“มหินธา! เ้าคนเขลาเบาปัญญา หากเ้าไม่ใช่น้องของข้าล่ะก็...ข้าคงฆ่าเ้าเสียให้หายแค้น!” มหิศวรตวาดลั่น หน้าตาถมึงทึง แววตาเกรี้ยวกราดดุดัน
“พี่มหิศวร ได้โปรดยกโทษให้ข้าด้วยเถิด”มหินธาละล่ำละลักพูด ตัวสั่นเทารีบคลานเข้าไปกอดขาพี่ชาย มหิศวรมองน้องชายอย่างคลั่งแค้น“ข้าส่งเ้าไปรับใช้ไอ้าาพนมไพศาลเพื่อให้เ้าหาโอกาสขโมยมณีนพเก้าจากมันข้าอุตส่าห์ช่วยเ้าทุกอย่าง ช่วยขจัดขวากหนามต่างๆ ให้แก่เ้า จนเ้าได้เป็ถึงปุโรหิตอีกเพียงแค่นิดเดียวแท้ๆ เ้าก็จะสามารถขโมยมณีนพเก้าจากมันได้แล้วแล้วเหตุใดเ้าจึงกระทำนอกเหนือคำสั่งของข้า ก่อการกบฎยึดอำนาจ แล้วดูซิ! ทุกอย่างพังพินาศหมดแล้ว!”
มหินธาตัวสั่นงันงกรีบพร่ำขอโทษ“ข้าขออภัย ข้าผิดไปแล้วพี่มหิศวร ทั้งหมดเป็เพราะไอ้หมื่นหาญจ้ะพี่มันยุยงให้ข้าทำเช่นนี้จ้ะ มันว่าหากข้าเป็าาแล้ว ข้าก็จะได้ทุกสิ่งทุกอย่างรวมทั้งมณีนพเก้าที่พี่้าด้วยจ้ะ”
เขารีบโยนความผิดไปให้ผู้อื่นขอเพียงแค่พี่ชายให้อภัย ต่อให้ต้องกล่าวโทษใครเขาทำได้
“ไอ้น้องโง่เขลา!” มหิศวรตวาดใส่พร้อมกับสะบัดขาออกจากการเกาะกุมของน้องชายพร้อมกับใช้ขุมพลังมหาศาลยกร่างของมหินธาขึ้นไปลอยคว้างอยู่กลางอากาศ
“เหวอ...พี่มหิศวร...ได้โปรดปล่อยข้าลงไปเถิดข้ากลัวแล้ว อย่าทำอะไรข้าเลย ได้โปรด...” มหินธาร้องลั่น ไหว้ประหลกๆ อย่างหวาดกลัวมหิศวรตวัดมือขึ้นๆ ลงๆ ทำให้ร่างของมหินธาลอยขึ้นๆ ลงๆเช่นกัน
“เหวอ...พี่มหิศวร! ได้โปรดอภัยให้ข้าด้วยเถิด” มหินธาพร่ำขออภัย มหิศวรตวาดใส่อย่างโกรธจัด “ไอ้น้องโง่!...แล้วเป็เช่นไรล่ะห๊า! เ้าจะฆ่าไอ้าาพนมไพศาลกับเ้าชายก็ยังทำพลาดถึงเ้าฆ่าพวกมันได้ เ้าคิดหรือว่าาาอัคนีแห่งหิรัญคีรีจะปล่อยให้เ้ารอดไปได้มันเป็พี่น้องร่วมสาบานกับเ้าชายวัชระมันจะต้องตามล้างแค้นให้น้องร่วมสาบานของมันแน่ถ้าหากว่าข้า้ายึดอำนาจเป็าาแห่งพนมนคร ข้าคงกระทำไปนานแล้ว ไม่ต้องยุ่งยากส่งเ้าไปเป็ขี้ข้าไอ้าาพนมไพศาลหรอกแค่าาไร้น้ำยานั่นข้าจะฆ่ามันเสียก็ง่ายเพียงแค่พลิกฝ่ามือแต่ที่ข้าต้องอดทนรอมาหลายปีเช่นนี้ก็เพราะข้าไม่้าจะสู้รบกับไอ้าาอัคนีแค่เ้าลักมณีนพเก้ามาเสียโดยที่พวกมันจับมือใครดมไม่ได้ ทุกอย่างก็จะเป็ไปตามแผนอย่างที่ข้าวางไว้แต่นี่เ้าทำเสียแผนหมดสิ้นแล้ว เ้าจะให้ข้าทำเช่นไรกับเ้าดีมันถึงจะสาสมกับความโง่เขลาเบาปัญญาของเ้าห๊า! มหินธา!”
มหินธาตัวสั่นงกๆ รีบพร่ำบอกอย่างหวาดกลัว“ขอโอกาสให้ข้าได้แก้ตัวเถิดนะพี่ จะให้ข้าทำอะไรข้ายอมทั้งนั้น ได้โปรดอภัยให้ข้าเถิดพี่มหิศวรอภัยให้ข้าด้วยเถิดนะพี่จ๋า”
มหิศวรมองน้องชายอย่างสมเพช“เห็นแก่ที่เ้าเป็น้องของข้า ข้าจะอภัยให้เ้าสักครั้ง แต่เ้าจะต้องกลับไปหาทางลักมณีนพเก้ามาให้ได้หากเ้าทำไม่สำเร็จ...ข้าจะฆ่าเ้าทิ้งเสีย”
แล้วเขาก็ปล่อยน้องชายลงสู่พื้นพลั่ก!
“โอ๊ย!” มหินธากระแทกพื้นจุกจนร้องไม่ออก แล้วมหิศวรก็หันไปหยิบไม้เท้าสีดำสนิทจากแท่นบูชาเ้าแม่กาลีพลางชี้ไม้เท้าไปที่ร่างของน้องชาย“ข้าจะแปลงกายให้เ้าเป็นางกำนัลเพื่อที่เ้าจะได้ลอบเข้าไปในวังได้อย่างสะดวก”
ทันใดนั้นเองก็ปรากฎกลุ่มควันสีดำลอยออกมาจากปลายไม้เท้าแล้วพุ่งเข้าหาร่างของมหินธาทันทีครั้นพอควันสีดำจางลงก็ปรากฎร่างของนางกำนัลสูงวัยแทนที่ร่างกำยำของมหินธา มหิศวรมองร่างนั้นอย่างพอใจพลางพูดอย่างเหี้ยมโหดว่า“หากเ้ายังทำพลาดอีก ข้าจะฆ่าเ้าซะ...จงจำไว้ให้ดี ไอ้น้องโง่เขลา!”
มหินธาไหว้ประหลกๆ ละล่ำละลักรีบพูดว่า“ข้าจะไม่ทำพลาดอีกแล้วจ้ะพี่ ข้าจะเอามณีนพเก้ามาให้พี่ให้จงได้จ้ะ”
แล้วมหิศวรก็หันไปหยิบห่อผ้าสีดำจากหน้าแท่นบูชามายื่นให้น้องชายพลางบอกว่า“นี่คือผงนิทรา หากเ้าสบโอกาสเมื่อไหร่เ้าจงเอาผงนิทรานี้โรยใส่กองไฟ ผู้ใดสูดดมควันจากผงนี้เข้าไปมันก็จะหลับไปทันที”
“จ้ะพี่” มหินธายื่นมือไปรับห่อผ้าแล้วรีบเอาเหน็บเอวไว้แล้วมหิศวรก็ชี้ไม้เท้าไปที่ร่างของมหินธาอีกครั้ง “ข้าจะแบ่งพลังพระเวทให้เ้าไว้สักเล็กน้อยก็แล้วกัน”
แล้วควันสีดำก็พวยพุ่งออกจากปลายไม้เท้าลอยละลิ่วพุ่งตรงเข้าไปในตัวของมหินธาทันทีมหินธาเกร็งกระตุกประดุจถูกไฟฟ้าช็อตไปทั้งร่าง “อึก!...อึก!...”
พอมหิศวรลดไม้เท้าลงมหินธาก็ทรุดลงไปกองกับพื้นทันที ตุบ!
แล้วมหิศวรก็พูดเสียงเหี้ยมว่า“เ้าไปได้แล้ว จำเอาไว้ให้ดี...หากเ้าทำไม่สำเร็จ...เ้าตาย!”
มหินธารีบยกมือไหว้ประหลกๆพร้อมกับพูดว่า “จ้ะพี่ ข้าจะไม่ทำให้พี่ผิดหวังอีกแล้วจ้ะ”
มหิศวรโบกมือไล่อย่างเอือมระอา“รีบๆไปได้แล้ว”
มหินธารีบร่ายพระเวทพลัน! ควันสีดำก็พวยพุ่งขึ้นจากพื้นล้อมรอบตัวเต็มไปหมด พอควันจางหายเขาก็อันตรธานหายไป
ณเรือนรับรองหลวง
แพรพรรณกำลังเลือกเก็บดอกบัวกับมณีรัตนาที่ท่าน้ำริมสระบัวข้างเรือนรับรองหลวงมณีรัตนาชี้ไปที่ดอกบัวหลวงสีชมพูซึ่งกำลังแย้มกลีบ
“พี่พรรณจ๊ะดอกนั้นด้วยจ้ะ”เด็กหญิงบอกพลางรับดอกบัวจากหญิงสาวมาถือไว้ พอส่งดอกบัวให้มณีรัตนาแล้วแพรพรรณก็หันไปเอื้อมเก็บดอกบัวดอกที่เด็กหญิงชี้มณีรัตนาอยากจะช่วยเก็บบ้างจึงนั่งคุกเข่ากับพื้นกระดานท่าน้ำแล้วเอื้อมมือไปหมายจะเด็ดดอกบัวที่กำลังแย้มบานอยู่ตรงหน้าแพรพรรณเห็นเข้าพอดีก็บอกว่า “น้องรัตนาเดี๋ยวตก...”
เธอพูดยังไม่ทันขาดคำเด็กหญิงก็พลัดตกจากท่าน้ำ “ว๊าย!”
ตูม! ร่างน้อยกลมป้อมตกลงไปในน้ำทันที
“น้องรัตนา!” แพรพรรณใ รีบะโลงไปช่วย ตูม!
“พี่พรรณช่วยด้วย!” มณีรัตนาร้องเสียงหลงตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำ พลัน! ก็ปรากฏแสงสีเขียวมรกตรอบๆตัวเด็กหญิง แล้วรัศมีสีมรกตนั้นก็แผ่ออกกว้างดันมวลน้ำให้แยกตัวจากร่างน้อยกลมป้อมที่กำลังตะเกียกตะกายอย่างใ
“เอ๊ะ!” ทั้งมณีรัตนาและแพรพรรณมองปรากฎการณ์ประหลาดนั้นอย่างฉงน แล้วร่างน้อยกลมป้อมก็หล่นตุบ!ลงไปนั่งจมโคลนก้นสระ
“อ่ะ! อะไรกันนี่!?” แพรพรรณใ พอตั้งสติได้เธอก็รีบแหวกว่ายเข้าไปหาเด็กหญิงพอถึงตัวเด็กหญิง เธอก็มองปรากฎการณ์ประหลาดอย่างงุนงง
“นี่มันอะไรกันเนี่ย!? ทำไมน้ำแหวกเป็ช่องอย่างนี้ล่ะ?” เธอมองไปรอบๆ ตัวมณีรัตนาอย่างประหลาดใจ
“เป็เช่นนี้ได้อย่างไรกัน?”มณีรัตนาก็มองไปรอบๆ ตัวเองอย่างงุนงงปนประหลาดใจ
“ข้าว่าพวกเ้าขึ้นมาก่อนเถิด”น้ำเสียงทุ้มกังวานตรัสขึ้น ทั้งสองใ “อุ๊ย!”
“อุ๊ย!”
พอเงยหน้ามอง ก็เห็นาาอัคนียืนอยู่บนท่าน้ำ
“อุ๊ย! พระองค์”
“อุ๊ย! คุณ...”
ทั้งสองอุทานพร้อมกันแล้วาาอัคนีก็คุกเข่ากับพื้นกระดาน พลางยื่นมือไป
“ส่งมือมาซิ” เขาสั่งพร้อมกับมองเหมือนเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็เื่ปกติแพรพรรณรีบอุ้มตัวมณีรัตนาส่งขึ้นไป “เอ้า! อึ๊บ!”
มณีรัตนายื่นมือไปทันทีที่มือใหญ่แตะกับมือน้อยกลมป้อม พลัน! ก็ปรากฏรัศมีสีแดงทับทิมจากมือของาาอัคนีแล้วรัศมีสีแดงทับทิมก็ปะทะกับรัศมีสีเขียวมรกตจากตัวมณีรัตนาลั่น เปรี๊ยะ!
รัศมีสีเขียวมรกตเลือนหายไปพร้อมๆ กับมวลน้ำคืนตัวกลับมาดังเดิม ซู่!
“ว๊าย!” มณีรัตนาใ! คว้ามือใหญ่หมับ!
าาอัคนีรีบคว้าร่างน้อยกลมป้อมขึ้นมาแพรพรรณก็ใเช่นกันที่จู่ๆ มวลน้ำก็กลับคืนมา ร่างบางอรชรจึงถูกมวลน้ำกลืนหายไปพร้อมๆกับเสียงร้องของตัวเอง เธอรีบถีบตัวขึ้นสู่ผิวน้ำตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ซ่า!
เรือนร่างอรชรลอยคอขึ้นมาเหนือผิวน้ำาาอัคนีโล่งใจที่เห็นหนุ่มน้อยลอยคอขึ้นมา “เฮ้อ...”
แพรพรรณรีบว่ายน้ำโผไปเกาะพื้นกระดานท่าน้ำเอาไว้
“เฮ้อ...นี่มันเกิดอะไรขึ้นละเนี่ย”เธอพึมพำกับตัวเอง
“เ้าก็ขึ้นมาเถอะ”าาอัคนีบอก เขาวางเด็กหญิงลง จากนั้นก็ยื่นมือไปให้หนุ่มน้อย แพรพรรณไม่ยอมจับมือเขาเพราะยังจำภาพที่มือใหญ่เปล่งแสงสีแดงออกมาได้ติดตา เธอมองจ้องมือข้างนั้นอย่างเกรงๆแล้วเธอก็ใช้สองแขนโหนตัวขึ้นไปนั่งบนท่าน้ำ ตุบ!
าาอัคนีหดมือกลับพลางแย้มยิ้มบางๆ ให้หนุ่มน้อย มณีรัตนาโผเข้าไปหาทันทีแพรพรรณทันที
“พี่พรรณ เหตุใดน้ำจึงแหวกออกเช่นนั้นล่ะจ๊ะ?”เด็กหญิงถามอย่างงุนงง
“เอ่อ...” แพรพรรณเองก็งงเหมือนกันไม่รู้ว่าจะตอบยังไง าาอัคนีเห็นหนุ่มน้อยส่ายหน้า เขาจึงบอกว่า“ที่น้ำแหวกออกได้เป็เพราะอิทธิฤทธิ์แห่งนาคราช”
ทั้งสองได้ยินเช่นนั้นก็นึกถึงเกล็ดนาคราชที่ได้รับมา
“อ๋อ...หม่อมฉันเข้าใจแล้วล่ะเพคะ”มณีรัตนาพยักหน้ารับรู้แล้วก้มลงมองฝ่ามือตัวเอง “เป็เพราะเกล็ดนาคราชนี่เอง”
าาอัคนีมองที่ฝ่ามือเล็กกลมป้อมอย่างสงสัยแล้วถามว่า “เหตุใดเ้าจึงมีเกล็ดนาคราชล่ะแม่หนูน้อย?”
มณีรัตนาเงยหน้าขึ้นแล้วก็ทูลเล่าว่า“เกล็ดนาคราชนี้ ท่านมธุราชนาคาเป็ผู้มอบให้หม่อมฉันเพคะ”
“อืม...เป็เช่นนี้เองรึ”าาอัคนีตรัสแล้วก็คิดในใจว่า ‘สองคนนี่เกี่ยวข้องกับนาคราชเช่นไรหรือข้าสงสัยจริง?’
แพรพรรณลุกขึ้นยืนแล้วก็รีบกราบทูลว่า“ขอบพระทัยเพคะที่ทรงช่วยน้องรัตนา”
“พวกเ้าไม่เป็ไรก็ดีแล้วข้าใยิ่งนักที่เห็นแม่หนูน้อยตกน้ำ สระบัวนี้แม้จะไม่ลึกมากแต่สำหรับเด็กตัวเล็กๆอย่างแม่หนูนี่อันตรายยิ่งนักเชียว” าาอัคนีตรัสพลางลูบหัวเด็กหญิงอย่างเอ็นดู แล้วว่า“พวกเ้าเก็บดอกบัวจะเอาไปทำอะไรหรือ?”
เขามองดอกบัวที่หล่นกระจัดกระจาย
“หม่อมฉันจะเก็บไปใส่แจกันในห้องเพคะ”มณีรัตนากราบทูลแล้วก็ก้มลงเก็บดอกบัวที่หล่นอยู่บนพื้นกระดานขึ้นมา แพรพรรณก็ก้มลงช่วยเก็บอีกคนครั้นพอเธอยืดตัวขึ้น ภาพหนุ่มน้อยหน้าหวานถือดอกบัวไว้เต็มอ้อมแขนก็สะกดาาอัคนีให้ตะลึงต่อความงามพิสุทธิ์นั้น
พลัน! ภาพหนึ่งก็วูบขึ้นมาในใจ หญิงสาวร่างบางอรชร...ผมดำขลับยาวสยายเต็มแผ่นหลัง...สวมอาภรณ์แปลกตา...ถือดอกไม้ไว้ในมือข้างหนึ่ง
ดวงตาคมกล้าจ้องมองใบหน้าหนุ่มน้อยเขม็ง‘อืม...ใบหน้าเช่นนี้ช่างเหมือนกันเหลือเกินเ้าหนุ่มคนนี้ช่างเหมือนสตรีนางนั้นยิ่งนัก...’
ความคิดหยุดลงเมื่อเสียงหวานใสถามว่า“เอ่อ...ทำไมฝ่าาทรงมองหม่อมฉันแบบนี้ล่ะเพคะ?”
ดวงตาคู่สวยสบตากับดวงตาคมกล้าอย่างสงสัย‘โหย...จ้องเอาๆ นี่จะจ้องอีกนานไหมอ่ะ เอ...หรือว่าหน้าฉันเปื้อนโคลนล่ะมั้ง’
เธอคิดในใจ จนลืมนึกไปว่าเมื่อกี้นี้เธอลงไปลอยคออยู่ในน้ำแต่พอขึ้นมากลับไม่เปียกน้ำซักหยด มณีรัตนาเองก็เช่นกัน เนื้อตัวเสื้อผ้าแห้งสนิท าาอัคนีรีบละสายตาจากหนุ่มน้อยพลางตรัสว่า“ไม่มีอะไรหรอก แค่พวกเ้าปลอดภัยไม่เป็ไรก็ดีแล้วพวกเ้าเอาดอกบัวไปเก็บก่อนเถอะ แล้วจงตามข้าไปเข้าเฝ้าาาพนมไพศาลด้วยกันเถิดเมื่อสักครู่นี้ทรงมีรับสั่งให้พวกเ้าไปเข้าเฝ้า”
“อ๋อค่ะ” แพรพรรณพยักหน้ารับแล้วก็นึกสงสัยในใจว่า‘เอ...เรียกไปพบทำไมนะ?’
แล้วเธอก็หันไปบอกกับมณีรัตนาว่า“น้องรัตนาจ๊ะ พวกเรารีบเอาดอกบัวไปเก็บกันเถอะ”
“จ้ะพี่พรรณ” มณีรัตนาพยักหน้าแล้วก็ย่อตัวลงถวายความเคารพาาอัคนีจากนั้นร่างเล็กกลมป้อมก็วิ่งไปทันที แพรพรรณเดินตามไป แต่อารามรีบร้อนทำให้เธอเผลอเหยียบน้ำที่กระเซ็นเปียกบนพื้นกระดานเรือนร่างบางอรชรจึงลื่นพรึ่ด!
“อ่ะ!” เธอใหลับตาปี๋
“ระวัง!” าาอัคนีถลันเข้าช่วย ทันทีที่แตะต้องถูกตัวหนุ่มน้อยก็เกิดรัศมีสีเขียวมรกตปะทะกับรัศมีสีแดงทับทิมเปรี๊ยะ!
แล้วรัศมีสีเขียวมรกตก็จางหายไปพร้อมกันนั้นท่อนแขนแข็งแกร่งก็รัดหมับรอบเอวเล็กบางแล้วกระชากเรือนร่างเล็กผอมบางพยุงไว้ไม่ให้ล้มหงายหลังได้แผ่นหลังนวลปะทะกับอกกว้าง
“อุ๊ย!”
“เ้าไม่เป็ไรนะ” าาอัคนีถามพร้อมกับก้มลงมองหนุ่มน้อยในอ้อมแขนแพรพรรณใรีบส่ายหน้าตอบ “อ่ะ...ไม่เป็ไรค่ะ ขอบคุณค่ะ”
ด้วยความใทำให้เธอเผลอตัวพูดอย่างเคยชินพอตั้งสติได้เธอก็รีบเบี่ยงตัวออกจากอ้อมแขนของาาหนุ่มจังหวะที่รีบร้อนเบี่ยงตัวออกทำให้ท่อนแขนแข็งแกร่งกระทบกับหน้าอกนุ่ม
“หืม...” าาอัคนีรู้สึกว่าท่อนแขนของเขาไม่ได้กระทบกับแผ่นอกราบเรียบดังเช่นที่ควรจะเป็กลับรู้สึกว่าแขนกระทบกับเนื้อนุ่มอวบใหญ่
“อุ๊ย!” แพรพรรณใ เธอรีบก้มหน้าหลบตาวิ่งจากไป าาอัคนีมองตามหนุ่มน้อยไปอย่างงุนงง“เอ...เมื่อกี้นี้เหตุใดข้าถึงรู้สึกเหมือนว่าแขนของข้ากระทบถูกอกของสตรีได้ล่ะ?”
เขาก้มลงมองแขนตัวเองอย่างแน่ใจว่าความรู้สึกเมื่อกี้นี้ไม่ได้อุปทานไปเองแน่ๆคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย มองตามร่างของหนุ่มน้อยซึ่งผลุบหายเข้าไปในเรือนรับรองหลวงอย่างหมายมั่นในใจ“ข้าจะต้องรู้ให้ได้ว่ามันคืออะไรกันแน่?”
แพรพรรณวิ่งเข้าไปในห้องหน้าแดงก่ำ“โอย...หัวใจจะวาย”
ก็ั้แ่เกิดมาจนโตเป็สาวเธอยังไม่เคยแนบชิดกับชายใดเช่นนี้มาก่อน นอกจากคุณพ่อและพี่ชายแล้วก็อย่าหวังเลยว่าจะมีชายคนใดได้ถูกเนื้อต้องตัวเพราะคุณแม่พร่ำสอนนักหน้าให้รักนวลสงวนตัว
“มีอะไรหรือจ๊ะพี่พรรณ?”มณีรัตนาหันไปมองอย่างสงสัยที่เห็นพี่พรรณวิ่งเข้ามา แพรพรรณรีบปฏิเสธ“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะน้องรัตนา”
เธอบอกพลางวางดอกบัวไว้บนตั่งแล้วก็พูดว่า“พี่ว่าพวกเรารีบไปกันเถอะจ้ะ”
มณีรัตนาพยักหน้า“จ้ะ”
จากนั้นทั้งสองคนก็เดินไปเข้าเฝ้าาาพนมไพศาล
กลางอุทยานหลวง ท่ามกลางสุมทุมพุ่มไม้ดอกหลากสี จู่ๆ ก็ปรากฎควันสีดำพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินพอควันสีดำจางหายก็ปรากฎร่างของนางกำนัลสูงวัยท่าทางลุกลี้ลุกลน ดวงตาหลุกหลิกกวาดตามองไปรอบๆอย่างระวังตัว ครั้นพอไม่เห็นใครอยู่ในบริเวณนั้น มหินธาก็เดินออกจากพุ่มไม้แล้วตรงไปยังตำหนักหลวงทันที
“นั่นใครกัน! ท่าทางลับๆ ล่อๆ” ขุนท้าวแจ่มศรีเรียกเสียงดัง มหินธาสะดุ้งโหยง! “โอ๊ะ!”
“เ้าเป็ใครใยจึงมาทำลับๆ ล่อๆ แถวตำหนักหลวง” ขุนท้าวแจ่มศรีจ้องเขม็ง มหินธารีบก้มหน้าหลบตาแล้วพูดกลบเกลื่อนว่า“อุ๊ยตาย...ข้าใหมดเลยเ้าค่ะ ที่แท้ก็ท่านขุนท้าวแจ่มศรีคนงามนี่เอง”
แล้วเขาก็รีบบอกว่า“คือพระมเหสีใช้ให้ข้ามาเก็บดอกไม้เ้าค่ะ”
ขุนท้าวแจ่มศรียิ่งจ้องเขม็ง“เ้าเป็นางกำนัลของพระมเหสีหรือ ไยข้าจึงไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน แล้วเสียงของเ้าไยเป็เช่นนั้นเล่าช่างแหบห้าวดุจเสียงบุรุษยิ่งนัก”
มหินธารีบเผ่น“ข้าขอตัวก่อนนะเ้าค่ะท่านขุนท้าว ประเดี๋ยวพระมเหสีจะทรงรอนานเ้าค่ะ”
เขารีบเดินลัดเลาะขึ้นตำหนักไปขุนท้าวแจ่มศรีมองตามอย่างสงสัย “เอ...พระมเหสีทรงรับนางกำนัลใหม่หรือเหตุใดข้าจึงไม่เคยรู้เลย แล้วนางกำนัลหน้าตาอัปลักษณ์สุ้มเสียงก็ห้าวดั่งบุรุษเช่นนี้ทรงรับเข้ามาได้เช่นไรกันช่างเป็นางกำนัลที่อัปลักษณ์ยิ่งนัก”
ส่วนมหินธาพอหลบขึ้นไปบนตำหนักได้ก็รีบหาที่ซ่อนตัวพลางลอบมองว่าขุนท้าวตามมาหรือไม่
“ฮึ่ม...อีแก่นี่เสือกสอดรู้สอดเห็นจริงเชียว”เขาคำรามลอดไรฟันพร้อมกับแอบมองอย่างลุกลี้ลุกลน
“ถวายบังคมพะย่ะค่ะเ้าพี่”น้ำเสียงของเ้าชายวัชระดังขึ้นหน้าตำหนักทำให้มหินธารีบหลบขวับ!
“ถวายบังคมเพคะฝ่าา”ขุนท้าวแจ่มศรีกราบทูล
“ไม่ต้องมากพิธีข้าไม่ชอบ” าาอัคนีตรัสพลางทำหน้าเบื่อหน่าย แพรพรรณและมณีรัตนารีบทำความเคารพเ้าชายวัชระ“ถวายบังคมเพคะ”
แล้วทั้งสองก็หันไปไหว้ขุนท้าวแจ่มศรีขุนท้าวรับไหว้แล้วก็ยิ้มให้ทั้งสองคน าาอัคนีเห็นว่าทักทายกันจบแล้วก็เร่งว่า“รีบไปเข้าเฝ้าองค์าาและพระมเหสีเถิด ข้ายังมีกิจต้องเร่งสะสางอีกมาก”
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ