เช้าวันอาทิตย์มนัสควบม้ากลับมาที่ค่ายเพื่อตรวจสอบสถานที่รับสมัครทหารใหม่ ระหว่างเดินทางในใจคิดถึงเื่ราวครั้งอดีตของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนนายกองวู่ ผู้มีความลับและความหลังเยอะแยะไปหมด เขาคนนี้สนิทกับเหม่ยจูเป็พิเศษหลังจากตัวเองเรียนจบโรงเรียนทหาร จึงได้เข้าประจำการเมืองเล็กๆ ติดแคว้นพุกาม หกเดือนถัดมามีคำสั่งย้ายกลับเมืองหลวงทำหน้าที่ทหารองครักษ์หรือหวางเจี้ยน อันเป็่เวลาที่ฝ่ายชายต้องห่างเหินฝ่ายสาว
เหตุการณ์หลังจากนั้นไม่มีอะไรพิเศษกระทั่งสองปีที่แล้วเมืองเจียงสี่ถูกลอบโจมตี นายกองวู่กับลูกน้องยอมสละชีพเพื่อแคว้นสองอาทิตย์ถัดมาลูกชายเพียงคนเดียวของนายกอง กลับคืนสู่เมืองเจียงหาวแบบอลังการยิ่งใหญ่เขาได้ตำแหน่งรองแม่ทัพทหารหวางซื่อควบนายกอง และได้หมั้นหมายกับลูกสาวท่านแม่ทัพลู่เื่สุดท้ายคือสิ่งที่มนัสแปลกใจเหลือเกิน
แม่ทัพลู่ต้องทำขนาดนี้เชียวหรือลูกตัวเองไม่ใช่สาวงามอันดับหนึ่งก็จริง แต่ไม่ควรยกนางให้ใครก็ได้ง่ายๆ แบบนี้นางมีของดีเหนือสาวงามแคว้นเสียมทุกราย เก่งกล้าสามารถทำได้ทุกอย่างเทียบเท่าผู้ชายรวมทั้งมีจริตจะก้านเสน่ห์เย้ายวนตามธรรมชาติ ปัญหาสำคัญที่พบเจอมีเพียงเื่เดียวหลินเส้าเฟยหน้าตาเหมือนลูกสาวเพื่อนแม่
ในใจนึกถึงค่ำคืนสุดท้ายที่เมืองยองพร้อมๆ กับใบหน้างดงามผู้เป็ภรรยา บางทีการะเกดอาจประสบเหตุคล้ายกัน ก่อนล่องลอยมาสิงสถิตในร่างหลินเส้าเฟยอาจอยู่ที่นี่หลายเดือนจนปรับตัวได้ ที่ตัวเองแอบคิดแบบนี้นั้นมีสาเหตุ สองเรานอนคู่กันเตียงเดียวกันเคยมีอะไรกันหลินเส้าเฟยตัวจริงคงจับผิดได้นานแล้วว่า ผู้ชายที่ร่วมเรียงเคียงหมอนไม่ใช่สามีนาง
ระหว่างเดินทางในหัวมีความคิดมากมายเขาจึงไม่ทันสังเกตสิ่งผิดปรกติรอบกาย วันนี้ในค่ายทหารค่อนข้างเงียบเกินเหตุ เพิ่งมาเอะใจเมื่อควบม้าถึงเรือนบัญชาการนายกองเพ้งยืนหน้าตาเคร่งเครียดเคียงข้างจ่าสะอาด
“มีม้าด่วนทหารองครักษ์ส่งราชโองการมาจากวังหลวง”
ราชโองการถูกส่งต่อให้ท่านแม่ทัพเนื้อหาใจความระบุสั้นๆ แค่เพียง ให้เลื่อนการรับสมัครทหารใหม่ไปก่อน พรุ่งนี้จะมีคนจากในวังเดินทางมาที่ค่ายเพื่อตรวจสอบวิธีการรับสมัคร วิธีเลี้ยงไก่ สถานที่เลี้ยงไก่ รวมทั้งไข่ไก่ที่ถูกจัดส่งเข้าวัง
“จำเป็ต้องตรวจด้วยหรือ” คนไทยอย่างจ่าสะอาดข้องใจมาก
“ฮ่องเต้กับพระพันปีหลวงชอบเสวยไข่พวกเขาทำตามราชประเพณี” คนเสียมอย่างนายกองเพ้งให้ความเห็น
“แต่ไข่อยู่ในเปลือกข้าจะวางยาพิษยังไงไม่ทราบ”
“เอาน่า…เขาอยากตรวจให้เขาตรวจไป ว่าแต่โครงการของจ่าถึงไหนแล้ว” มนัสรีบเปลี่ยนมาคุยเื่อื่น
“ไม่มีปัญหาท่านแม่ทัพเมื่อวานนี้ข้านอนเฝ้าคอกแพะ ไก่จ่าฝูงตัวนั้นไล่ปล้ำไก่บ้านเช้ายันเย็น”
ได้รับข่าวดีจากเซียนไก่หลงจอมขี้เมามนัสพอใจมากที่โครงการสำคัญรุดหน้า ต้องยกความดีความชอบให้กับเง็กลู่กัง และคุณหนูของนางที่ช่วยจับไก่ในป่าละเมาะพูดถึงไก่ทำให้ตัวเองนึกเื่หนึ่งได้ แม่ทัพหนุ่มชวนนายกองเพ้งกินไข่เจียว ทว่าผู้เคร่งครัดประเพณีขอตัวกลับบ้านให้เหตุผลว่านอนค้างค่ายทหารสองคืนแล้ว อยากกลับไปร่วมพิธีสวดมนต์ในศาลเ้า
“กลับไปกอดเมียก็บอกมาเถอะอย่าหักโหมแบบคราวก่อนล่ะ”
คำแซวจากจ่าสะอาดผู้ล่วงรู้ความลับได้ผลชะงัดทหารรับใช้ทุกรายหัวเราะร่วน นายกองคนขยันเขินหน้าแดงลามมาถึงหัวล้านบ่นเบาๆ ต่อไปนี้ข้าจะไม่กินซุปคุณหนู สามีคุณหนูไม่รู้เื่ราวได้แต่ยืนงงนายกองเพ้งเกิดป่วยไข้เพราะทำงานหนัก ต้องหยุดพักผ่อนถึงสองวันจึงจะหายสนิทแล้วหลินเส้าเฟยเกี่ยวข้องอะไรกับเื่นี้
เสร็จจากงานมนัสรีบควบม้ากลับบ้านหวังทันมื้อกลางวันอยากกินข้าวกับภรรยา ผู้ชายจากแดนไกลเดินผ่านประตูไม้สีแดงอิฐ มัวแต่คิดเื่งานไม่ทันเห็นสาวใช้ตัวแสบจนเง็กลู่กังต้องบอกอีกครั้งให้นายท่านเข้าครัว มนัสเริ่มรู้ตัวทำตามคำพูดลูกสาวแม่ครัวเมื่อถึงที่หมายเขาพลันตาโตด้วยความแปลกใจ ในห้องครัวมีเนื้อไก่จำนวนหนึ่ง มีพริกขี้หนูสวนกระเทียมปอกแล้วยังไม่ได้ทุบ ใบกะเพรา ถั่วฝักยาว ข้าวโพดอ่อน แครอท และมีหญิงสาวตาสีน้ำตาลยืนทำหน้ามู่ทู่
“ข้าอยากกินกะเดาไก่” นางผู้นั้นคือคุณหนูหลินของทุกคน
“หา…” ฝ่ายชายใรีบสอบถามอีกครั้ง “เ้าอยากกินอะไรนะ”
“ข้าอยากกินกะเดาไก่” เ้าของบ้านยืนยันคำเดิม
“กะเพราไก่หรือเปล่า” คู่สนทนาหรี่ตาจ้องมอง
“ข้าอยากกินกะเดาไก่! ข้าอยากกินกะเดาไก่!”
“เอ้า…กะเดาก็กะเดา เ้าไปนั่งคอยข้างนอกเดี๋ยวหัวเหม็น”
“ข้าอยากดูท่านพี่ทำกะเดาไก่ข้าหัวเหม็นข้าอาบน้ำใหม่ ให้ข้าได้อยู่กับท่านเถอะ”ภรรยาเริ่มออดอ้อนเล็กน้อย
“เดี๋ยวเง็กลู่กังก็บ่นอีกหรอก” ฝ่ายสามีพยายามกลั้นหัวเราะ
“ข้าอยากกินกะเดาไก่!”
ดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นกำลังจ้องมองในแววตาพบเจอแต่ความจริงใจใสซื่อ มนัสจึงยอมตามใจภรรยานิสัยเอาแต่ใจ ที่นางงอแงอาละวาดใส่มีเหตุผลเพียงพอนางเป็คนช่วยเขาจับไก่ด้วยตัวเอง นางสมควรได้กินผัดกะเพราไก่คนแรก แต่แล้วจู่ๆโดนตัดหน้าจากคุณหนูโรงละคร ผู้เคยมีความหลังสุดลึกซึ้งกับสามีนาง เพราะฉะนั้นนางมีสิทธิ์หึงหวงในตัวสามี
พ่อครัวหัวเห็ดทำอาหารด้วยความชำนาญมีคนขี้งอนคอยตามประกบระยะประชิด หรือเรียกว่านางเกาะคอจ้องมองก็คงไม่ผิดส่วนเง็กลู่กังกับสาวใช้อีกสองราย มาด้อมๆ มองๆ หน้าห้องครัวตลอดเวลาครั้นพอได้กลิ่นฉุนจัดจากอาหารไทยแท้ พากันน้ำหูน้ำตาไหลวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงเหลือแค่เพียงคุณหนูหลินผู้เอาแต่ใจ ทั้งๆ ที่ฉุนเครื่องเทศกะเพราไก่จนจามไม่หยุดแต่นางยังคงจ้องมองวิธีทำชนิดสู้ไม่ถอย ในดวงตาฉายแววความดื้อรั้นปะปนความมุ่งมั่น
มนัสใช้เวลาปรุงอาหารยี่สิบนาทีตอนนี้เขามีกะเพราไก่จำนวนสามจาน พร้อมไข่ดาวทั้งสุกพอดีกับสุกยางมะตูม พ่อครัวหนุ่มให้เง็กลู่กังรับไปสองจานตัวเองถือมาแค่จานเดียวพร้อมไข่ดาวสี่ใบตรงมาที่ห้องอาหารซึ่งมีแค่เพียงหลินเส้าเฟย บนโต๊ะไม้สีเืนกประดับลวดลายัสีขาวมีจานใส่หมั่นโถวกับชาเขียวร้อนๆ สองถ้วย ภรรยาคนสวยนั่งคอยพร้ะเกียบในมือเมื่ออาหารรสชาติร้อนแรงวางลงบนโต๊ะใหญ่ นางกระโจนเข้าใส่ราวกับฉลามได้กลิ่นเื
“ร้อน! ข้าร้อนปาก” หญิงสาวรีบสาดชาเขียวใส่ลำคอปรากฏว่าร้อนบวกร้อนกลายเป็ร้อนหนักกว่าเดิม
“ใครเขาทำแบบนั้น” พ่อครัวเพ่งมองขณะอมยิ้ม “เ้าต้องกินพร้อมหมั่นโถวอย่าลืมตักไข่ดาวโป๊ะหน้า”
“ทำไมเอาไข่มาโป๊ะหน้าข้า”
“ไปกันใหญ่แล้วข้าทำให้เ้าดูดีกว่า”
เห็นว่าฝ่ายภรรยาไม่เข้าใจคำพูดมนัสตัดสินใจช่วยบริการครบทุกอย่าง ั้แ่หยิบหมั่นโถวมาแบ่งเป็ชิ้นเล็กๆตักผัดกะเพราราดบนเนื้อแป้ง แล้วตักไข่ดาวมาโป๊ะหมั่นโถวบางชิ้นหลินเส้าเฟยได้กินอาหารสุดอร่อยเสียที บังเอิญการกินโดยใช้ตะเกียบค่อนข้างลำบากเมื่อสามีนางหยิบช้อนตักน้ำซุปมาบริการอาหารมื้อนี้จึงเป็อาหารที่อร่อยที่สุดในโลก
“ทำไมท่านพี่ไม่กิน”
“ข้าชิมในห้องครัวอิ่มแล้ว”
“ข้ากินคนเดียวข้าเขินท่านพี่ต้องกินเป็เพื่อนข้า” คุณหนูเริ่มออกอาการประท้วง
“เอ้า…กินก็กิน ไข่ดาวเ้าหมดแล้วข้าตักให้ใหม่”
ขณะนั่งรอภรรยาตัวแสบคิดในใจั้แ่จำความได้นางเข้าใจมาตลอดว่า ไข่เป็อาหารชาววังสำหรับบุคคลชั้นสูงวันนี้นางได้กินไข่ดาวเป็ครั้งแรก แบบสุกพอดีอร่อยมากรสชาติกลมกล่อม ส่วนแบบสุกยางมะตูมซึ่งคืออะไรไม่รู้จักเมื่อน้ำไข่สีทองซึมเข้ามาในเนื้อหมั่นโถว ให้กินตามหลังกะเดาไก่ขนาดพอดีคำช่วยเพิ่มรสชาติอร่อยเทียบเท่าอาหารชาว์
ปัญหาข้อเดียวที่กำลังประสบอยู่ก็คือในปากนางร้อนระอุดั่งถูกไฟนรกแผดเผา
ระหว่างที่ตัวเองนั่งแลบลิ้นระบายความร้อนท่านพี่หายตัวเข้าไปในครัวสักพักหนึ่ง ก่อนกลับออกมาพร้อมเหยือกน้ำดื่มหลินเส้าเฟยทดลองชิมปรากฏว่าค่อนข้างเย็น เพราะอยู่บนพื้นที่สูงหิมะตกครึ่งค่อนปี น้ำเย็นคือสิ่งทำลายความสมดุลของร่างกายนางแทบไม่ดื่มท่านพ่อกับท่านพี่ก็เคยสั่งห้าม แต่พอวันนี้ได้ดื่มกลับช่วยสร้างสมดุลในร่างกายอาการเผ็ดร้อนในช่องปากดีขึ้นกว่าเดิม ลูกสาวแม่ทัพลู่ตักผัดกะเดาอีกหนึ่งคำโตสุดท้ายตัวเองยอมแพ้ยกธงขาวแต่โดยดี
“ข้ามือหนักใส่พริกเยอะไปวันหลังขอแก้ตัวเ้าจะได้ไม่เผ็ด” ผู้เป็พ่อครัวยอมรับผิดขณะรินน้ำใส่ถ้วย
“ข้ากินได้ข้าไม่เผ็ด” ฝ่ายสาวพยายามแก้ตัว
“ลิ้นห้อยขนาดนี้ยังบอกไม่เผ็ดนั่งอยู่นิ่งๆ ใบหน้าเ้ามีเหงื่อ”
มนัสหยิบผ้าต่วนสีเขียวจากกระเป๋าเสื้อบรรจงเช็ดสองไรแก้มให้ภรรยาสาว ผู้ที่ตอนนี้แดงเถือกทั้งตัวมาถึงลำคอ จู่ๆฝ่ายภรรยากลับเงียบเสียงลง เอาแต่หลบตามองมดง่ามเดินไต่พื้นบ้าน สักพักเดียวนางเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับยิ้มแฉ่งอวดพริกสีแดงติดฟันขาว ผู้เป็สามีเห็นทุกอย่างแต่ไม่เข้าใจสักอย่างบังเอิญตัวเองไม่เคยเข้าใจผู้หญิงจึงไม่คิดเอะใจ
“มีทหารเมืองหลวงมาตรวจค่าย” นั่งเงียบได้ไม่นานมนัสชวนคุยอีกครั้ง
“ข้าอยากบอกท่านพี่พอดีท่านพี่ใหญ่จะเดินทางมาที่นี่”
“พี่ชายเ้ามาที่นี่?”ฝ่ายชายเริ่มหรี่ตาขมวดคิ้ว “เอ…หรือว่าเขาคือทหารกลุ่มนั้น”
“ในจดหมายท่านพี่ใหญ่เป็หัวหน้าทีม” หลินเส้าเฟยตอบตามที่นางเข้าใจ
“คุณชายนอนค้างที่นี่หรือไม่ข้าอยากนั่งคุยสักคืนพร้อมร่ำสุรา เื่นี้เ้าคงไม่ว่าอะไร”
ขณะพูดมนัสคิดถึงใบหน้าเหม่ยจูสมัยก่อนนางสนิทกับท่านแม่ทัพ ค่อยๆ เหินห่างตอนฝ่ายชายเข้าประจำการก่อนขาดสะบั้นเมื่อนายกองวู่เสียชีวิต ท่านพี่ใหญ่ของหลินเส้าเฟยเป็ทหารองครักษ์ค่อนข้างใหญ่โตได้รับตำแหน่งหัวหน้าทีม เขาอาจสืบหาเื่ที่เกิดขึ้นผ่านผู้ชายคนนี้อย่างน้อยได้รับรู้สักมุมหนึ่งก็ยังดี จะได้พอคิดออกว่าตัวเองควรทำอย่างไร
“เ้าช่วยข้าหน่อยนะ” สามีลงทุนบีบนวดหัวไหล่ภรรยา
“ข้าจั๊กกะจี้ท่านพี่” หญิงสาวพยายามดึงร่างหนีมือสามี “ข้าคิดว่าท่านไม่อยากทำแบบนี้หรอก”
“ข้าอยากร่ำสุรากับคุณชายจริงๆเ้าช่วยเหลือข้าไม่ได้เชียวหรือ”
“ข้าอาจช่วยท่านพี่ได้แต่ท่านพี่ต้องช่วยข้าด้วย”
คุณหนูผู้เอาแต่ใจตัดสินใจปุบปับในแววตาคล้ายมีรอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏ อันที่จริงตัวเองคิดว่าไม่เหมาะสมเท่าไรทว่าท่านพี่ของนางกลับไม่คิดเช่นนั้น นางรู้เต็มอกเมื่อเห็นแววตาผู้ชายคนนี้เพราะฉะนั้นนางจะต้องใช้แผนซ้อนแผน
“เ้าอยากให้ข้าทำอะไร” ผู้ชายคนนั้นเอ่ยถามตามแผน
“ข้าอยากให้…เอ่อ…ข้าอยากให้ท่านพี่ทำแบบคืนนั้น”
หลังพูดจบหลินเส้าเฟยรีบหลบตานางเขินเสียจนไม่รู้จะเขินอย่างไรดี เข้าใจว่าใบหน้ากำลังแดงเถือกคล้ายกับกวนอูแต่ทว่านางอยากได้สิ่งนี้จากเขาเหลือเกิน เพิ่งเคยััครั้งแรกในคืนพิธีส่งตัวแล้วตัวเองก็เริ่มถวิลหาอยากมีอยากได้ อยากพบเจออีกสักครั้งสองครั้งหรือตลอดไปอยากให้เขาทำกับนางเหมือนดั่งค่ำคืนพิเศษ
“เ้าหมายถึงอยากให้ข้า…ที่นี่เลยหรือ” ฝ่ายชายใแทบพูดไม่ออก “ข้าว่าขึ้นห้องนอนไม่ดีกว่าหรือ”
“ท่านพี่ใช้เวลาเพียงครู่เดียวข้าี้เีเดินที่นี่เลย”
คำยืนยันมั่นเหมาะจากผู้เป็ภรรยาทำให้มนัสเกิดอาการตาเหลือกตาโปน อยู่ดีๆ นางอยากมีอะไรกับเขา หลังกินมื้อกลางวันพระอาทิตย์ยังอยู่ตรงหัวที่แรกนึกว่าหูฝาดเข้าใจความหมายผิด สอบถามอีกครั้งกลับโดนเย้ยหยันถากถางคืนนั้นเขาอาจเมาหนักจำความแทบไม่ได้ แต่คิดว่าตัวเองปรกติเทียบเท่าผู้ชายทั่วไป
คนโดนถากถางสบตาฝ่ายสาวจริงจังนางมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมเหมือนวันล่าไก่ บวกความเขินอายขี้ประหม่านิสัยสาวแคว้นเสียมมนัสเหลียวมองรอบกายพร้อมครุ่นคิด สาวใช้ทุกรายอยู่หลังบ้านเพื่อกินอาหารคนรับใช้ผู้ชายไปไร่ชาไม่มีใครอยู่ที่นี่ แต่ในห้องนี้มีแค่โต๊ะอาหารกับเก้าอี้ไม้เขาแอบเพ่งมองใบหน้างามๆ อีกครั้ง พร้อมบอกตัวเองว่าเป็ไงเป็กัน
ชายหนุ่มขยับตัวเข้าใกล้อีกนิดเห็นภรรยาแสร้งหลับตาไม่รู้ไม่ชี้ แล้วเรือนร่างนุ่มๆ ก็เข้ามาอยู่ในอ้อมกอด กลิ่นหอมจากกายสาวทำให้จิตใจหวั่นไหวแม่ทัพหนุ่มขยับท่านั่งมั่นคงกว่าเดิม เขาใช้มือขวาล้วงเข้ามาในคอเสื้อเพื่อได้พบว่าวันนี้หลินเส้าเฟยสวมผ้าคาดอก ขณะที่มือข้างถนัดทำหน้าที่อย่างคล่องแคล่วอยู่ดีๆ เ้าของมือปลาหมึกลงไปนอนวัดพื้น
่เวลาก่อนเกิดเหตุความรุนแรงฝ่ายภรรยากำลังหลับตานั่งตัวเกร็ง รอคอยว่าเมื่อไหร่ท่านพี่จะลงมือเสียที ทันใดนั้นเองนางรู้สึกว่าหน้าอกฝั่งซ้ายโดนอะไรไม่ทราบตะปบเข้าให้เต็มเต้า ลืมตาขึ้นมาเห็นท่านพี่ทำลามกอนาจาร กล้าใช้มือจับหน้าอกโดยไม่ขออนุญาตแล้วยังลูบคลำซ้ายทีขวาทีจนนางขนลุก ปฏิกิริยาอัตโนมัติจากร่างกายเริ่มต้นทันที
เ้าของทรวงอกอิ่มเอมปล่อยหมัดขวาโดนปลายคางผู้ชายลามกร้องโอ๊ยคำเดียวก่อนล้มคว่ำ นางอาศัยจังหวะนั้นกระโจนพรวดมาหลบมุมห้องขยับคอเสื้อให้กระชับแ่าเหมือนเก่า พร้อมกับโวยวายเสียงค่อนข้างดังด้วยความฉุนเฉียว
“ท่านพี่! ท่านทำอะไรข้า!”
“ข้าทำตามคำสั่งเ้าไง” มนัสตอบเสียงอ่อยๆ ขณะนอนหงายอ้าซ่า
“ข้าไม่ได้สั่งให้ท่านทำแบบนี้ท่านพี่ลามก! ท่านพี่ทะลึ่ง!ข้าไม่คุยกับท่านพี่แล้ว”
เมื่อหลินเส้าเฟยโวยวายครบครึ่งนาทีคนโดนหมัดขวาลุกขึ้นมาได้เสียที มนัสนั่งบนเก้าอี้ไม่มีพนักพิงตัวเดิมใช้มือซ้ายลูบคลำปลายคางพร้อมบ่นในใจ ผู้หญิงอะไรหมัดหนักอย่างกับช้างถีบถ้าโดนอีกครั้งอาจได้นอนยาวจนถึงหัวค่ำ
“ข้าขอโทษที่ล่วงเกินเ้าเ้ากลับมานั่งที่เดิมเถอะ”
ข้อดีประการหนึ่งของหลินเส้าเฟยก็คือหลังอยู่กินด้วยกันครบหนึ่งอาทิตย์ นางเปลี่ยนจากเงียบขรึมมาเป็คุยจ้อไม่หยุดรวมทั้งชอบงอนเขาชอบโวยวายใส่ทุกวัน แต่ไม่เคยโกรธกันเกินห้านาทีสักครั้งรวมทั้งครั้งนี้ครั้งที่ตัวนางโดนจับหน้าอก นางยังคงทำตามคำสั่งสามีนิสัยไม่ดี สาวหน้ามุ่ยเดินกลับมานั่งเก้าอี้ตัวเองโดยใช้สองมือช่วยปิดบังอวัยวะสำคัญ
“เ้าอยากให้ข้าทำอะไร”
“ท่านพี่ไม่ต้องทำก็ได้” นำเสียงเ้าตัวชักเริ่มลังเลใจ
“บอกมาเถอะข้าทำให้ข้าสัญญาจะไม่แตะต้องตัวเ้า”
“ข้า…เอ่อ” ใบหน้าหญิงสาวออกอาการลังเลที่สุด “ข้าอยากให้ท่านพี่…เอ่อ…ให้ท่านพี่กัดปากข้า”
“กัดปาก!”คนคางบวมปากเจ่อเริ่มคิดหนัก “กัดปาก…อ๋อ…เ้าอยากให้ข้าจูบ”
ผู้ชายมือปลาหมึกนึกถึงเหตุการณ์ได้ทันทีคืนนั้นภรรยาป้ายแดงโวยวายไม่ยอมเลิก กลัวคนอื่นได้ยินเขาจำเป็ต้องจูบนาง เื่นี้เองที่แม่คุณอยากได้เหลือเกินไอ้เราดันนึกเลยเถิดเผลอทำรุ่มร่ามใส่ ในเมื่อเข้าใจตรงกันแล้วเริ่มเลยดีกว่า
ขณะที่มนัสกำลังตั้งท่าเตรียมพร้อมหลินเส้าเฟยมีอาการเกร็งไปหมดทั้งตัว นางใช้สองมือช่วยปกป้องสองเต้าเต่งตึง ก่อนนึกได้ว่าเขามีสิทธิโดยชอบธรรมไม่ใช่หรือแต่นางเขินนี่นาจึงใช้สองมือปกป้องอีกครั้งสักพักเปลี่ยนใจปล่อยมือตัวเองลงสู่หน้าตัก ครั้นเห็นใบหน้าขาวนวลของท่านพี่ยื่นเข้าใกล้นางรีบหลับตาปี๋แต่กลับแหงนคอเพื่อรอคอย
แล้วริมฝีปากของเขากับของนางก็ัักันเมื่อการอุ่นเครื่องระหว่างสองเราผ่านพ้นไป ปลายลิ้นอุ่นๆ เริ่มสอดแทรกเข้ามาอย่างแ่เบาััโดนปลายลิ้นนางทำให้นางใกลัว แต่แล้วธรรมชาติก็เริ่มสอนสั่งควรทำเช่นไร
สองเรากอดกันแแ่กว่าเดิมสองเราจูบกันครั้งที่หนึ่ง…ครั้งที่สอง…ครั้งที่สาม เมื่อโดนจูบครั้งที่สี่ร่างกายเริ่มโอนไปเอนมา ดวงตาพร่ามัวหายใจเสียงดังไร้สิ้นเรี่ยวแรงครั้นปลายลิ้นััโดนปลายลิ้นอีกครั้ง รู้สึกร้อนวูบวาบไปหมดทั้งเรือนร่าง เมื่อสถานการณ์เริ่มเกินเลยจากที่ตั้งใจหลินเส้าเฟยวิ่งหนีออกมาทั้งที่ไม่อยากทำ
คนอยากโดนจูบแอบคิดในใจว่าจูบของท่านพี่ร้อนแรงเหลือเกิน ร้อนกว่ากะเดาไก่ที่นางกินแต่ยังไม่ได้ขัดฟัน
-------------------------------
ปล.บทเข้าพระเข้านางมีแค่นี้นะครับทุกอย่างของบทนี้มีความหมายใน่ท้าย