“แอะ แค่กๆๆ”
เสียงไอดังขึ้นซินหยางเฟิ่งรู้สึกเ็ปที่ศีรษะเพราะถูกกระชากผมรู้สึกแสบคอแสบจมูกเพราะน้ำเข้าจมูกเข้าคอจนสำลักยังไม่ทันที่นางจะสูดหายใจได้เต็มปอด ศีรษะของนางก็ถูกกดจมน้ำลงอีกครั้ง
บุ๋ง บุ๋ง บุ๋ง
เสียงฟองน้ำแตกซินหยางเฟิ่งขมวดคิ้วด้วยอาการปวดศีรษะจวนเจียนจะระเบียดอีกทั้งรู้สึกอึดอัดเพราะเริ่มหายใจไม่ออก
หญิงสาวฝืนร่างกายพยายามเงยหน้าขึ้นและเป็่เวลาเดียวกับที่มือที่กดศีรษะนางผ่อนแรงและดึงผมของนางขึ้นมา
ซินหยางเฟิ่งพยายามใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดยกสองมือขึ้นกุมมือของคนที่จับผมของนางไว้และกดลงบนศีรษะของตนเองแน่นจากนั้นนางหมุนกายด้วยความเร็วจนข้อมือของผู้ที่จับผมของนางไว้บิดจนแทบผิดรูปได้ยินเสียง‘กร๊อบ’ เบาๆ จากนั้นนางย่อตัวลงแล้วเหวี่ยงคนคนนั้นลงกับพื้นด้วยความเร็วแล้วตามติดด้วยการยกฝ่าเท้ากระทืบลงบนท้องของร่างที่ล้มลงนอนอยู่กับพื้น
“โอ๊ย” เสียงร้องด้วยความเ็ป ร่างกายงอคุดคู้สองมือยกกุมท้อง
การกระทำนี้ใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาเท่านั้นไม่มีใครคาดคิดว่านางจะทำเช่นนี้
ใบหน้ามีหยดน้ำเกาะพราวเต็มใบหน้าผมเผ้าเปียกปอนกระเซอะกระเซิงลู่แนบไปตามใบหน้า ดวงตามีแววอาฆาตโเี้ทำให้คนที่รุมดูด้วยความตื่นเต้นเมื่อครู่ใจนก้าวถอยหลัง
“จะ เ้า บังอาจนัก เ้ากล้าทำร้ายอาเหมยได้อย่างไรเ้าช่างโหดร้ายนัก” เสียงสั่นๆ ของสตรีคนหนึ่งตวาดขึ้น
“หึ โหดร้ายรึ ห้ารุมหนึ่งอย่างพวกเธอบอกว่าฉันโหดร้ายหรือ ใครกันแน่ที่โหดร้าย” เสียงดุดัน ที่ดังลอดไรฟันกล่าวออกมาทั้งที่ตนเองก็แทบจะไม่มีแรงเหลืออยู่แล้ว แต่อดไม่ได้ที่จะพูดโต้ตอบกลับไป
หากตอนนี้นางยังมีแรงมากพอคงไม่เพียงโต้ตอบด้วยวาจาเช่นนี้นางคงจะจัดหนักให้ผู้ที่มารุมทำร้ายนางเหล่านี้แน่นอนตอนนี้นางกำลังพยายามหายใจเข้าลึกๆ เพื่อรวบรวมเรี่ยวแรงเพราะไม่รู้ว่าการขู่เพียงเท่านี้จะเพียงพอให้คนเหล่านี้หยุดทำร้ายนางได้หรือไม่
“ในเมื่อเ้ากล้าขนาดนี้ ก็อย่าหาว่าข้าโหดร้าย”กล่าวจบสตรีนางหนึ่งก็โผเข้ามาพร้อมกับเงื้อมือสูงเพื่อจะตบใบหน้าอัปลักษณ์ของซินหยางเฟิ่งสักฉาด
ใครจะคิดได้เล่าว่าสตรีที่ถูกรุมตบตีจนมือไม้อ่อนทำอะไรพวกนางไม่ได้แล้วยังถูกพวกนางจับกดน้ำจนดูไร้เรี่ยวแรง เหมือนใกล้จะขาดใจตายเมื่อครู่แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าไปเอาแรงฮึดสู้มาจากไหน แทนที่จะรีบคุกเข่ากล่าวขอร้องกลับต้อนรับด้วยการยกเท้าขึ้นมาถีบ แล้วตามด้วยการหมุนตัวเตะจนสตรีนางนั้นกระเด็นออกไปนอนคลุกฝุ่นบนพื้น
สตรีอีกสามคนก็แตกฮือถอยหลังไปอีกสองก้าวด้วยความใพวกนางหันไปมองหน้ากันแล้วพยักหน้า จากนั้นสตรีทั้งสามก็วิ่งเข้ามาพร้อมกันยกมือขึ้นบางคน้าทุบตี บางคน้าตบ
ซินหยางเฟิ่งเห็นเช่นนั้นก็ยกปากยิ้ม ตาไม่ยิ้มนางจับข้อมือของสตรีนางหนึ่งที่วิ่งเข้ามาใกล้นางที่สุดดึงกระชากข้อมือแล้วเตะตัดขาพร้อมกับปล่อยข้อมือนั้นจนสตรีนางนั้นล้มพุ่งไปข้างหน้าใบหน้ากระแทกพื้นจนเืกำเดาไหล สตรีอีกสองคนแม้จะเห็นสภาพเพื่อนเป็เช่นนั้นแต่ก็หยุดไม่ทันเพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมากเพียงชั่วพริบตาเท่านั้นหลังจากที่สตรีคนแรกนอนจูบพื้นไปแล้วคนที่สองและสามก็กระเด็นกลิ้งไปบนพื้นคนละทิศละทางร้องโอดโอยไปตามๆ กัน
“เ้า เ้า” สตรีนางหนึ่งบนพื้น ชี้หน้าซินหยางเฟิ่งพูดได้แค่ ‘เ้า’ อยู่ครึ่งค่อนวันก็พูดอะไรไม่ออก ทิ้งไว้เพียงคำว่า
“ฝากไว้ก่อนเถอะถ้าคุณหนูใหญ่รู้เื่ที่เ้าทำร้ายพวกข้า นางต้องไม่ปล่อยเ้าไว้แน่ อ้อจำไว้ด้วย ว่าคราวหน้าอย่ามาชม้อยชม้ายชายตาให้ท่านชายฉู่อีกเ้ากับเขาอยู่กันคนละชั้น ท่านชายฉู่มีสตรีในดวงใจแล้ว เ้ารู้เอาไว้ด้วยสตรีอัปลักษณ์เยี่ยงเ้า อย่าได้คิดเพ้อละเมอฝันถึงเขาเขาคือว่าที่สามีของคุณหนูบ้านข้า ไม่ใช่ไก่กาหมาหมูที่ไหนก็ฝันถึงเขาได้”กล่าวจบสตรีสี่คนก็รีบลุกขึ้นวิ่งออกไป
“เดี๋ยว!” เสียงเรียกของซินหยางเฟิ่งดังขึ้นทำให้ทั้งกลุ่มหยุดชะงัก หน้าซีด รู้สึกหนาวเย็นที่แผ่นหลังสตรีใจกล้านางหนึ่งหันหน้ากลับมา
“จะ จะ เ้า ยะ ยังมีอะไรอีก”แม้จะพยายามพูดให้ฟังดูเสียงแข็ง แต่เสียงสั่นๆ และพูดติดๆ ขัดๆมันช่างทรยศเสียจริง
ซินหยางเฟิ่งชี้ไปยังสตรีที่ยังนอนกุมท้องคุดคู้ตัวอยู่ที่พื้น
“เอาขยะนี่ออกไปด้วย”
สตรีเ่าั้นึกได้ ว่าตนลืมเพื่อน จึงวิ่งกลับมาสองคนแล้วรีบพยุงพาคนวิ่งออกไป
ซินหยางเฟิ่งขมวดคิ้วมองตามหลังสตรีเ่าั้ชุดที่พวกนางใส่ดูแปลกตานัก ราวกับหลุดมาจากซีรีส์จีนโบราณดูจากสภาพเสื้อผ้าของคนเ่าั้แล้ว มีรูปแบบและสีเหมือนกันคาดว่าน่าจะเป็ของพวกบ่าวรับใช้ หรือว่าที่นี่มีการถ่ายหนังกัน
ซินหยางเฟิ่งเหลียวซ้ายแลขวาเพื่อมองดูกล้องแต่ก็พบว่ารอบๆ บริเวณนี้มีเพียงทะเลสาบท่านั้น
หญิงสาวยืนนิ่งประมวลความคิดที่ไปที่มาว่าทำไมตอนนี้ตนจึงมาอยู่ที่นี่ในสภาพนี้ได้
นางรู้สึกงุนงง ก้มลองมองที่ร่างกายของตัวเองแล้วเริ่มขมวดคิ้วน้อยๆ ค่อยๆ ยกสองมือขึ้นดู ก็เห็นมือขาวเรียวเล็กบอบบางคู่หนึ่ง
‘ไม่ นี่ไม่ใช่มือฉันนี่’ ซินหยางเฟิ่งครุ่นคิดเพราะมือคู่นี้ดูนุ่มนิ่มบอบบางเรียวสวย ไม่มีรอยด้านจากการตรากตรำฝึกมีดจับปืนเลย
จู่ๆหญิงสาวก็นึกถึงคำพูดเมื่อครู่ของสตรีนางหนึ่งขึ้นได้
พูดว่าไงนะ...อ้อ
‘สตรีอัปลักษณ์เยี่ยงเ้า’
“ที่พูดนั่นหมายถึงตัวฉันเหรอ” ซินหยางเฟิ่งพึมพำยกมือข้างหนึ่งขึ้นลูบใบหน้า และรู้สึกแปลกใจต่อภาษาพูดมันออกจะฟังดูโบราณเกินไปหรือเปล่า
“หรือว่า...”
เหมือนจะนึกถึงอะไรบางอย่าง หญิงสาวลดกายลงนั่งชันเข่าแล้วชะโงกหน้าดูในทะเลสาบ ก็พลันได้เห็นเงาสะท้อนใบหน้าของตนเองนางถึงกับตื่นตะลึง เมื่อได้รับรู้แล้วว่า นี่ไม่ใช่ใบหน้าของตนเอง ดูอ่อนเยาว์มากอายุน่าจะประมาณสิบห้าปีเท่านั้น แต่ใบหน้านี้ออกจะ เอ่อ พูดไม่ออกเลยใบหน้าซีกซ้ายบวมแดง ที่หน้าหน้าผากเป็สีเขียวอมม่วง เพราะถูกทำร้ายตบตีพวงแก้มด้านขวามีเส้นเืปูดนูนเป็เส้นสีแดงสดแตกแขนงราวกับรากไม้ดูน่าเกลียดมาก
“ไม่..ไม่ใช่หน้าของฉันนี่ จริงเหรอ.....ไม่เป็ไปไม่ได้ เื่ทะลุมิติอะไรนั่น ต้องไม่มีอยู่จริง”ซินหยางเฟิ่งใลุกขึ้นยืนแล้วอุทานออกมาแม้ว่าในชาติที่แล้วนางจะเป็สาวโหดดุในสายตาของเพื่อนร่วมทีมและคู่ต่อสู้ แต่เื่ชอบของสวยๆ งามๆก็ต้องยกให้นางเช่นกัน ขนาดแค่นางมีสิวขึ้นสองสามเม็ดนางก็หงุดหงิดแล้วสองเท้าก้าวถอยหลังออกห่างจากขอบทะเลสาบช้าๆ ยกมือและแขนขาดูอีกครั้งปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือร่างกายของตนเองจริงๆ
ซินหยางเฟิ่งพยายามคิดทบทวนและวิเคราะห์ถึงความเป็ได้จู่ๆ ก็รู้สึกปวดศีรษะจี๊ดขึ้นมาจนต้องยกสองมือขึ้นกดขมับ ความรู้สึกปวดศีรษะค่อยๆรุนแรงขึ้น เหมือนมีภาพที่ไม่ปะติดปะต่อกันเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในสมองปวดมากจนเริ่มรู้สึกทนไม่ไหว นางเดินเซออกห่างจากขอบทะเลสาบได้เพียงห้าหกก้าวก่อนที่จะหน้ามืดเป็ลมล้มลงไป
“นางฟื้นแล้วหรือ ยังไม่ตายใช่หรือไม่”สตรีในชุดผ้ากระสอบเก่าๆ สีตุ่นนางหนึ่งส่งเสียงถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ใช่ๆ นางยังขยับได้ ยังไม่ตาย” สตรีอีกนางหนึ่งลักษณะการแต่งกายไม่ต่างจากคนถามมากนัก ในมือของนางถือกิ่งไม้อันหนึ่ง กำลังจิ้มๆที่หลังของซินหยางเฟิ่ง
เสียงคุยจ้อกแจ้กทำให้ซินหยางเฟิ่งที่นอนคว่ำหน้าอยู่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรำคาญเมื่อเห็นว่ารอบกายนางมีคนมารุมดูอยู่เกือบสิบคนทั้งบุรุษและสตรีราวกับนางเป็ของหายาก จึงทะลึ่งกายลุกนั่ง แล้วค่อยๆ ยืน พูดอย่างเ็า
“มามุงดูอะไรกัน แยกย้าย แยกย้ายกันได้แล้วไม่เคยเห็นคนหรือ”
เมื่อชาวจีนมุงเห็นใบหน้าของนางชัดๆ ก็ตื่นใ “เฮ้ยอ๋า คนอะไรหน้าตาอัปลักษณ์เสียจริง”
มีบางคนพูดเสียงเบาๆ แต่ก็พอจะได้ยิน “เคยเห็นสิคนน่ะแต่ไม่เคยเห็นคนอัปลักษณ์เช่นเ้า”
ชายหนุ่มบางคนถึงกับส่ายหน้าด้วยความเสียดายดูจากผิวพรรณและเสื้อผ้าที่นางสวมแล้ว ไม่เหมาะกับใบหน้านี้เลย
เนื่องจากวันนี้เ้าของร่างนัดพบกับท่านชายในฝันของนางนางจึงแต่งกายอย่างประณีตด้วยเสื้อผ้าที่สวยที่สุดที่นำมาจากจวนโหวอีกทั้งผิวพรรณที่ขาวละเอียดอ่อนของนาง คนที่มามุงดูโดยเฉพาะผู้ชายยิ่งน้ำลายไหลอยากเห็นใบหน้าชัดๆ ไม่แน่พวกเขาคนใดคนหนึ่งอาจโชคดีได้อุ้มกลับบ้านแต่ใครจะไปคิดเล่า ใบหน้านี้ของนางช่างอัปลักษณ์ขัดตาเสียจริง
กลุ่มจีนมุงพากันแยกย้ายไปตามทางของตนเอง