จันทร์กระซิบคลื่น

    บทที่ 36: แสงจันทร์

            เสียงลมหายใจของพีทหนักขึ้นทุกวินาทีที่รถแล่นไปตามถนนในยามค่ำคืนแสงไฟริมทางพาดผ่านหน้าต่างเป็นเส้นสายทอดยาวเหมือนเงาที่กำลังไล่ตามอดีตและความรู้สึกที่เขาพยายามหลบหนีมาตลอดหลายปี


    แต่คืนนี้ เขาไม่สามารถหนีได้อีกต่อไป


    เมื่อเขามาถึงอาคาร เขาวิ่งขึ้นบันไดโดยเร็วหัวใจเต้นแรง ไม่ใช่เพราะเหนื่อย แต่เพราะน้ำหนักของทุกสิ่งที่เขาต้องการจะพูดเมื่อถึงประตู เขาตระหนักว่าเขาลืมหยิบกุญแจสำรองมา


                “โง่จริง ๆ” เขาพึมพำ พลางสาปตัวเองที่ไม่เตรียมอะไรมาเลย


    ติ๊ง!


    เสียงลิฟต์ดังขึ้นก่อนที่พีทจะหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องของอันนาหัวใจของเขาเต้นแรงจนรู้สึกได้ถึงจังหวะของมันในหู มือที่กำลังยกขึ้นเคาะประตูชะงักไปครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะสูดลมหายใจเข้าลึก แล้วตัดสินใจกดกริ่ง


    ประตูเปิดออกพร้อมกับภาพของอันนาในชุดเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งและกางเกงขาสั้นดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสงสัยและความง่วง ราวกับเพิ่งจะซุกตัวลงนอนได้ไม่นาน


                “พีท? มาทำอะไรดึกขนาดนี้?”


    เธอถาม พลางยกมือขึ้นถูตาแต่พอเห็นสีหน้าของเขา แววตาเธอเปลี่ยนไป ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยคำถาม


                “ฉันต้องคุยกับเธอ”เสียงของเขาแน่วแน่


    เธอหลีกทางให้พีทเดินเข้ามาและปิดประตูตามหลัง ทันทีที่ประตูปิดลงบรรยากาศในห้องก็ดูเหมือนจะแคบลงอย่างประหลาด


                “มีอะไร?” อันนาถาม พลางกอดอก มองเขาด้วยความสับสน


    พีทเดินเข้าไปใกล้มองเข้าไปในดวงตาของเธอ ดวงตาที่เขาเห็นทุกวัน ดวงตาที่เขาคิดว่าคุ้นเคยแต่มันกลับซ่อนอะไรบางอย่างที่เขาไม่เคยเข้าใจจนถึงตอนนี้


                “ฉันรักเธอ”


                อันนาเบิกตากว้างทันที“อะไรนะ?”


                “ฉันรักเธออันนา” เขาพูดซ้ำ เสียงของเขาไม่สั่น ไม่ลังเลและเต็มไปด้วยความหนักแน่นที่เขาไม่เคยรู้ตัวมาก่อนว่าเขามีมัน


    เธอยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นราวกับกำลังพยายามประมวลผลสิ่งที่ได้ยิน


                “นายเมาเหรอ?”เธอถามเสียงเบา ไม่ใช่เพราะต้องการล้อเล่นแต่เพราะเธอไม่แน่ใจว่าควรจะเชื่อสิ่งที่เขาพูดหรือไม่


                “ฉันไม่เคยแน่ใจขนาดนี้มาก่อน”เสียงเขาแน่วแน่


    เธอหลบสายตาลมหายใจของเธอดูไม่เป็นจังหวะเหมือนเดิมอีกต่อไป


                “ฉันกลัว”เธอสารภาพเสียงเบา


                “กลัวอะไร?” พีทถามด้วยความสงสัย


                “กลัวว่าสิ่งที่เรามีตอนนี้มันจะพัง”เธอตอนด้วยเสียงอันบอบบาง


                “ฉันก็กลัวเหมือนกัน”พีทยอมรับ พลางก้าวเข้ามาใกล้ “แต่ฉันกลัวที่จะเสียเธอไปโดยที่ไม่เคยได้บอกความรู้สึกของฉันออกมามากกว่า”


                อันนาทำหน้างง“พีท… นายรู้ใช่ไหมว่าฉันไม่ได้จะไปอเมริกาถาวร?” เธอพูดขึ้น


                พีทขมวดคิ้วทันที“อะไรนะ?”


                “ฉันไปแค่มากสุดหนึ่งอาทิตย์เท่านั้น”อันนาพูดขึ้น


                โลกของพีทราวกับหยุดหมุน“อะไรนะ? แต่มีนาบอกฉันว่า—”


                “นายโดนหลอกแล้ว”อันนาตัดบท “ฉันไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงบอกนายแบบนั้นแต่ฉันไม่เคยคิดจะไปจากที่นี่ตลอดไป ฉันแค่ต้องไปทำงานโปรเจกต์สั้น ๆ เดี๋ยวก็กลับมา”


    ความเงียบปกคลุมระหว่างเขาทั้งสอง


                “พีท…เป็นอะไร?” อันนาเรียกเขาเบา ๆ


                เขารวบรวมความคิดทุกอย่างและสิ่งเดี่ยวที่เขาคิดออก “ไม่ว่าเธอจะไปหรือไม่ไปความรู้สึกฉันไม่ได้เปลี่ยนแปลง นี่ไม่ใช่แค่ความผูกพันไม่ใช่แค่ความกลัวว่าจะเสียเธอไป”


                “ไม่ว่าจะยังไงฉันมั่นใจ ไม่เคยมั่นใจอะไรไปมากกว่านี้แล้ว”


                “ฉันรักเธออันนา”สายตาของเขาแน่วแน่ ไร้ซึ่งความลังเลแม้แต่นิดเดียว


    เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาคราวนี้ไม่มีความลังเลในแววตาของเธออีกต่อไป


    เธอก้าวเข้ามาใกล้… และจูบเขา

     

    จูบแรกเริ่มต้นอย่างช้า ๆ แต่ลึกซึ้งราวกับทั้งสองกำลังค้นหากันและกันผ่านสัมผัสนี้ พีทโอบรอบเอวของอันนากระชับร่างเธอเข้ามาใกล้ ขณะที่มือของเธอสอดเข้ามาในเส้นผมของเขา


    ทุกความรู้สึกที่อัดอั้นมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาระเบิดออกมาผ่านสัมผัสที่แนบแน่น ทุกอารมณ์ที่เคยถูกเก็บซ่อนไว้ ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไร้การควบคุม


    อันนาถอยหลังช้า ๆจนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพง มือของพีทไล้ไปตามลำตัวของเธอลมหายใจของทั้งสองพันกันเป็นจังหวะเดียวกัน


                “พีท…” เสียงของเธอสั่นไหว


    เขาจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความต้องการแต่ก็อ่อนโยน


                “เธอแน่ใจนะ?”


    เธอพยักหน้าเบา ๆก่อนจะจูบเขาอีกครั้ง คราวนี้เต็มไปด้วยแรงปรารถนา


    เสื้อยืดของเธอหลุดออกไปอย่างช้า ๆเผยให้เห็นผิวกายเนียนละเอียดที่สะท้อนแสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างพีทมองเธออย่างตกตะลึง เธอสวยงามจนเขาแทบลืมหายใจ


    อันนาเม้มริมฝีปากพลางมองเขาดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกที่พีทไม่เคยเห็นมาก่อน


    มือของเธอไล้ผ่านแผ่นอกของเขาก่อนจะเลื่อนลงไปปลดกระดุมเสื้อของเขาช้า ๆ จนมันหลุดออกจากตัวเผยให้เห็นผิวอุ่นร้อนของเขาที่สั่นไหวเพราะสัมผัสของเธอ


    เสียงลมหายใจหนักเบาดังประสานกันในห้องที่ไร้เสียงอื่นใดนอกจากเสียงหัวใจของทั้งสองที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน


    ทุกสัมผัสเป็นเหมือนบทกวีที่ถูกเขียนขึ้นใหม่เสียงครางแผ่วเบาของอันนา สัมผัสอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยความร้อนแรงของพีททุกสิ่งทุกอย่างสอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียวราวกับทั้งสองถูกลิขิตให้มาเติมเต็มกันและกัน


    ค่ำคืนนี้ยาวนาน ไม่มีคำพูดไม่มีบทสนทนา มีเพียงร่างกายที่โอบกอดกันและกัน เสียงกระซิบชื่อของอีกฝ่ายและความรู้สึกที่ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน


    แสงจันทร์ที่ส่องผ่านหน้าต่างตกกระทบเรือนร่างที่กอดเกี่ยวกันอยู่บนเตียงไม่มีระยะห่าง ไม่มีความลังเล ไม่มีความกลัวอีกต่อไป


    นี่คือคืนที่ทั้งสองปลดปล่อยทุกความรู้สึกออกมา—ทั้งรักทั้งโหยหา และทุกอย่างที่พวกเขาเคยเก็บซ่อนไว้


    ไม่มีอะไรต้องปิดบังไม่มีอะไรต้องหนีอีกแล้ว

     

    เช้าวันถัดมา แสงอาทิตย์ส่องผ่านม่านผ้าปูที่นอนยับย่นบ่งบอกถึงคืนที่ผ่านมา ผิวของอันนาเรืองรองภายใต้แสงจาง ๆพีทตื่นขึ้นมา พบว่าเธอนอนซุกอยู่ในอ้อมแขนของเขา


    เธอขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะลืมตาขึ้นดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความอ่อนโยน


                “อรุณสวัสดิ์” เธอพูดเสียงเบา


                พีทยิ้ม“อรุณสวัสดิ์”


    เธอจ้องมองเขานิ่ง ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นแตะใบหน้าของเขาอย่างแผ่วเบา


                “ฉันรักนาย”


                พีทกดจูบที่หน้าผากของเธอ“ฉันก็รักเธอ”

     

    ระหว่างทางไปสนามบินพวกเขาไม่ได้พูดอะไรมาก แต่ความเงียบระหว่างพวกเขากลับเต็มไปด้วยความอบอุ่น


                เมื่อถึงอาคารผู้โดยสารอันนาหันมามองเขา สายตาเธอเหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง “มันใช้เวลานานกว่าจะมาถึงตรงนี้ใช่ไหม?”


                พีทยิ้ม“ใช่ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉันเห็นเธอยืนอยู่ในวันปฐมนิเทศ”


                เธอหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่ทำให้หัวใจเขาอบอุ่น “งั้นเหรอ?”

     

    หลังจากเธอเข้าไปยังเกต เธอโทรหาพีทจากในเครื่องบิน


                “ขอบคุณนะ ที่ไม่ช้าเกินไป” เธอพูด


                “ฉันรักษาสัญญาไว้ได้ใช่มั้ย?” พีทพูดเบาๆ


                “สัญญาอะไร?” เธอถามน้ำเสียงสงสัย


                “สัญญาที่ฉันเคยให้เธอไว้ที่ชายหาดเมื่อตอนเด็กไง”เขาตอบ “ฉันสัญญาว่าฉันจะเจอเธออีกครั้งในวันพรุ่งนี้”


                อันนานิ่งไปก่อนจะพูดเสียงสั่น“นายรู้มาตลอดเหรอ?”


                “ฉันรู้” พีทตอบ “ขอโทษทีนะที่พรุ่งนี้มาช้าไปหน่อย”


                อันนาหยุดพูดไปชั่วขณะเสียงของเธอสั่นเหมือนจะร้องไห้ “อืม...ช้าเป็นบ้า”


    หลังจากเธอวางสายพีทขับรถกลับบ้านด้วยรอยยิ้ม บนใบหน้า ส่วนอันนา นั่งอยู่บนเครื่องบินมองออกไปยังท้องฟ้า ด้วยหัวใจที่เบากว่าที่เคยเป็นมานานหลายปี

    คล้ายกับเรื่องจันทร์กระซิบคลื่น ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498