ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    เล่มที่ 3 บทที่ 81 แอบขุด!

            ในสายตาของเย่เทียนเขาสามารถมองเห็นพรสวรรค์ของหยุนเฟิงได้อย่างชัดเจน

            [มนุษย์ : หยุนเฟิง

            พรสวรรค์ในการบ่มเพาะ:ระดับหลุดพ้น

            พรสวรรค์คมดาบวายุ: ระดับสูงสุด

            พรสวรรค์ด้านความเร็ว: ระดับปานกลาง]

            ข่าวลือภายนอกก็คือหยุนเฟิงมีพรสวรรค์ด้านความเร็วระดับเริ่มต้นแต่ตอนนี้พรสวรรค์ด้านความเร็วของหยุนเฟิงกลับกลายเป็นระดับกลางแม้ว่าระดับเริ่มต้นและระดับกลางจะห่างกันเพียงระดับเดียวแต่ความเร็วนั้นก็แตกต่างกันมาก

            พรสวรรค์ด้านความเร็วระดับเริ่มต้นสามารถเพิ่มความเร็วได้เพียง3เท่า แต่พรสวรรค์ด้านความเร็วปานกลางสามารถเพิ่มความเร็วได้ถึง 5เท่า

            ยกตัวอย่างเช่นหากหยุนเฟิงมีความเร็ว 5 เท่าของความเร็วเสียงพรสวรรค์ด้านความเร็วระดับเริ่มต้นจะทำให้เขามีความเร็วเหนือเสียง 15 เท่า แต่หากเป็นพรสวรรค์ด้านความเร็วระดับปานกลางความเร็วของเขาจะเพิ่มขึ้นเป็นเหนือเสียง 25 เท่าซึ่งมันมีผลแตกต่างกันอย่างชัดเจน

            ด้วยเหตุนี้ความแตกต่างระหว่างความเร็วเหนือเสียง 15 เท่า และ 25เท่า มันจึงเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ราวสวรรค์กับโลก

            “หยุนเฟิงช่างโชคดีมากจริงๆไม่เพียงแต่เขาจะสามารถยกระดับพรสวรรค์ในการบ่มเพาะของเขาไปยังระดับหลุดพ้นได้แต่เขายังยกระดับพรสวรรค์ด้านความเร็วจากระดับเริ่มต้นกลายเป็นระดับปานกลางได้อีกด้วยด้วยพรสวรรค์ด้านความเร็วระดับปานกลางนี้ คนของตระกูลเฮ่อเหลียนคงจะเอาชนะเขาได้ยากที่สำคัญคือหยุนเฟิงยังมีพรสวรรค์คมดาบวายุระดับสูงสุดซึ่งมันเพียงพอที่จะสามารถสังหารนักรบผู้เชี่ยวชาญทั่วไปได้ในพริบตา!”เย่เทียนพึมพำกับตัวเอง

            แน่นอนว่าในบรรดาคนของตระกูลเฮ่อเหลียนทั้งยี่สิบคนนั้นย่อมมีคนที่แข็งแกร่งเช่นกันยกตัวอย่างเช่น เฮ่อเหลียนปี้ผู้นั้นแข็งแกร่งมาก เขาครอบครองพรสวรรค์พิเศษถึง 3 ชนิด พรสวรรค์ในการสอดแนมระดับกลาง พรสวรรค์ด้านความเร็วระดับเริ่มต้นและพรสวรรค์หอกดินระดับสูง

            หากพูดถึงความแข็งแกร่งเฮ่อเหลียนปี้ผู้นี้ก็แข็งแกร่งมากความสามารถของเขาเป็นรองแค่อัจฉริยะด้านการต่อสู้อย่างหยุนเฟิงเท่านั้น

            หลังจากเย่เทียนกวาดสายตามองเล็กน้อยเขาก็หยุดสนใจการต่อสู้ตรงหน้า เพราะตอนนี้เขายังมีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องทำ

            ทักษะการรับรู้มิติของเขาขยายออกไปยังใต้ดินอย่างต่อเนื่องเพื่อสํารวจสายแร่หินปราณ

            ทันใดนั้น

            พลังมิติของเย่เทียนก็ตรวจพบสัตว์อสูรขนาดใหญ่สัตว์อสูรตัวนี้อยู่ลึกลงไปใต้ดินห่างจากเขา 420 เมตรซึ่งมันยังคงอยู่ในระยะการตรวจสอบของพรสวรรค์ในการคัดลอก

            [ประเภท : ตัวนิ่ม

            พรสวรรค์ทางสายเลือด: ระดับสูงสุด

            พรสวรรค์ด้านการป้องกัน: ระดับปานกลาง

            พรสวรรค์ในการซ่อนตัวใต้ดิน: ระดับปานกลาง

            พรสวรรค์ด้านความแข็งแกร่ง: ระดับปานกลาง]

            “สัตว์อสูรตัวนี้ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ มันมีพรสวรรค์พิเศษถึงสามชนิดหนึ่งในนั้นยังเป็นพรสวรรค์ในการซ่อนตัว ถ้าต้องสู้กับมันในโพรงใต้ดินแม้แต่นักรบผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งกว่ามันก็ไม่สามารถเอาชนะมันได้”

            ในที่สุดเย่เทียนก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเฮ่อเหลียนปี้ถึงไม่ได้เอาหินปราณเหล่านี้ไปในช่วงเวลาที่เขาใช้ชีวิตอยู่ในเขตแดนลับถึง10ปี ที่แท้เขาก็ไม่สามารถเอาชนะตัวนิ่มตัวนี้ได้

            “นักรบผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้เฝ้าอยู่ตรงทางเข้าใต้ดินนี่น่าจะเป็นทางเข้าที่พวกเขาต้องการที่จะไปขุดหินปราณขึ้นมาถ้าเราลอบเข้าไปขุดมันจากเส้นทางนี้ พวกเขาจะต้องรู้ตัวอย่างแน่นอน”

            ทักษะเคลื่อนย้ายพริบตานั้นน่ากลัวก็จริงเย่เทียนสามารถเคลื่อนย้ายไปยังจุดที่ต้องการได้แต่ทักษะเคลื่อนย้ายพริบตาไม่สามารถผ่านชั้นดินหนาๆ นี้ได้หากเขาลอบเดินผ่านทางเข้าไปทางจุดนี้โดยตรง เขาจะต้องถูกพบตัวอย่างแน่นอน

            หากพรสวรรค์ด้านมิติของเย่เทียนอยู่ในระดับที่สูงกว่านี้มันก็อาจจะเป็นไปได้ แต่ตอนนี้เขาทำได้เพียงล้มเลิกความคิดนี้ไป

            เย่เทียนพยายามคิดหาวิธีแต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรดี

            “เสี่ยวจื่อ แกรู้เส้นทางอื่นที่จะไปยังสายแร่หินปราณหรือไม่?”

            เย่เทียนตบก้นสีม่วงของเสี่ยวจื่อก่อนถาม

            “นายท่านช่างอันธพาลนัก!” เสี่ยวจื่อพ่นลมออกจมูกอย่างไม่พอใจและกล่าวต่อ

            “เสี่ยวจื่อรู้อีกเส้นทางหนึ่ง มันเป็นอุโมงค์ใต้ดินที่ถูกขุดโดยตัวนิ่มเพราะตัวมันอยู่ใต้ดินตลอดเวลาไม่ได้บางครั้งมันก็ออกไปล่าสัตว์อสูรตัวอื่นเพื่อเพิ่มพลังงานให้ตัวเองไม่อย่างนั้นมันจะอ่อนแอ ข้าเลยบังเอิญพบทางเข้านี้!”

            บังเอิญเหรอ?

            เย่เทียนเดาว่าเสี่ยวจื่อต้องชอบหินปราณมากแน่ๆดังนั้นมันจึงคิดหาวิธีเพื่อที่จะได้มันมา แต่ด้วยความแข็งแกร่งของมันมันยังคงอ่อนแอกว่าตัวนิ่มมาก มันจึงทำเช่นนั้นไม่ได้

            “มันอยู่ที่ไหน?”

            เย่เทียนถาม

            เสี่ยวจื่อชี้ไปยังที่ไกลๆหลังจากเย่เทียนรู้ทางเข้าที่แน่นอน เขาก็รีบขยับตัวออกไปทันที

            ระยะทางที่เย่เทียนสามารถเคลื่อนย้ายพริบตาได้นั้นคือ1,000เมตร แต่หากใช้ตรามิติวางตำแหน่งไว้เขาสามารถเคลื่อนย้ายพริบตาได้ราว 2,000 เมตร

            ระยะ 1,000เมตร อยู่นอกระยะการตรวจสอบพลังจิตของผู้ฝึกยุทธ์เหล่านั้นแล้วบวกกับที่เย่เทียนสามารถย้ายตำแหน่งได้อย่างรวดเร็วเพราะงั้นจึงไม่มีทางที่ใครจะสังเกตเห็นร่องรอยของเย่เทียนได้ง่ายๆ

            เย่เทียนมาถึงสถานที่ที่เสี่ยวจื่อบอก

            ที่นี่คือทะเลสาบขนาดเล็ก

            “นายท่าน ที่ด้านล่างของทะเลสาบมีอุโมงค์เชื่อมต่อกับพื้นที่ใต้ดินพื้นที่ใต้ดินตรงนั้นเชื่อมต่อกับอุโมงค์ที่ตัวนิ่มขุดไว้!”

            เสี่ยวจื่อกล่าว

            ที่จริงแล้วต่อให้เสี่ยวจื่อไม่บอกเย่เทียนก็สัมผัสได้ถึงอุโมงค์ที่อยู่ใต้ดินอยู่แล้ว

            “บ้าเอ๊ย ตัวนิ่มตัวนี้หาที่ซ่อนได้ดีจริงๆ ถ้าไม่มีเสี่ยวจื่อนำทางต่อให้เรามีทักษะการรับรู้มิติก็ไม่มีทางหาสถานที่เช่นนี้เจอ!” เย่เทียนอุทานออกมา

            จากนั้นเย่เทียนก็พาเสี่ยวจื่อลงไปในทะเลสาบและเคลื่อนตัวไปตามอุโมงค์ใต้น้ำจนไปถึงอุโมงค์ที่ตัวนิ่มขุดไว้

            ในเวลานี้เขาก็ได้พบเส้นทางมากมายซับซ้อนราวกับเขาวงกตใต้ดินที่สามารถนำทางไปที่ไหนก็ได้

            แต่…

            ถึงแม้อุโมงค์เหล่านี้จะเป็นเขาวงกตที่ซับซ้อนทว่าภายใต้การรับรู้มิติของเย่เทียน มันไม่เป็นปัญหาเลยแม้แต่น้อย

            “ไปกันเถอะ!”

            เย่เทียนให้เสี่ยวจื่อนำทางและค่อยๆเข้าใกล้สายแร่หินปราณ

            “ความเข้มข้นของพลังปราณที่นี่สูงกว่าข้างนอกหลายเท่า!”

            เย่เทียนตระหนักได้ทันทีว่าเขาเข้าใกล้สายแร่หินปราณแล้ว

            “หืม…ตรงนี้มีหินปราณอยู่ก้อนหนึ่ง!”

            ระหว่างทางเย่เทียนก็พบหินปราณอยู่ด้านหลังของผนังอุโมงค์

            หินปราณก้อนนี้ทั่วทั้งก้อนเป็นสีขาวมันแผ่กระจายคลื่นพลังปราณที่เข้มข้นออกมาอย่างต่อเนื่อง

            “หินปราณก้อนนี้รวบรวมพลังปราณจำนวนมากเอาไว้ มิน่าล่ะมันถึงได้ล้ำค่านัก!” เย่เทียนพยายามค่อยๆ ขุดหินปราณออกมาอย่างระมัดระวังเพราะเขากลัวว่าตัวนิ่มจะรู้ตัว เขาไม่อยากให้มันเกิดเหตุวุ่นวายขึ้น

            ต้องบอกว่าชั้นหินที่นี่แข็งมากเห็นได้ชัดว่าภายใต้การหล่อเลี้ยงของพลังปราณได้ทำให้หินที่นี่เปลี่ยนไปเช่นกันคนทั่วไปคงไม่สามารถแม้แต่จะขุดผงหินออกมาได้แม้แต่นิดเดียว

            แกร๊ก!

            เสียงแผ่วเบาดังขึ้นหินปราณก้อนแรกถูกเย่เทียนขุดขึ้นมาได้สำเร็จจากนั้นเย่เทียนก็เก็บมันไว้ในมิติส่วนตัวแล้วค้นหามันต่อไป!

            ไม่นานเย่เทียนก็พบหินปราณมากกว่า10ก้อน ก่อนจะขุดมันออกมาทั้งหมด

            “การต่อสู้ใกล้จะจบลงแล้ว!”

            ด้วยความสามารถในการรับรู้มิติของเย่เทียนเขาสามารถตรวจสอบสถานการณ์ข้างนอกได้ตลอดเวลา

            ด้วยพลังอันมหาศาลของหยุนเฟิงทำให้คนของตระกูลเฮ่อเหลียนถูกสังหารลงทีละคน แม้ว่าพวกเขาจะร่วมมือกันพวกเขาก็ไม่สามารถต้านทานหยุนเฟิงได้เลยและในตอนนี้หยุนเฟิงก็ฆ่าคนของตระกูลเฮ่อเหลียนไปแล้วมากกว่าสิบคน

            “ถ้าตระกูลเฮ่อเหลียนถูกสังหารไปจนหมดหยุนเฟิงไม่มีทางปล่อยสายแร่หินปราณไปแน่ปล่อยให้เขาพัวพันกับตัวนิ่มไปแล้วฉวยโอกาสนั้นขุดหินปราณให้ได้มากที่สุด”

            เย่เทียนวางแผนคร่าวๆและยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

            ในความเป็นจริงเขามีความสามารถพอที่จะกำจัดคนเหล่านี้รวมทั้งหยุนเฟิงเพื่อให้เขาสามารถขุดหินปราณได้อย่างสะดวกแต่เย่เทียนก็ไม่ได้เลือกที่จะทำเช่นนั้น เพราะนั่นขัดต่อเจตจำนงของเขาเย่เทียนไม่ใช่คนที่จะสังหารใครโดยไม่มีเหตุผลมากพอ

            11 ก้อน!

            12 ก้อน!

            13 ก้อน!

            20 ก้อน!

            เย่เทียนมีความสุขกับการเก็บเกี่ยวหินปราณอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีใครรู้ตัวไม่ว่าจะสัตว์อสูรตัวนิ่มหรือผู้ฝึกยุทธ์ที่กำลังต่อสู้กันด้านนอก

            ตอนนี้หยุนเฟิงเองก็ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเช่นกันในฐานะนักรบผู้เชี่ยวชาญของตระกูลเฮ่อเหลียนพวกเขาล้วนต้องมีไพ่ตายไว้ใช้ในยามวิกฤติการจะฆ่านักรบผู้เชี่ยวชาญของตระกูลเฮ่อเหลียนทั้งหมดโดยไม่ได้รับบาดเจ็บนั้นไม่มีทางเป็นไปได้

            ด้วยพรสวรรค์ด้านความเร็วระดับปานกลางของหยุนเฟิงคนของตระกูลเฮ่อเหลียนไม่มีความหวังเลยที่จะหลบหนี

            สิบนาทีผ่านไป

            คนของตระกูลเฮ่อเหลียนก็เหลือแค่คนเดียวที่ยังยืนอยู่ได้คนคนนั้นก็คือ เฮ่อเหลียนปี้!

    คล้ายกับเรื่องระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】 ที่คุณอ่าน