ความมืดมิดที่เข้าปกคลุมนั้นไม่ใช่ความมืดจากการขาดแสง แต่มันคือความว่างเปล่าที่กลืนกินประสาทััทุกอย่างของนนทพัทธ์ไปจนสิ้น เสียงะเิของพลังงานกาลเวลาเมื่อครู่ยังก้องอยู่ในหู แต่มันกลับค่อยๆ แ่เบาลงจนกลายเป็ความเงียบที่น่าอึดอัด ร่างของเขาเหมือนถูกเหวี่ยงลงไปในพายุหมุนที่มองไม่เห็น แรงเหวี่ยงนั้นกระชากมวลกล้ามเนื้อและกระดูกจนเขารู้สึกเหมือนจะแตกออกเป็เสี่ยงๆ
นนท์พยายามจะอ้าปากะโ แต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา มีเพียงเืสีดำสนิทที่ไหลย้อนขึ้นมาจากลำคอ รสชาติคาวจัดและเย็นเยียบเหมือนโลหะที่ถูกแช่แข็ง เขารู้สึกได้ว่าแขนซ้ายของเขามันเบาหวิว... เบาเกินไปจนเขาสยองขวัญ เมื่อเขาก้มลงมอง (หรือพยายามจะมองในความมืดที่บิดเบี้ยวนี้) เขาพบว่าร่างกายซีกซ้ายของเขาไม่ได้เป็เพียงกระดูกสีขาวโพลนอีกต่อไป แต่มันเริ่มสลายกลายเป็ละอองธุลีสีดำที่ลอยฟุ้งกระจายไปในความว่างเปล่า
“นายรู้หรือยัง... ว่าทำไมฉันถึงเรียกว่า ‘หนี้’ ?” เสียงเย็นเยียบของมีนาดังกังวานขึ้นมาจากทุกทิศทาง
นนท์หันขวับ (เท่าที่ร่างกายที่เหลืออยู่จะเอื้ออำนวย) เขาพบหญิงสาวในชุดดำยืนอยู่ในระยะที่ไม่ไกลนัก รอบตัวเธอมีออร่าสีน้ำเงินเข้มเจือจางที่ช่วยให้เธอยังคงสภาพร่างที่สมบูรณ์ไว้ได้ท่ามกลางมิติที่ฉีกขาด เธอมองเขด้วยดวงตาสีน้ำเงินลึกลับที่เต็มไปด้วยความสมเพชและห่วงใยที่ปนเปกันจนแยกไม่ออก
“มัน... เจ็บ... เหมือนใจจะขาด...” นนท์เค้นเสียงลอดไรฟัน ทุกคำพูดที่เปล่งออกมาทำให้เส้นเืสีดำที่ลำคอปูดโปนขึ้นมาจนเห็นชัด
“นั่นคือความเ็ปของการ ‘ถูกลบ’ นนท์” มีนาก้าวเดินเข้ามาหาเขาอย่างช้าๆ บนพื้นผิวที่มองไม่เห็น “ทุกครั้งที่นายกดปุ่มหยุดเวลา นายไม่ได้หยุดมันไว้เฉยๆ แต่นายกำลังกระชากด้ายแห่งโชคชะตาจาก่เวลาอื่นมาเติมเต็มความ้าในปัจจุบัน นายกู้ยืมอนาคตมาใช้ และตอนนี้... อนาคตของนายมันหมดลงแล้ว นาฬิกาเลยเริ่มทวงถามเอาจาก ‘ตัวตน’ ของนายแทน”
ทันใดนั้น ภาพนิมิตมากมายเริ่มผุดขึ้นรอบตัวนนท์ราวกับกระจกเงาที่แตกกระจายสะท้อนภาพเหตุการณ์ในอดีต เขามองเห็นภาพตัวเองตอนเด็กที่กำลังวิ่งเล่นกับแม่ เห็นภาพวันที่เขาได้งานส่งของวันแรก และที่สำคัญที่สุด... เขาเห็นภาพของเก่ง
ในภาพนิมิตนั้น เก่งกำลังยืนอยู่ในอู่ซ่อมรถที่คุ้นตา เขากำลังถือประแจตัวเดิมที่นนท์เคยช่วยหยิบให้ แต่ใบหน้าของเก่งกลับดูสับสน เขาขยับปากพูดชื่อใครบางคน... แต่ไม่มีเสียงออกมา เก่งขมวดคิ้วแล้วส่ายหัวเหมือนพยายามนึกบางอย่างที่สำคัญมาก แต่นึกไม่ออก ก่อนจะหันไปทำงานต่อราวกับว่าพื้นที่ที่นนท์เคยยืนอยู่นั้นเป็เพียงความว่างเปล่ามาั้แ่ต้น
“ไม่... เก่ง... ฉันอยู่นี่!” นนท์ยื่นมือขวาที่ยังเป็เนื้อหนังออกไปหมายจะคว้าภาพนั้นไว้ แต่มือของเขากลับทะลุผ่านละอองความทรงจำนั้นไป
“ยิ่งนายใช้พลังของนาฬิกามากเท่าไหร่ ความทรงจำของผู้คนที่มีต่อนายก็จะถูกเผาไหม้เป็เชื้อเพลิงมากขึ้นเท่านั้น” มีนาอธิบายพลางมองดูเศษเสี้ยวิญญาของนนท์ที่หลุดลอยออกมาเป็ควันสีดำ “นายกำลังจะกลายเป็ ‘สิ่งที่ไม่เคยมีอยู่จริง’ นนท์ หากนาฬิกาเดินครบรอบนี้ ตัวตนนายจะหายไปจากประวัติศาสตร์ แม้แต่ชื่อของนายก็จะไม่มีใครจำได้”
“หุบปากซะ! มีนา!” เสียงทรงอำนาจของเวนดังแทรกขึ้นมา เวนปรากฏตัวออกมาจากเงามืดอีกด้านหนึ่ง ชุดสูทสีเทาของเขาเริ่มยับย่นและมีรอยฉีกขาด แต่รอยสักนาฬิกาทรายที่ข้อมือซ้ายกลับเรืองแสงสีส้มหม่นอย่างบ้าคลั่ง “เขาเป็ ‘กุญแจ’ ของฉัน! เขาจะหายไปไม่ได้จนกว่าจะเปิดประตูสู่ความเป็ะให้ฉัน!”
เวนพุ่งตัวเข้าหานนท์ด้วยความเร็วที่เหนือธรรมชาติ ในสภาวะที่มิติปั่นป่วนนี้ เขากลับดูเหมือนจะควบคุมทิศทางได้ดีกว่าใครเพื่อน มือของเวนเอื้อมมาหมายจะคว้าตัวนาฬิกาพกที่ยังคงถูกกำแน่นด้วยนิ้วกระดูกของนนท์
“เอเวอลีน! จัดการยัยผู้พิทักษ์นั่นซะ!” เวนะโสั่ง
เอเวอลีนปรากฏตัวออกมาจากมิติที่บิดเบี้ยวราวกับเงานักล่า เธอพุ่งเข้าหามีนาด้วยมีดสั้นที่อาบไปด้วยพลังงานสีม่วงเข้ม มีนาเอี้ยวตัวหลบอย่างพริ้วไหวพลางชักดาบสั้นสีดำสนิทออกมาจากความว่างเปล่า เสียงโลหะปะทะกันดังก้องไปทั่วมิติที่ไร้กาลเวลา เกิดประกายไฟสีเงินแวบวาบทุกครั้งที่ทั้งคู่แลกหมัดกัน
นนท์ที่กำลังทรุดตัวลงกับพื้น (ที่ไม่มีอยู่จริง) รู้สึกถึงแรงสั่นะเืจากนาฬิกาในมือ เข็มกระดูกสัตว์มันหมุนทวนเข็มอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องจักรที่กำลังจะะเิ เขารู้สึกว่าหัวใจของเขาเต้นช้าลงเรื่อยๆ ทุกจังหวะการเต้นคือการสูญเสียภาพความทรงจำไปทีละภาพ... ภาพแม่ที่ยิ้มให้เขากำลังจางหายไป... ภาพถนนที่เขาเคยขับรถผ่านกำลังกลายเป็สีขาว...
“นายต้องเลือก นนท์!” มีนาะโก้องขณะที่รับมือกับคมมีดของเอเวอลีน “จะยอมให้มันกลืนกินเพื่อแลกกับอำนาจจอมปลอม หรือจะทำลายมันทิ้งและยอมรับความจริงว่าชีวิตที่ขโมยมามันไม่มีค่าอะไรเลย!”
“อย่าไปฟังมัน!” เวนคำรามอยู่ข้างหูนนท์ มือของเขาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือซ้ายที่เป็กระดูกของนนท์ ความเ็ปรุนแรงเหมือนกระแสไฟฟ้าแรงสูงแล่นพล่านไปทั่วร่าง “ส่งนาฬิกามาให้ฉัน แล้วฉันจะช่วยให้แกไม่ต้องหายไป แกจะได้เป็ข้าทาสที่อยู่ชั่วกัลปาวสานในโลกที่เวลาหยุดนิ่งของฉัน!”
นนท์มองไปที่หน้าปัดนาฬิกาที่ร้าวระแหง เืสีดำของเขาไหลซึมลงไปในรอยแยกนั้น และเขาสังเกตเห็นบางอย่าง... ภายในรอยร้าวของนาฬิกา เขาเห็นเงาสะท้อนของตัวเองที่เป็ซากศพเน่าเปื่อยกำลังแสยะยิ้มให้เขา มันคือร่างในอนาคตที่เขากำลังจะเป็ หากเขายังดื้อรั้นที่จะพลังนี้ต่อไป
“โลกที่ไม่มีใครจำฉันได้... มันจะมีประโยชน์อะไร...” นนท์พึมพำ น้ำตาใสๆ ไหลอาบแก้มซีกที่เป็มนุษย์ ก่อนจะเหือดแห้งไปในทันทีด้วยความร้อนจากพลังงานกาลเวลา
เขามองเห็น Wraiths of the Debt เริ่มก่อตัวขึ้นจากควันสีน้ำเงินเข้มรอบๆ ตัวเวน พวกมันมีดวงตาสีแดงฉานและเริ่มเอื้อมมือที่ผอมแห้งมายังร่างของนนท์เพื่อเก็บเกี่ยวส่วนที่เหลือของิญญาเขา
นนท์ตัดสินใจทำในสิ่งที่เสี่ยงที่สุด เขาไม่ได้ส่งนาฬิกาให้เวน และไม่ได้ทำลายมันตามที่มีนาบอก แต่เขากลับออกแรงเฮือกสุดท้ายกดปุ่มกระดูกสัตว์ซ้ำลงไปอีกครั้งด้วยความโกรธแค้นและสิ้นหวัง
“ถ้าฉันต้องสูญเสีย... ทุกอย่างที่เป็ของฉัน... แกก็ต้องเสียมันไปด้วยเหมือนกัน เวน!”
แสงสว่างสีขาวโพลนะเิออกมาจากใจกลางนาฬิกาพก มันสว่างจ้าจนกลบมิติสีดำไปจนสิ้น พร้อมกับเสียงกรีดร้องของิญญาผู้เก็บเกี่ยวที่ถูกแสงนั้นแผดเผา นนท์รู้สึกได้ว่าแรงยึดเหนี่ยวระหว่างเขากับโลกความจริงกำลังขาดสะบั้นลงอย่างสมบูรณ์
เขากำลังจะดิ่งลงสู่จุดที่ลึกที่สุดของกาลเวลา... ที่ซึ่งแม้แต่มีนาก็อาจจะตามไปช่วยไม่ได้