ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่651 ดินแดนทางเหนือสุด

      อี้เฉินกล่าวพูด ราวกับเขาไม่ได้ใส่ใจผู้คนที่อยู่โดยรอบ ประสานมือคำนับ เงยหน้าขึ้นมามองตัวเขาด้วยสายตาคมกล้า “ข้าได้ยินชื่อเสียงของวิหารเยือกแข็ง ของดินแดนทางเหนือสุด จึงอยากจะเข้าไปเยี่ยมชมภายในสักครา ไม่ทราบว่าจะได้หรือไม่?”
 


      พวกเขาครั้นได้ยินต่างก็มีสีหน้าครุ่นคิด ไม่คิดว่าจักรพรรดิหนุ่มจะสนใจ วิหารเยือกแข็ง ทว่าอ๋องอู่ ที่เห็นใบหน้าอี้เฉิน ชัดๆ ถนัดตา มันช่างดูคุ้นตา เขาเสียเหลือเกิน สีหน้าอ๋องอู่จึงฉุกคิดขึ้นมาไม่ตก ยกฝ่ามือขึ้นมาถูคางในทันใด แต่เมื่อเขาจดจำอี้เฉินได้ ยกฝ่ามือชี้อี้เฉิน กล่าวพูดขึ้นมาด้วยความตกใจ “เจ้า! เจ้า! เป็นเจ้าได้อย่างไร”

 


     ชายชรา คนของราชสำนัก เขาไต่ถามอ๋องอู่ ที่มีใบหน้าตกใจ ราวกับเห็นผี ในทันใด “มีอะไรเช่นนั้นหรือ อ๋องอู่” ทว่าชายชรากลับไม่ได้คำตอบ ทำได้เพียงมองดูอ๋องอู่ ชายวัยกลางคนนิ่งเงียบ เก็บฝ่ามือไปเท่านั้น

 


     ก่อนโยวี่ ไข่มุกเม็ดงาม จะกลอกตามองอี้เฉิน เอ่ยพูดพลางอธิบายออกมา ให้อี้เฉินสดับรับฟัง “วิหารเยือกแข็งเรา ไม่ใช่ใครอยากจะเข้าก็สามารถเข้าไปได้”

 


     “จักรพรรดิอี้เฉิน หากท่านอยากจะเข้าไปเยี่ยมเยียน ภายในวิหารเยือกแข็งจริงๆ ข้าอาจจะไปขอความเห็นชอบ จากผู้อาวุโสใหญ่ทั้งสามให้ท่านเข้าไปภายใน เป็นการส่วนตัวดีหรือไม่?”

 


อี้เฉินประสานมือก้มศีรษะลงเล็กน้อย “แม่นางหากทำได้เช่นนั้นจริง ถือเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อยสำหรับข้า อย่างไรข้าต้องขอรบกวนแม่นางด้วย”

 


       ครั้นชายชรา พยักหน้าให้โยวี่ เหมือนว่านางจะเจรจา กับจักรพรรดิหนุ่มไปได้ด้วยดี ไร้อุปสรรค โยวี่ครั้นพยักหน้าให้เหล่าผู้อาวุโส หญิงสาว กล่าวเชิญอี้เฉิน เข้าไปพักภายใน จวนราชสำนักด้วยความนอบน้อม ชนิดไม่อ้อมค้อมอีกต่อไป “ไม่ทราบท่านมีที่พักหรือไม่ จักรพรรดิอี้เฉิน ข้าขอเสียมารยาท เชิญท่านไปพักภายในจวนพระราชสำนักของเรา ดูท่าท่านคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะ อยู่ยังสถานที่แห่งนี้ ให้ราชสำนักของเราดูแลท่านเองดีหรือไม่?”

 


       อี้เฉินประสานมือคำนับ เขาไม่อยากเป็นเครื่องมือ แสวงหาอำนาจจากคนพวกนี้ จึงกล่าวปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย “ขออภัย แม่นางโยวี่ใช่หรือไม่ ข้าจะพักอยู่ภายในจวนอ๋องอู่ ท่านอ๋องอู่ คงไม่คัดค้านมิตรสหาย ในยามอดีตหรอกกระมัง”

 


      ชายวัยกลางคน กล่าวพูด ติดๆ ขัดๆ ในทันใด ครั้นเห็นสายตาทุกผู้คนในยามนี้ จับจ้องสายตา มาที่ตัวเขาเป็นสายตาเดียว อ๋องอู่ เขาเองก็รับรู้ว่า คนของราชสำนัก ต้องการที่จะพาตัว จักรพรรดิหนุ่มไป แม้ในใจอยากจะปฏิเสธ อี้เฉินมากเท่าใดก็ตาม

 


     ทว่าเมื่อเห็นรอยยิ้มบางของจักรพรรดิหนุ่ม แฝงไว้ด้วยแรงบีบคั้น อ๋องอู่เขาจึงลอบถอนหายใจออกมาน้อยๆ ผายมือออกมาเบื้องหน้า “เชิญจักรพรรดิอี้เฉิน”

 


      คำพูดนั้นที่ดังขึ้นมาก้อง มันก็ทำให้ชายชราเหล่านั้น ใบหน้าเคร่งขรึม ห่างคิ้วสั่นกระตุกน้อยๆ ออกมาด้วยความไม่พอใจ อ๋องอู่เท่าใดนัก ครั้นเห็นพวกเขาสืบฝีเท้าจากไป “อ๋องอู่เขาเองก็มีบุตรสาวไม่ใช่หรือ ..หรือไอ้เจ้าเล่ห์นั้น คิดจะยกบุตรสาว เป็นข้อเสนอให้จักรพรรดิหนุ่ม กัน” ชายชราผู้หนึ่ง กล่าวพูดขึ้นมา ด้วยความไม่สบอารมณ์

 


     “จักรพรรดิอี้เฉิน ผู้นี้โอหังยิ่งนัก” ครั้นชายชราอีกคนเอ่ยพูด ฝ่ามือเขากำหมัดเข้าหากันแน่นในทันใด พวกเขาในยามนี้ ไม่อาจข่มขู่จักรพรรดิ ที่ผู้คนมองว่าอ่อนแอที่สุดได้อีกต่อไป เมื่อรับรู้ถึงการเติบโต ที่รวดเร็วเกินไปของอี้เฉิน

 


      โยวี่ ไข่มุกเม็ดงาม นางกำฝ่ามือไว้เล็กน้อย เรื่องที่นางให้คนไปสืบเรื่องราวของ อี้เฉินกับหลินเฟย ทำให้นางรับรู้ อะไรหลายๆ อย่าง ‘ที่จักรพรรดิ อี้เฉินมาเยือนดินแดนทางเหนือสุด ต้องเป็นเรื่องหลินเฟย อย่างไม่ต้องสงสัย’

 


      โยวี่ นางบอกกล่าวผู้อาวุโสชรา ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนจะพากันสืบฝีเท้าจากไป “ท่านผู้อาวุโส อย่าได้ใส่ใจ ถึงเราจะไม่ได้ตัวจักรพรรดิอี้เฉิน แต่เราก็ยังมีวิธี เชิญเขามาพูดคุยอยู่ไม่ใช่หรือ?”

 

ผู้อาวุโสเหล่านั้นครั้นพยักหน้า เห็นโยวี่มีท่าทีกระตือรือร้น พวกเขาลอบถอนหายใจออกมาน้อยๆ ตามติดหญิงสาวไปในทันใด

 

 


     …ทางด้านอี้เฉิน ที่เดินทางเข้าพักภายในจวนอ๋องอู่ ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี จากคนภายในจวนอ๋องอู่ หลายคนที่ออกมารับหน้า  ต่างก็ประสานฝ่ามือ ก้มลงต่ำด้วยความนอบน้อม

 


      อี้เฉินเอ่ยเสียงเรียบ บอกกล่าวพวกเขา “เชิญทุกท่านตามสบาย อย่างไรพวกเราก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล” ก่อนอี้เฉินจะเดินมาแตะไหล่ จินซู บุตรสาวอ๋องอู่ให้เงยหน้าขึ้นมา “อย่างไรข้าต้องขอรบกวน เจ้าอีกครั้งแล้ว สาวน้อย”

 


      หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาด้วยความตกอกตกใจ ครั้นได้ยินน้ำเสียงที่คุ้นเคย พร้อมอาภรณ์ ที่โบกสะบัดโยกไหว เตรียมจะสืบฝีเท้าเข้าไปภายในจวนที่พัก “อี้เฉินเป็นเจ้าได้อย่างไร”

 


      ชายหนุ่ม ที่ได้ยินจ้องมองอี้เฉิน ด้วยสายตาคมกล้า ด้วยความไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง เขาที่เคยกล่าวพูดเรื่องจักรพรรดิในยามอดีต ใบหน้าบูดเบี้ยวในทันที ไม่คิดในห้องรับประทานอาหาร ในวันนั้น เขาจะพูดจาถากถาง สบประมาทต่อหน้าจักรพรรดิหนุ่มไป

 


     ชายหนุ่มยกฝ่ามือขึ้นมาชี้ หน้าอี้เฉิน กล่าวสบถด่า เล็ดลอดผ่านไรฟันออกมาทันใด “ไอ้เวรอี้เฉินเป็นเจ้าได้อย่างไร เจ้าเป็นจักรพรรดิหนุ่มผู้นั้นได้อย่างไร”

 


เหล่าผู้ติดตามอี้เฉิน ฉายวาบอายสังหารออกมา  ก่อนจะถูกฝ่ามืออี้เฉินห้ามปรามพวกเขาไว้ ราวกับเป็นเรื่องที่อี้เฉิน ไม่สนใจคำพูดของผู้คน

 


        ทำให้ชายหนุ่มผู้นั้น ขาสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว ล้มลงกับพื้นในทันใด เมื่อเห็นสายตาของเหล่าองครักษ์ ข้างกายอี้เฉิน จนต้องให้ จินซูเข้ามาพยุงร่างชายหนุ่ม มองดูร่างอี้เฉิน ค่อยๆ สืบฝีเท้า จากเข้าไปภายในจวนที่พัก

 


       ก่อนเสียง ซีเผิงจะแค่นเสียงแข็งกร้าวไล่หลังออกมา “แม้ว่าจักรพรรดิอี้เฉิน จะบอกให้เจ้าทำตัวตามสบาย ไม่ใช่ให้เจ้ามาดูถูก เหยียดหยามพวกเราได้”

 


       ชายหนุ่มที่ล้มลง มีหญิงสาวมาพยุงร่างให้ลุกขึ้นยืน พยักหน้ารับคำด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ จินซู นางอดไม่ได้ที่จะกล่าวชื่นชมอี้เฉิน ครั้นเห็นแผ่นหลังอี้เฉิน สืบฝีเท้าจากไป “เขาช่างสมกับเป็นจักรพรรดิดูสง่างาม สุขุมเกินวัยไปมาก แถมยังมีความน่าคร้ามเกรง ยากนักที่คนอายุเท่านี้ จะสามารถมีมันครบได้”

 


       อ๋องอู่ เขาเองก็พยักหน้าให้กับคำพูดของบุตรสาว ‘หากให้เวลาจักรพรรดิหนุ่ม เติบโตไปในเส้นทางข้างหน้า เขาจะต้องสั่นสะเทือนโลกหล้า ฟ้าดินจะต้องพลิกกลับ อย่างไม่ต้องสงสัย’

 


      …ไม่นานสิ่งที่อ๋องอู่ คาดคิดไว้ก็มาถึง เมื่อบัตรเชิญเข้าร่วมงาน ของผู้สูงศักดิ์รุ่นใหม่ ถูกส่งมาตามจวนอ๋องต่างๆ พูดคุยถึงเรื่องความเป็นไปของราชสำนัก เพื่อแสวงหาฐานอำนาจใหม่ มันช่างประจวบเหมาะ ช่วงเวลาที่จักรพรรดิหนุ่มมาพอดี ทำให้หลายคนคาดเดาไม่ยากนัก

 


     อี้เฉินที่ได้รับบัตรเทียบเชิญผู้สูงศักดิ์ เขามีสีหน้าเคร่งขรึม ขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะลอบถอนหายใจออกมายาวบริเวณโต๊ะนั่ง จ้องมองบัตรเทียบเชิญที่อยู่บนโต๊ะ อยู่เช่นนั้น อย่างไม่วางตา

 


      ซีเผิงที่นั่งอยู่ข้างๆ อี้เฉิน เอ่ยน้ำเสียงจริงจังบอกกล่าวอี้เฉิน แม้จะรับรู้ว่าอี้เฉินลำบากใจอยู่ก็ตาม “เราควรไปศึกษาพวกเขา เหล่าคนแดนเหนือหน่อยนะอี้เฉิน จะได้รู้สถานการณ์ ของพวกเขาในยามนี้”

 


“อืมๆ!! ข้าเข้าใจแล้ว อย่างไรข้าต้องฝาก พี่ซีเผิงเป็นหูเป็นตาให้ข้าด้วย”

 


ชายหนุ่มจับไหล่อี้เฉิน ด้วยความเชื่อมั่น “เจ้าวางใจเถอะอี้เฉิน” ก่อนพวกเขาจะแยกย้าย กันไปพักผ่อน รอคอยช่วงเวลายามค่ำที่จะมาถึง

 


      บัดนี้เหมือนว่า เมืองหลวงของดินแดนทางเหนือ จะครึกครื้นขึ้นมาไม่น้อย เมื่อข่าวคราวต่างๆ แพร่งพรายออกไปภายนอก แม้แต่เรื่องบัตรเทียบเชิญ ของผู้สูงศักดิ์รุ่นหนุ่มสาว พร้อมกับข่าวคราว ของจักรพรรดิหนุ่มมาเยือน ล้วนแพร่กระจาย ออกไปดั่งรองเท้าติดปีก ทำให้เหล่าองครักษ์ เริ่มเป็นห่วงความไม่ปลอดภัย ของอี้เฉินขึ้นมา

 


       ทว่าเมื่อพวกเขาได้ยินน้ำเสียงเอ่ยสั่งการ ของจักรพรรดิอี้เฉิน พวกเขาได้แต่ยิ้มแห้งๆ ออกมา แต่สายตาของอี้เฉินกลับ เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขุม ไม่มีท่าทีประมาทแต่อย่างใด ทำให้เหล่าองครักษ์พอที่จะวางใจจักรพรรดิของพวกเขา ลงไปได้ระดับหนึ่งในช่วงเวลานี้

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน