ผมวางมือที่กำลังเปิดตู้เย็น ก่อนจะเดินไปกดปุ่มตาแมวเพื่อดูว่าใครมา
สรุปคนที่เคาะประตูคือริว
มาทำไมกันนะ เขาอยู่คอนโดนี้เหรอ คำถามมากมายตีกันในหัวผมไปหมด แต่ผมก็รีบเอื้อมมือไปเปิดประตู ขืนเปิดช้ามีหวังคุณชายคงได้ด่าผมกระเจิงแน่
"มีอะไรครับ" เมื่อประตูห้องเปิดออก ผมก็รีบถามริวออกไปทันที เอาจริงๆ ผมงงมาก เขารู้จักห้องผมได้ไง
"หิว" ริวพูดแค่นั้นก่อนจะแทรกตัวเข้ามาในห้อง โดยที่ผมยังไม่ได้เอ่ยอนุญาตใดๆ เลย
ผมปิดประตูก่อนจะมองตามหลังอีกฝ่ายด้วยความอ่อนใจ จะมาไม้ไหนอีกนะ
ริวเดินเข้าไปนั่งตรงเก้าอี้เคาน์เตอร์ห้องครัวแบบไม่ได้พูดพร่ำทำเพลง ผมเห็นดังนั้นก็ไม่รู้จะทำยังไงได้แต่เดินตามหลังอีกคนไปอย่างเงียบๆ
"หิวแล้ว ทำไมคุณไม่ไปซื้ออะไรมาทานล่ะครับ มาที่นี่ทำไม"
"ก็อยากทานที่นี่"
"ถ้าสำหรับคุณ ผมทำให้ก็ได้และจะทำให้ในราคาพิเศษแล้วกันครับ จานละหมื่นเป็ไงครับ"ผมพูดหยอกล้ออีกฝ่ายในระหว่างที่มือก็เอื้อมไปหยิบผ้ากันเปื้อนหมีน้อยสีน้ำตาลขึ้นมาสวม
"ทำออกมาให้อร่อยแล้วกัน จะจานละแสนฉันก็มีปัญญาจ่ายเธอ" ริวตอบกลับด้วยใบหน้าเก๊กขรึม พร้อมกับมองน้องชายตัวน้อยที่มีผ้ากันเปื้อนสวมอยู่ในตัว มองแล้วรู้สึกเห็นประกายม้อบแม้บน่ารักออกมาจากเรย์ตัวเลย
ริวมองภาพตรงหน้าก่อนจะเผลอระบายยิ้มออกมา
ผมมองริวอย่างเอ็นดู น้องตัวเองแท้ๆ ยังจะมาพูดเสียงเเข็งใส่ อยากสนิทแต่ก็ทำมาเป็เก๊ก น่าหมั่นไส้จริงๆ
"แล้วอยากทานอะไรครับ"
"สเต๊ก"
"ถ้าเป็สเต๊ก ผมคงทำให้ได้แค่สเต๊กปลาแซลมอนนะ เพราะในตู้เย็นไม่มีเนื้อวัว"
"อืม ทำมาเถอะ"
ผมพยักหน้ารับก่อนจะหันหลังกลับไปเตรียมวัตถุดิบ แต่ในระหว่างที่ผมกำลังเตรียมวัตถุดิบอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูห้องขึ้นมาอีกครั้ง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ผมหันไปมองทางประตูห้อง ก่อนจะเลิกคิ้วสงสัย
ใครมาอีกเนี่ย
ห้องนี้เรย์ไม่เคยให้ใครมาเหยียบด้วยซ้ำ ยกเว้นคุณแม่ที่ตายไปแล้ว ผมสงสัยั้แ่ริวมาห้องนี้ถูกแล้ว
แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้วางของในมือไปเปิดประตูเพื่อดูว่าใครมา อยู่ๆ ริวก็ลุกจากเก้าอี้
"เดี๋ยวฉันไปดูให้เอง" อีกฝ่ายพูดเสร็จก็รีบเดินออกไปเปิดประตูทันที ด้วยเหตุนั้นผมจึงไม่ได้หันกลับไปสนใจอีก ก่อนจะหันหน้ากลับมาลงมือจัดของอีกครั้ง
เมื่อได้ยินเสียงปิดประตูลงผมจึงเอ่ยถามริวโดยที่ไม่ได้หันกลับไปมอง "ใครมาหรือครับ"
"พี่ราม" ได้ยินเพียงแค่นั้น ผมก็รีบหันหน้ากลับไปดู ก็เจอเข้ากับรา มที่ยิ้มยิงฟันมาให้
อะไรกันวะเนี่ย
นัดกันมาหรือไง ผมจะไม่ได้อยู่อย่างสงบแล้วใช่ไหม คงไม่ใช่มาขอให้ผมทำอาหารให้ทานหรอกนะ
"พี่จะมาขอทานข้าวด้วย" นั่นไงคิดยังไม่ทันขาดคำ
ผมหันหน้ากลับมาหาวัตถุดิบดังเดิม ก่อนจะลอบถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ลูกชายบ้านนี้เขากินอะไรผิดสำแดงหรือเปล่า ทำไมอยู่ๆ ถึงมาหาผมพร้อมหน้าพร้อมตากันขนาดนี้
แล้วรู้จักห้องผมได้ยังไง เท่าที่รื้อฟื้นความทรงจำเรย์ไม่เคยบอกคนในครอบครัวเลยว่าอยู่ที่นี่
แต่ในเมื่อเื่มันมาถึงขั้นนี้แล้ว ผมคงทำอะไรไม่ได้ จะไล่ทั้งคู่ให้ออกไปก็คงจะดูเสียมารยาท ไว้ค่อยเคลียร์กันหลังกินข้าวดีกว่า
"งั้นก็นั่งก่อนครับ" ผมมองทั้งคู่แบบผ่านๆ ก่อนจะหันกลับมาหยิบมันฝรั่งต้มที่อยู่ในตู้เย็นออกมา ผมทำไปด้วยและก็พูดไปด้วย "พวกคุณดูเหนื่อยกันนะ ้าเครื่องดื่มอะไรเย็นๆ ไหม"
"มีอะไรให้พี่ดื่มบ้างครับ" รามเป็ถามออกมาน้ำเสียงดูนุ่มนวลดูแปลกหู บรรยากาศรอบตัวอีกฝ่ายไม่ได้ดูอันตรายเหมือนแต่ก่อน เหมือนคนที่กำลังผ่อนคลายเวลากลับมาถึงบ้าน
"เอาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไหมครับ ทานได้หรือเปล่า ถ้าไม่ได้ก็มีอย่างอื่นอีกเยอะแยะให้เลือก"ด้วยความที่เป็คนไม่ค่อยออกไปทานอะไรข้างนอก ตู้เย็นจึงมีแต่ของกินเก็บไว้มากมาย
"เรามีด้วยเหรอ งั้นเอามาแก้เหนื่อยหน่อยแล้วกัน มีเบียร์ไหมครับ? จะเอาด้วยไหมริว" รามถามความเห็นจากริวที่นั่งอยู่ข้างๆ
"อืม"
"งั้นรอสักครู่ครับ" ในระหว่างที่พวกเราคุยกัน ผมก็ไม่ได้หันกลับไปมองจึงไม่รู้ว่าตอนนี้รามและริวมีสีหน้าอย่างไร ผมเอามันฝรั่งไปอุ่นในไมโครเวฟตั้งเวลาไว้ 2 นาที เพราะยังไงพวกมันก็สุกแล้วแค่อุ่นให้ร้อนเท่านั้น
พอผมเอามันฝรั่งเข้าเตาอบเสร็จ ก็เปิดตู้เย็นก่อนจะหยิบเบียร์มารินใส่แก้วส่งให้ทั้งคู่
"คุณอยากจะทานอะไรครับ?"ผมมองหน้ารามก่อนจะทำขึ้น
"พี่ขอเป็ข้าวผัดทะเลได้ไหม"
"ได้ครับ และพวกคุณมีอะไรที่แพ้กันหรือเปล่า"
"ไม่มี/ไม่มี" รามและริวพูดพร้อมกัน
"งั้นรอหน่อยนะครับ ผมยังไม่ได้เตรียมอะไรเลย" ในระหว่างที่ผมพูดเสียงไมโครเวฟก็ดังขึ้นมาพอดี ผมนำมันฝรั่งออกจากเตาไมโครเวฟก่อนจะนำพวกมันใส่ในจานเล็กๆ สองจาน นำพวกมันมาผ่าไอร้อนจากมันฝรั่งลอยฟุ้งขึ้นสู้อากาศ ระหว่างนั้นผมก็หยิบเนยมาตัดเป็ชิ้นลูกเต๋าขนาด 1 นิ้วใส่ไว้ตรงกลาง หยิบกระปุกเกลือและพริกไทยมาโรย้า ก่อนจะนำมันไปให้รามและริวทานเป็ของทานเล่นระหว่างรออาหาร
"ทานรองท้องไปก่อนนะครับ" ผมวางไว้ข้างหน้าทั้งสองก่อนจะกลับไปทำอาหารต่อ
เท่าที่สังเกตตอนที่ทานข้าวอยู่บ้านหลังนั้นด้วยกัน ทั้งคู่ทานอาหารเยอะมากผมคิดว่าอาหารที่พวกเขาให้ผมทำให้ทาน มันคงไม่มากพอที่จะอยู่ท้อง ถ้างั้นผมคงต้องทำในปริมาณที่มากแล้วล่ะ
ผมหยิบเนื้อแซลมอนสดขึ้นมาทำความสะอาด ก่อนจะดึงก้างออก ผมคิดว่าจะทำซูชิให้ทั้งคู่ทาน เพราะกว่าผมจะทำอาหารเสร็จคงหิวไส้กิ่วพอดี ผมนำเนื้อแซลมอนมาหันเป็ชิ้นหนาพอดีคำ วางเรียงใส่จานอย่างสวยงามก่อนจะนำไชเท้าและแครอทมาหั่นฝอยเป็ผักเครื่องเคียง นำวาซาบิกับโชยุมาใส่ในถั่วน้ำจิ้ม 2 ช่อง ก่อนจะนำมันไปเสิร์ฟให้รามกับริวโดยที่ไม่พูดอะไร
รามและริวเมื่อได้ทานอาหารที่น้องชายตัวน้อยทำ พวกเขาก็ได้แต่ลอบมองกันยิ้มๆ สายตาสื่อสารอย่างมีความหมายโดยไม่ต้องพูดออกมา แรกๆ นึกว่าจะโดนไล่ออกไปจากห้องซะอีก
อาหารแต่ละอย่างที่เรย์ทำมาน่ากินทั้งนั้น ััได้เลยว่าน้องชายตัวน้อยของพวกเขาต้องเข้าครัวบ่อยแน่ๆ ตอนนี้เหมือนพวกเขากำลังนั่งอยู่ที่ร้านอาหารแล้วมีเชฟมาเสิร์ฟอาหารให้เรื่อยๆ
"แล้วพวกคุณมาห้องผมถูกได้ยังไงครับ" ผมถามออกไปในระหว่างที่ค้นตู้เย็นหาของ ผมยาวสลวยที่ไม่ได้ถูกมัดรวบก็โน้มไปตามแรงของศีรษะเ้าของ ซึ่งมันทำให้คนที่กำลังมองแผ่นหลังเล็กนั้นรำคาญตา
"อ๊ะ!" ผมสะดุ้งใที่อยู่ๆ ก็โดนรวบผมกำไว้ในมือแน่น
"สืบมา" ริวพูดเสียงนิ่ง ตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมาไม่มีโกหก มาถึงขั้นนี้แล้วอย่าให้เื่โกหกมาทำให้ความสัมพันธ์แย่ลงเลย ในระหว่างที่พูดริวก็รวบผมเพื่อมัดผมให้เรย์ไปด้วย
"อ๋อ" ผมตอบรับคำตอบริวอย่างเข้าใจ ก่อนที่จะแสดงสีหน้าเ็ปออกมา มัดแรงไปแล้วนะถ้าจะจับเเรงขนาดนี้ก็ดึงหนังหัวผมไปเลยเถอะ แต่ก็ทำได้แต่พูดอยู่ในใจ ไม่ได้พูดออกมาแต่อย่างใด ดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายไม่เคยมัดถ้าผมพูดเ้าตัวคงจะรู้สึกแย่ไม่น้อย
สงสัยคงเห็นยางมัดผมวางตัวอยู่บนโต๊ะแน่ๆ คงรำคาญตาสิท่า นี่คือสิ่งที่เรย์คิด
แต่ในความเป็จริง ริวแค่อยากจะทำอะไรเพื่อขอโทษน้องชายตัวน้อยคนนี้เท่านั้น เมื่อเห็นโอกาสสิ่งที่ตัวเองสามารถลองทำได้ก็เลยอยากทำ ทั้งๆ ที่ไม่เคยมามัดผมใครมาก่อน แต่ก็ยังใจกล้าหน้าด้านทำ เขาพยายามทำมันออกมาอย่างสุดฝีมือ แต่ด้วยความที่ไม่เคยทำมาก่อนจึงกระแรงไม่ถูกเลยทำให้ดึงแรงไปบ้างในบางที ก็ได้แต่ขอโทษในใจ
"แล้วพวกคุณอยู่คอนโดนี้ด้วยเหรอครับ" พอริวมัดผมเสร็จก็เดินกลับไปนั่งที่เดิม ผมก็ทำอาหารต่อโดยที่ไม่ได้จัดผมให้อยู่ทรง เอาไว้แบบนี้แหละ ตัวคนมัดเขาจะได้ภูมิใจถ้าไปจับไปจัดเดี๋ยวจะเสียกำลังใจ
"อยู่ครับ พวกพี่ก็อยู่ข้างๆ ห้องเรย์เนี่ยแหละพี่อยู่ฝั่งซ้ายส่วนเ้าริวอยู่ฝั่งขวา" กว่าจะได้ห้องมา พวกเขาก็แทบรากเืเหมือนกัน เพราะเ้าของห้องเก่าไม่ยอมขายให้ พวกเขาเพิ่งซื้อมันมาได้แค่ 2 เดือนเท่านั้น
"ครับ" ผมตอบรับอย่างเข้าใจ
แต่การตอบรับของเรย์ก็ทำให้รามและริวขมวดคิ้ว นี่น้องจะไม่ถามอะไรหน่อยหรือ พวกเขาอุตส่าห์เตรียมคำอธิบายมาตั้งมากมาย นึกว่าคงได้วางมวยไม่ก็ได้ยินเสียงบ่น เสียงโวยวาย แต่นี่อะไรทำไมน้องถึงดูใจเย็นแบบขนาดนี้
ั้แ่ฟื้นขึ้นมาก็แปลกไปจริงๆ แต่ริวและรามก็ไม่ได้คิดไปไกลมาก ทั้งสองคิดว่าเรย์คงเป็แบบที่ปู่กับพ่อเล่าให้ฟัง เ้าตัวเหมือนคนตายแล้วเกิดใหม่ คงคิดอะไรได้หลายอย่างขึ้น
แบบนี้ก็ดี...แต่ในใจลึกๆ ทั้งรามและริวก็อยากให้เรย์งอแงบ้าง พวกเขาอยากลองปลอบใจน้อง
ตั้งเเต่ที่รู้ว่าน้องอยากเป็เพศที่สามพวกเขาก็ปลีกตัวออกห่าง จากเคยสนิทก็ห่างเหิน จนมีเหตุการณ์ที่น้องได้นอนโรงพยาบาลสลบไปเป็เดือนๆ ทุกคนในบ้านถึงมาคิดได้ว่าสิ่งที่ทุกคนควรใส่ใจมากที่สุดมันคือความรู้สึกน้อง ไม่ใช่ชื่อเสียงเกียรติยศ การที่จะต้องเสียคนที่สำคัญในครอบครัวไปมันไม่เื่ตลกเลย
ความตายแม้จะมีเงินทองมากเท่าไหร่ เราก็ไม่สามารถซื้อการมีชีวิตอยู่ได้
สองพี่น้องคิดถึงเื่ราวในอดีตอย่างเหม่อลอย รู้ตัวอีกที่ก็ได้ยินเสียงเรย์เรียก
"เสร็จแล้วครับ ผมสังเกตเห็นพวกคุณทานข้าวกันเยอะเลย ทำให้เยอะหน่อยพอทานหมดไหม"
"หมด หอม น่าทานมากเลย" รามพูดชมขึ้นอย่างไม่เกินจริง เพราะอาหารตรงหน้าหอมมาก ทำเอาน้ำลายสอเลยทีเดียว ไม่ว่าเปล่ารามก็หยิบช้อนขึ้นมาตักข้าวผัดทะเลเข้าปาก แค่เพียงคำแรกกลิ่นอายของอาหารทะเลก็ฟุ้งไปทั่วปาก เหมือนกับว่าตอนนี้กำลังนั่งอยู่ที่ริมทะเลเลย รามไม่รอช้าตักข้าวผัดทะเลเข้าปากอย่างไม่ขาดสาย
"ค่อยๆ ทานครับ ระวังสำลัก" ผมรินน้ำให้รามและริว ดูท่ารามน่าจะหิวข้าวจริงๆ ส่วนริว "เป็ยังไงบ้างครับ พอทานได้ไหม" ผมถามอีกฝ่ายยิ้มๆ
"อร่อย" ริวตอบทั้งๆ ที่ไม่เงยหน้า
"อร่อยก็ทานเยอะๆ ครับ ไม่อิ่มก็บอกเดี๋ยวผมทำให้ใหม่" ในระหว่างนั้นผมก็เหลือบไปเห็น "นี่ครับทิชชูเช็ดหน่อย ปากคุณเลอะ" ผมยื่นกล่องทิชชูให้กับริว เ้าตัวเงยหน้าขึ้นก่อนจะรับไปกล่องทิชชูไปถือไว้
แต่อยู่ๆ เ้าตัวก็พูดขึ้นมา พร้อมกับจ้องหน้าผมนิ่งๆ "พี่"
"ครับ?"
"เรียกฉันว่าพี่" กว่าจะพูดให้เข้าใจได้ ก็เล่นเอาผมลุ้นไปด้วย
"อ่าครับ พี่ริว" ผมพูดออกมาด้วยรอยยิ้มที่สุดแสนจะน่ารัก ไม่ลืมหันไปมองรามที่กำลังมองอยู่ "พี่ราม" ผมยิ้มจนแก้มยก
คงอยากให้เรียกพี่สินะ ถ้าน้องชายเรียกพี่ว่าคุณ มันคงแปลกๆ
นี่คือความสำเร็จอีกขึ้นของความสัมพันธ์พี่น้องแล้วใช่ไหม
พอผมพูดเสร็จก็รีบหันกลับมาทำอาหารในส่วนของตัวเอง ผมหิวมากความจริงผมควรที่จะได้ทานข้าวตั้งนานแล้ว!
แต่ช่างเถอะ
ผมตักเอาข้าวผัดทะเลที่เหลือนิดหน่อยขึ้นมาใส่จาน ก่อนจะนำแซลมอนที่เหลือจากทำสเต๊กให้ริวอีกหนึ่งชิ้นมาหั่นพอดีคำ จัดเรียงมันใส่จานก่อนจะเทมายองเนสและซอสมะเขือเทศไว้ด้านข้าง และปิดท้ายด้วยสลัดไข่ต้ม ผมนำอาหารทั้งหมดมาวางที่โต๊ะ
แต่พอหันกลับมาอีกทีทั้งคู่ยังคงทานอาหารไม่หมด แล้วทำไมตอนแรกทานเหมือนคนหิวมากมายขนาดนั้นนะ
"ไม่อร่อยเหรอครับ"
"อร่อย พี่แค่เคี้ยวนานเฉยๆ น่ะ กลัวมันไม่ย่อย" คำเดียวเคี้ยวไปเเล้ว 20 ครั้ง
ที่รามและริวพยายามทานช้าๆ ก็เพื่อรอเรย์มานั่งทานพร้อมกัน
ผมพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะเปิดตู้เย็นเปิดเอาน้ำผลไม้เทใส่แก้วมาวางไว้ เดินไปหยิบไอแพดมาเปิดการ์ตูนดู
เวลาทานข้าวผมจะชอบดูอะไรไปด้วย ส่วนใหญ่ๆ ก็จะเป็การ์ตูน ถ้าไม่ได้ดูมันจะรู้สึกทานข้าวไม่อร่อย
เสียงการ์ตูนดังคลอเบาๆ มีเสียงหลุดขำของเรย์เป็ระยะ โดยมีริวและรามมองน้องชายตัวน้อยด้วยสายตาอ่อนโยน
พอทานอาหารเสร็จผมก็เก็บจานไปไว้ที่ซิงค์ล้างจานก่อนจะลงมือล้างคนเดียว ริวและรามไม่มีโอกาสได้ล้างหรอก พวกมีแม่บ้านส่วนตัวแต่สำหรับผมไม่ใช่ผมต้องทำเองทุกอย่าง เเละผมก็ไม่ยอมเสี่ยงให้จานชามผมตกแตกเล่นแน่ๆ ถ้าพวกเขาได้แผลมาจะเื่ใหญ่อีก
กว่าผมจะล้างจาน ทำความสะอาดห้องครัวเสร็จก็ใช้เวลาพอสมควร หันมาอีกทีก็เจอริวกับรามกำลังนั่งดูหนังแล้ว
นี่ไม่คิดที่จะกลับห้องตัวเองหรือไง!
"ดูอะไรกันอยู่ครับ" ผมเดินมานั่งที่โซฟา
"พี่กำลังดูหนังตลกอยู่น่ะ"
"อ๋อครับ ตามสบายเลยนะครับ" ถือซะว่าเป็ห้องตัวเองแล้วกัน แต่จากสภาพผมคงไม่ต้องบอกทั้งคู่หรอก ดูท่าทางเหยียบขาเอนหลังพิงโซฟาขนาดนี้ คงคิดว่ากำลังอยู่ห้องตัวเองแล้วแหละ
ทำตัวสบายจริงนะ!
"อะ..." อยู่ๆ รามก็หยิบบัตรใบหนึ่งยื่นมาให้ผม
"อะไรครับ" ผมถามโดยที่มือก็ยังไม่ยื่นออกไปรับมันมาถือไว้
"ค่าข้าวเมื่อกี้...บัตรเครดิตอันนี้ของพี่เอง พี่ให้เราเอาไว้ใช้ เพราะพี่อาจจะมาฝากท้องที่ห้องเราบ่อยๆ" รามพูดพร้อมกับยัดบัตรเครดิตใส่มือผมไว้ ผมมองอย่างงุนงงแต่ก็ยังไม่ทันได้หายงง อยู่ๆ ริวก็หยิบบัตรเครดิตอีกใบของตัวเองมายัดใส่มือผมโดยไม่พูดอะไร
"แค่บัตรที่คุณปู่ให้ก็มากพอแล้วครับ" ผมกำลังจะยื่นบัตรคืน แต่ทั้งคู่ก็จ้องเขม็งจนผมต้องลดมือลง
"แน่ใจเหรอว่าพอ เธอใช้มันสักครั้งหรือยัง...ทุกคนในบ้านบ่นคิดถึง ว่างๆ ก็กลับไปหน่อย"
คงรู้อยู่ตลอดสินะว่าผมไม่ได้ใช้เงินเลย
"ครับ" ผมรับปากเอาไว้
"เราลำบากถึงขนาดที่ต้องทำของขายเลยเหรอเรย์" รามเอี้ยวตัวหันมาหาผมพร้อมกับพูดเสียงเข้ม "เอาเงินพวกพี่ไว้แล้วใช้มันซะ ไม่ต้องไปทำอะไรแบบนั้นหรอก ตั้งใจเรียนอย่างเดียวก็พอแล้ว"
"แต่ผมอยากทำครับ ผมไม่ได้คิดที่จะทำจริงจังขนาดนั้น แค่อยากเอาเวลาที่ว่างจากการเรียนมาทำในสิ่งที่ชอบ ในเมื่อผมมีโอกาสที่จะทำมันตอนนี้ผมก็อยากจะทำ"
"มันจะไม่เหนื่อยเกินไปเหรอ"
"ผมจะพยายามไม่ให้ตัวเองเหนื่อยครับ พวกพี่สบายใจได้ ถ้าผมทำไม่ไหวผมก็แค่พัก และในเเต่ละวันผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำเยอะด้วย"
ทั้งสองเงียบไปและมองหน้าผมอย่างตั้งใจฟัง
"ถ้าอย่างงั้นบัตรนี้ผมจะเก็บไว้ใช้ดีไหมครับ" ผมพูดเพื่อให้ทั้งสองคนสบายใจ แต่เอาจริงผมก็ไม่กล้าใช้หรอกคงเอาไปเก็บไว้กับบัตรที่คุณปู่เคยให้ไว้นั่นแหละ
สุดท้ายทั้งสองคนก็ยอมพยักหน้า
"แล้วชุดพวกนี้ ที่เธอเอามาบริจาคไม่เหลือให้ตัวเองใส่เลยเหรอ แต่ก่อนเห็นชอบใส่แต่อะไรแบบนี้นิ" ริวชี้มาที่ชุดที่ถูกพับไว้อย่างเรียบร้อยข้างกาย
"ผมเอามาบริจาคแค่บางส่วนครับ อีกส่วนที่พอใส่ได้ก็ยังเก็บไว้ มาคิดดูอีกทีแต่งตัวแบบนี้มันก็ตลกจริงๆ นั่นแหละ"
"เพราะเธอเลือกเสื้อผ้าที่มันไม่เข้ากับตัวเองยังไงล่ะ ถ้าชอบก็เลือกที่ใส่แล้วมันดูดีสิไม่ใช่ใส่แล้วรัดรูปแบบนั้น หายใจออกได้ยังไงกัน" ริวหมายถึงสมัยแต่ก่อนที่เรย์ชอบใส่เสื้อผ้าตัวเล็กรัดรูป
"ครับๆ ต่อจากนี้ผมก็คงไม่ทำแบบนั้นแล้วล่ะ ตอนนี้ผมหันกลับมาตัวสบายๆแล้ว แค่เสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขายาวก็พอแล้วครับ" ส่วนที่เหลือก็เอาไว้ใส่ดูคนเดียว ผมก็ได้แต่คิดในใจ
"ชุดนี้..." อยู่ๆริวก็หยิบชุดที่ผมใส่ในไลฟ์สดขึ้นมา "อย่าใส่ให้ใครเห็นอีก ชอบโชว์มากนักหรือไง เธอไม่..." แต่คำพูดของริวก็ถูกกลืนเข้าคอ เมื่อโดนรามตีหน้าขาอย่างแรง มันมาพร้อมกับสายตาเขียวปั๊ด
"ก็คนในไลฟ์เรียกร้องนี่ครับ" ผมพูดให้เหตุผล
"เขาพูดอะไร เธอก็จะทำตามหมดเลยหรือไง"
"ว่าแต่พวกพี่ดูไลฟ์สดผมด้วยเหรอ" ผมถามออกไปด้วยความสงสัย อย่าบอกนะว่าพวกเขาดูด้วย
"อืม" แต่ก็มีแค่เสียงรามเท่านั้นที่ตอบ ส่วนริวหันหน้าออกไปอีกทางอย่างแง่งอน
ผมมองริวอย่างยิ้มขำ แสดงว่าเ้าตัวต้องดูแน่ๆ ถ้าไม่ดูคงไม่รู้หรอกว่า ผมใส่ชุดนี้และแถมยังดูโกรธๆ ด้วย
หรือจะเป็อาการหวงน้อง
"ครับๆ ต่อไปจะไม่ทำแล้ว จะเชื่อฟังพวกพี่ดีไหมครับ" ผมพูดพร้อมกับยื่นมือเรียวเล็กไปจับแขนริวไว้แล้วบีบเบาๆ พอเ้าตัวโดนััก็สะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็ยังเก็บอาการไว้
ริวก็ยังไม่ยอมหันมา มีแต่แก้มเ้าตัวที่เริ่มยกขึ้นนี่ก็เป็สิ่งที่บอกได้ว่าเ้าตัวกำลังกลั่นยิ้มอยู่
แกล้งคนขี้เก๊ก นี่มันสนุกจริงๆ
แต่จะว่าไปพวกเขาก็ดูแปลกๆ นะ มีแผนอะไรหรือเปล่าเนี่ย
แต่ช่างเถอะ ยังไงผมก็จะพยายามไม่ยุ่งกับพวกเขามากเกินไปแล้วกัน
"งั้นพวกพี่ดูหนังกันไปเลยนะครับ ถ้าอยากได้อะไรก็บอกแล้วกัน ผมอยู่ในห้องครัว"
รามและริวพยักหน้ารับ ก่อนจะมองตามแผ่นหลังน้องชายตัวน้อย
ทั้งสองจะหันหน้ามองกัน ก่อนจะยื่นมือมาแท็กกันอย่างยิ้มๆ
ถือเป็ก้าวแรกที่ดี แบบนี้ต้องรีบรายงานคุณปู่กับคุณพ่อซะแล้ว
ผมเดินกลับเข้ามาในห้องครัวเพื่อเตรียมอาหารไว้สำหรับทำมื้อเช้า และห่อไปกินเที่ยง พรุ่งนี้เรียนั้แ่เช้าลากยาวไปจนถึงบ่าย 3 วิชาเรียนต่อกันไม่มีเวลาพักเที่ยง แต่อาจารย์คาบแรกก็จะปล่อยก่อนประมาณ 30 นาที ดังนั้นจึงมีเวลาหาข้าวเที่ยงแค่ 30 นาที ผมคงกลับมาทานที่ห้องไม่ได้ เลยคิดว่าห่อไปทานคงจะดีที่สุด
เตรียมของเอาไว้ ั้แ่ตอนนี้ตื่นเช้ามาจะได้ไม่ต้องลำบาก สามารถหยิบมาทำได้เลย
เสร็จจากตรงนี้ผมก็ว่าจะไปอาบน้ำแล้วรีบเข้านอน ตื่นเช้ามาจะได้ไม่เบลอ
เรย์วุ่นอยู่กับเตรียมวัตถุดิบต่างๆ ในห้องครัว โดยที่ไม่รู้เลยว่ารามและริวกำลังมองแผ่นหลังเล็กของน้องชายอย่างเพลินตา หาได้สนใจหนังตลกที่กำลังฉายไม่
____
ยังไม่แก้คำผิด
เคาน์เตอร์ห้องครัวของน้องเรย์
ปล. ฝากทุกคนเก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของน้องเรย์เอาไว้ด้วยนะคะ ว่าทำไมน้องถึงทำแบบนั้น พอถึง่หนึ่งทุกคนจะหายสงสัยเองค่ะ