภาพรวมของเนื้อเื่ในดันเจี้ยนของเขาเอาไว้แล้ว โดยที่เขาไม่มีทางรู้เลยว่าในอนาคต เนื้อเื่ในดันเจี้ยนของเขาจะทำให้ผู้คนทั่วโลกต่างตกตะลึงเพียงใด
____________________
“นานท่านครับ มีความเคลื่อนไหวของบัญชีนายน้อยครับ” ชายผู้สวมแว่นตา สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงสแล็คสีดำขายาวซึ่งยืนอยู่หลังใครบางคนซึ่งนั่งวีลแชร์อยู่กล่าวขึ้น
เบื้องหน้าของเขาคือชายชราที่กำลังนั่งอยู่บนวีลแชร์ ท่าทางของเขาไม่ได้มีความอ่อนแอและอ่อนแรงเหมือนดั่งที่คนวัยนี้ควรจะเป็ แม้ขาทั้งสองข้างในตอนนี้จะขยับไม่ได้ก็ตาม
“เ้าเด็กนั้นใช้เงินหมดแล้วสิ” เสียงแหบกร้านถาม
“ใช่ครับ เงินในบัญชีของนายน้อยตอนนี้เหลืออยู่สามสิบสี่บาทครับ” เสียงเข้มตอบ
“หึ พรุ่งนี้มันคงแจ้นกลับมา อย่าลืมทำตัวดุๆ แต่อย่าดุเกินไป ทำให้เ้านั่นกลัวนิดหน่อยแล้วค่อยอนุญาตให้กลับเข้าคฤหาสน์ ทำเนียนๆ อย่าให้คนอื่นจับได้” ชายชรากล่าว
ใช่แล้ว คนคนนี้ก็คือคุณตาของมินนั่นเอง หลังจากที่ไล่หลานชายของตัวเองออกจากบ้าน แม้จะไม่เคยคิดว่าชายหนุ่มจะทำจริงๆ ก็ตาม นั่นเป็สิ่งที่เหนือความคาดหมายของทั้งชายชรา เลขาซึ่งยืนอยู่ด้านหลังและคนอื่นๆ ในบ้านมาก ทุกคนรู้กันดีกว่ามิน (เ้าของร่างคนเก่า) นั้นเป็คนอย่างไร ใช้เป็แต่เงิน เอาเงินซื้อบ้าน วันๆ เอาแต่เที่ยวเล่น ไม่มีความคิดที่จะจริงจังกับอะไรทั้งสิ้น ทำธุรกิจก็เจ๊งแต่ก็ยังไม่สำนึกเพราะคิดว่าตาของเขาไม่มีทางทิ้งเขาหรอก ยังไงออกไปอยู่ข้างนอกก็ไม่มีทางรอดแน่ๆ แต่เื่ทุกอย่างก็ต้องกลับตาลปัตรเมื่อิญญาของมินคนปัจจุบันเข้ามาสิงในร่างของมินคนเดิม
การที่มินตัดสินใจออกจากบ้านไปทำให้ชายชรารู้สึกผิดเป็อย่างมาก เขาเป็คนที่ดุต่อหน้าก็จริงแต่ลับหลังนั้นเป็คนใจอ่อนมากๆ ชายชราสั่งให้ลูกน้องของตนคอยตามการเคลื่อนไหวของบัญชีหลานชายของตัวเองเพื่อจะสังเกตการณ์
เขารู้นิสัยหลานชายตัวเองดี เมื่อไหร่ที่เงินหมดกระเป๋า เ้านั่นจะต้องวิ่งกลับมาร้องอ้อนวอนขอเงินเขาทันที แต่สิ่งที่ชายชราไม่รู้ก็คือ บัดนี้หลานชายของเขาไม่ใช่หลานชายของเขาเสียแล้ว
“แต่นายท่านครับ บัญชีแยกของนายยังมีเงินเหลืออยู่นะครับ” เลขาซึ่งเป็ชายวัยกลางคนพูดเตือนเ้านายของตน
“หือ บัญชีแยกเหลือเงินเท่าไหร่” เขาถามขึ้นอย่างใคร่รู้
“หนึ่งพันหนึ่งร้อยสี่สิบบาทครับ”
“ก็ไม่ได้เยอะเท่าไหร่นี่”
“แต่เงินในบัญชีนั้นคือเงินที่เปิดในนามดันเจี้ยนสตูดิโอของนายน้อยนะครับนายท่าน จากเงินที่นายภายในสองวันนี้แม้รวมกันจะยังดูน้อยแต่ถ้าหากเทียบการเติบโตรายได้วันแรกกับวันที่สองแล้วห่างกันพอสมควรนะครับ แม้ผมจะยังไม่แน่ใจเท่าไหร่นักเพราะนายน้อยกลับมาเปิดดันเจี้ยนอีกครั้งได้แค่สองวัน แต่รายได้ที่เพิ่มขึ้นแปดสิบเปอร์เซ็นต์ในวันที่สองนี่อาจจะเพิ่มขึ้นอีกในวันพรุ่งนี้ก็เป็ไปครับ” เลขาวิเคราะห์ออกมาหยาบๆ ให้ชายชราฟัง
“เพิ่มขึ้นแปดสิบเปอร์เซ็นต์ได้ยังไง ไม่ใช่ว่าดันเจี้ยนคราวก่อนของเ้านั่นแทบไม่มีคนเข้าเลยไม่ใช่รึไง” เขาแย้งขึ้น
“เป็ไปได้ว่านายน้อยอาจจะทำอะไรกับระบบของดันเจี้ยนเพื่อเรียกลูกค้าเข้ามาครับ” ชายวัยกลางคนเอ่ยถึงความเป็ไปได้ที่เขาคิด
“ถ้าอย่างนั้น หากพรุ่งนี้เ้านั่นยังไม่โผล่หัวกลับมาที่คฤหาสน์ ก็ส่งคนไปสืบดู ทำให้เนียนอย่าให้ใครจับได้” เสียงแหบกร้านสั่ง
“ครับนายท่าน” เลขาซึ่งยืนอยู่ด้านหลังชายชราตอบเสียงเรียบ