ตอนที่74 การซุ่มโจมตีในศูนย์การค้าดัลลัส
แสงอาทิตย์ตอนบ่ายส่องเอียงผ่านเมฆเหนือเขตดัลลัสอากาศเย็นแห้ง ลมพัดพาเศษกระดาษและฝุ่นทรายกลิ้งไปตามถนนที่ไร้ผู้คน
ป้ายโฆษณาของ ‘ศูนย์การค้าดัลลัส’ ยังห้อยอยู่เหนือถนนเหมือนโครงกระดูกเหล็กขนาดยักษ์
กระจกของห้างแตกไปครึ่งหนึ่งหน้าต่างหลายบานถูกกระแทกออกจนเหลือแต่กรอบ ถึงอย่างนั้นสำหรับผู้รอดชีวิตแล้วที่นี่ไม่ใช่ซากตึกที่ถูกทิ้งร้าง
แต่มันคือจุดยุทธศาสตร์ของแนวรบดัลลัสที่สองพันธมิตรราชาและพันธมิตรผู้แก้แค้นกำลังแย่งชิงกันอยู่
กองกำลังของพันธมิตรราชาที่ประกอบด้วยกลุ่มชายหญิง25 คน ยืนกระจายตัวอยู่หลังรถบรรทุกสนิมในลานจอดรถ
ลมเย็นพัดผ่านเสื้อเกราะและสายสะพายปืนของพวกเขากลิ่นสนิมและฝุ่นปูนลอยในอากาศ
ผู้นำของหน่วยยืนอยู่ด้านหน้าสุดเป็นชายร่างสูงใหญ่ ผิวคล้ำ กล้ามเนื้อแข็งราวกับหิน มีชื่อว่า ‘ไททัน’ผู้มีพลังระดับพื้นฐานพลังขั้นกลาง ค่ายความแข็งแกร่งที่ 68 หน่วย
แสงแดดสะท้อนขอบคมของ ‘ขวานเหล็กทมิฬ T1’ ที่พาดอยู่บนหลังของเขา
ดวงตาคมของไททันมองห้างตรงหน้า
“เราจะสร้างที่นี่จะเป็นฐานส่งกำลังของแนวหน้า”ไททันกดเสียงต่ำและหนักแน่น “ถ้าเรายึดห้างนี้ได้เสบียงกับอาวุธจะถูกส่งมาที่นี่ก่อนกระจายไปแนวรบอื่น”
ข้างไททันมีคือ เคน ชายผมทองใบหน้ามีรอยแผลพาดแก้ม มีค่าความแข็งแกร่งอยู่ที่ 55 หน่วย
เขาตบแม็กกาซีนของปืนไรเฟิลให้เข้าที่
“ข่าวกรองบอกว่าพวกผู้แก้แค้นรู้เรื่องแล้ว”
“งั้นมันก็มาที่นี่แน่ให้มันมาจะได้ฆ่าให้หมด เอาหัวมันไปให้ท่านลอร์ดเราได้รับรางวัลและผู้หญิงเพิ่มด้วย” ไททันยิ้มบางคิดถึงถ้ายึดที่นี่ได้และเอาหัวพวกนั้นกลับไปกลับไปจะได้รางวัลเป็นอะไรบ้าง
...
ภายในห้าง
ความมืดเย็นยะเยือกปกคลุมทางเดินยาวฝุ่นหนาเกาะบนพื้นกระเบื้อง ร้านค้าหลายร้านถูกปล้นจนเหลือแต่ชั้นวางโลหะเปล่า
ป้ายโปรโมชั่นเก่าห้อยเอียงอยู่หน้าร้านมีกระจกแตกเป็นรอยแยกคล้ายใยแมงมุมถุงพลาสติกและเศษกระดาษปลิวว่ายไปตามพื้นทุกครั้งที่ลมพัดผ่านจากประตูที่พัง
ทำให้มีเสียงลมแผ่วเบาของบางสิ่งดังสะท้อนอยู่ลึกเข้าไปในความมืด
บนชั้นสองเงาคนหลายคนกำลังหมอบอยู่หลังราวเหล็กคนเหล่านี้คือพันธมิตรผู้แก้แค้น
บูลด็อกชายหัวล้านตัวใหญ่ยืนอยู่ตรงกลางเป็นผู้นำในกองกำลังระดับกลางของพันมิตรซึ่งขึ้นตรงต่อลอร์ดพยัคฆ์มาจากค่ายอสูร
เขามีพลังขึ้นกลาง ค่าความแข็งแกร่งอยู่ที่73 หน่วย อาวุธคือหอกยาว T1พาดอยู่บนไหล่และมีปืนลูกซอง
มองผ่านกล้องส่องทางไกลไปยังลานจอดรถ
“พวกมันมาแล้ว”
พวกเขามารอที่นี่อยู่วันสองวันแล้วเพราะรู้ว่าพวกพันธมิตรราชาน่าจะมาแถวนี้
ด้านข้างคือแร็พเตอร์ชายผอมสูงถือไรเฟิลความแข็งแกร่งอยู่ที่60 หน่วยขั้นกลางมาจากพันธมิตรผู้แก้แค้นเหมือนกันซึ่งเหลือรอดมาจากค่ายโลหิตที่โดนกวาดล้างไป ภายหลังเข้าร่วมกับค่ายอสูร
“ถ้าฆ่าไททันได้ พวกเราจะดังไปทั้งเขตแน่” แร็พเตอร์ยกยิ้มมุมปาก
“งั้นก็เริ่มล่า” บูลด็อกหัวเราะเบา ๆ
...
อีกด้านหนึ่งไททันและกองกำลังของพันธมิตรราชากำลังเดินเข้ามาในห้อง
ไททันยกมือหน่วยล่าของพันธมิตรราชาเคลื่อนตัว รองเท้าทหารเหยียบกระจกแตก กรอบ ๆเสียงสะท้อนก้องไปทั่วโถงว่าง แสงแดดยามเย็นส่องผ่านช่องกระจกที่แตกร้าวเป็นลำสีทองตัดผ่านอากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่นลอยฟุ้ง
ทุกคนกระจายตัวไปตามจุดต่าง ๆบางคนแทรกเข้าไปในร้านค้า บางคนขึ้นบันไดเลื่อนที่หยุดนิ่ง ปืนถูกยกขึ้นพร้อมยิงความเงียบกดดันจนได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจของตัวเอง
ตอนนั้นเองเสียงปืนก็ดังขึ้นเหมือนเสียงฟ้าผ่า
ปัง!
ทหารชายนายหนึ่งของพันธมิตรราชาล้มลงทันทีเลือดสาดกระเซ็นบนพื้นกระเบื้อง
“ซุ่มโจมตี!” เสียงตะโกนดังขึ้นพวกเขาไม่คิดว่าจะโดนซุ่มโจมตี
พวกบัดซบจากพันธมิตรผู้แก้แค้นมารอพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว
เสียงปืนอีกหลายนัดก็ดังสะท้อนจากชั้นสองเงาดำของศัตรูโผล่ขึ้นหลังราวกันตกกระสุนพุ่งฉีกอากาศเข้าหากลุ่มของไททันอย่างดุเดือด
เสียงปืนระเบิดขึ้นทั่วทั้งห้างกระสุนพุ่งผ่านทางเดิน กระจกแตกกระจาย เศษปูนร่วงจากเพดาน
เคนหมอบหลังเคานเตอร์ร้านขายรองเท้ามือกำปืนแน่นจนข้อนิ้วซีด หัวใจเต้นกระแทกหน้าอกแรงเหมือนกลองศึกเขาชะโงกออกไปเล็กน้อย เล็งผ่านช่องว่างของชั้นวาง
ปัง!
ศัตรูบนชั้นสองล้มลง
“เชี่ย! ยิงแม่นแท้ว่ะ ไปตายซะ”แร็พเตอร์ยิงสวนใส่พันธมิตรราชาทันที
ปัง!
กระสุนเฉียดหัวของเคนไปกระแทกผนังเศษปูนกระจายใส่ใบหน้าเขา เคนหลับตาเพียงเสี้ยววินาที ฝุ่นและผงปูนติดที่ริมฝีปาก
'เกือบไปแล้ว…ถ้าช้าอีกนิดเดียวโดยยิงหัวแตกแน่'
กลิ่นดินปืนลอยคลุ้งในอากาศอุณหภูมิในห้างเริ่มอุ่นขึ้นจากร่างกายและอะดรีนาลีนของนักสู้ เขากลืนน้ำลายช้า ๆยกปืนขึ้นยิงปะทะต่อในทันที
ไม่ไกลจากเคนนะแฮมเมอร์ชายร่างโตพลังขั้นกลาง เขามาจากค่ายระดับ 2 ซึ่งร่วมอยู่ในกลุ่มของพันธมิตรราชาได้ยืนยิงลูกซองจากหลังต้นเสาในห้อง
ปัง!
กระสุนยิงเข้าใส่ศัตรูจากฝ่ายพันธมิตรผู้แก้แค้นอีกคนจนล้มลงเสียงกรีดร้องดังขึ้นมา ก่อนจะเงียบหายไป
เสียงปืนสะท้อนก้องเหมือนพายุกระสุนพุ่งผ่านอากาศเหมือนฝูงแมลงเหล็ก บางคนหมอบ บางคนวิ่ง บางคนล้มการปะทะยืดเยื้อเกือบครึ่งชั่วโมงโดยไม่มีฝ่ายใดยอมถอย
...
ภายในศูนย์การค้าดัลลัส
เสียงปืนก้องสะท้อนตามโถงกว้างทุกครั้งที่ลั่นไกทำให้กระจกหน้าร้านแตกกระจายเป็นฝนแหลมคม เศษปูนและฝุ่นร่วงลงจากเพดานที่แตกร้าวจนชั้นวางสินค้าที่ผุพังถูกกระสุนเจาะจนล้มระเนระนาด
ขณะที่ป้ายร้านเก่าที่ห้อยเอียงสั่นกระทบกันเสียงกราวบันไดเลื่อนที่สนิมเขรอะก็กลายเป็นที่กำบังชั่วคราวไปด้วย
ที่นี่ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสนามรบเต็มรูปแบบไปแล้ว
การปะทะดำเนินต่อไปเกือบสิบห้านาทีศพเริ่มกองตามพื้นเต็มไปหมด ขณะที่แม็กกาซีนหลายอันถูกทิ้งเกลื่อน บูลด็อกรีบเปลี่ยนแม็กกาซีนลูกซองชองเขาและเขาพบว่ากระสุนเหลือไม่มากแล้ว
‘บ้าชิบ พวกมันแข็งแกร่งเกินไป แบบนี้ตายแน่แถม กระสุนเหลือไม่มาก’
ตอนแรกคิดว่าจะยึดที่นี่ไว้ได้ไม่ให้พวกชาติหมาพันธมิตรราชามายึดได้ แต่ดูเหมือนจะยันพื้นที่นี้ไม่อยู่แล้วสุดท้ายบูลด็อกตัดสินใจถอย เขายังไม่อยากเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่
“ถอย!” บูลด็อกตะโกนเสียงแข็ง
เสียงปืนเริ่มเบาลงเมื่อคำสั่งถูกส่งต่อเป็นทอดๆ กลุ่มผู้แก้แค้นค่อย ๆ ถอยร่นหนีออกไปจากที่นี่โดยใช้ต้นเสาและซากร้านค้าเป็นที่กำบังตัว
ก่อนจะเคลื่อนตัวไปยังทางออกด้านลานจอดรถอย่างระวังทิ้งไว้เพียงควันดินปืน กลิ่นเลือด
“คิดหนีเหรอ อย่าหวังเลยมึง”ไททันเห็นว่าฝ่ายพันธมิตรผู้แก้แค้นที่ซุ่มโจมตีตัวเองกำลังพากันถอยหนีก็ไม่คิดจะปล่อยไปง่ายๆ จะต้องตามไปจัดการพวกมันให้หมด
ไททันและพวกยิงใส่พวกมันอย่างต่อเนื่อง
ปัง ปัง ปัง!
“ตามไป!”
พอเห็นว่าเลยระยะยิงก็สั่งให้คนในกองกำลังพันธมิตรราชาที่ยังไม่ตายรีบตามไปไล่ล่าพวกนั้น
ไททันและพรรคพวกวิ่งออกจากศูนย์การค้าพอออกมาได้ลมเย็นของภายนอกกระแทกใบหน้าพวกเขาแสงแดดสะท้อนกระจกแตกของพื้นที่รกร้าง
เสียงรองเท้าวิ่งกระทบพื้นยางมะตอยทั้งสองกลุ่มกำลังไล่ล่าฝ่ายหนึ่งหนีและหันกลับมายิงสวนเป็นครั้งคราว
เสียงการปะทะของทั้งสองฝ่ายดังไปทั่วบริเวณในตอนนั้นที่สวนสาธารณะด้านหลังถนน บางสิ่งกำลังขยับเสียงปืนที่ดังต่อเนื่องดึงดูดพวกมัน
เงาหลายสิบเงาเดินออกจากแนวต้นไม้
ดวงตาขาวซีด ผิวหนังเน่าเปื่อย
ฝูงซอมบี้กำลังเดินตามเสียงปืนไปท่ามกลางฝูงนั้นมีซอมบี้ตัวหนึ่ง ตัวใหญ่ผิดปกติ ไหล่กว้าง กล้ามเนื้อบวมมันคำรามเสียงต่ำ
มันคือซอมบี้กลายพันธุ์ซอมบี้กล้ามเนื้อระดับดุร้าย
เสียงคำรามของมันลอยไปตามลม
ขณะที่มนุษย์ยังคงยิงใส่กันฆ่าฟันกันอย่างเอาเป็นเอาตายไม่รู้เลยว่าความตายกำลังเดินเข้ามาหา
...
ลมเย็นพัดผ่านถนนหน้าศูนย์การค้าดัลลัสแสงแดดบ่ายเริ่มเอียงต่ำลงทำให้เงาของอาคารสองชั้นทอดยาวไปบนพื้นถนนที่เต็มไปด้วยพื้นที่รกร้างว่างเปล่า
เสียงฝีเท้าดังสะท้อนระหว่างตึก
กลุ่มพันธมิตรผู้แก้แค้นที่นำโดยบูลด็อกกำลังถอยออกจากศูนย์การค้าดัลลัสอย่างเร่งรีบด้านหลังคือเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของหน่วยล่าพันธมิตรราชาที่ไล่กระชั้นชิดเข้ามาแล้ว
แผนซุ่มโจมตีที่ตั้งใจไว้พังเละไม่เป็นท่าแถมยังเสียคนไปอีก จากผู้ล่ากลับกลายเป็นฝ่ายถูกล่าเสียเอง
‘ตอนแรกว่าจะจัดการได้ แต่ตอนนี้ช่างแม่งเอาตามแผนล่อพวกมันออกไปจากที่นี่ก่อนแล้วกัน’
พอมาถึงทางเข้าประตูกระจกด้านหน้าถูกล็อกแน่น บูลด็อกไม่เสียเวลาเขายกปืนลูกซองขึ้นเล็งแล้วลั่นไกทันที
ปัง!
กระจกบานใหญ่ระเบิดแตกกระจายเศษใสปลิวว่อนเหมือนฝนแก้ว
“ออกไปที่ถนน! เร็วเข้า!” บูลด็อกคำรามสั่ง
ลูกน้องที่เหลือรีบพุ่งออกไปกระโดดข้ามซากรถผุพัง วิ่งฝ่าลานจอดรถที่เต็มไปด้วยเศษเหล็กและฝุ่นก่อนจะมุ่งหน้าไปยังถนนใหญ่
แต่เสียงไล่ล่าก็ตามมาติด ๆ
เสียงรองเท้าทหารกระแทกพื้นคอนกรีตดังถี่ขึ้นทุกวินาที
เคนพุ่งออกมาจากตัวห้างปืนไรเฟิลในมือยังมีควันบาง ๆ ลอยออกจากปลายกระบอก ดวงตาของเขากวาดมองไปข้างหน้าก่อนจะเห็นเงาศัตรูกำลังวิ่งหลบผ่านซากรถ
“เจอพวกมันแล้ว!”เขาตะโกนด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “มันกำลังหนี!”
ก่อนที่จะยิงซ้ำตามหลังไปแต่พวกนั้นหนีไวเกินไปกระสุนยิงไม่โดนพวกมัน
ไททันเดินตามออกมาด้านหลัง ร่างใหญ่ของเขาก้าวผ่านเศษกระจกที่กระจายเต็มพื้นลมหายใจหนักพ่นออกมาเป็นไอจาง ๆ ในอากาศเย็น เขามองตามทิศทางที่ศัตรูหนีไป
“ไม่ใช่หนีหรอก...” เขาพูดเสียงต่ำดวงตายังจับเป้าหมายไม่ปล่อย “มันแค่พยายามดึงเราออกจากห้าง”
“ดีเลย...” เคนยิ้มมุมปากสีหน้าคล้ายคนที่กำลังสนุกกับการล่า เขากระชับปืนในมือก่อนจะเริ่มวิ่งตาม
“งั้นก็ตามไปฆ่าพวกมันให้หมด”
หน่วยของพันธมิตรราชากระจายกำลังไล่ตามเงาของศัตรูที่กำลังถอยหนีหัวซุกหัวซุนผ่านซากรถผุพังที่จอดทิ้งไว้ไม่นานการไล่ล่าก็กลายเป็นการปะทะอีกครั้ง
ทั้งสองฝ่ายปะทะกันอีกครั้งในลานจอดรถรถเก๋งและรถบรรทุกเก่ากลายเป็นกำแพงกำบังเสียงปืนสะท้อนระหว่างตัวถังเหล็ก
ปัง! ปัง! ปัง!
ประกายไฟกระเด็นเมื่อกระสุนกระแทกโลหะ
หนึ่งในทหารของพันธมิตรผู้แก้แค้นโผล่หน้าขึ้นมาจากหลังรถกำลังเล็งไปที่แฮมเมอร์และยิง แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ยิงกระสุนจากเคนก็พุ่งใส่ไหล่เขา
“อ้า!”
ร่างของชายคนนั้นกระตุกก่อนล้มลงกับพื้นคอนกรีตเสียงร้องเจ็บดังขึ้นก่อนจะเงียบหายไปท่ามกลางเสียงปืนที่ยังคงดังต่อเนื่องในลานจอดเก่า
เคนส่งสัญญาณมือให้เดินหน้ากันต่อ
อีกด้านหนึ่งแฮมเมอร์ดึงลูกซองขึ้นเขาเล็งผ่านกระจกหน้ารถที่แตกไปยังศัตรูอย่างพันธมิตรผู้แก้แค้นที่เหนื่อยหอบจากการหลบหนี
ปัง!
กระสุนยิงเข้ากลางหลังทำให้ชายฝ่ายผู้แก้แค้นคนหนึ่งล้มฟุบลงข้างรถกระบะร่างกระแทกพื้นอย่างแรงและแน่นิ่งไปในนัดเดียว เลือดค่อย ๆไหลซึมออกมาใต้ร่างของเขา
การยิงต่อเนื่องและการไล่ล่ากันตลอดทางทำให้กระสุนของทั้งสองฝ่ายเริ่มร่อยหรอแฮมเมอร์ดึงลูกซองลงมาตรวจดูอย่างรวดเร็ว เหลือกระสุนเพียงไม่กี่นัด เขากัดฟันเบาๆ ก่อนจะตะโกนไปยังพวกเดียวกัน
“กระสุนฉันเหลือไม่เยอะแล้ว!”
ใกล้ ๆ กันเคนถอดแม็กกาซีนออกจากปืนไรเฟิลแล้วเสียบอันใหม่เข้าไปเสียงแกร๊ก
“ของฉันก็ใกล้หมดเหมือนกัน ใช้ให้คุ้ม!”