เสียงลมหายใจของพีทหนักขึ้นทุกวินาทีที่รถแล่นไปตามถนนในยามค่ำคืนแสงไฟริมทางพาดผ่านหน้าต่างเป็นเส้นสายทอดยาวเหมือนเงาที่กำลังไล่ตามอดีตและความรู้สึกที่เขาพยายามหลบหนีมาตลอดหลายปี
แต่คืนนี้ เขาไม่สามารถหนีได้อีกต่อไป
เมื่อเขามาถึงอาคาร เขาวิ่งขึ้นบันไดโดยเร็วหัวใจเต้นแรง ไม่ใช่เพราะเหนื่อย แต่เพราะน้ำหนักของทุกสิ่งที่เขาต้องการจะพูดเมื่อถึงประตู เขาตระหนักว่าเขาลืมหยิบกุญแจสำรองมา
“โง่จริง ๆ” เขาพึมพำ พลางสาปตัวเองที่ไม่เตรียมอะไรมาเลย
ติ๊ง!
เสียงลิฟต์ดังขึ้นก่อนที่พีทจะหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องของอันนาหัวใจของเขาเต้นแรงจนรู้สึกได้ถึงจังหวะของมันในหู มือที่กำลังยกขึ้นเคาะประตูชะงักไปครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะสูดลมหายใจเข้าลึก แล้วตัดสินใจกดกริ่ง
ประตูเปิดออกพร้อมกับภาพของอันนาในชุดเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งและกางเกงขาสั้นดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสงสัยและความง่วง ราวกับเพิ่งจะซุกตัวลงนอนได้ไม่นาน
“พีท? มาทำอะไรดึกขนาดนี้?”
เธอถาม พลางยกมือขึ้นถูตาแต่พอเห็นสีหน้าของเขา แววตาเธอเปลี่ยนไป ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยคำถาม
“ฉันต้องคุยกับเธอ”เสียงของเขาแน่วแน่
เธอหลีกทางให้พีทเดินเข้ามาและปิดประตูตามหลัง ทันทีที่ประตูปิดลงบรรยากาศในห้องก็ดูเหมือนจะแคบลงอย่างประหลาด
“มีอะไร?” อันนาถาม พลางกอดอก มองเขาด้วยความสับสน
พีทเดินเข้าไปใกล้มองเข้าไปในดวงตาของเธอ ดวงตาที่เขาเห็นทุกวัน ดวงตาที่เขาคิดว่าคุ้นเคยแต่มันกลับซ่อนอะไรบางอย่างที่เขาไม่เคยเข้าใจจนถึงตอนนี้
“ฉันรักเธอ”
อันนาเบิกตากว้างทันที“อะไรนะ?”
“ฉันรักเธออันนา” เขาพูดซ้ำ เสียงของเขาไม่สั่น ไม่ลังเลและเต็มไปด้วยความหนักแน่นที่เขาไม่เคยรู้ตัวมาก่อนว่าเขามีมัน
เธอยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นราวกับกำลังพยายามประมวลผลสิ่งที่ได้ยิน
“นายเมาเหรอ?”เธอถามเสียงเบา ไม่ใช่เพราะต้องการล้อเล่นแต่เพราะเธอไม่แน่ใจว่าควรจะเชื่อสิ่งที่เขาพูดหรือไม่
“ฉันไม่เคยแน่ใจขนาดนี้มาก่อน”เสียงเขาแน่วแน่
เธอหลบสายตาลมหายใจของเธอดูไม่เป็นจังหวะเหมือนเดิมอีกต่อไป
“ฉันกลัว”เธอสารภาพเสียงเบา
“กลัวอะไร?” พีทถามด้วยความสงสัย
“กลัวว่าสิ่งที่เรามีตอนนี้มันจะพัง”เธอตอนด้วยเสียงอันบอบบาง
“ฉันก็กลัวเหมือนกัน”พีทยอมรับ พลางก้าวเข้ามาใกล้ “แต่ฉันกลัวที่จะเสียเธอไปโดยที่ไม่เคยได้บอกความรู้สึกของฉันออกมามากกว่า”
อันนาทำหน้างง“พีท… นายรู้ใช่ไหมว่าฉันไม่ได้จะไปอเมริกาถาวร?” เธอพูดขึ้น
พีทขมวดคิ้วทันที“อะไรนะ?”
“ฉันไปแค่มากสุดหนึ่งอาทิตย์เท่านั้น”อันนาพูดขึ้น
โลกของพีทราวกับหยุดหมุน“อะไรนะ? แต่มีนาบอกฉันว่า—”
“นายโดนหลอกแล้ว”อันนาตัดบท “ฉันไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงบอกนายแบบนั้นแต่ฉันไม่เคยคิดจะไปจากที่นี่ตลอดไป ฉันแค่ต้องไปทำงานโปรเจกต์สั้น ๆ เดี๋ยวก็กลับมา”
ความเงียบปกคลุมระหว่างเขาทั้งสอง
“พีท…เป็นอะไร?” อันนาเรียกเขาเบา ๆ
เขารวบรวมความคิดทุกอย่างและสิ่งเดี่ยวที่เขาคิดออก “ไม่ว่าเธอจะไปหรือไม่ไปความรู้สึกฉันไม่ได้เปลี่ยนแปลง นี่ไม่ใช่แค่ความผูกพันไม่ใช่แค่ความกลัวว่าจะเสียเธอไป”
“ไม่ว่าจะยังไงฉันมั่นใจ ไม่เคยมั่นใจอะไรไปมากกว่านี้แล้ว”
“ฉันรักเธออันนา”สายตาของเขาแน่วแน่ ไร้ซึ่งความลังเลแม้แต่นิดเดียว
เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาคราวนี้ไม่มีความลังเลในแววตาของเธออีกต่อไป
เธอก้าวเข้ามาใกล้… และจูบเขา
จูบแรกเริ่มต้นอย่างช้า ๆ แต่ลึกซึ้งราวกับทั้งสองกำลังค้นหากันและกันผ่านสัมผัสนี้ พีทโอบรอบเอวของอันนากระชับร่างเธอเข้ามาใกล้ ขณะที่มือของเธอสอดเข้ามาในเส้นผมของเขา
ทุกความรู้สึกที่อัดอั้นมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาระเบิดออกมาผ่านสัมผัสที่แนบแน่น ทุกอารมณ์ที่เคยถูกเก็บซ่อนไว้ ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไร้การควบคุม
อันนาถอยหลังช้า ๆจนแผ่นหลังชนเข้ากับกำแพง มือของพีทไล้ไปตามลำตัวของเธอลมหายใจของทั้งสองพันกันเป็นจังหวะเดียวกัน
“พีท…” เสียงของเธอสั่นไหว
เขาจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความต้องการแต่ก็อ่อนโยน
“เธอแน่ใจนะ?”
เธอพยักหน้าเบา ๆก่อนจะจูบเขาอีกครั้ง คราวนี้เต็มไปด้วยแรงปรารถนา
เสื้อยืดของเธอหลุดออกไปอย่างช้า ๆเผยให้เห็นผิวกายเนียนละเอียดที่สะท้อนแสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างพีทมองเธออย่างตกตะลึง เธอสวยงามจนเขาแทบลืมหายใจ
อันนาเม้มริมฝีปากพลางมองเขาดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกที่พีทไม่เคยเห็นมาก่อน
มือของเธอไล้ผ่านแผ่นอกของเขาก่อนจะเลื่อนลงไปปลดกระดุมเสื้อของเขาช้า ๆ จนมันหลุดออกจากตัวเผยให้เห็นผิวอุ่นร้อนของเขาที่สั่นไหวเพราะสัมผัสของเธอ
เสียงลมหายใจหนักเบาดังประสานกันในห้องที่ไร้เสียงอื่นใดนอกจากเสียงหัวใจของทั้งสองที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน
ทุกสัมผัสเป็นเหมือนบทกวีที่ถูกเขียนขึ้นใหม่เสียงครางแผ่วเบาของอันนา สัมผัสอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยความร้อนแรงของพีททุกสิ่งทุกอย่างสอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียวราวกับทั้งสองถูกลิขิตให้มาเติมเต็มกันและกัน
ค่ำคืนนี้ยาวนาน ไม่มีคำพูดไม่มีบทสนทนา มีเพียงร่างกายที่โอบกอดกันและกัน เสียงกระซิบชื่อของอีกฝ่ายและความรู้สึกที่ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน
แสงจันทร์ที่ส่องผ่านหน้าต่างตกกระทบเรือนร่างที่กอดเกี่ยวกันอยู่บนเตียงไม่มีระยะห่าง ไม่มีความลังเล ไม่มีความกลัวอีกต่อไป
นี่คือคืนที่ทั้งสองปลดปล่อยทุกความรู้สึกออกมา—ทั้งรักทั้งโหยหา และทุกอย่างที่พวกเขาเคยเก็บซ่อนไว้
ไม่มีอะไรต้องปิดบังไม่มีอะไรต้องหนีอีกแล้ว
เช้าวันถัดมา แสงอาทิตย์ส่องผ่านม่านผ้าปูที่นอนยับย่นบ่งบอกถึงคืนที่ผ่านมา ผิวของอันนาเรืองรองภายใต้แสงจาง ๆพีทตื่นขึ้นมา พบว่าเธอนอนซุกอยู่ในอ้อมแขนของเขา
เธอขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะลืมตาขึ้นดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความอ่อนโยน
“อรุณสวัสดิ์” เธอพูดเสียงเบา
พีทยิ้ม“อรุณสวัสดิ์”
เธอจ้องมองเขานิ่ง ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นแตะใบหน้าของเขาอย่างแผ่วเบา
“ฉันรักนาย”
พีทกดจูบที่หน้าผากของเธอ“ฉันก็รักเธอ”
ระหว่างทางไปสนามบินพวกเขาไม่ได้พูดอะไรมาก แต่ความเงียบระหว่างพวกเขากลับเต็มไปด้วยความอบอุ่น
เมื่อถึงอาคารผู้โดยสารอันนาหันมามองเขา สายตาเธอเหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง “มันใช้เวลานานกว่าจะมาถึงตรงนี้ใช่ไหม?”
พีทยิ้ม“ใช่ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉันเห็นเธอยืนอยู่ในวันปฐมนิเทศ”
เธอหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่ทำให้หัวใจเขาอบอุ่น “งั้นเหรอ?”
หลังจากเธอเข้าไปยังเกต เธอโทรหาพีทจากในเครื่องบิน
“ขอบคุณนะ ที่ไม่ช้าเกินไป” เธอพูด
“ฉันรักษาสัญญาไว้ได้ใช่มั้ย?” พีทพูดเบาๆ
“สัญญาอะไร?” เธอถามน้ำเสียงสงสัย
“สัญญาที่ฉันเคยให้เธอไว้ที่ชายหาดเมื่อตอนเด็กไง”เขาตอบ “ฉันสัญญาว่าฉันจะเจอเธออีกครั้งในวันพรุ่งนี้”
อันนานิ่งไปก่อนจะพูดเสียงสั่น“นายรู้มาตลอดเหรอ?”
“ฉันรู้” พีทตอบ “ขอโทษทีนะที่พรุ่งนี้มาช้าไปหน่อย”
อันนาหยุดพูดไปชั่วขณะเสียงของเธอสั่นเหมือนจะร้องไห้ “อืม...ช้าเป็นบ้า”
หลังจากเธอวางสายพีทขับรถกลับบ้านด้วยรอยยิ้ม บนใบหน้า ส่วนอันนา นั่งอยู่บนเครื่องบินมองออกไปยังท้องฟ้า ด้วยหัวใจที่เบากว่าที่เคยเป็นมานานหลายปี