บทที่ 14 พาร์ท 2 (เดี๋ยวกลับมาตั้งชื่อทีหลัง)
“ข้าไม่คิดจะทำให้เจ้าทุกอย่างหรอกนะ เจ้าต้องจัดการเองหลังจากนี้”
“หะ?? ”
“เจ้ามีดาบอยู่ในกระเป๋ามิติไม่ใช่หรือ ใช้มันซะ”
เด็กชายก้มลงไปมองทึ่กระเป๋าที่ถูกกรีดของตนเขาพึ่งจะมาสังเกตุอย่างจริงจังว่ากระเป๋ามิติของตนนั้นไม่ได้เสียหายอะไร เพียงแค่สายรัดที่ยึดมันไว้กับตัวขาดออกเท่านั้นนั่นจึงทำให้เขาได้เรียนรู้เล็กๆเกี่ยวกับวิธีการกรีดเพื่อขโมยของในกระเป๋ามิติคนอื่น
เขาพยาเลือกดาบที่ดีที่สุดเพื่อใช้เป็นอาวุธในการรับมือกับจักรกลตัวเล็กที่เขาต้องการมีดาบที่มีคุณลักษณะค่อนข้างหลากหลายในกระเป๋าของเขา โดยส่วนใหญ่ดาบเหล่านั้นเป็นเป็นการจารึกรูนเดี่ยวเท่านั้นส่วนเล่มที่มีสามรูนมีเพียงสองเล่มซึ่งมีรอยบิ่นอยู่บนใบดาบทั้งคู่จากการทดสอบรูนของเขา
‘คุณสมบัติที่จำเป็นในการสู้กับจักรกลพวกนึ้ควรจะเพิ่มความแข็งแรง’
‘พลังของข้าไม่ได้มากไปกว่าคนทั่วไปดังนั้น ควรจะใช้อาวุธที่มีค่าการโจมตีเช่นการระเบิด...เล่มนี้ล่ะ’
เด็กชายหยิบดาบออกมา1 เล่ม จากนั้นจึงหันไปเผชิญหน้ากับจักรกลตัวเล็กที่อาคอนเหลือทิ้งไว้
เขาไม่ได้สนใจจักรกลตัวใหญ่อีกตัวมากนักเนื่องจากมันทำได้เพียงแค่กระตุกอยู่กับที่และแทบจะไม่เป็นภัยคุกคาม เขานึกถึงการใช้ดาบของอาคอนในหัวแล้วเริ่มบุก
จักรกลตัวเล็กตัวนั้นเริ่มดำเนินการทันทีแขนขวาของมันมีดาบที่ถูกดึงออกมาจากเครื่องชักดาบที่โทบี้ต้องการแขนซ้ายของมันเป็นเหมือนสว่านที่หมุนทะลวงโจมตี
อย่างไรก็ตามจักรกลตัวเล็กนั้นไม่ได้เคลื่อนไหวมาหาโทบี้
ในความเป็นจริงมันเคลื่อนไหวไม่ได้ความเสียหายของจักรกลตัวนี้คือความเสียหายด้านการเคลื่อนที่ระบบการเคลื่อนที่ของมันมีปัญหานั่นจึงทำให้ง่ายขึ้นเล็กน้อยสำหรับโทบี้ที่จะโจมตีจักรกลตัวนี้
ดาบที่มีการจารึกรูนของเด็กชายพุ่งเข้าใส่จักรกลแต่ความเร็วและอาวุธที่มีถึงสองชิ้นได้สกัดกั้นพร้อมกับการโจมตีโทบี้ไปพร้อมๆกัน
‘มันยาก..ข้าไม่สามารถตามความเร็วของมันได้ทัน..ข้าต้องทำยังไง..'
เขาพยายามระลึกถึงการโจมตีชองอาคอนอีกครั้งทว่าสิ่งที่เขาจำได้คือความเร็วของอาคอนที่เร็วกว่าเขาเล็กน้อยและยังช้ากว่าจักรกลอยู่เล็กน้อย
‘เขาเร็วกว่าข้า..อย่างไรก็ตามเขายังช้ากว่าจักรกลพวกนั้นยิ่งไปกว่านั้น เขารับมือกับจักรกลมากถึงห้าตัว พร้อมๆกัน..ทำไมเขาถึงทำแบบนั้นได้'
เด็กชายยังคงใจเย็นอยู่มากเนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ต่างจากที่เขาคาดหวังเท่าใดนักประกอบกับศัตรูของเขาเคลื่อนที่ไม่ได้ ทำไมเขาถึงต้องเป็นกังวลขนาดนั้น
อีกอย่างมันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเลียนแบบความสุดยอดของรูปแบบดาบของอาคอนด้วยการทดลองเพียงครั้งเดียวเขาไม่ได้เป็นอัจฉริยะ เขาธรรมดามากๆ สิ่งที่เขาทำได้มีเพียง การทดลองอย่างซ้ำๆทำอย่างซ้ำๆ นั่นคือทั้งหมดที่เขาทำได้
ดังนั้นแทนที่จะวิเคราะห์ว่าอาคอนทำเช่นนั้นได้อย่างไรเขาเปลี่ยนไปเลือกวิธีการที่เขาทำได้แทน เขาเริ่มโจมตีใส่จักรกลซ้ำๆแล้วก็ล้มเหลวซ้ำๆอยู่เช่นนั้นแทน
“อ๊ะ!!”
ดาบของจักรกลสร้างแผลตื้นๆ ที่แขนซ้ายของเด็กชาย
จากนั้นการโจมตีของจักกลพุ่งเข้ามาที่โทบี้จากทางด้านขวาซึ่งเป็นการโจมตีจากสว่านที่อันตรายกว่า เขาป้องกันมันไว้ได้เขาถอยออกมาและเริ่มพุ่งเข้าไปโจมตีใส่จักรกลอีกครั้ง
เมื่อเขาพุ่งโจมตีไปที่จักรกลเขาเริ่มมองเห็นการโจมตีที่เกิดจากดาบที่พุ่งมาที่เขาอีกครั้งอย่างไรก็ตามเป็นอีกครั้งที่เขาถูกโจมตีจากดาบที่ทางด้านซ้ายซึ่งสร้างอีกแผลตื้นๆที่หัวไหล่ของโทบี้
แน่นอนว่าการโจมตีจากด้านขวาที่เป็นมือสว่านนั้นเด็กชายป้องกันไว้ได้เพราะเขาให้ความสำคัญกับการป้องกันทางด้านขวามากกว่าด้านซ้ายมากการโจมตีจากสว่านทางด้านขวาจึงถูกป้องกันทุกครั้ง
เป็นอีกครั้งที่เด็กชายถอยกลับออกมาในขณะที่มีแผลเพิ่มขึ้นจากทางด้านซ้ายเด็กชายหยุดสักพักและนำน้ำยาสมุนไพรออกมาพร้อมกับผ้าพันแผลเด็กชายเทน้ำยาสมุนไพรเข้ากับผ้าพันแผลและเริ่มใช้ผ้าพันแผลทำแผลที่ด้านซ้ายของตัวเอง
“ย๊าก..!!.เอ๊ะ??”
เด็กชายพุ่งเข้าไปอีกครั้ง ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่เขาตระหนัก
‘จักรกลพวกนี้สามารถได้ยินเสียง...’นั่นคือสิ่งที่เด็กชายค้นพบ
ในตอนที่เขาบุกโจมตีอีกครั้งนั้นเขาตะโกนออกมาด้วยเลียงที่ค่อนข้างดังอย่างไรก็ตามเขาสังเกตุเห็นจักรกลที่อยู่ด้านนอกผลึกเขตแดนที่อาคอนสร้างแทบจะทุกตัวใกล้ๆกับผลึกหันมาที่เขา
มีจักรกลบางตัวเริ่มการโจมตีและบางตัวพยายามเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ๆ อย่างไรก็ตามพวกมันถูกหยุดอยู่ด้านนอกของผลึกเพียงเท่านั้นมันไม่สามารถพุ่งเข้ามาโจมตีหรือโจมตีใส่พวกเขาจากนอกผลึกได้
“พวกนี้ไม่สามารถผ่านผลึกได้ เช่นนั้นทำไมเราถึงต้องกังวลว่าพวกมันจะเห็นตั้งแต่ตอนแรก?”
“อย่าลืมว่าเจ้ามาเพื่อขโมย..”
“อา....”
โทบี้ตระหนักถึงสิ่งที่เขาลืมไปอีกครั้ง เขามาขโมยหลักๆคือเขาไม่ต้องการถูกตรวจพบและมีปัญหาจากการขโมยในภายหลัง ทว่าในตอนนี้อีกฝ่ายควรจะรู้แล้วว่ามีคนมาบุกรุกสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างน้อย
“ไม่ต้องกังวลมีเวลาเหลือน้อยลงไปอีกนิดนั่นคือทั้งหมด”
“นั่นไม่ได้ช่วยอะไรเลย”เด็กชายกล่าว
อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้มีความสามารถที่จะจัดการกับศัตรูตรงหน้าด้วยวิธีอื่นเขาทำได้แค่พุ่งเข้าไปอีกครั้ง
โทบี้พุ่งเข้าไปโจมตีอีกครั้ง สิ่งเดิมเกิดขึ้นอีกครั้งเขามักจะมีปัญหาจากการโจมตีทางด้านซ้าย
‘ข้าต้องเบี่ยงการโจมตีนี้ออกไป'
การโจมตีจากดาบทางด้านซ้ายพุ่งเข้ามาที่โทบี้อีกครั้งอย่างไรก็ตามครั้งนี้มันถูกป้องกันไว้ได้หลังจากการป้ดป้องการโจมตีจากทางด้านซ้ายเขาได้ยินเสียงการโจมตีจากทางด้านขวาเริ่มพุ่งเข้ามา โทบี้รีบเบี่ยงใบดาบเข้าไปป้องกันที่ด้านขวาในทันที
เพล้ง!!
โทบี้สามารถลากดาบเข้ามาป้องกันที่ด้านขวาของเขาได้อย่างไรก็ตามใบดาบที่ใช้ป้องกันสว่านจากทางด้านขวาถูกทำลายจนโทบี้กระเด็นถอยหลังออกไปไกล
เด็กชายลุกขึ้นยืนและตรวจสอบร่างกายของตัวเองไม่มีรอยแผลเพิ่มเติม มีแค่รอยถลอกเล็กๆที่เกิดเมื่อเขากระเด็นออกมาเท่านั้น
เขาเลิกสนใจร่างกายของตัวเองและเริ่มค้นหาดาบเล่มใหม่แทนเล่มเดิมที่ถูกทำลายไปและแน่นอนเขาเริ่มพุ่งเข้าโจมตีอีกครั้ง
กรีซซ!!
ดาบของโทบี้ป้องกันการโจมตีจากทางด้านซ้ายได้อีกครั้งอย่างไรก็ตาม ครั้งนี้เด็กชายเริ่มลากดาบกลับมาป้องกันทางด้านขวาทันทีแม้การโจมตีจากสว่านทางด้านขวายังไม่เริ่มเสียด้วยซ้ำ
คลิ้งง!!
ดาบที่โจมตีเข้ามาทางด้านซ้ายถูกสกัดออกไปได้ในที่สุดการโจมตีจากสว่านทางด้านขวาเริ่มพุ่งเข้ามาอย่างไรก็ตามในครั้งนี้เด็กชายพร้อมสำหรับการป้องกันมันแลัว
การโจมตีของสว่านปะทะกับดาบของโทบี้ อย่างไรก็ตามโทบี้เริ่มบังคับทิศทางเพื่อเบี่ยงการโจมตีจากทางด้านขวาและในที่สุดการโจมตีของสว่านก็ถูกเบี่ยงออกไป
“อึกก”
โทบี้พยายามที่จะเริ่มการโจมตี ทว่าการโจมตีจากทางด้านซ้ายที่เขาปัดออกไปเริ่มกลับมาโจมตีเขาอีกครัั้งนั่นทำให้เขาต้องหยุดการโจมตีและเริ่มถอยกลับออกมา
“คราวนี้ต้องเริ่มโจมตีให้ได้”
เด็กชายเริ่มพุ่งเป้าไปที่การโจมตีแทนในการพุ่งเข้าไปอีกครั้ง
กรีซซซ!!
การโจมตีทางด้านซ้ายถูกบล็อกและเบี่ยงออกไป
เคล้งๆๆ!!!
การโจมตีจากทางด้านขวาถูกบล็อกอีกครั้งอย่างไรก็ตามในครั้งนี้เด็กชายเริ่มลากใบดาบที่ยังคงปัดการโจมตีอยู่เพื่อโจมตีทันที
*กรึด*
ดาบถูกลากขึ้นมาจนพร้อมโจมตีพร้อมกับเบี่ยงการโจมตีของสว่านไปพร้อมๆกัน ในปัจจุบันโทบี้ถือดาบด้วยมือทั้งสองข้างไว้เหนือหัว เขาพร้อมที่จะโจมตีแล้ว