ในตำหนักมาร เมืองเฟิงตู
หมัวหวางยืนตะลึงกับพลังมารในตัวของขุนพล์เจิ้งฝู
จือชาง ตอบคำถามที่ว่าเขาคือใคร
“เ้าพูดเื่อะไรข้าไม่เข้าใจ ข้าคือเทพ์มีหน้าที่ปราบมารปีศาจ ถ้าไม่ยอมส่งมอบตัวแม่นางชุนฮวา ข้าคงต้องใช้กำลังกับเ้า”
จอมมารหัวเราะลั่น ก่อนจะใช้อำนาจมนต์ดำปีศาจสร้างบรรยากาศแปรผันเป็น้ำท่วมกระแสน้ำรุนแรงพัดพาคนทั้งสามลอยไปตามสายน้ำ
แล้วฉับพลันกลับกลายเป็ไฟป่า เพลิงลุกโหมไปทั่วรอบทุกด้านความร้อนแผดเผาสุดทนทาน
ก่อนจะเกิดพายุหมุน ดึงดูดเทพทั้งสามลอยขึ้นฟ้าโดยควบคุมตัวเองไม่ได้
แล้วก็พบว่าตนไปยืนอยู่ในทะเลทรายแห่งหนึ่งอันเปลี่ยวร้างผู้คน
“หมัวหวางมันใช้มายาสร้างภาพลวงตา หลอกพาเราข้ามมิติมายังที่นี่”
องค์หญิงชิงหลิงกล่าว
เจียวถิงจึงถาม
“แล้วเราจะกลับไปตามนางชุนฮวาอีกไหม”
“คงยังก่อน เราต้องกลับไปวางแผนกันใหม่จอมมารตนนี้มันเล่ห์เหลี่ยมร้ายนัก” จือชางกล่าว
ณ เขาเทียนไถ 天台山 เมืองเจียนเต๋อเขตเจ้อเจียง
ที่เชิงเขามีหมู่บ้านชนเผ่าเหอมู่ตู้ 河姆渡 มีบ้านใต้ถุนสูงทำด้วยไม้ไผ่ มุงหลังคาที่ลาดชันด้วยหญ้าแฝก
เซียวเยี่ยนหลงในคราบจอมมารโลหิตม่วงปรากฏร่าง
ชายชาวพื้นเมืองคนหนึ่งถูกจับตัวเอากระบี่พาดคอเค้นถาม
“บอกมา หัวหน้าเผ่าของเ้าอยู่ที่ไหนจงพาเราไปพบเดี๋ยวนี้”
“อะ อย่าทำอะไรข้าเลย ข้าจะพาท่านไป โปรดไว้ชีวิตข้าเถิด”
ชายคนนั้นจึงพาจอมมารชุดดำไปยังเรือนหลังใหญ่ที่สุดในเผ่า
แล้วะโเรียก
“ท่านหัวหน้าเผ่าอยู่หรือไม่ มีคน้าพบ”
ผู้นำชนเผ่าก็เดินออกมาในชุดพื้นเมือง นุ่งห่มด้วยหนังสัตว์มีหมวกที่ปักด้วยขนไก่ฟ้า
“มีเื่อันใด แล้วนั่นเ้านำใครมา”
“ข้าคือคนของจอมมารหมัวหวางใคร่มาขอยืมมณีนักษัตรปีมะโรงจากท่าน ขอให้ส่งมอบแก่เราด้วย”
หัวหน้าเผ่าจึงกล่าว
“เ้าคิดว่ามณีของเราเป็ของเด็กเล่น ใครนึกจะยืมไปเล่นก็ได้อย่างง่ายดายหรือเ้าถือสิทธิอะไร”
จอมมารจื๋อเสว่หัวเราะ กล่าวเสียงดัง
“ข้าจะให้ดูว่าข้ามีสิทธิอะไร”
แล้วเขาก็ใช้พลังมารทำให้ชายที่นำทางมาละลายกลายเป็ของเหลวในทันที
หัวหน้าเผ่าเห็นดังนั้นก็กลัวจนตัวสั่น
“ขะ ข้ายอมแล้ว มันเก็บไว้ในกระดองเต่าที่เ้าแม่หนี่วาตัดขาเอาไปค้ำท้องฟ้า ขณะนี้เก็บไว้ในถ้ำบนเขาเทียนไถนี้ ข้าจะพาท่านไปเอา”
ภายในถ้ำใหญ่บนยอดเขา
กระดองเต่าขนาดั์ตั้งตระหง่านกลางโถงถ้ำ
หัวหน้าเผ่าเดินเข้าไปภายในกระดองนั้น
แล้วถือกล่องสวยงามใบหนึ่งออกมาเปิดให้จอมมารดู
ภายในเป็หินใสสีน้ำเงิน
“นี่คือมณีนักษัตรปีมะโรงที่ท่าน้าเชิญนำไปเถิด”
เยี่ยนหลงรับมาแล้วซัดพลังใส่หัวหน้าเผ่าจนล้มฟุบต่อหน้าบริวารชนเผ่าที่ติดตามมาด้วย
“หัวหน้าของพวกเ้าแค่สลบไปเท่านั้นมินานก็จะฟื้นคืนสติดังเดิม”
เมื่อได้มณีนักษัตรแล้ว จื้อเสว่ก็หายวับไปกับม่านหมอกควันดำ
ณ เขาง่อไบ๊ เขตเมืองเสฉวน
ชิงหลิงได้รับแจ้งเื่ปีศาจออกอาละวาด จึงรุดไปที่เกิดเหตุ
พบเห็นบรรดานักพรตสำนักต่าง ๆจับกลุ่มโต้เถียงกัน
“เ้าเป็ใคร แล้วข้าเป็ใครหรือ”
“ข้าก็ไม่รู้ แต่เ้าเป็ใคร”
“พวกแกเป็ใครกัน”
ชาวป่าชาวดอยก็ร้องอื้ออึง
“นี่ข้ามาทำอะไรกันที่นี่ แล้วสัตว์เหล่านี้เรียกว่าอะไรมาอยู่กับข้าได้อย่างไร” พรานป่าคนหนึ่งชูซากนกและกวางที่จับมาได้ถามเพื่อน
เทพารักษ์แจ้งแก่ขุนพลหญิงชิงหลิง “พวกเขาถูกคำสาปปีศาจทำให้สูญเสียความทรงจำลืมเลือนแม้แต่ชื่อแซ่ของตัวเอง”
ทันใดนั้น องค์หญิงชิงหลิงก็ถูกทำให้ลืมว่าตนเองเป็ใคร
ปีศาจประจำตอนนี้
อี๋วั่งหมัว ปีศาจความทรงจำเลือนลาง(遺忘魔)
พลังพิเศษ: ค่อยๆลบเลือนความทรงจำสำคัญของเทพเซียนทีละน้อย ทำให้พวกเขาสูญเสียเป้าหมายลืมวิชาที่ฝึกฝนมา หรือแม้แต่ลืมว่าตนเองเป็ใคร
จุดอ่อน: สิ่งของที่ผูกพันกับความทรงจำที่ลึกซึ้งหรือความรักที่แท้จริงที่สามารถปลุกความทรงจำที่ถูกลืมได้
“นี่ข้าเป็ใครแล้วมาทำอะไรที่นี่” ธิดาเง็กเซียนสับสนกับตนเอง
ปีศาจจึงกล่าวกับนาง
“เ้าก็คือสมุนรับใช้จื้อจุนหมัวหวางยังไงล่ะจงไปทำให้ชาวเมืองเป็ทาสรับใช้ท่านจอมมารให้หมด”
“เ้าค่ะ”ชิงหลิงรับคำสั่งโดยไม่รู้ตัว
หล่อนจึงเหาะขึ้นท้องฟ้าเหนือเขาง่อไบ๊
เปล่งแสงรัศมีสีฟ้าไปทั่วเมืองสะกดทุกชีวิตให้ตกอยู่ใต้การบังคับของปีศาจพากันทุบทำลายเทวรูปเทพเซียนตามศาลเ้าแตกหักเสียหายไปทั่ว
แต่ทันใดนั้น
จี้หยกมีรูตรงกลางมีเชือกสีแดงร้อยตรงกลาง ซึ่งปกติห้อยอยู่กับเข็มขัดขององค์หญิง ได้หล่นลงสู่พื้น
สายตาของนางเหลือบไปเห็นเข้า
จึงเอื้อมมือลงไปหยิบมาดู
ความทรงจำอันลึกซึ้งกับสิ่งที่เป็ตัวแทนความรัก
ที่จือชางเคยมอบไว้แก่ชิงหลิงทำให้สติของเธอฟื้นคืน
“นี่มันจี้หยกที่พี่จือชางมอบให้เราในวันไหว้พระจันทร์นี่”
ภาพอดีตเมื่อครั้งชิงหลิงกับจือชางยังเยาว์วัยได้แอบหนีแม่ลงไปเที่ยวเล่นยังโลกมนุษย์ จือชางซื้อจี้หยกจากตลาดให้องค์หญิงเธอยังประทับใจมิลืม
ปีศาจเห็นนางหยุดทำลายชาวเมืองก็สั่งการ
“นี่เ้ามัวอู้งานหรือรีบไปทำลายศาลเ้าเดี๋ยวนี้”
ขุนพลหญิงจึงชักกระบี่ออกกล่าวกับปีศาจ
“ผู้ที่จะถูกทำลายก็คือเ้าไอ้มารชั่ว!”
นางกวัดแกว่งกระบี่สองสามคราบังเกิดวงแหวนสีฟ้า ตัดทำลายิญญาปีศาจร้ายจนสลายเป็อณูธาตุไปทันที
ณกระท่อมน้อย เมืองซูโจว
จือชางมาพบกับยายของชุนฮวา
“ข้าต้องขอโทษต่อท่านยายด้วยทิ่มิอาจช่วยชุนฮวากลับมาได้สำเร็จ ข้าด้อยความสามารถ น่าละอายใจจริง”
ยายตอบด้วยสีหน้าเศร้า“ท่านมิต้องตำหนิตนเองไปหรอก ข้าเข้าใจว่าจอมมารตนนั้นคงมีฤทธิ์อำนาจมากแต่ความดีในตัวของชุนฮวา คงปกปักรักษานางให้ปลอดภัย ยายเชื่อเช่นนั้น”
ในตำหนักมารเมืองเฟิงตู
หมัวหวางยืนคุยกับชุนฮวาที่นั่งหันข้างให้เขาในห้องส่วนตัว
“ข้ารักเ้าอย่างจริงใจไยเ้าจึงมิยอมรับไมตรีจากข้าเลย”
“จะให้ข้ายอมเป็เมียของคนที่เข่นฆ่าผู้คนไปทั่วอย่างเ้าน่ะหรือข้าขอมตายเสียดีกว่า”
หมัวหวาง: “ ข้ามีอำนาจ ทรัพย์สมบัติ ทุกสิ่งที่เ้าอยากได้ ข้าหามาให้เ้าได้ทั้งหมดในใต้หล้านี้เพียงแค่เ้ายอมเป็ของข้า”
ชุนฮวา : “ ความสุขของคนเราบางครั้งก็มิได้ขึ้นอยู่กับกองเงินกองทองหรืออำนาจวาสนา ยศศักดิ์แต่อย่างใดเพียงเป็สามัญชน ทำมาหากินสุจริต ไม่เบียดเบียนใคร อ่อนน้อมถ่อมตนมีความซื่อสัตย์ รักครอบครัว พ่อแม่ลูกอยู่กันพร้อมหน้า แค่นี้ก็เป็์บนดินแล้วจะดิ้นรนครองสามภพไปไย”
หมัวหวางได้ยินประโยคว่า พ่อแม่ลูกอยู่พร้อมหน้าทำให้เขานึกย้อนไปถึงอดีตของตน
ในสถานที่แห่งหนึ่ง ในความทรงจำเลือนรางอันผ่านมาเนิ่นนาน
เขาเคยเป็พ่อของลุก
แต่โชคชะตา พรากเมียสุดที่รักไปลูกน้อยก็มิทราบชะตากรรม
เมื่อนึกถึงคนที่ทำให้เขาาเ็ก็เปลี่ยนความเศร้าให้เป็ความแค้น
“แต่โลกนี้มันไม่สวยงามอย่างเ้าคิดเป็คนดีมันยาก โลกนี้ช่างโสมมนัก ใครฉลาดสาวได้ก็สาวเอา ผู้ใดแก่งแย่งได้เก่งกว่าย่อมมีชีวิตดีกว่า ใครอ่อนแอตามเล่ห์เหลี่ยมไม่ทัน ก็ต้องตกเป็เหยื่อเ้ามันอ่อนวัย ใสซื่อ คงไม่เคยประสบความเลวร้ายในชีวิตเช่นข้า แม่สาวน้อย”
ภายใต้หน้ากากสีดำจอมมารมีน้ำตาซึมจากปมอดีตที่หลอกหลอน
“สักวันเ้าจะเข้าใจข้า”หมัวหวางกล่าวแล้วเดินออกจากห้องไป
ชุนฮวาเห็นจอมมารออกไปแล้วนางก็ร้องไห้คร่ำครวญ
“ท่านยายป่านฉะนี้ท่านกินอยู่อย่างไร ใครจะดูแลท่านเล่า ยายจ๋า”
ณเมืองหานตาน (邯郸市)แถบเหอเป่ย
เซียวเยี่ยนหลงคุมกองทัพมารบุกโจมตีเมือง
เกิดเพลิงลุกไหม้พระราชวังตำหนักของเ้าเมือง และบ้านเรือนประชาชนในวงกว้าง ควันไฟสีดำลอยขึ้นฟ้าหลายจุดของมุมเมือง
หนี่หวงอิ๊นได้รับรายงานก็รุดลงไปปราบ
เจียวถิงในชุดนักรบสาวเหาะไปเผชิญหน้าจอมมารโลหิตม่วง
ทั้งตื่นเต้นดีใจที่ได้พบ ทั้งประหลาดใจ ที่โอรส์
กลายเป็ฝ่ายมารมาก่อกรรมทำเข็ญกับชาวโลก
“ไยท่านจึงมาในสภาพเช่นนี้
องค์ชายแห่ง์
ท่านเป็เทพเซียนมิใช่หรือ
ไฉนมารับใช้มารปีศาจ?”
แม่ทัพมารมิฟังคำ กลับพุ่งปลายทวนเข้าหาหนี่หวงอิ๊น
“ท่านจำข้าไม่ได้หรือ ข้าเจียวถิงไงล่ะ”
หล่อนสู้พลางถอยพลาง กวัดแกว่งใบหอกติดปลายโซ่รัดรึงด้ามทวนของเ้าชายชาวฟ้าไว้
เซียวเยี่ยนหลงถูกอำนาจมารครอบงำ
ลืมเลือนว่าตนเคยรักนักรบหญิงคนนี้
เขาใช้พลังมารโจมตีหล่อนอย่างหนักหน่วงไร้ปราณี
แต่ก่อนปลายทวนจะเสียบคอของนักรบสาว
อาวุธของ้าวของเจิ้งฝูก็มาสกัดทวนของเ้าชายไว้
“พี่จือชาง”เสียงเจียวถิงร้องอย่างดีใจ
“เยี่ยนหลงไยเ้ามาอยู่ที่นี่ ไฉนจึงทำร้ายพวกเดียวกันเอง” ชิงหลิงถาม
“ข้าไม่รู้จักเ้าตายซะ” จอมมารโลหิตม่วงกวัดแกว่งอาวุธเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง
องค์หญิงชิงหลิงใช้กระบี่คู่รับ
จือชางใช้ของ้าวัแดง
สองขุนพลใช้อาวุธของตนปัดป้อง
แต่มิกล้าทำร้ายโอรส์
จอมมารก็ซัดพลังฝ่ามือปล่อยแสงสีม่วงออกโจมตี
สองเทพ์ปล่อยพลังแสงสีแดงและฟ้าออกป้องกัน
หนี่หวงอิ๊นปล่อยพลังแสงสีส้มกระแทกหน้าอกของเยี่ยนหลง
เ้าชายบุตรเง็กเซียนชะงักชั่วครู่เมื่อเห็นว่าจัดการเทพทั้งสามมิได้ ก็หายวับไปกับม่านหมอกสีดำ
จือชางถามเจียวถิง“ทำไมเขามาอยู่กับเ้าที่นี่”
เจียวถิง: “ข้าไม่ทราบ เมื่อได้รับรายงานเื่ปีศาจ ข้าก็รีบมาดู แล้วก็พบเขาเป็หัวหน้าหมู่มารอย่างที่ท่านเห็นขอตัวก่อนนะ” หนี่หวงอิ๊นกล่าวจบก็เหาะขึ้นฟ้าไป
ณเทือกเขาเทียนซาน
หลังจากไปช่วยเจียวถิง
สองขุนพลในชุดเกราะแวะพักบนยอดเขา
นั่งบนก้อนหินใหญ่ทอดสายตามองทิวทัศน์ ทะเลหมอก
ชิงหลิงเห็นจือชางซึมเศร้าเหงาหงอย
นางถามจือชาง “ ท่านคิดถึงชุนฮวาหรือ?”
ชายหนุ่มตอบ “ ข้าแค่เป็ห่วงนาง
และทุกข์ใจที่ไม่สามารถทำหน้าที่ขุนพลได้สมบูรณ์
ไม่อาจปกป้องมนุษย์คนหนึ่งจากมารร้ายข้าละอายใจนัก”
องค์หญิงก็ให้กำลังใจเขา
“สักวันเราต้องช่วยชุนฮวาได้ท่านอย่าทุกข์ใจเกินไป”
แล้วชิงหลิงก็แอบไปร้องไห้เงียบๆ หลังพุ่มไม้
ความรักจากจือชางที่เคยมีให้เธอมันจืดจางไปแล้วหรือไร
บทเพลง ดอกเหมยกลางฤดูหนาว (隆冬的梅花)
心如寒梅傲雪霜,หัวใจของฉัน ดุจดังดอกเหมยยามเหมันต์
风雪狂舞亦芬芳。 แม้หิมะโหมกระหน่ำ พายุลมแรงพัดกล้า
情深意切花不败, แต่ดวงใจเสน่หาของฉัน
瓣瓣相思为君绽 。 ยังเบ่งบานกลีบดอกสวยละลานตา
岁月流转花犹坚, แม้วันคืนล่วงไปแสนนานเพียงใด
独倚寒枝意绵绵。 ฉันยังแข็งแกร่งสง่างาม พร้อมยืนหยัด
只盼君心春风暖, เคียงข้างคุณด้วยความอดทน
与君携手共缠绵。รอวันผลิใบยามวสันตฤดู ในหัวใจคุณ
(ฟังเพลงนี้ copy ลิ้งค์ เอาไปแปะในเบราเซอร์ของคุณแล้วกด Enter https://suno.com/s/EuDO4dkX0ETUimN1)
จบตอนที่ 6 (แต่งจบวันที่ 8 ก.ค. 68 )