บทที่ 29 อินเสินเป็บ้าเพราะเด็กสาวคนเดียวเหรอ
ซิงซิงสบตากับอินเสินที่มองมาพอดี เธอออกแรงเช็ดน้ำตามากขึ้น เธออยากจะมองพี่ใหญ่ให้ชัดเจน! ตอนนี้บนร่างกายของพี่ใหญ่ไม่ได้รับอันตรายใด ๆ
งั้นก็ดีแล้ว งั้นก็ดีแล้ว…
และในเวลาเดียวกัน อินเสินก็ไม่ได้มีการต่อสู้ดิ้นรนใด ๆ เหมือนกับเขาตัดสินใจเลือกได้นานแล้ว
ซิงซิงอยู่ในรถ ไม่ได้ยินบทสนทนาของด้านนอก แต่ว่าเธอมองเห็นชัดเจนถึงคนที่ลงมาจากรถคันนั้น—
เขาคือคนที่จะพาเธอไปจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าคนนั้น!
หลังจากที่ซิงซิงมองเห็นใบหน้าที่น่าเกลียดอย่างชัดเจนแล้ว เธอก็หดตัวลงด้วยความตื่นกลัว ร่างเล็กตัวสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่
เป็คนเลวคนนั้น…คนเลวที่ทำให้เธอรู้สึกกลัวและรังเกียจ!
คนเลวคนนี้คือคนที่จับพี่หกไปงั้นเหรอ!
ซิงซิงจับประตูรถไว้แน่น เธอไม่ได้ร้องไห้ แต่มองไปยังพี่หกที่อยู่ไม่ไกลด้วยดวงตาเบิกกว้าง
นั่นคือพี่หก…
สิ่งชั่วร้ายบนร่างของพี่หกค่อย ๆ หายไป! เหมือนกับสิ่งน่ากลัวและอันตรายเมื่อกี้ที่เธอเห็นบนดวงดาวกำลังค่อย ๆ หายไป! แม้ว่าในหัวเล็ก ๆ ของเธอจะไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเป็แบบนี้ แต่ว่าซิงซิงดีใจมาก!
ดีจังเลย พี่หกไม่เป็อะไรแล้ว
บางทีหัวเล็ก ๆ ของเธอยังไม่รู้ตัวว่าเคราะห์ร้ายกลายเป็ดีเหล่านี้ ทั้งหมดก็เป็เพราะดาวดวงน้อยของเธอทั้งนั้น
เธอสามารถทำลายเคราะห์ร้ายให้หมดสิ้นไป ทำให้วงโคจรของโชคชะตาพวกเขาย้ายออกจากทางตันทีละน้อย
ในจุดนี้ แม้แต่เทียนเต้าเองก็ประเมินความสามารถของเธอต่ำไป
……
ซิงซิงไม่ได้ยินบทสนทนาของอินเสินและโจวเต๋อ แต่เซี่ยจื่ออวี้ได้ยินชัดเจน สติที่เลอะเลือนของเขาชัดเจนมากยิ่งขึ้น เขาเงยหน้าขึ้นแล้วมองไปทางโจวเต๋อ
“แกมันเดรัจฉาน!”
จากนั้นก็มองไปทางอินเสิน
“อินเสิน! ถ้านายยอมรับข้อเสนอมัน ฉัน…อึก!”
โจวอี้เฉวียนเตะเข้าที่หน้าท้องของเขา เสียงของเขาถูกความเ็ปอย่างรุนแรงกลืนลงไป ชายหนุ่มงอตัวอย่างแรง หน้าผากซึมไปด้วยหยาดเหงื่อ ลำคอหายใจหอบอย่างหนัก แต่ก็ไม่ได้คุกเข่าลงไปเสียทีเดียว
โจวอี้เฉวียนที่ได้เปรียบะโออกไป
“เซี่ยจื่ออวี้ แกกล้าด่าลุงฉัน แกอยากตายเหรอ คุกเข่าดี ๆ!”
พูดเสร็จเขาก็เตะเซี่ยจื่ออวี้ที่ด้านหลังอีกครั้ง
มือของเซี่ยจื่ออวี้ถูกมัดไว้ด้านหลัง เพราะว่าทรงตัวไม่มั่นคงและยังถูกโจมตีอย่างแรงจนหน้าไถลไปกับพื้น ทำให้หน้าของเขาเืออกเพราะเสียดสีกับพื้นดินขรุขระ
ในที่สุดอินเสินก็พูดด้วยน้ำเสียงเ็า
“ตีคนของผมต่อหน้าผม ไม่ดีเท่าไหร่มั้ง?”
น้ำเสียงของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเพราะการถูกทรมานของเซี่ยจื่ออวี้
เขายังคงเป็ประธานอินที่ใจเย็นมีสติปัญญา ราวกับไม่ได้รับผลกระทบจากเื่ใด ๆ และสิ่งที่เลือกก็เป็สิ่งที่ดีเสมอ
โจวเต๋อหัวเราะ “อีฉวน หยุดก่อน เขาเป็คนของประธานอิน”
ใบหน้าโจวอี้เฉวียนฉายแววดุร้าย ในขณะที่เก็บมือกลับมา เขาก็แอบเหยียบขาของเซี่ยจื่ออวี้แรง ๆ หนึ่งที คิดไม่ถึงว่าเซี่ยจื่ออวี้จะมีแบ็กอัปเป็ถึงประธานอิน ทำให้คนยิ่งเกลียดเข้าไปอีก
ทุกอย่างอยู่ในสายตาของซิงซิงทั้งหมด ลูกตาสีดำของเธอขยายใหญ่เล็กน้อย ทุกครั้งที่น้ำตาไหลลงมา เธอก็จะใช้หลังมือน้อย ๆ เช็ดออก
เป็ครั้งแรกของเด็กน้อยที่เจอการปะทะกันระหว่างคนโตและคนชั่ว ร่างกายเล็ก ๆ สั่นเทาเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่อยู่ อยากจะเข้าไปขวางอยู่ที่ด้านหน้าของพี่หก แต่ว่าเธอรู้ พี่ใหญ่ไม่อนุญาตให้เธอวิ่งเพ่นพ่านไปทั่ว
เด็กหญิงมองออกไป ตอนนี้มีแค่พี่ใหญ่เท่านั้นที่จะช่วยพี่หกได้ ดังนั้นเธอจะต้องเชื่อฟังพี่ใหญ่ ต้องเชื่อฟัง!
เธอจ้องมองโจวเต๋อและพวกของโจวอี้เฉวียนราวกับว่าจะจดจำใบหน้าของพวกเขาเอาไว้ในหัว
ซิงซิงอยากร้องไห้ แต่ซิงซิงร้องไห้ไม่ได้
แม้ว่าตอนนี้ซิงซิงจะไม่สามารถไปปกป้องพี่หกได้ แต่ซิงซิงสามารถแก้แค้นให้กับพี่หกโดยวิธีอื่นได้! ฟันน้ำนมขบริมฝีปากล่างแน่น กวาดสายตาสำรวจมองในรถ แล้วก็พบปากกาสองสามด้าม
มือเล็กคว้าปากกามาจับไว้แน่น
บนเบาะข้างคนขับ ซิงซิงจัดวางรูปทรงแปลก ๆ อย่างระมัดระวัง ปากขมุบขมิบพูดอะไรบางอย่าง
……
ด้านนอกของรถ โจวเต๋อสั่งให้โจวอี้เฉวียนหยุดลงมือ แล้วคลี่ยิ้มอย่างมีความสุข เมื่อกี้เขาชำเลืองเห็นเงาเล็ก ๆ ในรถของอินเสิน ถ้าหากมองไม่ผิด เธอก็คือเด็กผู้หญิงคนนั้นที่เขาคิดถึง
เดิมทีเขาไม่ได้อยากกินเธอขนาดนั้น แต่พอไม่ได้ ทั้งยังหาของมาแทนไม่ได้ เด็กคนนั้นก็ดูมีค่าเป็พิเศษขึ้นมาทันที
ตอนนี้เขาอยากจะได้เธอขึ้นมาแล้วสิ!
“ประธานอิน คุณยังมัวลังเลอะไรอยู่อีก”
“เธอก็แค่เด็กกำพร้าอายุสามขวบครึ่งเท่านั้นเอง หากประธานอินอยากจะรับเลี้ยงเด็กละก็ ไม่มีทางหาไม่ได้หรอก”
“ส่งเธอให้ผม จากนี้เราจะวินวินกันทั้งคู่ ต่างได้ในสิ่งที่้า ไม่ดีเหรอ”
โจวเต๋อแสยะยิ้ม ด้านหลังมีลูกน้องยืนอยู่อีกสิบกว่าคน แต่ละคนรูปร่างสูงใหญ่ ในมือถือไม้กระบองยาว
เซี่ยจื่ออวี้ถูกคนสองคนกดไว้ ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ เหมือนกับจะสลบไปแล้ว
แต่… อินเสินตัวคนเดียว
เสื้อคลุมสีดำพลิ้วไสวไปมาท่ามกลางสายลมยามค่ำคืน ไหล่กว้าง เอวบาง ขายาว ใบหน้าเคร่งขรึม บุคลิกโดดเด่น แม้ว่าจะตัวคนเดียว แต่ดูเหมือนมีกองกำลังนับพัน
อินเสินชำเลืองมองเซี่ยจื่ออวี้ที่ล้มหมดสภาพอยู่บนพื้น
โจวเต๋อสังเกตเห็นสายตาของอีกฝ่ายจึงเอ่ยต่อ “ประธานอิน คุณก็เห็นอยู่ เดิมทีเด็กคนนี้นั้นมีแผลอยู่แล้ว”
“หากรออีกพักแล้วมีคนไม่ทันระวังทำให้เขาพิการขึ้นมา มันจะไม่ดีเอานะ”
นี่คือการคุกคามอย่างโจ่งแจ้งแล้ว
อินเสินหลับตาลง เงียบไปสองวินาที จากนั้นยกมุมปากขึ้นแล้วพูดกับโจวเต๋อ “นี่เป็ธุรกิจที่ดีมากจริง ๆ”
เขาลูบคางแล้วมองไปทางโจวเต๋อ “ให้คนของคุณไปเอาสัญญามาแล้วกัน”
โจวเต๋อพยักหน้าอย่างพอใจและโบกมือ โจวอี้เฉวียนพาคนอีกสี่คนเดินไปยังรถของโจวเต๋อที่จอดอยู่ค่อนข้างไกล
อินเสินมองตาของโจวเต๋อที่กำลังฉายแววตื่นเต้นดีใจ จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับซิงซิงที่อยู่ในรถของตัวเอง
“ซิงซิง ลงมาจากรถ”
โจวเต๋อเบิกตาโพลงด้วยความดีใจ ความสนใจทั้งหมดถูกดึงดูดโดยเด็กน้อยที่อยู่ในรถ
และ ณ เวลานี้
มีดสั้นสีเงินถูกดึงออกมาอย่างฉับพลัน ภายใต้แสงจันทร์อันเย็นเยือก
อินเสินถือมีดสั้นไว้ในมือ ก้มตัวลงต่ำ ในตอนที่ทุกคนไม่ทันได้ระวังตัว เขาใช้ความเร็วสูงสุดพุ่งไปยังโจวเต๋อ!
ไม่เคยได้ยินเลยว่าอินเสินจะมีฝีมือแบบนี้!
ลูกน้องสองคนที่อยู่ด้านหน้าสุดโต้ตอบ แต่อินเสินเอียงตัวหลบในทันที และรู้สึกถึงความเย็นที่ข้อมือ—
มีดสั้นแหลมคมในมือของอินเสินกรีดไปที่มือของพวกเขาที่ถือกระบองไว้ และตัดขาดเอ็นมือของพวกเขาทันที!
ลูกน้องสองสามคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของโจวเต๋อใ รีบหยิบอาวุธออกมาจากเอวเพื่อพุ่งเข้าไปโจมตีอินเสิน
แต่แล้วกลับรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่ด้านหลัง มีดสีเงินแทงเข้าไป ก่อนจะถูกดึงออกมาพร้อมด้วยสีแดง
ขณะนั้นเซี่ยจื่ออวี้พลันใช้ความเร็วที่คนปกติยากที่จะเข้าใจพาร่างที่เจ็บหนักะโขึ้นจากพื้น จากนั้นก็ฆ่าพวกลูกน้องสองสามคนจากทางด้านหลัง!
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเื ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ
เซี่ยจื่ออวี้และอินเสินร่วมมือกันอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาเดียว
จริง ๆ แล้วสิ่งที่พ่อเน้นย้ำมากที่สุดก็คือความเร็ว
ตอนที่โจวเต๋อกำลังจะโต้ตอบ เขาก็ถูกอินเสินควบคุมไว้หมดแล้ว
มีดสั้นที่เปื้อนเืถูกจ่อไว้อยู่บนคอหอยของเขา
คาดไม่ถึงว่าเซี่ยจื่ออวี้จะยืนขึ้นได้ เขาเดินกะเผลกไปทางด้านหลังของอินเสิน ทั้งตัวเขาเต็มไปด้วยเื เืสดมากมายหยดลงมาจากข้อมือ…
เมื่อกี้ตอนที่แกล้งสลบ เขาใช้ก้อนหินแหลมคมตัดเชือกออกมาได้
สามสี่คนที่ไปหยิบสัญญาบนรถในที่สุดก็รู้สึกถึงความผิดปกติจึงรีบวิ่งกลับมา แต่กลับเจอกับสถานการณ์แย่กว่าเดิม
ใบหน้าโจวเต๋อดุร้าย
“อินเสิน! คุณบ้าไปแล้ว!”
โจวอี้เฉวียนะโด้วยความใกลัว “รีบปล่อยลุงฉันนะ!”
อินเสินเอียงศีรษะ หมุนคอยืดเส้นเล็กน้อย และจุดยิ้มขึ้น เดิมทีเขาเป็คนยิ้มยาก แต่วันนี้ได้ออกแรงแล้วก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าไม่น้อย
อินเสินพูดด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่เยือกเย็น
“โจวเต๋อ ข้อเสนอที่คุณเสนอมามันยั่วยวนจริง ๆ แต่ผมคนนี้เกลียดการถูกข่มขู่ สิ่งที่ผม้า ผมจะไปเอามาเอง”
“คุณดูสิ วันนี้ผมไม่ได้รับข้อเสนอของคุณ แต่ผมก็เอาคนของผมกลับมาได้ไม่ใช่เหรอ”
โจวเต๋อรู้สึกเหมือนถูกข่มขู่ด้วยความตายเป็ครั้งแรก ขาทั้งสองอ่อนแรง ดวงตาล่อกแล่กหวาดกลัว
“อินเสิน คุณทำแบบนี้คือจะตัดขาดกันเลยใช่ไหม! ทำแบบนี้ไม่มีอะไรดีกับคุณเลย!”
อินเสินพยักหน้า แถมยังมีอารมณ์เช็ดรอยเืที่ข้อมือของตัวเองอีก
“ไม่มีข้อดีจริง ๆ แหละ ผมก็รู้สึกเสียดายเหมือนกันนะ”
เขาพูดไปด้วยพลางเดินไปที่รถของตัวเอง
ประตูที่ล็อกไว้เพิ่งจะเปิดออกในเวลานี้
ตอนแรกที่เขาะโให้ซิงซิงลงมาจากรถ จริง ๆ แล้วประตูรถยังล็อกอยู่ แต่ตอนนี้โจวเต๋ออยู่ในมือของอินเสินแล้ว ลูกน้องพวกนั้นก็ไม่กล้าทำอะไร ได้แต่มองพวกเขาเดินขึ้นรถไป
ตอนที่ประตูรถเปิดออก ซิงซิงก็วางปากกาด้ามสุดท้ายเสร็จพอดี