จู้เจียงเจียงแจ้งพวกผู้ใหญ่ในหมู่บ้านแล้ว ว่าจะพาพวกเด็ก ๆ ั้แ่อายุสามขวบขึ้นในหมู่บ้านทั้งหมดเข้าไปในเมือง
ที่หน้าประตูเมือง นางกำชับพวกเด็ก ๆ อีกครั้ง “ทุกคนไม่ต้องกลัว พวกเราแค่เข้าเมืองไปเดินเล่น อีกเดี๋ยวตอนร้องเพลงก็ทำเหมือนตอนที่พวกเราอยู่ในหมู่บ้าน ไม่ต้องตื่นเต้น เข้าใจไหม?”
พวกเด็ก ๆ น้อยครั้งมากที่จะได้เข้าเมือง วันนี้มีโอกาสตามจู้เจียงเจียงเข้าเมืองมาซื้อถังหูหลูกินด้วยกัน เด็กซนทั้งหลายจึงดีใจกันสุด ๆ
“พวกเราเข้าใจแล้ว”
“ดี เช่นนั้นพวกเ้ารอข้าเดี๋ยว ข้าจะไปซื้อถังหูหลูให้พวกเ้า”
จู้เจียงเจียงลุกขึ้น กำชับหลูชุ่ยฮวาอีกครั้ง “ชุ่ยฮวา ดูพวกเขาให้ดี ข้าไปครู่เดียวเดี๋ยวก็มา”
พูดจบ นางก็หมุนตัววิ่งเข้าไปในเมือง ตามหาชายชราที่ขายถังหูหลู
ซื้อถังหูหลูสามสิบกว่าไม้กับชายชราเสร็จ นางก็แบ่งให้พวกเด็ก ๆ คนละไม้ จากนั้นจู้เจียงเจียงกับหลูชุ่ยฮวาก็แบ่งแยกกันเป็สองทาง นำพวกเด็ก ๆ ร้องและเล่นไปรอบเมือง
“♫ ดึงดูดผีเสื้อให้โบยบินไป ทำให้ผึ้งร้องหึ่ง ๆ เฮ้...ดึงดูดชายหนุ่มตัดฟืนบนเขาฝั่งตรงข้าม...♫”
“♫ พี่ชายตัดฟืนคนนั้น ♫ โอเย...เสียงร้องสดใส ในดงชามีเฟิ่งหวงสีทองคู่หนึ่งบินจากไป ♫ ”
พวกเด็ก ๆ ร้องเพลงเหมือนโคลงกลอนตลกขบขัน กินไปพลางวิ่งไปพลาง เสียงร้องชัดเจนแถมยังไพเราะ จึงดึงดูดสายตาของคนที่ผ่านทางไปมามากมาย
“พวกเด็กกลุ่มนี้ร้องอะไรอยู่?”
“ไม่รู้ แต่ฟังแล้วเพราะดี”
หลังจากที่พวกเด็ก ๆ เดินผ่านไป คนที่สัญจรไปมาก็อดไม่ได้ที่จะหยุดเดิน และหันมองร่างของพวกเขาที่กำลังห่างออกไปอย่างเสียดาย
ใช้เวลาสามวันต่อเนื่อง จู้เจียงเจียงหยุดงานต่าง ๆ ในมือ นำพาพวกเด็ก ๆ เข้าไปเที่ยวเล่นในเมือง
เด็กซนพวกนี้วันแรกยังเก็บอาการอยู่บ้าง พอถึงวันที่สามก็เล่นเหมือนคนบ้าไปแล้ว
ในสามวันนี้ เสียงร้องของพวกเด็ก ๆ ตามติดฝีเท้าของพวกเขาไปทุกหนแห่ง เผยแพร่ไปทั่วถนนใหญ่แม้กระทั้งในซอกซอย คนในเมืองไม่มีใครไม่เคยได้ยินบทเพลงนี้
“ดี ทุกคนมากันครบแล้วใช่ไหม? พวกเรากลับบ้านกันได้แล้ว”
จู้เจียงเจียงนับจำนวนคน เตรียมพาพวกเด็ก ๆ กลับบ้าน
“พี่หญิงจู้ พรุ่งนี้พวกเรายังจะมาอีกไหม?” เด็กซนคนหนึ่งยกมือถาม
“ไม่มาแล้ว ภารกิจของทุกคนสำเร็จแล้ว เก่งมาก” จู้เจียงเจียงลูบศีรษะเด็กคนนั้น ก่อนหันไปเรียกทุกคน “ไปเถอะ พวกเรากลับบ้านกัน!”
วันนี้นางสังเกตเห็นว่าผู้คนในเมืองเริ่มฮัมเพลงนี้กันเองแล้ว ผลลัพธ์นับว่าบรรลุ ไม่จำเป็ต้องให้พวกเด็ก ๆ มาอีก
ยิ่งไปกว่านั้น วันหนึ่งใช้เงินสามสิบกว่าเหวินซื้อถังหูหลู นางสู้ไม่ไหวจริง ๆ
ต่อจากนี้ ถึงตานางออกโรงแล้ว!
ร้านชาของจู้เจียงเจียงกลับมาเปิดอีกครั้ง ในตอนที่กำลังก้มหน้าก้มตายุ่งอยู่กับงานตรงหน้า ก็ได้ยินพวกผู้หญิงที่มาซื้อผักเดินคุยกันผ่านทางพอดี พวกนางคุยกันเื่ 《เพลงรักแห่งขุนเขาชา》
ฉากแบบนี้ หลายวันมานี้นางพบเห็นนับครั้งไม่ถ้วน
“แม่นางน้อย ร้านเ้าขายชา เ้าพอรู้ไหมที่ไหนมีูเาชา?” ลูกค้าที่มาดื่มชาคนหนึ่งเอ่ยถามนาง
คำถามนี้ จู้เจียงเจียงก็ได้ยินมานับไม่ถ้วนเหมือนกัน
นางเงยหน้า ตอบคำถามชายผู้นั้นด้วยคำตอบที่เตรียมไว้นานแล้วด้วยรอยยิ้ม “แน่นอน หมู่บ้านเสี่ยวฮวงมีูเาชา อีกอย่างยังได้ยินมาว่า ในูเาชายังมีเฟิ่งหวงสีทองอีกด้วย”
“แค่เพียงเฟิ่งหวงสีทองนั้นยากจะพบเห็น ได้ยินว่าต้นเดือนห้าถึงจะมีโอกาสเจอ”
พูดจบ นางก็แสร้งทำเหมือนไม่แน่ใจ “แน่นอนว่า ข้าก็ฟังมาเหมือนกัน หากท่านสนใจ ต้นเดือนห้าลองไปหมู่บ้านเสี่ยวฮวงดูก็ได้ สิ่งที่เห็นกับตาถึงนับว่าเป็เื่จริง”
ลูกค้าได้ยินเช่นนั้น ก็พยักหน้าให้นางอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เหมือนมีแผนการในใจ
ข่าวสารนี้เริ่มจากร้านชาเล็ก ๆ ของจู้เจียงเจียง หนึ่งเล่าต่อสิบ สิบเล่าต่อร้อย ใช้เวลาไม่ถึงสองวัน ทั้งเมืองเจียงหนานก็รับรู้กันหมดแล้ว
และในฐานะนางที่ขึ้นชื่อว่าเปิดร้านขายชาหนึ่งเดียวในเมือง ร้านของนางจึงกลายเป็แหล่งชุมนุมพูดคุยถึงเื่นี้เป็ธรรมดา ธุรกิจของนางทะยานสูงขึ้น เป็ที่นิยมสุด ๆ
“แม่นางน้อย ขอชาหนึ่งถ้วย” อีกคนแล้วที่มาดื่มชา
วันนี้ทั้งวันจู้เจียงเจียงเอาแต่ชงชา มือใกล้จะยกไม่ขึ้นแล้ว
แต่ทุกข์ปนสุข “ได้เดี๋ยวนี้!”
ดีตรงที่ตอนเที่ยงหนิวต้งก็ขายเนื้อหมูหมดแล้ว จึงมาช่วยนางรับรองลูกค้า ไม่อย่างนั้นนางคนเดียวทำไม่ทันจริง ๆ
“คุณชาย ชาของท่าน”
ร้านชานั่งกันจนเต็มแล้ว จู้เจียงเจียงยกถ้วยชาร้อนไปบนสะพานด้านหลัง ให้คนที่นั่งดื่มชาบนขั้นบันไดหิน “คุณชายเชิญดื่มชาให้อร่อย ้าอะไรเรียกข้า”
เห็นนางยุ่งแบบนี้เผยจี้จึงไม่ชวนคุยอะไรอีก เพียงแค่ยกถ้วยชาดื่มเงียบ ๆ
ดูเหมือนนาง...จะจำเขาไม่ได้?
เดิมทีเขาอยากถามนางเกี่ยวกับเืู่เาชาของหมู่บ้านเสี่ยวฮวง แต่ตอนนี้ดูแล้วเหมือนเขาจะหาจังหวะไม่ได้เลย
ช่างเถอะ รอผ่านไปสักสองสามวัน เขาค่อยใช้เหตุผลนี้ไปที่หมู่บ้านเสี่ยวฮวง ตอนนี้ไม่ถามก็ได้
เป็อีกวันหนึ่งที่ยุ่งเหมือนไปสู้รบ จู้เจียงเจียงเหนื่อยจนแทบขยับตัวไม่ไหว กลับยังต้องฝืนสังขารเก็บร้านชา ลากหม้อต้ม ถ้วยชาและกาน้ำชากลับไปล้าง
เมื่อกลับถึงบ้านแล้ว นางยังต้องไปดูพวกพี่ป้าน้าอาในหมู่บ้าน ว่าทำชุดเสื้อผ้าไปถึงไหนแล้ว
ในเมื่อจะขึ้นร้องเพลงเก็บชาชวนคนให้หลงใหล แม้แต่เสื้อผ้าก็ต้องเตรียมให้พร้อม
เสื้อผ้าของพวกหลูชุ่ยฮวาเก่าเกินไป ของเก่าที่ส่งต่อมาหลายสมัย ทั้งไม่พอดีตัวและไม่ค่อยสวยงาม จู้เจียงเจียงจึงทำได้เพียงทุ่มเงินก้อนโตไปซื้อผ้าพับที่ถูกที่สุดกลับมา ทำชุดใหม่ให้พวกนาง
“ป้าบ้านเหลียง ลำบากพวกท่านจริง ๆ เสื้อผ้าทำไปถึงไหนแล้ว?”
จู้เจียงเจียงหยิบเสื้อผ้าชุดหนึ่งบนโต๊ะขึ้นดู แบบชุดใช้ได้ ทว่างานปักออกจะแย่ไปสักหน่อย
แต่แค่นี้นางก็พอใจมากแล้ว ไม่ได้จ่ายค่าแรงทุกคนยังมาช่วยนางทำชุด นางหรือจะกล้าเรียกร้องอะไรอีก?
เหลียงเหวินโจวเห็นนางกลับมาแล้ว รีบดึงนางมาอีกทางด้วยใบหน้าเป็กังวล พลางเอ่ยปากพูดว่า “สะใภ้เล็ก ข้ารู้สึกว่าเ้าทำแบบนี้คงไม่สำเร็จ เ้าทำอย่างอื่นเถอะ”
เขาหมายถึงเื่ที่จู้เจียงเจียงทำในหลายวันนี้
ด้านหนึ่งนางให้คนในหมู่บ้านทำชุดให้นาง อีกด้านหนึ่งให้เก็บชา ผลิตชา ทั้งยังทำกระปุกไม้ไผ่จำนวนมาก การกระทำยิ่งใหญ่แบบนี้ เพียงเพื่อการแสดงรอบเดียวตอนต้นเดือนห้า
เขาจะมองอย่างไรก็รู้สึกไม่เหมาะสม ในหนังสือไม่เคยมีเื่แบบนี้
เหลียงเหวินโจวก็คือหนอนหนังสือคนหนึ่ง ใช้หนังสือเป็ที่พึ่ง เื่ที่ไม่มีเขียนในหนังสือ เขาจะรู้สึกว่ามันเป็ไปไม่ได้
จู้เจียงเจียงเห็นจุดนี้ของเขามานานแล้ว ดังนั้นจึงไม่โต้เถียงกับเขา เปลี่ยนเื่คุยไปเลยว่า “เ้าหนอนหนังสือ ข้าให้เ้าเขียนคำบนผ้าใบ เ้าเขียนเสร็จแล้วหรือยัง?”
นางต้องใช้ผ้าใบทำว่าวสองตัว ถึงตอนนั้นปล่อยว่าวหลังูเาชา ทำเหมือนในดงชามีเฟิ่งหวงสีทอง
“สะใภ้เล็ก ตอนนี้ข้ากำลังพูดเื่ให้เ้าตั้งใจทำนา เ้าเปลี่ยนมาคุยเื่ผ้าใบทำไม เ้าฟังข้า ข้าเคยเรียนมาก่อน”
เหลียงเหวินโจวเสียใจที่นางไม่เห็นความหวังดีของตน พยายามโน้มน้าวนางต่อ
“ช่างเถอะ เ้าเอาผ้าใบมาให้ข้า ข้าเขียนเองดีกว่า” คนมีความรู้คุยด้วยยาก จู้เจียงเจียงจึงตัดสินใจทำเอง ไม่รบกวนเขาแล้ว
อันที่จริงนางรู้ว่าเหลียงเหวินโจวหวังดี เขาแค่เห็นว่าไม่ง่ายที่นางต้องเลี้ยงเผยเสี่ยวอวี๋ คิดอยากดูแลนางแทนเพื่อนเล่นตอนเด็ก
เพียงแต่เขาทำผิดวิธี จู้เจียงเจียงไม่มีทางพอใจกับความมั่นคงเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ได้มาจากการเปิดร้านแผงลอยเล็ก ๆ เช่นนี้ นางยังมีความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น!